This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Front matter of the printed edition

Pali

อปรํ คาถาสงฺคณิกํ

Royal Thai

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร คาถาสังคณิกะอีกนัยหนึ่ง เรื่องโจทเป็นต้น

Mahachula Thai

พระวินัยปิฎก ปริวาร [อปรคาถาสังคณิกะ] ๑. โจทนาทิปุจฉาวิสัชชนา อปรคาถาสังคณิกะ ว่าด้วยกลุ่มคาถาอีกกลุ่มหนึ่ง ๑. โจทนาทิปุจฉาวิสัชชนา ว่าด้วยคำถาม และคำตอบการโจท เป็นต้น

Pali

โจทนา กิมตฺถาย สารณา กิสฺส การณา สงฺโฆ กิมตฺถาย มติกมฺมํ ปน กิสฺส การณา ฯ โจทนา สารณตฺถาย นิคฺคหตฺถาย สารณา สงฺโฆ ปริคฺคหตฺถาย มติกมฺมํ ปน ปาฏิเยกฺกํ ฯ มา โข ตุริโต อภณิ มา โข จณฺฑิกโตภณิ มา โข ปฏิฆํ ชนยิ สเจ อนุวิชฺชโก ตุวํ มา โข สหสา อภณิ กถํ วิคฺคาหิกํ อนตฺถสญฺหิตํ สุตฺเต วินเย อนุโลเม ปญฺญตฺเต อนุโลมิเก อนุโยควตฺตํ นิสามย กุสเลน พุทฺธิมตา กตํ สุวุตฺตํ สิกฺขาปทานุโลมิกํ คตึ น นาเสนฺโต สมฺปรายิกํ ฯ หิเตสี อนุยุญฺชสฺสุ กาเลนตฺถุปสญฺหิตํ จุทิตสฺส จ โจทกสฺส จ สหสา โวหารํ มา ปธาเรสิ ฯ โจทโก อาห อาปนฺโนติ จุทิตโก อาห อนาปนฺโนติ อุโภ อนุกฺขิปนฺโต ปฏิญฺญานุสนฺธิเตน การเย ฯ ปฏิญฺญา ลชฺชีสุ วุตฺตา อลชฺชีสุ เอตํ น วิชฺชติ พหุมฺปิ อลชฺชี ภาเสยฺย วุตฺตานุสนฺธิเตน การเย ฯ

Royal Thai

ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า การโจทเพื่อประสงค์อะไร? การสอบสวนเพื่อเหตุอะไร? สงฆ์เพื่อประโยชน์อะไร? ส่วนการลงมติเพื่อเหตุอะไร? พระผู้มีพระภาคตรัสว่า การโจทเพื่อประสงค์ให้ระลึกถึงความผิด. การสอบสวนเพื่อประสงค์จะข่ม สงฆ์เพื่อประโยชน์ให้ช่วยกันพิจารณาส่วนการลงมติ เพื่อให้การวินิจฉัยแต่ละเรื่องเสร็จสิ้นไป. เธออย่าด่วนพูด อย่าพูดเสียงดุดัน อย่ายั่วความโกรธ ถ้าเธอเป็นผู้วินิจฉัยอธิกรณ์ อย่าพูดโดยผลุนผลัน อย่ากล่าวถ้อยคำชวนวิวาท ไม่กอปรด้วยประโยชน์ วัตรคือการซักถาม อนุโลมแก่สิกขาบทอันพระ-พุทธเจ้าผู้เฉียบแหลม มีพระปัญญาทรงวางไว้ ตรัสไว้ดีแล้ว ในพระสูตรอุภโตวิภังค์ ในพระวินัย คือ ขันธกะ ในอนุโลม คือ บริวาร ในพระบัญญัติ คือ วินัยปิฎก และในอนุโลมิกะ คือ มหาประเทศ เธอจงพิจารณา วัตรคือการซักถามนั้น อย่าให้เสียคติที่เป็นไปในสัมปรายภพเธอผู้ใฝ่หาประโยชน์เกื้อกูล จงซักถามถ้อยคำที่กอปรด้วยประโยชน์ โดยกาล สำนวนที่กล่าวโดยผลุนผลันของจำเลย และโจทก์ เธออย่าพึงเชื่อถือโจทก์ฟ้องว่าต้องอาบัติ แต่จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้ต้องอาบัติ เธอต้องสอบสวนทั้งสองฝ่าย พึงปรับตามคำรับสารภาพ และถ้อยคำสำนวน คำรับสารภาพ เรากล่าวไว้ในหมู่ภิกษุลัชชี แต่ข้อนั้น ไม่มีในหมู่ภิกษุอลัชชีอนึ่ง ภิกษุอลัชชีพูดมาก เธอพึงปรับตามถ้อยคำสำนวน ดังกล่าวแล้ว. อลัชชีบุคคล

Mahachula §359· Matched by SuttaCentral reference numbers

ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “การโจทเพื่อประโยชน์อะไร การสอบสวนเพื่อเหตุอะไร สงฆ์เพื่อประโยชน์อะไร ส่วนการลงมติเพื่อเหตุอะไร” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “การโจทเพื่อประโยชน์ให้ระลึก การสอบสวนเพื่อประโยชน์จะข่ม สงฆ์เพื่อประโยชน์จะช่วยกันพิจารณา ส่วนการลงมติเพื่อช่วยกันวินิจฉัยแต่ละเรื่อง ถ้าเธอเป็นผู้วินิจฉัยอธิกรณ์ อย่าด่วนพูด อย่าพูดด้วยความเกรี้ยวกราด อย่ายั่วความโกรธ อย่าพูดโดยผลุนผลัน อย่ากล่าวถ้อยคำชวนวิวาทไม่ประกอบด้วยประโยชน์ วัตรคือการซักถามอันอนุโลมแก่สิกขาบท ที่พระพุทธเจ้าผู้เฉียบแหลมมีพระปัญญาทรงวางไว้ ตรัสไว้ดีแล้วในพระสูตร ในพระวินัย ในอนุโลม ในพระบัญญัติ และอนุโลมิกะ เธอจงพิจารณาวัตรคือการซักถามนั้น อย่าให้เสียคติที่เป็นไปในสัมปรายภพ เป็นผู้ไฝ่หาประโยชน์ จงซักถามถ้อยคำที่ประกอบด้วยประโยชน์โดยกาล @เชิงอรรถ : @ พระสูตร คืออุภโตวิภังค์ พระวินัย คือขันธกะ อนุโลม คือปริวาร พระบัญญัติ คือพระวินัยปิฎก@อนุโลมิกะ คือมหาปเทส (วิ.อ. ๓/๓๕๙/๔๙๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๓๙}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [อปรคาถาสังคณิกะ] ๑. โจทนาทิปุจฉาวิสัชชนา สำนวนที่กล่าวโดยผลุนผลันของจำเลยและโจทก์ เธออย่าเชื่อถือ โจทก็ฟ้องว่าต้องอาบัติ แต่จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้ต้องอาบัติ เธอต้องสอบสวนทั้งสองฝ่าย พึงปรับตามคำรับสารภาพ และถ้อยคำสำนวน คำรับสารภาพ เรากล่าวไว้ในหมู่ลัชชี แต่ข้อนั้น ไม่มีในหมู่อลัชชี อนึ่ง ภิกษุอลัชชีพูดมาก เธอพึงปรับตามถ้อยคำสำนวนดังกล่าวแล้ว” อลัชชีบุคคล พระอุบาลีกราบทูลว่า “อลัชชี เป็นคนเช่นไร คำรับสารภาพของผู้ใดฟังไม่ขึ้น ข้าพระพุทธเจ้าทูลถามพระองค์ถึงข้อนั้น คนเช่นไร พระพุทธองค์ตรัสเรียกว่า อลัชชีบุคคล” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ผู้ที่จงใจต้องอาบัติ ปกปิดอาบัติ และถึงความลำเอียง คนเช่นนี้ เราเรียกว่า อลัชชีบุคคล” ลัชชีบุคคล พระอุบาลีกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ทราบแล้วว่า คนเช่นนี้เป็นอลัชชีบุคคล ข้าพระพุทธเจ้าขอทูลถามพระองค์ถึงข้ออื่น คนเช่นไร พระพุทธองค์ตรัสเรียกว่า ลัชชีบุคคล” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ผู้ที่ไม่จงใจต้องอาบัติ ไม่ปกปิดอาบัติ ไม่ถึงความลำเอียง คนเช่นนี้ เราเรียกว่า ลัชชีบุคคล”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๔๐}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [อปรคาถาสังคณิกะ] ๑. โจทนาทิปุจฉาวิสัชชนา บุคคลผู้โจทก์ไม่เป็นธรรม พระอุบาลีกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ทราบแล้วว่า คนเช่นนี้ตรัสเรียกว่า ลัชชีบุคคล ข้าพระพุทธเจ้าขอทูลถามพระองค์ถึงข้ออื่น คนเช่นไร ตรัสเรียกว่า ผู้โจทก์ไม่เป็นธรรม” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุโจทโดยกาลไม่ควร โจทด้วยเรื่องไม่เป็นจริง โจทด้วยคำหยาบ โจทด้วยคำไม่ประกอบด้วยประโยชน์ มุ่งร้ายโจท ไม่มีเมตตาจิตโจท คนเช่นนี้ เราเรียกว่า ผู้โจทก์ไม่เป็นธรรม” บุคคลผู้โจทก์เป็นธรรม พระอุบาลีกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ทราบแล้วว่า คนเช่นนี้ตรัสเรียกว่า ผู้โจทก์ไม่เป็นธรรม ข้าพระพุทธเจ้าขอทูลถามพระองค์ถึงข้ออื่น คนเช่นไร ตรัสเรียกว่า ผู้โจทก์เป็นธรรม” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุโจทโดยกาล โจทด้วยเรื่องจริง โจทด้วยคำสุภาพ โจทด้วยคำประกอบด้วยประโยชน์ มีเมตตาจิต ไม่มุ่งร้ายโจท คนเช่นนี้ เราเรียกว่า ผู้โจทก์เป็นธรรม” คนโจทก์ผู้โง่เขลา พระอุบาลีกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ทราบแล้วว่า คนเช่นนี้ตรัสเรียกว่า ผู้โจทก์เป็นธรรม ข้าพระพุทธเจ้าขอทูลถามพระองค์ถึงข้ออื่น คนเช่นไร ตรัสเรียกว่า โจทก์ผู้โง่เขลา”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๔๑}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [อปรคาถาสังคณิกะ] ๑. โจทนาทิปุจฉาวิสัชชนา พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “บุคคลไม่รู้คำต้นและคำหลัง ไม่ฉลาดในคำต้นและคำหลัง ไม่รู้ทางแห่งถ้อยคำสำนวน ไม่ฉลาดในถ้อยคำสำนวน คนเช่นนี้ เราเรียกว่า โจทก์ผู้โง่เขลา” คนโจทก์ผู้ฉลาด พระอุบาลีกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ทราบแล้วว่า คนเช่นนี้ตรัสเรียกว่า โจทก์ผู้เขลา ข้าพระพุทธเจ้าขอทูลถามพระองค์ถึงข้ออื่น คนเช่นไร ตรัสเรียกว่า โจทก์ผู้ฉลาด พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “บุคคลรู้คำต้นและคำหลัง ฉลาดในคำต้นและคำหลัง รู้ทางแห่งถ้อยคำสำนวน ฉลาดในถ้อยคำสำนวน คนเช่นนี้ เราเรียกว่า โจทก์ผู้ฉลาด” การโจท พระอุบาลีกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ทราบแล้วว่า คนเช่นนี้ตรัสเรียกว่า โจทก์ผู้ฉลาด ข้าพระพุทธเจ้าขอทูลถามพระองค์ถึงข้ออื่น กิริยาเช่นไร พระองค์ตรัสเรียกว่า การโจท” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “กิริยาที่ถูกโจทด้วยสีลวิบัติ ด้วยอาจารวิบัติ ด้วยทิฏฐิวิบัติ และแม้ด้วยอาชีววิบัติ ฉะนั้น เราจึงเรียกว่า การโจท” อปรคาถาสังคณิกะ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๔๒}

Pali

อลชฺชี กีทิโส โหติ ปฏิญฺญา ยสฺส น รูหติ เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ กีทิโส วุจฺจติ อลชฺชิปุคฺคโล ฯ สญฺจิจฺจ อาปตฺตึ อาปชฺชติ อาปตฺตึ ปริคูหติ อคติคมนญฺจ คจฺฉติ เอทิโส วุจฺจติ อลชฺชิปุคฺคโล ฯ

Royal Thai

อุ. อลัชชีเป็นคนเช่นไร คำรับสารภาพของผู้ใดฟังไม่ขึ้น ข้าพระพุทธเจ้าทูลถามพระองค์ถึงข้อนั้น คนเช่นไร พระองค์ตรัสเรียกว่าอลัชชีบุคคล? พ. ผู้ที่แกล้งต้องอาบัติ ปกปิดอาบัติ และถึงอคติ คนเช่นนี้เราเรียกว่า อลัชชีบุคคล. ลัชชีบุคคล

Mahachula: this item falls within its §359, which began at an earlier item

Pali

สจฺจํ อหมฺปิ ชานามิ เอทิโส อลชฺชิปุคฺคโล อญฺญญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ กีทิโส วุจฺจติ ลชฺชิปุคฺคโล ฯ สญฺจิจฺจ อาปตฺตึ นาปชฺชติ อาปตฺตึ น ปริคูหติ อคติคมนํ น คจฺฉติ เอทิโส วุจฺจติ ลชฺชิปุคฺคโล ฯ

Royal Thai

อุ. จริง พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ทราบเกล้าว่าคนเช่นนี้ เป็นอลัชชีบุคคล แต่ข้าพระพุทธเจ้าทูลถามพระองค์ถึงข้ออื่น คนเช่นไร พระองค์ตรัสเรียกว่า ลัชชีบุคคล? พ. ผู้ที่ไม่แกล้งต้องอาบัติ ไม่ปกปิดอาบัติ ไม่ถึงอคติ คนเช่นนี้เราเรียกว่า ลัชชีบุคคล. บุคคลผู้โจทก์ไม่เป็นธรรม

Mahachula: this item falls within its §359, which began at an earlier item

Pali

สจฺจํ อหมฺปิ ชานามิ เอทิโส วุจฺจติ ลชฺชิปุคฺคโล อญฺญญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ กีทิโส วุจฺจติ อธมฺมโจทโก ฯ อกาเลน โจเทติ อภูเตน ผรุเสน อนตฺถสญฺหิเตน โทสนฺตโร โจเทติ โน เมตฺตจิตฺโต เอทิโส วุจฺจติ อธมฺมโจทโก ฯ

Royal Thai

อุ. จริง พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ทราบเกล้าว่า คนเช่นนี้ตรัสเรียกว่า ลัชชีบุคคล แต่ข้าพระพุทธเจ้าทูลถามพระองค์ถึงผู้อื่นคนเช่นไรตรัสเรียกว่า ผู้โจทก์ไม่เป็นธรรม? พ. ภิกษุโจทโดยกาลไม่ควร ๑ โจทด้วยเรื่องไม่เป็นจริง ๑ โจทด้วยคำหยาบ ๑ โจทด้วยคำไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑ มุ่งร้ายโจท ไม่มีเมตตาจิตโจท ๑ คนเช่นนี้ เราเรียกว่า ผู้โจทก์ไม่เป็นธรรม. บุคคลผู้โจทก์เป็นธรรม

Mahachula: this item falls within its §359, which began at an earlier item

Pali

สจฺจํ อหมฺปิ ชานามิ เอทิโส วุจฺจติ อธมฺมโจทโก อญฺญญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ กีทิโส วุจฺจติ ธมฺมโจทโก ฯ กาเลน โจเทติ ภูเตน สเณฺหน อตฺถสญฺหิเตน เมตฺตจิตฺโต โจเทติ โน โทสนฺตโร เอทิโส วุจฺจติ ธมฺมโจทโก ฯ

Royal Thai

อุ. จริง พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ทราบเกล้าว่า คนเช่นนี้ตรัสเรียกว่า ผู้โจทก์ไม่เป็นธรรม แต่ข้าพระพุทธเจ้า ทูลถามพระองค์ถึงข้ออื่น คนเช่นไรตรัสเรียกว่าผู้โจทก์เป็นธรรม? พ. ภิกษุโจทโดยกาล ๑ โจทด้วยเรื่องจริง ๑ โจทด้วยคำสุภาพ๑ โจทด้วยคำประกอบด้วยประโยชน์ ๑ มีเมตตาจิตโจท ไม่มุ่งร้ายโจท ๑คนเช่นนี้เราเรียกว่า ผู้โจทก์เป็นธรรม. คนโจทก์ผู้โง่เขลา

Mahachula: this item falls within its §359, which began at an earlier item

Pali

สจฺจํ อหมฺปิ ชานามิ เอทิโส วุจฺจติ ธมฺมโจทโก อญฺญญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ กีทิโส วุจฺจติ พาลโจทโก ฯ ปุพฺพาปรํ น ชานาติ ปุพฺพาปรสฺส อโกวิโท อนุสนฺธิวจนปถํ น ชานาติ อนุสนฺธิวจนปถสฺส อโกวิโท เอทิโส วุจฺจติ พาลโจทโก ฯ

Royal Thai

อุ. จริง พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ทราบเกล้าว่าบุคคลเช่นนี้ ตรัสเรียกว่า ผู้โจทก์เป็นธรรม แต่ข้าพระพุทธเจ้า ทูลถามพระองค์ถึงข้ออื่น คนเช่นไร ตรัสเรียกว่าโจทก์ผู้เขลา? พ. บุคคลไม่รู้คำต้นและคำหลัง ๑ ไม่ฉลาดในคำต้นและคำหลัง๑ ไม่รู้ทางแห่งถ้อยคำอันต่อเนื่องกัน ๑ ไม่ฉลาดต่อทางแห่งถ้อยคำอันต่อเนื่องกัน ๑ คนเช่นนี้เราเรียกว่าโจทก์ผู้เขลา. คนโจทก์ผู้ฉลาด

Mahachula: this item falls within its §359, which began at an earlier item

Pali

สจฺจํ อหมฺปิ ชานามิ เอทิโส วุจฺจติ พาลโจทโก อญฺญญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ กีทิโส วุจฺจติ ปณฺฑิตโจทโก ฯ ปุพฺพาปรํปิ ชานาติ ปุพฺพาปรสฺส โกวิโท อนุสนฺธิวจนปถํ ชานาติ อนุสนฺธิวจนปถสฺส โกวิโท เอทิโส วุจฺจติ ปณฺฑิตโจทโก ฯ

Royal Thai

อุ. จริง พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ทราบเกล้าว่า คนเช่นนี้ตรัสเรียกว่า โจทก์ผู้เขลา แต่ข้าพระพุทธเจ้าทูลถามพระองค์ถึงข้ออื่นคนเช่นไร ตรัสเรียก โจทก์ผู้ฉลาด? พ. บุคคลรู้คำต้นและคำหลัง ๑ ฉลาดในคำต้นและคำหลัง ๑รู้ทางแห่งถ้อยคำอันต่อเนื่องกัน ๑ ฉลาดต่อทางแห่งถ้อยคำอันต่อเนื่องกัน๑ คนเช่นนี้เราเรียกว่า โจทก์ผู้ฉลาด. การโจท

Mahachula: this item falls within its §359, which began at an earlier item

Pali

สจฺจํ อหมฺปิ ชานามิ เอทิโส วุจฺจติ ปณฺฑิตโจทโก อญฺญญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ โจทนา กินฺติ วุจฺจติ ฯ สีลวิปตฺติยา โจเทติ อโถ อาจารทิฏฺฐิยา อาชีเวนปิ โจเทติ โจทนา เตน วุจฺจติ ฯ อปรํ คาถาสงฺคณิกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

Royal Thai

อุ. จริง พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ทราบเกล้าว่า คนเช่นนี้ ตรัสเรียกว่า โจทก์ผู้ฉลาด แต่ข้าพระพุทธเจ้าขอทูลถามพระองค์ถึงข้ออื่น อย่างไร พระองค์ตรัสว่าเรียกว่าการโจท? พ. เพราะเหตุที่โจทด้วยศีลวิบัติ ๑ อาจารวิบัติ ๑ ทิฏฐิวิบัติ ๑และแม้ด้วยอาชีววิบัติ ๑ ฉะนั้น เราจึงเรียกว่าการโจท. คาถาสังคณิกะอีกนัยหนึ่ง จบ -----------------------------------------------------

Mahachula: this item falls within its §359, which began at an earlier item

This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Commentary

Later explanatory literature — not the Buddha’s word

Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก

1 work(s) · 43 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page

Open this edition’s own page · ปริวาร คาถาสังคณิกะอีกนัยหนึ่ง เรื่องโจทเป็นต้น

This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

How Mahachula paragraphs are matched

Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar

In this unit: 1 by SuttaCentral references · 0 by inference — no pair has been checked by a person yet

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ