- In-force status
- Not checked
- Edition shown
- As promulgated, 2552
- Later amendments
- Not merged in
- Rank
- พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัย ราชภัฏรำไพพรรณี (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐”
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัย เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๘๔ ก ราชภัฏรำไพพรรณี พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัย ราชภัฏรำไพพรรณี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๓ ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัย ราชภัฏรำไพพรรณี ดังต่อไปนี้
(๑) สาขาวิชาการบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “บัญชีดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎี บัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “บัญชีมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.บ.”
(๒) สาขาวิชาการศึกษา มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎี บัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “ครุศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “ครุศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.บ.”
(๓) สาขาวิชาเทคโนโลยี มีปริญญาหนึ่งชั้น คือ ตรี เรียกว่า “เทคโนโลยีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ทล.บ.”
(๔) สาขาวิชานิติศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎี บัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “นิติศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “นิติศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.บ.”
(๕) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “นิเทศศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.บ.”
(๖) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.” เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๘๔ ก
(๗) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.บ.”
(๘) สาขาวิชารัฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎี บัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “รัฐศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “รัฐศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.บ.”
(๙) สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.บ.”
(๑๐) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”
(๑๑) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.บ.”
(๑๒) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎี บัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.” ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย” เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๘๔ ก
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัย ราชภัฏรำไพพรรณี พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัย ราชภัฏรำไพพรรณี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๗ สีประจำคณะ มีดังต่อไปนี้
(๑) คณะครุศาสตร์ สีฟ้า
(๒) คณะเทคโนโลยีการเกษตร สีเขียวตองอ่อน
(๓) คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สีแดงเลือดหมู
(๔) คณะนิติศาสตร์ สีขาว
(๕) คณะนิเทศศาสตร์ สีม่วง
(๖) คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สีแดงเลือดนก
(๗) คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ สีน้ำเงินคราม
(๘) คณะวิทยาการจัดการ สีส้ม
(๙) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สีเหลือง
(๑๐) คณะอัญมณีศาสตร์และประยุกต์ศิลป์ สีชมพูกลีบบัว” ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๘๔ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ได้เปิดสอนสาขาวิชารัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น ได้แก้ไขชื่อคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและอัญมณีศาสตร์ เป็นคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และจัดตั้งคณะอัญมณีศาสตร์และประยุกต์ศิลป์เพิ่มขึ้น สมควรกำหนด ปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของสาขาวิชารัฐศาสตร์ แก้ไขสีประจำคณะของ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและอัญมณีศาสตร์ เป็นคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม รวมทั้งกำหนดสีประจำคณะ ของคณะอัญมณีศาสตร์และประยุกต์ศิลป์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๑๑๖ พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖6 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖6 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับ สาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
- Council of State index entry
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10468ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNWQ5ZGFmNjYtNWEyYy00OGJjLWIxZTktNGU4YTVkMDhlYTkwIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKEwMDM0IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTUyLTg24LiBLTEwIOC4o-C4p-C4oeC5hOC4n-C4peC5jOC4luC4tuC4h-C4ieC4muC4seC4miA0LnBkZiJ9.8MrAN2jvfuYHaRz3zCqZlKOqqREqAKI5a_VloMYdW1w23 pages
- File checksum
- sha256:34f7594cf98c1f2c97b5a1c6a953dfe07efcc019ea800b4434fad4b1e33b3a37Pulled at 2026-08-23T17:36:17.508Z
- Text condition against the source
- Checked by three methods; no defect found"No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
- Text extraction
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness