ReadingStatutes, notices and amendments, from the codes down to regulator notices

Section ๔๘

ประมวลรัษฎากร · 2481

Consolidated edition — not the text as first promulgated

๔๘

เงินได้พึงประเมินต้องเสียภาษีเงินได้ดังต่อไปนี้ (๑)๑๕๒ เงินได้พึงประเมินเมื่อได้หักตามมาตรา ๔๒ทวิ ถึงมาตรา ๔๗หรือมาตรา ๕๗เบญจแล้ว เหลือเท่าใดเป็นเงินได้สุทธิ ต้องเสียภาษีในอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ ท้ายหมวดนี้ (๒)๑๕๓ สำหรับผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ ๖๐,๐๐๐บาทขึ้นไป การคำนวณภาษี ตาม(๑) ให้เสียไม่น้อยกว่าร้อยละ ๐.๕ของยอดเงินได้พึงประเมิน การนับจำนวนเงินได้พึงประเมินตาม(๒) ไม่ วมถึงเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๑)๑๕๔ (๓)๑๕๕ ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ ๑๕.๐ของเงินได้โดยไม่ต้องนำไป รวมคำนวณภาษีตาม(๑) และ(๒) ก็ได้ สำหรับเงินได้ตามมาตรา ๔๐(๔)

(ก) และ(ช) ดังต่อไปนี้

(ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรดอกเบี้ย เงินฝากสหกรณ์ ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงินที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคล อื่น ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ดอกเบี้ยที่ได้จาก สถาบันการเงินที่ มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้ งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่ อส่งเสริม เกษตรกรรมพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรม

(ข) ผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงิน หรือตราสารแสดง สิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออก

(ค) ผลประโยชน์ท่ได้จากการโอนพัธบัตรหุ้นกู้ หรือตั๋วเงิน หรือตราสาร แสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออก ทั้งนี้ เฉพาะที่ตีราคา เป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุ ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยจะเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ ๑๐.๐ของเงิน ได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม

(๑) และ(๒) ก็ได้สำหรับเงินได้ตามมาตรา ๔๐(๔)

(ข) ที่ ได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย กองทุนรวมหรือสถาบันการเงินที่ พุทธศักราช ๒๕๒๐ ๕)พ.ศ. ๒๕๒๑ ๒๙)พ.ศ. ๒๕๓๔ มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม๑๕๖ (๔)๑๕๗ ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม

(๑) และ(๒) ก็ได้ เฉพาะเงินได้ตามมาตรา ๔๐(๘) ที่ได้รับจากการขายอสัหาริ ทรัพย์อัเป็มรดกหรือ อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไรดังต่อไปนี้

(ก) เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ ได้รับจากการให้โดยเสน่หาให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ๕๐ของเงินได้ เหลือเท่าใดถือเป็นเงินได้สุทธิแล้ว หารด้วยจำนวนปีที่ถือครองได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้คำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ ได้เท่าใดให้ คูณด้วยจำนวนปีที่ถือครองผลลัพธ์ที่ได้เป็นเงินภาษีที่ต้องเสีย

(ข) เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางอื่นนอกจาก

(ก) ให้หัก ค่าใช้จ่ายได้ตามที่ก หนดโดยพระราชกฤษฎี เหลือเท่าใดถือเป็นเงินได้สุทธิ แล้วหารด้วยจำนวนปีที่ ถือครอง ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้คำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ ได้เท่าใดให้คูณด้วยจำนวนปีที่ ถือครองผลลัพธ์ที่ได้เป็เงินภาษีที่ต้องเสีย ในกรณีที่เสียภาษีโดยไม่นำไปรวมคำนวณภาษีตาม

(๑) และ(๒) เมื่อคำนวณภาษี แล้วต้องเสียไม่เกินร้อยละ ๒๐ของราคาขาย๑๕๘ ในกรณีที่เสียภาษีโดยนำไปรวมคำนวณภาษีตาม

(๑) และ(๒) ให้หักค่าใช้จ่ายร้อย ละ๕๐ของเงินได้ตาม

(ก) หรือตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาตาม(ข) แล้วแต่กรณี เหลือเท่าใด นำไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้อย่างอื่น คำว่า “จำนวนปีที่ถือครอง” ใน

(ก) หรือ(ข) หมายถึงจำนวนปีนับตั้งแต่ปีที่ได้ กรรมสิทธิ์หรือสิทธิ รอบครองในอสัหาริ ทรัพย์ ถึ ปีที่โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ รอบครองใน อสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้าเกินสิบปีให้นับเพียงสิบปีและเศษของปีให้นับเป็นหนึ่งปี (๕)๑๕๙ ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม(๑) และ(๒) ก็ได้ สำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๑) และ(๒) ซึ่งเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียว เพราะเหตุออกจากงานซึ่งได้คำนวณจ่ ยจากระยะเวลาที่ทำงานและได้จ่ายตามหลัเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด โดยให้นำเงินได้พึงประเมินดังกล่าวหักค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเท่ากับ ๗,๐๐๐บาทคูณด้วยจำนวนปีที่ทำงาน แต่ไม่เกินเงินได้พึงประเมิน เหลือเท่าใดให้หักค่าใช้จ่ายอีก ร้อยละ๕๐ของเงินที่เหลือนั้นแล้วคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ ในกรณีเงินได้พึงประเมินดังกล่าวจ่ายในลักษณะเงินบำเหน็จจำนวนหนึ่งและเงิน บำนาญอีกจำนวนหนึ่ง ให้ถือว่าเฉพาะเงินที่จ่ายในลักษณะเงินบำเหน็จเป็นเงินซึ่งนายจ้างจ่ายให้ครั้ง เดียวเพราะเหตุออกจากงานและให้ลดค่าใช้จ่ายจำนวน ๗,๐๐๐บาทลงเหลือ ๓,๕๐๐บาท ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๒๕๒๕ ๒๕๓๔ จำนวนปีที่ทำงานตามวรรคหนึ่ง ในกรณีเงินบำเหน็จหรือเงินอื่นใดในลักษณะ เดียวกัน ที่ทางราชการจ่ายให้ถือจำนวนปีที่ใช้เป็นเกณฑ์คำนวณเงินบำเหน็จหรือเงิ อื่นในลักษณะ เดียวกันนั้นตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับของทางราชการ ในการคำนวณจำนวนปีที่ทำงาน นอกจากกรณีตามวรรคสามเศษของปี ถ้าถึงหนึ่ง ร้อยแปดสิบสามวันให้ถือเป็นหนึ่งปี ถ้าไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบสามวันให้ปัดทิ้ง

The citation link pins the edition with ?v=2481 — if an amended edition is ingested one day, this link keeps pointing at this one

This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.