This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
มหาสงฺคามํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร มหาสงคราม ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้เข้าสงคราม
พระวินัยปิฎก ปริวาร [มหาสงคราม] ๑. โวหรันเตนชานิตัพพาทิ มหาสงคราม ว่าด้วยภิกษุผู้เข้าสู่มหาสงคราม ๑. โวหรันเตนชานิตัพพาทิ ว่าด้วยข้อปฏิบัติที่ภิกษุผู้กล่าวพึงรู้ เป็นต้น
สงฺคามาวจเรน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหรนฺเตน วตฺถุํ ชานิตพฺพํ วิปตฺติ ชานิตพฺพา อาปตฺติ ชานิตพฺพา นิทานํ ชานิตพฺพํ อากาโร ชานิตพฺโพ ปุพฺพาปรํ ชานิตพฺพํ กตากตํ ชานิตพฺพํ กมฺมํ ชานิตพฺพํ อธิกรณํ ชานิตพฺพํ สมโถ ชานิตพฺโพ น ฉนฺทาคติ คนฺตพฺพา น โทสาคติ คนฺตพฺพา น โมหาคติ คนฺตพฺพา น ภยาคติ คนฺตพฺพา สญฺญาปนีเย ฐาเน สญฺญาเปตพฺพํ นิชฺฌาปนีเย ฐาเน นิชฺฌาเปตพฺพํ เปกฺขนีเย ฐาเน เปกฺขิตพฺพํ ปสาทนีเย ฐาเน ปสาเทตพฺพํ ลทฺธปกฺโขมฺหีติ ปโร ปกฺโข นาวชานิตพฺโพ พหุสฺสุโตมฺหีติ อปฺปสฺสุโต นาวชานิตพฺโพ เถรตโรมฺหีติ นวกตโร นาวชานิตพฺโพ อสมฺปตฺตํ น พฺยาหริตพฺพํ สมฺปตฺตํ ธมฺมโต วินยโต น ปริหาเปตพฺพํ เยน ธมฺเมน เยน วินเยน เยน สตฺถุสาสเนน ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ ตถา ตํ อธิกรณํ วูปสเมตพฺพํ ฯ
อันภิกษุผู้เข้าสงคราม เมื่อกล่าวในสงฆ์ พึงรู้วัตถุ พึงรู้วิบัติ พึงรู้อาบัติพึงรู้นิทาน พึงรู้อาการ พึงรู้คำต้นและคำหลัง พึงรู้สิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ พึงรู้กรรม พึงรู้อธิกรณ์ พึงรู้สมถะ ไม่พึงถึงฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ ภยาคติ พึงชี้แจงในสถานะควรชี้แจงพึงพินิจในสถานะควรพินิจ พึงเพ่งเล็งในสถานะควรเพ่งเล็ง พึงเลื่อมใสในสถานะควรเลื่อมใสไม่พึงหมิ่นพรรคพวกอื่น ด้วยเข้าใจว่า เราได้พรรคพวกแล้ว ไม่พึงหมิ่นผู้มีสุตะน้อยด้วยเข้าใจว่า เรามีสุตะมาก ไม่พึงหมิ่นภิกษุผู้อ่อนกว่า ด้วยเข้าใจว่า เราเป็นผู้แก่กว่า ไม่พึงพูดเรื่องที่ยังไม่ถึง ไม่พึงให้เรื่องที่มาถึงแล้วตกหล่นจากธรรมจากวินัย อธิกรณ์นั้นย่อมระงับด้วยธรรม ด้วยวินัย ด้วยสัตถุศาสน์ใด พึงให้อธิกรณ์นั้น ระงับด้วยอย่างนั้น. ว่าด้วยการรู้วัตถุ
อันภิกษุผู้เข้าสงคราม เมื่อกล่าวในสงฆ์พึงรู้วัตถุ พึงรู้วิบัติ พึงรู้อาบัติพึงรู้นิทาน พึงรู้อาการ พึงรู้คำต้นและคำหลัง พึงรู้สิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ พึงรู้กรรมพึงรู้อธิกรณ์ พึงรู้สมถะ ไม่พึงลำเอียงเพราะชอบ ไม่พึงลำเอียงเพราะชัง ไม่พึงลำเอียงเพราะหลง ไม่พึงลำเอียงเพราะกลัว พึงชี้แจงในฐานะที่ควรชี้แจง พึงพิจารณาในฐานะที่ควรพิจารณา พึงเพ่งเล็งในฐานะที่ควรเพ่งเล็ง พึงเลื่อมใสในฐานะที่ควรเลื่อมใสไม่พึงดูหมิ่นฝ่ายอื่นด้วยเข้าใจว่าเราได้พวกแล้ว ไม่พึงดูหมิ่นผู้มีสุตะน้อยด้วยเข้าใจว่าเรามีสุตะมาก ไม่พึงดูหมิ่นภิกษุผู้อ่อนกว่าด้วยเข้าใจว่าเราเป็นผู้แก่กว่า ไม่พึงพูดเรื่องที่ยังมาไม่ถึง ไม่พึงให้เรื่องที่มาถึงแล้วเสื่อมไปจากพระธรรมวินัย อธิกรณ์นั้นจะระงับด้วยธรรมใด ด้วยวินัยใด ด้วยสัตถุศาสน์ใด พึงให้อธิกรณ์นั้นระงับด้วยวิธีนั้นว่าด้วยการรู้วัตถุ
วตฺถุํ ชานิตพฺพนฺติ อฏฺฐปาราชิกานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ เตวีสสงฺฆาทิเสสานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ เทฺวอนิยตานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ เทฺวจตฺตาฬีสนิสฺสคฺคิยานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ อฏฺฐาสีติสตปาจิตฺติยานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ ทฺวาทสปาฏิเทสนียานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ ทุกฺกฏานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ ทุพฺภาสิตานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ ฯ
คำว่า พึงรู้วัตถุ นั้น คือ พึงรู้วัตถุแห่งปาราชิก ๘ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งสังฆาทิเสส ๒๓ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งอนิยต ๒ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งนิสสัคคีย์ ๔๒สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งปาจิตตีย์ ๑๘๘ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งปาฏิเทสนียะ ๑๒ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งทุกกฏทั้งหลาย พึงรู้วัตถุแห่งทุพภาสิตทั้งหลาย. ว่าด้วยการรู้วิบัติ
คำว่า พึงรู้วัตถุ นั้น คือ พึงรู้วัตถุแห่งปาราชิก ๘ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งสังฆาทิเสส ๒๓ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งอนิยต ๒ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งนิสสัคคีย์๔๒ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งปาจิตตีย์ ๑๘๘ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งปาฏิเทสนียะ๑๒ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งทุกกฏ พึงรู้วัตถุแห่งทุพภาสิต ว่าด้วยการรู้วิบัติ
วิปตฺติ ชานิตพฺพาติ สีลวิปตฺติ ชานิตพฺพา อาจารวิปตฺติ ชานิตพฺพา ทิฏฺฐิวิปตฺติ ชานิตพฺพา อาชีววิปตฺติ ชานิตพฺพา ฯ
คำว่า พึงรู้วิบัติ คือ พึงรู้ศีลวิบัติ อาจารวิบัติ ทิฏฐิวิบัติ อาชีววิบัติ. ว่าด้วยการรู้อาบัติ
คำว่า พึงรู้วิบัติ นั้น คือ พึงรู้สีลวิบัติ พึงรู้อาจารวิบัติ พึงรู้ทิฏฐิวิบัติ พึงรู้อาชีววิบัติ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๕๔}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [มหาสงคราม] ๑. โวหรันเตนชานิตัพพาทิ ว่าด้วยการรู้อาบัติ
อาปตฺติ ชานิตพฺพาติ ปาราชิกาปตฺติ ชานิตพฺพา สงฺฆาทิเสสาปตฺติ ชานิตพฺพา ถุลฺลจฺจยาปตฺติ ชานิตพฺพา ปาจิตฺติยาปตฺติ ชานิตพฺพา ปาฏิเทสนียาปตฺติ ชานิตพฺพา ทุกฺกฏาปตฺติ ชานิตพฺพา ทุพฺภาสิตาปตฺติ ชานิตพฺพา ฯ
คำว่า พึงรู้อาบัติ นั้น คือ พึงรู้อาบัติปาราชิก อาบัติสังฆาทิเสส อาบัติถุลลัจจัย อาบัติปาจิตตีย์ อาบัติปาฏิเทสนียะ อาบัติทุกกฏ อาบัติทุพภาสิต. ว่าด้วยการรู้นิทาน
คำว่า พึงรู้อาบัติ นั้น คือ พึงรู้อาบัติปาราชิก พึงรู้อาบัติสังฆาทิเสสพึงรู้อาบัติถุลลัจจัย พึงรู้อาบัติปาจิตตีย์ พึงรู้อาบัติปาฏิเทสนียะ พึงรู้อาบัติทุกกฏพึงรู้อาบัติทุพภาสิต ว่าด้วยการรู้นิทาน
นิทานํ ชานิตพฺพนฺติ อฏฺฐปาราชิกานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ เตวีสสงฺฆาทิเสสานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ เทฺวอนิยตานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ เทฺวจตฺตาฬีสนิสฺสคฺคิยานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ อฏฺฐาสีติสตปาจิตฺติยานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ ทฺวาทสปาฏิเทสนียานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ ทุกฺกฏานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ ทุพฺภาสิตานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ ฯ
คำว่า พึงรู้นิทาน นั้น คือ พึงรู้นิทานแห่งปาราชิก ๘ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งสังฆาทิเสส ๒๓ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งอนิยต ๒ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งนิสสัคคีย์ ๔๒ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งปาจิตตีย์ ๑๘๘ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งปาฏิเทสนียะ๑๒ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งทุกกฏทั้งหลาย พึงรู้นิทานแห่งทุพภาสิตทั้งหลาย. ว่าด้วยการรู้อาการ
คำว่า พึงรู้นิทาน นั้น คือ พึงรู้นิทานแห่งปาราชิก ๘ สิกขาบทพึงรู้นิทานแห่งสังฆาทิเสส ๒๓ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งอนิยต ๒ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งนิสสัคคีย์ ๔๒ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งปาจิตตีย์ ๑๘๘ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งปาฏิเทสนียะ ๑๒ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งทุกกฏ พึงรู้นิทานแห่งทุพภาสิต ว่าด้วยการรู้อาการ
อากาโร ชานิตพฺโพติ สงฺโฆ อาการโต ชานิตพฺโพ คโณ อาการโต ชานิตพฺโพ ปุคฺคโล อาการโต ชานิตพฺโพ โจทโก อาการโต ชานิตพฺโพ จุทิตโก อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ สงฺโฆ อาการโต ชานิตพฺโพติ ปฏิพโล นุ โข อยํ สงฺโฆ อิมํ อธิกรณํ วูปสเมตุํ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อุทาหุ โนติ เอวํ สงฺโฆ อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ คโณ อาการโต ชานิตพฺโพติ ปฏิพโล นุ โข อยํ คโณ อิมํ อธิกรณํ วูปสเมตุํ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อุทาหุ โนติ เอวํ คโณ อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ ปุคฺคโล อาการโต ชานิตพฺโพติ ปฏิพโล นุ โข อยํ ปุคฺคโล อิมํ อธิกรณํ วูปสเมตุํ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อุทาหุ โนติ เอวํ ปุคฺคโล อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ โจทโก อาการโต ชานิตพฺโพติ กจฺจิ นุ โข อยมายสฺมา ปญฺจสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐาย ปรํ โจเทติ อุทาหุ โนติ เอวํ โจทโก อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ จุทิตโก อาการโต ชานิตพฺโพติ กจฺจิ นุ โข อยมายสฺมา ทฺวีสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐิโต สจฺเจ จ อกุปฺเป จ อุทาหุ โนติ เอวํ จุทิตโก อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ
คำว่า พึงรู้อาการ นั้น คือ พึงรู้จักสงฆ์โดยอาการ พึงรู้จักคณะโดยอาการพึงรู้จักบุคคลโดยอาการ พึงรู้จักโจทก์โดยอาการ พึงรู้จักจำเลยโดยอาการ. ข้อว่า พึงรู้จักสงฆ์โดยอาการ นั้น คือ พึงรู้จักสงฆ์โดยอาการอย่างนี้ว่า สงฆ์หมู่นี้จะสามารถระงับอธิกรณ์นี้ได้โดยธรรม โดยวินัย โดยสัตถุศาสน์ หรือไม่หนอ. ข้อว่า พึงรู้จักคณะโดยอาการ นั้น คือ พึงรู้จักคณะโดยอาการอย่างนี้ว่า คณะนี้จะสามารถระงับอธิกรณ์นี้ได้โดยธรรม โดยวินัย โดยสัตถุศาสน์หรือไม่หนอ. ข้อว่า พึงรู้จักบุคคลโดยอาการ นั้น คือ พึงรู้จักบุคคลโดยอาการอย่างนี้ว่า บุคคลผู้นี้จะสามารถระงับอธิกรณ์นี้ได้โดยธรรม โดยวินัย โดยสัตถุศาสน์ หรือไม่หนอ. ข้อว่า พึงรู้จักโจทก์โดยอาการ นั้น คือ พึงรู้จักโจทก์โดยอาการอย่างนี้ว่า ท่านผู้นี้จักตั้งอยู่ในธรรม ๕ ประการ แล้วโจทก์ผู้อื่น หรือไม่หนอ. ข้อว่า พึงรู้จักจำเลยโดยอาการ นั้น คือ พึงรู้จักจำเลยโดยอาการอย่างนี้ว่า ท่านผู้นี้ตั้งอยู่ในธรรม ๒ ข้อ คือ ให้การตามจริงและไม่โกรธ หรือไม่หนอ. ว่าด้วยรู้คำต้นและคำหลัง
คำว่า พึงรู้อาการ นั้น คือ พึงรู้สงฆ์โดยอาการ พึงรู้คณะโดยอาการ พึงรู้บุคคลโดยอาการ พึงรู้โจทก์โดยอาการ พึงรู้จำเลยโดยอาการ ข้อว่า พึงรู้สงฆ์โดยอาการ นั้น คือ พึงรู้สงฆ์โดยอาการอย่างนี้ว่า สงฆ์หมู่นี้จะสามารถระงับอธิกรณ์นี้ได้โดยธรรม โดยวินัย โดยสัตถุศาสน์ หรือไม่หนอ ข้อว่า พึงรู้คณะโดยอาการ นั้น คือ พึงรู้คณะโดยอาการอย่างนี้ว่า คณะนี้จะสามารถระงับอธิกรณ์นี้ได้โดยธรรม โดยวินัย โดยสัตถุศาสน์ หรือไม่หนอ ข้อว่า พึงรู้บุคคลโดยอาการ นั้น คือ พึงรู้บุคคลโดยอาการอย่างนี้ว่า บุคคลนี้จะสามารถระงับอธิกรณ์นี้ได้โดยธรรม โดยวินัย โดยสัตถุศาสน์ หรือไม่หนอ ข้อว่า พึงรู้โจทก์โดยอาการ นั้น คือ พึงรู้โจทก์โดยอาการอย่างนี้ว่า ท่านผู้นี้จะตั้งอยู่ในธรรม ๕ ประการ แล้วโจทผู้อื่น หรือไม่หนอ ข้อว่า พึงรู้จำเลยโดยอาการ นั้น คือ พึงรู้จำเลยโดยอาการอย่างนี้ว่า ท่านผู้นี้จะตั้งอยู่ในธรรม ๒ ข้อ คือ ให้การตามจริงและไม่โกรธ หรือไม่หนอ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๕๕}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [มหาสงคราม] ๑. โวหรันเตนชานิตัพพาทิ ว่าด้วยการรู้คำต้นและคำหลัง
ปุพฺพาปรํ ชานิตพฺพนฺติ กจฺจิ นุ โข อยมายสฺมา วตฺถุโต วา วตฺถุํ สงฺกมติ วิปตฺติโต วา วิปตฺตึ สงฺกมติ อาปตฺติโต วา อาปตฺตึ สงฺกมติ อวชานิตฺวา วา ปฏิชานาติ ปฏิชานิตฺวา วา อวชานาติ อญฺเญน วา อญฺญํ ปฏิจรติ อุทาหุ โนติ เอวํ ปุพฺพาปรํ ชานิตพฺพํ ฯ
คำว่า พึงรู้คำต้นและคำหลัง นั้น คือ พึงรู้คำต้นและคำหลังอย่างนี้ว่าท่านผู้นี้ย้ายวัตถุจากวัตถุ ย้ายวิบัติจากวิบัติ ย้ายอาบัติจากอาบัติ ปฏิเสธแล้วกลับปฏิญาณปฏิญญาณแล้วกลับปฏิเสธ หรือสับเรื่องอื่นด้วยเรื่องอื่น หรือไม่หนอ. ว่าด้วยการรู้สิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ
คำว่า พึงรู้คำต้นและคำหลัง นั้น คือ พึงรู้คำต้นและคำหลังอย่างนี้ว่าท่านผู้นี้ย้ายวัตถุจากวัตถุ ย้ายวิบัติจากวิบัติ ย้ายอาบัติจากอาบัติ ปฏิเสธแล้วกลับปฏิญาณ ปฏิญาณแล้วกลับปฏิเสธ หรือสับเรื่องอื่นด้วยเรื่องอื่น หรือไม่หนอว่าด้วยการรู้สิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ
กตากตํ ชานิตพฺพนฺติ เมถุนธมฺโม ชานิตพฺโพ เมถุนธมฺมสฺส อนุโลมํ ชานิตพฺพํ เมถุนธมฺมสฺส ปุพฺพภาโค ชานิตพฺโพ ฯ เมถุนธมฺโม ชานิตพฺโพติ ทฺวยนฺทฺวยสมาปตฺติ ชานิตพฺพา ฯ เมถุนธมฺมสฺส อนุโลมํ ชานิตพฺพนฺติ ภิกฺขุ อตฺตโน มุเขน ปรสฺส องฺคชาตํ คณฺหาติ ฯ เมถุนธมฺมสฺส ปุพฺพภาโค ชานิตพฺโพติ วณฺโณ อวณฺโณ กายสํสคฺโค ทุฏฺฐุลฺลวาจา อตฺตกามปาริจริยา วณฺณมนุปฺปาทนํ ฯ
คำว่า พึงรู้สิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ นั้น คือ พึงรู้เมถุนธรรม พึงรู้ อนุโลมแก่เมถุนธรรม พึงรู้บุพพภาคแห่งเมถุน. ข้อว่า พึงรู้เมถุนธรรม นั้น คือ พึงรู้ความร่วมกันเป็นคู่ๆ. ข้อว่า พึงรู้อนุโลมแก่เมถุนธรรม นั้น คือ ภิกษุอมองค์กำเนิดของภิกษุอื่น ด้วยปากของตน ข้อว่า พึงรู้บุพพภาคแห่งเมถุนธรรม นั้น คือ สี สิ่งมิใช่สี การเคล้าคลึงด้วยกายวาจาชั่วหยาบ การบำเรอตนด้วยกาม การยังวรรณะให้เกิด. ว่าด้วยรู้กรรม
คำว่า พึงรู้สิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ นั้น คือ พึงรู้เมถุนธรรม พึงรู้ข้ออนุโลมแก่เมถุนธรรม พึงรู้บุพพภาคแห่งเมถุนธรรม ข้อว่า พึงรู้เมถุนธรรม นั้น คือ พึงรู้กิจที่กระทำกันสองต่อสอง ข้อว่า พึงรู้ข้ออนุโลมแก่เมถุนธรรม นั้น คือ (พึงรู้เรื่อง)ภิกษุอมองคชาตของภิกษุอื่นด้วยปากของตน ข้อว่า พึงรู้บุพพภาคแห่งเมถุนธรรม นั้น คือ พึงรู้สีมิใช่สี การถูกต้องกายวาจาชั่วหยาบ การบำเรอความใคร่ของตน การใช้คำชักชวนว่าด้วยการรู้กรรม
กมฺมํ ชานิตพฺพนฺติ โสฬส กมฺมานิ ชานิตพฺพานิ จตฺตาริ อปโลกนกมฺมานิ ชานิตพฺพานิ จตฺตาริ ญตฺติกมฺมานิ ชานิตพฺพานิ จตฺตาริ ญตฺติทุติยกมฺมานิ ชานิตพฺพานิ จตฺตาริ ญตฺติจตุตฺถกมฺมานิ ชานิตพฺพานิ ฯ
คำว่า พึงรู้กรรม นั้น ได้แก่ พึงรู้กรรม ๑๖ อย่าง คือ พึงรู้อปโลกนกรรม๔ อย่าง พึงรู้ญัตติกรรม ๔ อย่าง พึงรู้ญัตติทุติยกรรม ๔ อย่าง พึงรู้ญัตติจตุตถกรรม ๔ อย่าง. ว่าด้วยรู้อธิกรณ์
คำว่า พึงรู้กรรม นั้น คือ พึงรู้กรรม ๑๖ อย่าง คือ อปโลกนกรรม ๔ญัตติกรรม ๔ ญัตติทุติยกรรม ๔ ญัตติจตุตถกรรม ๔ว่าด้วยการรู้อธิกรณ์
อธิกรณํ ชานิตพฺพนฺติ จตฺตาริ อธิกรณานิ ชานิตพฺพานิ วิวาทาธิกรณํ ชานิตพฺพํ อนุวาทาธิกรณํ ชานิตพฺพํ อาปตฺตาธิกรณํ ชานิตพฺพํ กิจฺจาธิกรณํ ชานิตพฺพํ ฯ
คำว่า พึงรู้อธิกรณ์ นั้น ได้แก่ พึงรู้อธิกรณ์ ๔ คือ พึงรู้วิวาทาธิกรณ์อนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ กิจจาธิกรณ์. ว่าด้วยรู้สมถะ
คำว่า พึงรู้อธิกรณ์ นั้น คือ พึงรู้อธิกรณ์ ๔ คือ (๑) วิวาทาธิกรณ์ (๒) อนุวาทาธิกรณ์ (๓) อาปัตตาธิกรณ์ (๔) กิจจาธิกรณ์ @เชิงอรรถ : @ พึงรู้สี คือพึงรู้สีของอสุจิ มิใช่สี คือพึงรู้ว่าไม่เกี่ยวกับสีอสุจิ แต่ภิกษุพยายามเพื่อความหายโรค น้ำอสุจิ@เคลื่อน (วิ.อ. ๓/๓๗๕/๕๐๗, สารตฺถ.ฏีกา. ๓/๓๗๕/๕๘๐. ดู วิ.มหา. (แปล) ๑/๒๔๐/๒๕๕-๒๕๖ ประกอบ)@ การใช้คำชักชวน หมายถึงการทำหน้าที่ชักสื่อ (วิ.อ. ๓/๓๗๕/๕๐๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๕๖}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [มหาสงคราม] ๒. อคติอคันตัพพะ ว่าด้วยการรู้สมถะ
สมโถ ชานิตพฺโพติ สตฺต สมถา ชานิตพฺพา สมฺมุขาวินโย ชานิตพฺโพ สติวินโย ชานิตพฺโพ อมูฬฺหวินโย ชานิตพฺโพ ปฏิญฺญาตกรณํ ชานิตพฺพํ เยภุยฺยสิกา ชานิตพฺพา ตสฺสปาปิยสิกา ชานิตพฺพา ติณวตฺถารโก ชานิตพฺโพ ฯ
คำว่า พึงรู้สมถะ นั้น ได้แก่ พึงรู้สมถะ ๗ คือ พึงรู้สัมมุขาวินัย สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ เยภุยยสิกา ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ.
คำว่า พึงรู้สมถะ นั้น คือ พึงรู้สมถะ ๗ คือ (๑) สัมมุขาวินัย(๒) เยภุยยสิกา (๓) สติวินัย (๔) อมูฬหวินัย (๕) ปฏิญญาตกรณะ(๖) ตัสสปาปิยสิกา (๗) ติณวัตถารกะ
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก1 work(s) · 20 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page
Open this edition’s own page · ปริวาร มหาสงคราม ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้เข้าสงครามเป็นต้นThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
In this unit: 8 by SuttaCentral references · 3 by inference — no pair has been checked by a person yet