In-force status
Not checked
Edition shown
Consolidated
Later amendments
Merged · up to an unverified date
Rank
พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
This text is not legal advice
  1. หมวด ๑ ลิขสิทธิ์

    42 sections
  2. Section ๖

    งานอันมีลิ ขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่งานสร้างสรรคDประเภท วรรณกรรมนาฏกรรมศิลปกรรมดนตรีกรรมโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตรDสิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียง แพร่ภาพหรืองานอื่ ใดในแผนกวรรณคดีแผนกวิทยาศาสตรDหรือแผนกศิลปะของผู้สร้ งสรรคDไม่ว่า งานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด การคุ้มครองลิขสิทธิ์ ไม่ ลุมถึงความคิด หรือขั้นตอนกรรมวิธีหรือระบบ หรือ วิธีใช้หรือทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบหรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตรD หรือ คณิตศาสตรD

  3. Section ๗

    สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้

    (๑) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานใน แผนกวรรณคดีแผนกวิทยาศาสตรDหรือแผนกศิลปะ

    (๒) รัฐธรรมนูญและกฎหมาย

    (๓) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศคำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวงกรมหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น

    (๔) คำพิพากษาคำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ

    (๕) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆตาม(๑) ถึง

    (๔) ที่กระทรวง ทบวงกรมหรือ หน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น ส่วนที่ ๒ การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์

  4. Section ๘

    ให้ผู้สร้างสรรคDเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนได้สร้างสรรคDขึ้นภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

    (๑) ในกรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรคDต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรืออยู่ ในราชอาณาจักรหรือเป็นผู้มีสัญชาติหรืออยู่ในประเทศที่เป็ภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครอง ลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรคDงานนั้น

    (๒) ในกรณีที่ได้มีการโฆษณางานแล้วการโฆษณางานนั้นในครั้งแรกได้กระทำขึ้นใน ราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็น ภาคีอยู่ด้วย หรือในกรณีที่การโฆษณาครั้งแรกได้กระทำนอกราชอาณาจักรหรือในประเทศอื่นที่ไม่เป็น ภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หากได้มีการโฆษณางาน ดังกล่ วในราชอาณาจัรหรือในประเทศที่เป็ภาคีแห่งอนุสัญญาว่ ด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่ง ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการโฆษณาครั้งแรก หรือผู้สร้างสรรคD เป็นผู้มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ใน

    (๑) ในขณะที่มีการโฆษณางานครั้งแรก ในกรณีที่ผู้สร้างสรรคDต้ องเป็นผู้มีสัญชาติไทย ถ้าผู้สร้างสรรคDเป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

  5. Section ๙

    งานที่ผู้สร้างสรรคDได้สร้างสรรคDขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรคD แต่ายจ้างมีสิทธินำ งานนั้นออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงคDแห่งการจ้างแรงงานนั้น

  6. Section ๑๐

    งานที่ผู้สร้างสรรคDได้สร้างสรรคDขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้าง เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรคDและผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

  7. Section ๑๑

    งานใดมีลักษณะเป็นการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ นี้ โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ให้ผู้ที่ได้ดัดแปลงนั้นมีลิ ขสิทธิ์ในงานที่ ได้ดัดแปลงตาม้ ๖้ พระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงานของผู้สร้างสรรคD เดิมที่ถูกดัดแปลง

  8. Section ๑๒

    งานใดมีลักษณะเป็นการนำเอางานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มารวบรวมหรือประกอบเข้ากันโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือเป็นการนำเอาข้อมูล หรือสิ่งอื่นใดซึ่งสามารถอ่านหรือถ่ายทอดได้โดยอาศัยเครื่องกลหรืออุปกรณDอื่นใดมารวบรวมหรือ ประกอบเข้ากัน หากผู้ที่ได้รวบรวมหรือประกอบเข้ากันได้รวบรวมหรือประกอบเข้ากันซึ่งงานดังกล่าว ขึ้นโดยการคัดเลือกหรือจัดลำดับในลักษณะซึ่งมิได้ลอกเลียนงานของบุคคลอื่น ให้ผู้ที่ได้รวบรวมหรือ ประกอบเข้ากันนั้นมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้ วบรวมหรือประกอบเข้ากันตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ท้ งนี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงาน หรือข้อมูลหรือสิ่งอื่นใด ของผู้สร้างสรรคD เดิมที่ถูกนำมารวบรวมหรือประกอบเข้ากัน

  9. Section ๑๓

    ให้นำมาตรา ๘มาตรา ๙และมาตรา ๑๐มาใช้บังคับแก่การมีลิขสิทธิ์ ตามมาตรา ๑๑หรือมาตรา ๑๒โดยอนุโลม

  10. Section ๑๔

    กระทรวงทบวงกรมหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นย่อม มีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรคDขึ้นโดยการจ้างหรือตามคำสั่งหรือในความควบคุมของตน เว้นแต่จะได้ ตกลงกันไว้เป็นอย่ งอื่นเป็นลายลักษณDอักษร ส่วนที่ ๓ การคุ้มครองลิขสิทธิ์

  11. Section ๑๕

    ภายใต้บังคับมาตรา ๙มาตรา ๑๐และมาตรา ๑๔เจ้าของลิขสิทธิ์ ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้

    (๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง

    (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน

    (๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอรD โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตรD และสิ่งบันทึกเสีย

    (๔) ให้ประโยชนDอันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น

    (๕) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้ิทธิตาม (๑) (๒) หรือ

    (๓) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใด หรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง

    (๕) จะเป็นการจำกัดการแข่งขัโดยไม่เป็น ธรรมหรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑD วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

  12. Section ๑๖

    ในกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ได้อนุญาตให้ผู้ใดใช้สิทธิ ตามมาตรา ๑๕(๕) ย่อมไม่ตัดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นได้ด้วย เว้นแต่ใน หนังสืออนุญาตได้ระบุเป็นข้อห้ามไว้้ ๗้

  13. Section ๑๗

    ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอนให้โดยมี หนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี

  14. Section ๑๘

    ผู้สร้างสรรคDงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่า ตนเป็นผู้สร้างสรรคDงานดังกล่าว และมีิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุ คลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอนดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณ ของผู้สร้างสรรคD และเมื่อผู้สร้างสรรคDถึงแก่ วามตายทายาทของผู้สร้างสรรคDมีสิทธิที่ จะฟSองร้อง บังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่าง อื่นเป็นลายลักษณDอักษร ส่วนที่ ๔ อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์

  15. Section ๑๙

    ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑และมาตรา ๒๒ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้ ร้างสรรคD และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปี นับแต่ผู้สร้ งสรรคDถึงแก่ความ ตาย ในกรณีที่มีผู้ ร้ งสรรคD ่ ว ลิขสิทธิ์ในงานดักล่ วให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้ สร้างสรรคDร่วม และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรคDร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย ถ้าผู้สร้ งสรรคDหรือผู้สร้ งสรรคDร่วมทุกคนถึงแก่ความตายก่อนที่ได้ารโฆษณางาน นั้น ให้ลิขสิทธิ์ดังกล่าวมีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ผู้สร้างสรรคDเป็นนิติบุคคล ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรคDได้ สร้างสรรคDขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับ แต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

  16. Section ๒๐

    งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ที่ได้สร้างสรรคDขึ้นโดยผู้ สร้างสรรคDใช้นามแฝงหรือไม่ปรากฏชื่อผู้สร้ งสรรคD ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้ ร้างสรรคDงาน นั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มี การโฆษณาเป็นครั้งแรก ในกรณีที่รู้ตัวผู้สร้างสรรคD ให้นำมาตรา ๑๙มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  17. Section ๒๑

    ลิขสิทธิ์ในงานภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตรD สิ่งบันทึกเสียงหรือ งานแพร่เสียงแพร่ภาพให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรคDงานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นใน ระหว่างระยะเวลาดังกล่าวให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก้ ๘้

  18. Section ๒๒

    ลิขสิทธิ์ในงานศิลปประยุกตDให้มีอายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้ ร้างสรรคDงาน นั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้มี การโฆษณาเป็นครั้งแรก

  19. Section ๒๓

    ลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรคDขึ้นโดยการจ้างหรือตามคำสั่งหรือในความ ควบคุมตามมาตรา ๑๔ให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรคDงานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้น ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

  20. Section ๒๔

    การโฆษณางานตามมาตรา ๑๙มาตรา ๒๐มาตรา ๒๑มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๓อัเป็นการเริ่มนับอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ หมายความถึ การนำงานออกทำการ โฆษณาโดยความยินยอมของเจ้าของลิขสิทธิ์

  21. Section ๒๕

    เมื่ออายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ครบกำหนดในปีใด ถ้าวันครบกำหนด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่ตรงกับวันสิ้นปีปฏิทิน หรือในกรณีที่ไม่อาจทราบวันครบกำหนดอายุ แห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่แน่นอน ให้ลิขสิทธิ์ยังคงมีอยู่ต่อไปจนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีนั้น

  22. Section ๒๖

    การนำงานอันมีลิขสิทธิ์ออกทำการโฆษณาภายหลังจากที่อายุแห่งการ คุ้มครองลิขสิทธิ์สิ้นสุดลงไม่ก่อให้เกิดลิขสิทธิ์ในงานนั้น ๆขึ้นใหม่ ส่วนที่ ๕ การละเมิดลิขสิทธิ์

  23. Section ๒๗

    การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕(๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้

    (๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง

    (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน

  24. Section ๒๘

    การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตรD หรือสิ่ง บันทึกเสียงอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕(๕) ทั้งนี้ ไม่ว่าใน ส่วนที่เป็นเสียงและหรือภาพ ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้

    (๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง

    (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน

    (๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือ เนางานดังกล่าว้ ๙้

  25. Section ๒๘/๑

    การทำซ้ำโดยการบันทึกเสียงหรือภาพหรือทั้งเสียงและภาพจาก ภาพยนตรDอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ในโรงภาพยนตรDตามกฎหมายว่ ด้วยภาพยนตรD และวีดิทัศนD ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕(๕) ในระหว่างการฉาย ในโรงภาพยนตรDให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และมิให้นำมาตรา ๓๒วรรคสอง(๒) มาใช้บังคับ

  26. Section ๒๙

    การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานแพร่เสียงแพร่ภาพอันมีลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕(๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำ ดังต่อไปนี้

    (๑) จัดทำโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตรDสิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

    (๒) แพร่เสียงแพร่ภาพซ้ำ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

    (๓) จัดให้ประชาชนฟังและหรือชมงานแพร่เสียงแพร่ภาพ โดยเรียกเก็บเงินหรือ ผลประโยชนDอย่างอื่นในทางการค้

  27. Section ๓๐

    การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่โปรแกรมคอมพิวเตอรDอันมีลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕(๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำ ดังต่อไปนี้

    (๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง

    (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน

    (๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือ เนางานดังกล่าว

  28. Section ๓๑

    ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ กระทำดังต่อไปนี้

    (๑) ขายมีไว้เพื่อขาย เสนอขายให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอให้เช่าซื้อ

    (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน

    (๓) แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์

    (๔) นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนที่ ๖ ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์

  29. Section ๓๒

    การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชนDจากงานอัมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้ ของลิขสิทธิ์และไม่ กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิด ลิขสิทธิ์ ภายใต้บังคับบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมี ลิขสิทธิ์ตามวรรคหนึ่ง มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ ระทำดังต่อไปนี้

    (๑) วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร

    (๒) ใช้เพื่อประโยชนDของตนเอง หรือเพื่อประโยชนDของตนเองและบุคคลอื่นใน ครอบครัวหรือญาติสนิท

    (๓) ติชม วิจารณD หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน งานนั้น

    (๔) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน งานนั้น

    (๕) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดงหรือทำให้ปรากฏ เพื่อประโยชนDในการพิจารณา ของศาลหรือเจ้ พนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว

    (๖) ทำซ้ำ ดัดแปลงนำออกแสดงหรือทำให้ปรากฏโดยผู้สอน เพื่อประโยชนDในการ สอนของตนอันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร

    (๗) ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนของงานหรือตัดทอนหรือทำบทสรุปโดยผู้สอนหรือ สถาบันศึกษา เพื่อแจกจ่ายหรือจำหน่ายแก่ผู้เรียนในชั้นเรียนหรือในสถาบันศึกษา ทั้งนี้ ต้องไม่เป็น การกระทำเพื่อหากำไร

    (๘) นำงานนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ (๙)๖ ทำซ้ำ หรือดัดแปลงเพื่อประโยชนDของคนพิการที่ไม่สามารถเข้าถึงงานอันมี ลิขสิทธิ์อันเนื่องมาจากความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน สติปัญญา หรือการเรียนรู้ หรือความ บกพร่องอื่นตามที่ก หนดในกฎกระทรวงโดยต้องไม่เป็นการกระทำเพื่อหากำไร ทั้งนี้ รูปแบบของ การทำซ้ำหรือดัดแปลงตามความจำเป็นของคนพิการ และองคDกรผู้จัดทำ รวมทั้งหลักเกณฑDและ วิธีการดำเนินการเพื่อทำซ้ำหรือดัดแปลงให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

  30. Section ๓๒/๑

    การจำหน่ายต้นฉบับหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์โดยผู้ได้มาซึ่ง กรรมสิทธิ์ในต้นฉบับหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์นั้นโดยชอบด้วยกฎหมาย มิให้ถือว่าเป็นการละเมิด ลิขสิทธิ์

  31. Section ๓๒/๒

    การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ที่ทำหรือได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ในระบบคอมพิวเตอรDท่มีลักษณะเป็นการทำซ้ำที่จำเป็นต้องมีสำหรับการนำสำเนามาใช้เพื่อให้อุปกรณD ที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอรD หรือกระบวนการส่งงานอันมีลิขสิทธิ์ทางระบบคอมพิวเตอรDทำงานได้ ตามปกติมิให้ถือว่ เป็การละเมิดลิขสิทธิ์

  32. Section ๓๒/๓

    ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ในระบบ คอมพิวเตอรDของผู้ให้บริาร เจ้าของลิขสิทธิ์อาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการ ละเมิดลิขสิทธิ์นั้น เพื่อประโยชนDแห่งมาตรานี้ ผู้ให้บริการ หมายความว่

    (๑) ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอรDเน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดย ประการอื่นโดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอรD ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเองหรือใน นามหรือเพื่อประโยชนDของบุคคลอื่น

    (๒) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอรDเพื่อประโยชนDของบุคคลอื่น คำร้องตามวรรคหนึ่ ต้องมีรายละเอียดโดยชัดแจ้งซึ่งข้อมูล หลัฐานและคำขอ บังคับ ดังต่อไปนี้

    (๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้ให้บริก

    (๒) งานอันมีลิขสิทธิ์ที่อ้างว่าถูกละเมิดลิขสิทธิ์

    (๓) งานที่อ้างว่าได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์

    (๔) กระบวนการสืบทราบ วันและเวลาที่พบการกระทำ และการกระทำหรือ พฤติการณD ตลอดทั้งหลักฐานเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์

    (๕) ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำที่อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

    (๖) คำขอบังคับให้ผู้ให้บริการนำงานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบ คอมพิวเตอรDของผู้ให้บริการ หรือระงับการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยวิธีอื่นใด เมื่อศาลได้รับคำร้องตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลทำการไต่สวน หากศาลเห็นว่าคำร้องมี รายละเอียดครบถ้วนตามวรรคสามและมีเหตุจำเป็นที่ศาลสมควรจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องนั้น ให้ ศาลมีคำสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการกระทำที่อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือนำงานที่อ้างว่าได้ทำขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบคอมพิวเตอรDของผู้ให้บริการตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด โดยคำสั่ง ศาลให้บังคับผู้ให้บริการได้ทันที แล้วแจ้งคำสั่งนั้นให้ผู้ให้บริการทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีเช่นนี้ ให้ เจ้าของลิขสิทธิ์ดำเนินคดีต่อผู้กระทำละเมิดลิขสิทธิ์ภายในระยะเวลาที่ศาลมีคำสั่งให้ะงับการกระทำ ที่อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือนำงานที่อ้างว่าได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบ คอมพิวเตอรD ในกรณีที่ผู้ให้บริการมิใช่ผู้ควบคุม ริเริ่ม หรือสั่งการให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์ใน ระบบคอมพิวเตอรDของผู้ให้บริการ และผู้ให้บริการนั้นได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลตามวรรคสี่แล้ว ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดเกี่ยวกับการกระทำที่อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ที่เกิดขึ้นก่อนศาลมีคำสั่ง และหลังจากคำสั่งศาลเป็นอันสิ้นผลแล้ว ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการดำเนิ การตามคำสั่ง ศาลตามวรรคสี่

  33. Section ๓๓

    การกล่าว คัด ลอกเลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตามสมควรจากงาน อันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีารรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น มิให้ถือว่าเป็น การละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒วรรคหนึ่ง

  34. Section ๓๔

    การทำซ้ โดยบรรณารัษDของห้องสมุดซึ่ งานอัมีลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัตินี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หากการทำซ้ำนั้นมิได้มีวัตถุประสงคDเพื่อหากำไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒วรรคหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) การทำซ้ำเพื่อใช้ในห้องสมุดหรือให้แก่ห้องสมุดอื่น

    (๒) การทำซ้ำงานบางตอนตามสมควรให้แก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชนDในการวิจัยหรือ การศึกษา

  35. Section ๓๕

    การกระทำแก่โปรแกรมคอมพิวเตอรDอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากไม่มีวัตถุประสงคDเพื่อหากำไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) วิจัยหรือศึกษาโปรแกรมคอมพิวเตอรDนั้น

    (๒) ใช้เพื่อประโยชนDของเจ้ ของสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอรDนั้น

    (๓) ติชม วิจารณD หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน โปรแกรมคอมพิวเตอรDนั้น

    (๔) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน โปรแกรมคอมพิวเตอรDนั้น

    (๕) ทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอรDในจำนวนที่สมควรโดยบุคคลผู้ ซึ่งได้ซื้อหรือ ได้รับโปรแกรมนั้นมาจากบุคคลอื่นโดยถูกต้อง เพื่อเก็บไว้ใช้ประโยชนDในการบำรุงรักษาหรือปSองกัน การสูญหาย

    (๖) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏเพื่อประโยชนDในการพิจารณา ของศาลหรือเจ้าพนังานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว

    (๗) นำโปรแกรมคอมพิวเตอรDนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ

    (๘) ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอรDในกรณีที่จำเป็แก่การใช้

    (๙) จัดทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอรDเพื่อเก็บรักษาไว้สำหรับการอ้างอิง หรือ ค้นคว้าเพื่อประโยชนDของสาธารณชน

  36. Section ๓๖

    การนำงานนาฏกรรม หรือดนตรีกรรมออกแสดงเพื่อเผยแพร่ต่อ สาธารณชนตามความเหมาะสมโดยมิได้จัดทำขึ้ หรือดำเนินการเพื่อหากำไรเนื่องจากการจัดให้มีการ เผยแพร่ต่อสาธารณชนนั้น และมิได้จัดเก็บค่าเข้าชมไม่ว่าโดยทางตรง หรือโดยทางอ้อมและนักแสดง ไม่ได้รับค่าตอบแทนในการแสดงนั้น มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากเป็นการดำเนินการโดย สมาคมมูลนิธิ หรือองคDการอื่นที่มีวัตถุประสงคDเพื่อการสาธารณกุศล การศึกษา การศาสนาหรือการ สังคมสงเคราะหD และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒วรรคหนึ่ง

  37. Section ๓๗

    การวาดเขีย การเขียนระบายสี การก่อสร้าง การแกะลายเส้ การปัWน การแกะสลัก การพิมพDภาพ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพยนตรD การแพร่ภาพ หรือการกระทำใด ๆ ทำนองเดียวกันนี้ซึ่งศิลปกรรมใดอันตั้งเปNดเผยประจำอยู่ในที่สาธารณะ นอกจากงานสถาปัตยกรรม มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น้ ๑๓้

  38. Section ๓๘

    การวาดเขีย การเขียนระบายสี การแกะลายเส้ การปัW แกะสลัก การพิมพDภาพ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพยนตรDหรือการแพร่ภาพซึ่งงานสถาปัตยกรรมใด มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสถาปัตยกรรมนั้น

  39. Section ๓๙

    การถ่ายภาพหรือการถ่ายภาพยนตรDหรือการแพร่ภาพซึ่งงานใด ๆอันมี ศิลปกรรมใดรวมอยู่เป็นส่วนประกอบด้วยมิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น

  40. Section ๔๐

    ในกรณีที่ลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมใดมีบุ คคลอื่นนอกจากผู้สร้างสรรคDเป็น เจ้าของอยู่ด้วยการที่ผู้สร้างสรรคDคนเดียวกันได้ทำศิลปกรรมนั้นอีกในภายหลังในลักษณะที่เป็นการ ทำซ้ำบางส่วนกับศิลปกรรมเดิม หรือใช้แบบพิมพD ภาพร่าง แผนผัแบบจำลองหรือข้อมูลที่ได้จาก การศึกษาที่ใช้ในการทำศิลปกรรมเดิม ถ้าปรากฏว่าผู้สร้างสรรคDมิได้ทำซ้ำหรือลอกแบบในส่วนอันเป็น สาระสำคัญของศิลปกรรมเดิมมิให้ถือว่ เป็การละเมิดลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น

  41. Section ๔๑

    อาคารใดเป็นงานสถาปัตยกรรมอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ การบูรณะอาคารนั้นในรูปแบบเดิม มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

  42. Section ๔๒

    ในกรณีที่อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในภาพยนตรDใดสิ้นสุดลงแล้ว มิให้ถือว่าการนำภาพยนตรDนั้นเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรมดนตรีกรรมโสตทัศนวัสดุ สิ่งบัทึกเสียงหรืองานที่ใช้จัดทำภาพยนตรDนั้น

  43. Section ๔๓

    การทำซ้ำ เพื่อประโยชนDในการปฏิบัติราชการโดยเจ้าพนักงาน ซึ่งมี อำนาจตามกฎหมายหรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานดังกล่าวซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ และที่ อยู่ในความครอบครองของทางราชการ มิให้ถือว่ เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้ ได้ปฏิบัติตาม มาตรา ๓๒วรรคหนึ่ง

Notes and footnotes

ส่วนที่ ๑ งานอันมีลิขสิทธิ์

ข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยี๑๘ ชื่อหมวด ๖คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ สิทธิของนักแสดง ข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทาง เทคโนโลยี แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๘้ ๒๐้

Where this text comes from

File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)The responsible agency’s website
The agency’s publication page
https://www.dsi.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.dsi.go.th/Upload/1ae21706d29af54f967afa8eae2fd99b.pdf27 pages
File checksum
sha256:0df78f2052b0ac401730ec21c5dc244394ce6a26bc23b0c7c756e5ebb65144adPulled at 2026-08-24T07:38:11.918Z
Text condition against the source
Defects found: 281"No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
Text extraction
pdftotext -layoutPassed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537