ReadingStatutes, notices and amendments, from the codes down to regulator notices

กฎกระทรวงกำหนดฐานรากของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคาร พ.ศ. 2566

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

As promulgated — later amendments not consolidated256633 sections6 outline entries7 of 55 in กระทรวงมหาดไทยSource PDF · 13 pages

Source: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 167dafcb… · retrieved 2026-08-23 — full record at the end of the page


What edition is this?

This is the text as promulgated in the Royal Gazette in the year shown, not a consolidated edition. Sections later amended, added or repealed are not reflected — current enforcement status has not been checked.

Contents of this text

  1. หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๓–๖ · 4 sections
  2. หมวด ๒ หน่วยแรงแบกทำนที่ยอมให้ของดินฐำนรำกและแรงต้ำนทำนที่ยอมให้ของเสำเข็มมาตรา ๗–๑๐ · 4 sections
  3. หมวด ๓ ฐำนรำกแผ่มาตรา ๑๑–๑๗ · 7 sections
  4. หมวด ๔ ฐำนรำกเสำเข็มมาตรา ๑๘–๒๘ · 11 sections
  5. หมวด ๕ เกณฑ์กำรทดสอบมาตรา ๒๙–๓๐ · 2 sections
  6. หมวด ๖ กำแพงกันดินมาตรา ๓๑–๓๓ · 3 sections

Preamble

เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๙ กฎกระทรวง กำหนดฐำนรำกของอำคำรและพื้นดินที่รองรับอำคำร พ.ศ. ๒๕๖๖ อำศัยอำนำจตำมควำมในมาตรา ๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ (๓) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติ ควบคุมอำคำร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ และมาตรา ๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมกำรควบคุมอำคำรออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

All sections

Show as list
  1. ๑

    กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศใน รำชกิจจำนุเบกษำเป็นต้นไป

  2. ๒

    ในกฎกระทรวงนี้ “ดิน” หมำยควำมว่ำ วัสดุธรรมชำติที่ประกอบเป็นเปลือกโลก เช่น หิน กรวด ทรำย ดินเหนียว “ดินฐำนรำก” หมำยควำมว่ำ ดิน และหมำยควำมรวมถึงวัสดุอื่นที่จัดให้มีเพื่อกำรปรับปรุง คุณภำพดินที่ใช้รองรับฐำนรำกของอำคำร “ดินเหนียว” หมำยควำมว่ำ ดินที่ประกอบด้วยอนุภำคขนำดละเอียดซึ่งมีขนำดเล็กกว่ำ ๐.๐๗๕ มิลลิเมตร และมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่ำงอนุภำค ทำให้มีควำมเหนียวและสำมำรถปั้นเป็นรูปร่ำงได้ “ดินเหนียวแข็ง” หมำยควำมว่ำ ดินเหนียวที่มีค่ำกำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบำยน้ำ เกิน ๕๐ กิโลปำสกำลขึ้นไป หรือมีค่ำกำรตอกทดสอบมำตรฐำน SPT N- Value เกิน ๘ ครั้ง แต่ไม่เกิน ๓๐ ครั้งต่อ ๓๐๐ มิลลิเมตร “ดินเหนียวแข็งปำนกลำง” หมำยควำมว่ำ ดินเหนียวที่มีค่ำกำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบำยน้ำ เกิน ๒๕ กิโลปำสกำล แต่ไม่เกิน ๕๐ กิโลปำสกำล หรือมีค่ำกำรตอกทดสอบมำตรฐำน SPT N- Value เกิน ๔ ครั้ง แต่ไม่เกิน ๘ ครั้งต่อ ๓๐๐ มิลลิเมตร เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๑๐ “ดินเหนียวอ่อน” หมำยควำมว่ำ ดินเหนียวที่มีปริมำณน้ำในดินเกินร้อยละ ๗๐ แต่ไม่เกิน ร้อยละ ๑๐๐ ของน้ำหนักเม็ดดินแห้ง หรือมีค่ำกำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบำยน้ำตั้งแต่ ๑๒.๕ กิโลปำสกำล แต่ไม่เกิน ๒๕ กิโลปำสกำล หรือมีค่ำกำรตอกทดสอบมำตรฐำน SPT N- Value ไม่เกิน ๔ ครั้งต่อ ๓๐๐ มิลลิเมตร “ดินเหนียวอ่อนมำก” หมำยควำมว่ำ ดินเหนียวที่มีปริมำณน้ำในดินเกินร้อยละ ๑๐๐ ของน้ำหนักเม็ดดินแห้งหรือมีค่ำกำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบำยน้ำน้อยกว่ำ ๑๒.๕ กิโลปำสกำล “ดินดำน” หมำยควำมว่ำ ดินเหนียวแข็งที่มีค่ำกำรตอกทดสอบมำตรฐำน SPT N- Value เกิน ๓๐ ครั้งต่อ ๓๐๐ มิลลิเมตร “กรวด” หมำยควำมว่ำ เม็ดหินที่เกิดตำมธรรมชำติ รูปทรงกลมมน และมีขนำดระหว่ำง ๔.๗๕ มิลลิเมตร ถึง ๗๕ มิลลิเมตร แต่ไม่มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่ำงอนุภำคและปั้นเป็นรูปร่ำงไม่ได้ “กรวดแน่น” หมำยควำมว่ำ กรวดที่มีค่ำกำรตอกทดสอบมำตรฐำน SPT N- Value เกิน ๓๐ ครั้งต่อ ๓๐๐ มิลลิเมตร “กรวดแน่นปำนกลำง” หมำยควำมว่ำ กรวดที่มีค่ำกำรตอกทดสอบมำตรฐำน SPT N- Value ตั้งแต่ ๑๐ ครั้ง แต่ไม่เกิน ๓๐ ครั้งต่อ ๓๐๐ มิลลิเมตร “กรวดหลวม” หมำยควำมว่ำ กรวดที่มีค่ำกำรตอกทดสอบมำตรฐำน SPT N- Value น้อยกว่ำ ๑๐ ครั้งต่อ ๓๐๐ มิลลิเมตร “หิน” หมำยควำมว่ำ มวลของแข็งที่ประกอบขึ้นด้วยแร่ชนิดเดียวกันหรือหลำยชนิดรวมตัวกัน อยู่ตำมธรรมชำติ “ทรำย” หมำยควำมว่ำ เม็ดหินที่เกิดตำมธรรมชำติซึ่งมีขนำดเล็กกว่ำกรวด และมีขนำด ระหว่ำง ๐.๐๗๕ มิลลิเมตร ถึง ๔.๗๕ มิลลิเมตร แต่ไม่มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่ำงอนุภำคและปั้น เป็นรูปร่ำงไม่ได้ “ทรำยแน่น” หมำยควำมว่ำ ทรำยที่มีค่ำกำรตอกทดสอบมำตรฐำน SPT N- Value เกิน ๓๐ ครั้งต่อ ๓๐๐ มิลลิเมตร “ทรำยแน่นปำนกลำง” หมำยควำมว่ำ ทรำยที่มีค่ำกำรตอกทดสอบมำตรฐำน SPT N- Value ตั้งแต่ ๑๐ ครั้ง แต่ไม่เกิน ๓๐ ครั้งต่อ ๓๐๐ มิลลิเมตร “ค่ำกำรตอกทดสอบมำตรฐำน SPT N- Value” หมำยควำมว่ำ จำนวนครั้งในกำรตอกกระบอกผ่ำ ที่มีเส้นผ่ำนศูนย์กลำงภำยนอก ๕๐ มิลลิเมตร เส้นผ่ำนศูนย์กลำงภำยใน ๓๕ มิลลิเมตร และควำมยำว ๖๕๐ มิลลิเมตร ลงในหลุมเจำะสำรวจดินที่ทดสอบตำมวิธีมำตรฐำน โดยกำรปล่อยลูกตุ้มที่มีมวล ๖๓.๕ กิโลกรัม ที่ควำมสูง ๗๖๐ มิลลิเมตร ตกลงมำอย่ำงอิสระ จนกระทั่งกระบอกผ่ำจมเป็นระยะ ๓๐๐ มิลลิเมตรสุดท้ำย จำกกำรตอกให้จม ๔๕๐ มิลลิเมตร “ฐำนรำก” หมำยควำมว่ำ ส่วนของอำคำรที่ทำหน้ำที่ถ่ำยน้ำหนักของอำคำรส่วนบน ลงสู่ดินฐำนรำก เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๑๑ “ฐำนรำกแผ่” หมำยควำมว่ำ ฐำนรำกที่ทำหน้ำที่ถ่ำยน้ำหนักบรรทุกของอำคำรส่วนบน ลงสู่ดินฐำนรำกโดยตรง “ฐำนรำกเสำเข็ม” หมำยควำมว่ำ ฐำนรำกที่ทำหน้ำที่ถ่ำยน้ำหนักบรรทุกของอำคำรส่วนบน ผ่ำนเสำเข็มลงสู่ดินฐำนรำก “หน่วยแรง” หมำยควำมว่ำ แรงต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ที่รับแรงนั้น “กำลังแบกทำนของดินฐำนรำก” หมำยควำมว่ำ หน่วยแรงต้ำนทำนสูงสุดที่ดินฐำนรำกสำมำรถ รองรับน้ำหนักบรรทุกได้ซึ่งคำนวณได้จำกคุณสมบัติทำงวิศวกรรมของดินฐำนรำกโดยวิธีสถิตยศำสตร์หรือ ประเมินจำกผลกำรทดสอบกำลังแบกทำนของดินฐำนรำกที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ “หน่วยแรงแบกทำนที่ยอมให้ของดินฐำนรำก” หมำยควำมว่ำ ค่ำหน่วยแรงต้ำนทำนที่ดิน ฐำนรำกสำมำรถรองรับน้ำหนักบรรทุกได้อย่ำงปลอดภัย “เสำเข็ม” หมำยควำมว่ำ เสำที่ตอก กด หรือหล่ออยู่ในดินฐำนรำกเพื่อรับน้ำหนักบรรทุก ของอำคำร “แรงต้ำนทำนที่ยอมให้ของเสำเข็ม” หมำยควำมว่ำ แรงต้ำนทำนกำรรับน้ำหนักบรรทุก ได้อย่ำงปลอดภัยของเสำเข็ม “แรงต้ำนทำนสูงสุดของเสำเข็ม” หมำยควำมว่ำ แรงต้ำนทำนกำรรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด ของเสำเข็มซึ่งคำนวณได้จำกรำยงำนกำรสำรวจดินฐำนรำกหรือประเมินจำกผลกำรทดสอบเสำเข็ม โดยวิธีสถิตยศำสตร์หรือวิธีพลศำสตร์ “กำรทดสอบแรงต้ำนทำนของเสำเข็มโดยวิธีสถิตยศำสตร์แบบคงน้ำหนักบรรทุก” หมำยควำมว่ำ กำรทดสอบกำรรับน้ำหนักโดยคงน้ำหนักกดทับบนหัวเสำเข็มในแต่ละช่วงของน้ำหนักบรรทุกทดสอบ ตำมระยะเวลาและอัตรำกำรทรุดตัวของเสำเข็ม “พื้นผิวประสิทธิผลของเสำเข็ม” หมำยควำมว่ำ ผลคูณของควำมยำวของเสำเข็มกับควำมยำว ของเส้นล้อมรูปที่สั้นที่สุดของหน้ำตัดปกติของเสำเข็มนั้น “ระยะหุ้มเสำเข็ม” หมำยควำมว่ำ ควำมหนำของคอนกรีตที่หุ้มเสำเข็ม “ระยะหุ้มขอบเสำเข็ม” หมำยควำมว่ำ ระยะสั้นที่สุดจำกขอบนอกของเสำเข็มต้นริมสุด ถึงขอบนอกสุดของฐำนคอนกรีต “ระยะหุ้มหัวเสำเข็ม” หมำยควำมว่ำ ระยะจำกผิวบนของเสำเข็มที่ฝังอยู่ในฐำนคอนกรีต ถึงส่วนล่ำงสุดของฐำนคอนกรีต “กำแพงกันดิน” หมำยควำมว่ำ โครงสร้ำงที่สร้ำงเป็นกำแพงเพื่อป้องกันกำรเคลื่อนตัวของดิน “ผู้ออกแบบและคำนวณ” หมำยควำมว่ำ วิศวกรสำขำวิศวกรรมโยธำตำมกฎหมำยว่ำด้วยวิศวกร ซึ่งทำหน้ำที่จัดทำรายการคำนวณ แบบแปลน และรำยละเอียดในกำรก่อสร้ำงอำคำรด้ำนวิศวกรรม เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๑๒ “รำยงำนกำรสำรวจดินฐำนรำก” หมำยควำมว่ำ เอกสำรซึ่งแสดงผลกำรสำรวจชั้นดินฐำนรำก หรือผลกำรทดสอบคุณสมบัติทำงวิศวกรรมของดินฐำนรำกที่เพียงพอต่อกำรคำนวณเสถียรภำพและ ควำมมั่นคงแข็งแรงของฐำนรำกของอำคำรได้ และรับรองโดยสถำบันที่เชื่อถือได้ “สถำบันที่เชื่อถือได้” หมำยควำมว่ำ

    (๑) ส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนของรัฐที่มีภำรกิจหลักเกี่ยวกับงำนด้ำนวิศวกรรมด้ำนกำรออกแบบ และคำนวณ กำรพิจำรณำตรวจสอบ หรือกำรให้คำปรึกษำ

    (๒) นิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญำตประกอบวิชำชีพวิศวกรรมควบคุมตำมกฎหมำย ว่ำด้วยวิศวกรที่มีวัตถุประสงค์ในกำรให้คำปรึกษำแนะนำด้ำนวิศวกรรม ซึ่งมีวิศวกรระดับวุฒิวิศวกร สำขำวิศวกรรมโยธำตำมกฎหมำยว่ำด้วยวิศวกร เป็นผู้ให้คำปรึกษำแนะนำ

    (๓) สถำบันอุดมศึกษำที่มีกำรเรียนกำรสอนหรืองำนวิจัยในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และเป็นไป ตำมหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมโยธำธิกำรและผังเมืองประกาศกำหนด

  3. หมวด ๑ บททั่วไป

    4 sections
  4. ๓

    ฐำนรำกของอำคำรจะต้องมีควำมมั่นคงแข็งแรงเพียงพอที่จะรับน้ำหนักของตัวอำคำรเอง และน้ำหนักบรรทุกที่เกิดจำกกำรใช้งำนของอำคำรตำมปกติ และสำมำรถส่งผ่ำนน้ำหนักดังกล่ำว ลงสู่ดินฐำนรำกโดยตรงหรือผ่ำนเสำเข็มสู่ดินฐำนรำกได้อย่ำงปลอดภัย โดยอย่ำงน้อยต้องมีกำรคำนวณ ถึงหน่วยแรงแบกทำนที่ยอมให้ของดินฐำนรำกหรือแรงต้ำนทำนที่ยอมให้ของเสำเข็ม และกำรทรุดตัว ของฐำนรำกตำมที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

  5. ๔

    กำรออกแบบและคำนวณฐำนรำกของอำคำรในอำคำรหลังเดียวกันต้องใช้ฐำนรำก ของอำคำรประเภทหรือชนิดเดียวกัน เว้นแต่ในกรณีที่มีควำมจำเป็นต้องใช้ฐำนรำกของอำคำรต่ำงประเภท หรือต่ำงชนิดกันและผู้ออกแบบและคำนวณได้พิจำรณำถึงปัญหำกำรทรุดตัวที่ไม่เท่ำกันของฐำนรำก ของอำคำรแล้วว่ำไม่ส่งผลกระทบต่อควำมมั่นคงแข็งแรงของอำคำร

  6. ๕

    กำรคำนวณหน่วยแรงแบกทำนที่ยอมให้ของดินฐำนรำกหรือแรงต้ำนทำนที่ยอมให้ ของเสำเข็มของอำคำรดังต่อไปนี้ ต้องมีรำยงำนกำรสำรวจดินฐำนรำกประกอบรายการคำนวณ

    (๑) อำคำรสูงหรืออำคำรขนำดใหญ่พิเศษ

    (๒) อำคำรขนำดใหญ่ที่เป็นอำคำรประเภทควบคุมกำรใช้และมีควำมสูงตั้งแต่สี่ชั้นขึ้นไป

    (๓) อำคำรที่มีควำมสูงตั้งแต่สี่ชั้นขึ้นไปที่ก่อสร้ำงในโครงกำรจัดสรรที่ดินตำมกฎหมำยว่ำด้วย กำรจัดสรรที่ดิน ในกำรจัดทำรำยงำนตำมวรรคหนึ่งต้องจัดให้มีกำรสำรวจดินฐำนรำกในพื้นที่ก่อสร้ำงอำคำรหรือ ในโครงกำรจัดสรรที่ดินไม่น้อยกว่ำสำมจุดสำรวจ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๑๓

  7. ๖

    รำยงำนกำรสำรวจดินฐำนรำกต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่ำงน้อย ดังต่อไปนี้

    (๑) แผนผังแสดงตำแหน่งที่ทำกำรสำรวจดินฐำนรำก

    (๒) วิธีและรำยละเอียดกำรสำรวจหรือกำรทดสอบ

    (๓) บันทึกกำรสำรวจชั้นดินและตัวอย่ำงดินจำกจุดสำรวจ

    (๔) บันทึกระดับชั้นดินหรือประเภทของดินจำกผลกำรทดสอบในห้องปฏิบัติกำร

    (๕) ระดับน้ำใต้ดิน

    (๖) ตำรำงสรุปผลกำรทดสอบคุณสมบัติทำงวิศวกรรมของดินฐำนรำก

    (๗) กำรคำนวณหน่วยแรงแบกทำนที่ยอมให้ของดินฐำนรำกหรือแรงต้ำนทำนที่ยอมให้ของเสำเข็ม

  8. หมวด ๒ หน่วยแรงแบกทำนที่ยอมให้ของดินฐำนรำกและแรงต้ำนทำนที่ยอมให้ของเสำเข็ม

    4 sections
  9. ๗

    กำรคำนวณหน่วยแรงแบกทำนที่ยอมให้ของดินฐำนรำก นอกจำกอำคำรตำมข้อ ๕ ถ้ำไม่มีรำยงำนกำรสำรวจดินฐำนรำก ให้ใช้ค่ำหน่วยแรงแบกทำนที่ยอมให้ของดินฐำนรำกประเภทต่ำงๆ ได้ไม่เกินค่ำที่กำหนด ดังต่อไปนี้

    (๑) หินที่มีสภำพสด ไม่มีรอยแยก รอยแตก หรือรูโพรง ให้ใช้ได้ไม่เกิน ๒๕๐ กิโลปำสกำล หรือไม่เกิน ๒๕ เมตริกตันต่อตำรำงเมตร

    (๒) กรวดแน่นหรือดินดำน ให้ใช้ได้ไม่เกิน ๒๐๐ กิโลปำสกำล หรือไม่เกิน ๒๐ เมตริกตัน ต่อตำรำงเมตร

    (๓) ดินเหนียวแข็ง ทรำยแน่น หรือกรวดแน่นปำนกลำง ให้ใช้ได้ไม่เกิน ๑๐๐ กิโลปำสกำล หรือไม่เกิน ๑๐ เมตริกตันต่อตำรำงเมตร

    (๔) ดินเหนียวแข็งปำนกลำง ทรำยแน่นปำนกลำง หรือกรวดหลวม ให้ใช้ได้ไม่เกิน ๕๐ กิโลปำสกำล หรือไม่เกิน ๕ เมตริกตันต่อตำรำงเมตร

    (๕) ดินเหนียวอ่อนที่ไม่ได้อยู่ในบริเวณปำกแม่น้ำ ปำกอ่ำว ชำยฝั่งทะเล ป่ำชำยเลน หรือบริเวณที่อำจทำให้ดินเหนียวมีสภำพเป็นดินเหนียวอ่อนมำก ให้ใช้ได้ไม่เกิน ๒๐ กิโลปำสกำล หรือไม่เกิน ๒ เมตริกตันต่อตำรำงเมตร

  10. ๘

    กำรคำนวณแรงต้ำนทำนที่ยอมให้ของเสำเข็มที่ฝังอยู่ในดินเหนียวที่ไม่อยู่ในบริเวณ ปำกแม่น้ำ ปำกอ่ำว ชำยฝั่งทะเล ป่ำชำยเลน หรือบริเวณที่อำจทำให้ดินเหนียวมีสภำพเป็นดินเหนียว อ่อนมำก นอกจำกอำคำรตำมข้อ ๕ ถ้ำไม่มีรำยงำนกำรสำรวจดินฐำนรำก ให้ใช้ค่ำหน่วยแรงเสียดทำน ที่ยอมให้ของดินฐำนรำกได้ไม่เกินค่ำที่กำหนด ดังต่อไปนี้

    (๑) ดินเหนียวที่อยู่ในระดับลึกไม่เกิน ๑๐ เมตร ใต้ระดับดินเดิม ให้ใช้ได้ไม่เกิน ๕ กิโลปำสกำล หรือไม่เกิน ๕๐๐ กิโลกรัมแรงต่อตำรำงเมตร ของพื้นผิวประสิทธิผลของเสำเข็ม เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๑๔

    (๒) ดินเหนียวที่อยู่ในระดับลึกเกิน ๑๐ เมตร แต่ไม่เกิน ๑๕ เมตร ใต้ระดับดินเดิม ให้ใช้ได้ไม่เกินค่ำที่คำนวณได้จำกสูตร ดังนี้

    (ก) กรณีใช้หน่วยกิโลปำสกำล ค่ำหน่วยแรงเสียดทำนที่ยอมให้ของดิน =๕+(๑.๖ xย)

    (ข) กรณีใช้หน่วยกิโลกรัมแรงต่อตำรำงเมตร ค่ำหน่วยแรงเสียดทำนที่ยอมให้ของดิน =๕๐๐+(๑๖๐xย) ทั้งนี้ ย หมำยถึง ควำมยำวของเสำเข็มซึ่งมีหน่วยเป็นเมตร และอยู่ใต้ระดับดินเดิม ตั้งแต่ ๑๐ เมตร แต่ไม่เกิน ๑๕ เมตร

    (๓) ดินเหนียวที่อยู่ในระดับลึกเกิน ๑๕ เมตร ใต้ระดับดินเดิม ให้ใช้ได้ไม่เกิน ๑๓ กิโลปำสกำล หรือไม่เกิน ๑,๓๐๐ กิโลกรัมแรงต่อตำรำงเมตร ของพื้นผิวประสิทธิผลของเสำเข็ม

  11. ๙

    กำรออกแบบและคำนวณฐำนรำกของอำคำรที่ตั้งอยู่ในดินฐำนรำกที่เป็นดินเหนียว อ่อนมำก นอกจำกอำคำรตำมข้อ ๕ ถ้ำไม่มีรำยงำนกำรสำรวจดินฐำนรำก ให้ใช้ค่ำกำลังรับแรงเฉือน แบบไม่ระบำยน้ำไม่เกิน ๔ กิโลปำสกำล หรือไม่เกิน ๔๐๐ กิโลกรัมแรงต่อตำรำงเมตร หรือ ค่ำหน่วยแรงเสียดทำนที่ยอมให้ของดินฐำนรำกไม่เกิน ๑.๖ กิโลปำสกำล หรือไม่เกิน ๑๖๐ กิโลกรัมแรง ต่อตำรำงเมตร กำรออกแบบและคำนวณฐำนรำกอำคำรตำมวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงกำรทรุดตัวของดินฐำนรำก ที่อำจเกิดขึ้นเนื่องจำกปัจจัยแวดล้อมต่ำง ๆ ในระยะยำวด้วย

  12. ๑๐

    กำรออกแบบและคำนวณฐำนรำกอำคำรที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ดินมีสภำพไม่คงตัว ดินที่มีกำรกระจำยตัว ดินที่มีอินทรีย์สำรเจือปนสูง หรือดินที่อำจมีปัญหำด้ำนเสถียรภำพเมื่อสภำพแวดล้อม เปลี่ยนแปลงไป ให้ผู้ออกแบบและคำนวณคำนึงถึงกำรเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำใต้ดินฐำนรำกและ ปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ที่อำจทำให้กำลังแบกทำนของดินฐำนรำกลดลง

  13. หมวด ๓ ฐำนรำกแผ่

    7 sections
  14. ๑๑

    ฐำนรำกแผ่ต้องวำงอยู่บนดินฐำนรำกที่ไม่มีส่วนของอินทรีย์สำรที่ยังสลำยไม่หมด โดยควำมหนำของฐำนรำกแผ่ต้องไม่น้อยกว่ำ ๐.๒๐ เมตร และมีระดับควำมลึกที่ฝังในดินจำกระดับผิวดิน ถึงระดับต่ำสุดของฐำนรำกแผ่ไม่น้อยกว่ำ ๑ เมตร ควำมในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับแก่ฐำนรำกแผ่ที่วำงอยู่บนชั้นหิน

  15. ๑๒

    หน่วยแรงแบกทำนที่ยอมให้ของชั้นดินฐำนรำกต้องเพียงพอต่อกำรรับน้ำหนักบรรทุก ทั้งในขณะก่อสร้ำงและขณะใช้งำน โดยชั้นดินที่ใช้รองรับฐำนรำกแผ่ฐำนใดฐำนหนึ่งนั้นต้องเป็นดิน ชนิดเดียวกันที่มีควำมหนำต่อเนื่องเพียงพอต่อกำรถ่ำยเทหน่วยแรงจำกฐำนรำกแผ่สู่ชั้นดินได้อย่ำงปลอดภัย เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๑๕ ในกรณีที่ควำมหนำต่อเนื่องของชั้นดินจำกระดับใต้ฐำนรำกมีค่ำน้อยกว่ำ ๒ เท่ำของมิติ ที่กว้ำงที่สุดของขนำดฐำนรำก ผู้ออกแบบและคำนวณต้องพิจำรณำค่ำหน่วยแรงที่แผ่กระจำยลงสู่ ชั้นดินฐำนรำกให้มีค่ำน้อยกว่ำค่ำหน่วยแรงแบกทำนที่ยอมให้ของชั้นดินถัดไป

  16. ๑๓

    ฐำนรำกแผ่ที่วำงอยู่บนดินฐำนรำกบริเวณเชิงลำด หำกไม่มีกำรคำนวณถึงผลกระทบ ที่เกิดจำกควำมลำดเอียงของดินฐำนรำก ระยะห่ำงขั้นต่ำของตำแหน่งในกำรวำงฐำนรำกแผ่บริเวณเชิงลำด ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ ระยะห่ำงขั้นต่ำของตำแหน่งในกำรวำงฐำนรำกแผ่บริเวณเชิงลำด ชนิดของ ระยะทำงรำบของขอบฐำนรำก ระยะทำงดิ่งของฐำนรำก ชั้นดินฐำนรำก ๑.๕๐ เท่ำของควำมกว้ำงของตัวฐำน ดิน ๐.๘๐ เมตร แต่ต้องไม่น้อยกว่ำ๑.๕๐ เมตร หิน ๐.๗๕ เมตร ๐.๓๐ เมตร

  17. ๑๔

    ฐำนรำกแผ่ที่วำงอยู่ใกล้กับฐำนรำกแผ่ข้ำงเคียงที่มีระดับควำมลึกแตกต่ำงกัน หำกไม่มีกำรคำนวณถึงผลกระทบจำกหน่วยแรงที่เกิดขึ้นจำกฐำนรำกแผ่ข้ำงเคียง ระยะห่ำงขั้นต่ำ ของตำแหน่งในกำรวำงฐำนรำกแผ่ที่มีระดับควำมลึกแตกต่ำงกัน ให้เป็นไปตำมอัตรำส่วน ดังต่อไปนี้ ชนิดของ ชั้นดินฐำนรำก ดิน หิน อัตรำส่วนระหว่ำงระยะทำงรำบของขอบฐำนรำก ต่อระยะทำงดิ่งของฐำนรำก ๒: ๑ ๑: ๑

  18. ๑๕

    ในกรณีที่ใช้ผลกำรคำนวณหำกำลังแบกทำนของดินฐำนรำกจำกรำยงำนกำรสำรวจ ดินฐำนรำกหรือผลกำรทดสอบกำลังแบกทำนของดินฐำนรำกเพื่อออกแบบและคำนวณฐำนรำกแผ่ ให้ใช้หน่วยแรงแบกทำนที่ยอมให้ของดินฐำนรำกได้ไม่เกินร้อยละ ๓๓ ของกำลังแบกทำนของ ดินฐำนรำกที่ได้จำกผลกำรคำนวณหรือผลกำรทดสอบดังกล่ำว

  19. ๑๖

    ในกรณีที่ใช้ค่ำหน่วยแรงแบกทำนที่ยอมให้ของดินฐำนรำกเกิน ๒๐๐ กิโลปำสกำล หรือเกิน ๒๐ เมตริกตันต่อตำรำงเมตร ผู้ออกแบบและคำนวณต้องทำกำรทดสอบกำลังแบกทำน ของดินฐำนรำกโดยใช้แผ่นเหล็กทดสอบควำมสำมำรถในกำรรับน้ำหนักบรรทุกของพื้นดินตำมหมวด ๕ เกณฑ์กำรทดสอบ กำรทดสอบกำลังแบกทำนของดินฐำนรำกตำมวรรคหนึ่ง ผู้ออกแบบและคำนวณต้องคำนึงถึง กำรกระจำยหน่วยแรงที่แตกต่ำงกันระหว่ำงขนำดของแผ่นเหล็กที่ใช้ทดสอบกับขนำดของฐำนรำกจริงด้วย เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๑๖

  20. ๑๗

    ฐำนรำกแผ่ของอำคำรต้องวำงอยู่บนดินฐำนรำกเดิม ในกรณีที่มีควำมจำเป็นต้องวำงฐำนรำกแผ่ของอำคำรไว้บนดินฐำนรำกซึ่งเป็นวัสดุถมทั้งหมด หรือบนดินฐำนรำกเดิมปะปนกับดินฐำนรำกซึ่งเป็นวัสดุถม ให้ผู้ออกแบบและคำนวณตรวจสอบควำมสำมำรถ ในกำรถ่ำยน้ำหนักบรรทุกจำกโครงสร้ำงส่วนบนลงสู่ดินฐำนรำกโดยไม่เกิดกำรทรุดตัวหรือเอียงตัวเกินกว่ำ ที่กำหนดตำมหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมกำรควบคุมอำคำรประกาศกำหนดใน รำชกิจจำนุเบกษำ

  21. หมวด ๔ ฐำนรำกเสำเข็ม

    11 sections
  22. ๑๘

    กำรคำนวณผลของหน่วยแรงแบกทำนที่ยอมให้ของดินฐำนรำกสำหรับเสำเข็ม ที่ฝังอยู่ในชั้นทรำย ปลำยเสำเข็มต้องฝังอยู่ในชั้นทรำยที่มีควำมหนำไม่น้อยกว่ำ ๓ เมตร หำกควำมหนำ ของชั้นทรำยน้อยกว่ำ ๓ เมตร ให้พิจำรณำหน่วยแรงแบกทำนที่ยอมให้ของดินฐำนรำกจำก ผลกำรคำนวณในชั้นดินถัดไปด้วย

  23. ๑๙

    กำรออกแบบและคำนวณฐำนรำกเสำเข็มที่อยู่ในบริเวณชั้นดินเหนียวอ่อนหรือ ดินเหนียวอ่อนมำกที่มีกำรถมดินหรือมีกำรสูบน้ำบำดำลในบริเวณพื้นที่ก่อสร้ำง หรือบริเวณที่มีปัจจัย ที่อำจทำให้ดินฐำนรำกมีอัตรำกำรทรุดตัวเร็วกว่ำอัตรำกำรทรุดตัวของเสำเข็ม ให้ผู้ออกแบบและคำนวณ คำนึงถึงแรงเสียดทำนของเสำเข็มที่ลดลงจนอำจทำให้เสำเข็มเกิดกำรทรุดตัวด้วย

  24. ๒๐

    กำรออกแบบและคำนวณโครงสร้ำงเสำเข็มที่ปลำยเสำเข็มฝังอยู่ในชั้นดินแข็งและ ส่วนบนของเสำเข็มอยู่ในชั้นดินเหนียวอ่อนมำก ให้ผู้ออกแบบและคำนวณคำนึงถึงควำมชะลูดของ เสำเข็มซึ่งส่งผลต่อกำรรับน้ำหนักบรรทุกด้วย

  25. ๒๑

    กำรออกแบบและคำนวณฐำนรำกเสำเข็มที่มีจำนวนเสำเข็มมำกกว่ำหนึ่งต้นใน หนึ่งฐำนรำก ให้ตำแหน่งของเสำเข็มแต่ละต้นมีระยะห่ำงไม่น้อยกว่ำ ๓ เท่ำของมิติที่กว้ำงที่สุดของ หน้ำตัดเสำเข็ม ในกรณีที่ระยะห่ำงระหว่ำงเสำเข็มแต่ละต้นในหนึ่งฐำนรำกมีค่ำน้อยกว่ำหลักเกณฑ์ ที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้ผู้ออกแบบและคำนวณตรวจสอบผลกระทบที่อำจทำให้ค่ำแรงแบกทำน ของฐำนรำกเสำเข็มกลุ่มลดลงตำมจำนวนเสำเข็มที่เพิ่มขึ้น

  26. ๒๒

    ฐำนรำกเสำเข็มต้องมีควำมหนำของฐำนคอนกรีตและระยะหุ้มเสำเข็ม ดังต่อไปนี้

    (๑) ควำมหนำของฐำนคอนกรีต

    (ก) เสำเข็มชนิดรับแรงเสียดทำนเป็นหลักต้องมีควำมหนำไม่น้อยกว่ำ ๒๐ เซนติเมตร

    (ข) เสำเข็มชนิดอื่นต้องมีควำมหนำไม่น้อยกว่ำ ๓๕ เซนติเมตร เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๑๗

    (๒) ระยะหุ้มเสำเข็มของฐำนคอนกรีต

    (ก) ฐำนรำกเสำเข็มเดี่ยวต้องมีระยะหุ้มหัวเสำเข็มไม่น้อยกว่ำ ๑๕ เซนติเมตร และมีระยะ หุ้มขอบเสำเข็มไม่น้อยกว่ำครึ่งหนึ่งของขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำงของเสำเข็ม

    (ข) ฐำนรำกเสำเข็มกลุ่มต้องมีระยะหุ้มหัวเสำเข็มไม่น้อยกว่ำ ๗.๕ เซนติเมตร และมีระยะ หุ้มขอบเสำเข็มไม่น้อยกว่ำครึ่งหนึ่งของขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำงของเสำเข็มต้นริม

  27. ๒๓

    เสำเข็มต้องมีควำมมั่นคงแข็งแรงเพียงพอต่อกำรรับแรงหรือน้ำหนักบรรทุกในทุกขั้นตอน กำรก่อสร้ำงและกำรใช้งำน โดยมีหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

    (๑) เสำเข็มคอนกรีตหล่อสำเร็จ

    (ก) กำรออกแบบและคำนวณโครงสร้ำงเสำเข็มต้องคำนึงถึงหน่วยแรงที่เกิดขึ้นจำก กำรรับน้ำหนักบรรทุกของฐำนรำก รวมถึงหน่วยแรงที่เกิดขึ้นในขณะขนย้ำยหรือขณะก่อสร้ำง ทั้งนี้ กำรคำนวณหน่วยแรงและกำรกำหนดปริมำณเหล็กเสริมในเสำเข็ม ให้เป็นไปตำมที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำ ของคณะกรรมกำรควบคุมอำคำรประกาศกำหนดในรำชกิจจำนุเบกษำ

    (ข) หำกใช้เสำเข็มคอนกรีตหล่อสำเร็จมำกกว่ำหนึ่งต้นต่อกันแล้ว จุดต่อระหว่ำงเสำเข็ม ต้องไม่ทำให้ตำแหน่งและแนวของเสำเข็มที่นำมำต่อกันนั้นมีควำมเบี่ยงเบนเกินกว่ำที่กำหนดในข้อ ๒๘ และรอยต่อดังกล่ำวต้องสำมำรถต้ำนแรงในแนวดิ่ง แรงด้ำนข้ำง และแรงดัดได้ ไม่น้อยกว่ำหน้ำตัด ของเสำเข็มทุกต้นที่นำมำต่อกัน รวมทั้งต้องสำมำรถทำให้เสำเข็มถ่ำยน้ำหนักบรรทุกไปยังดินฐำนรำก โดยรอบได้ตลอดทั้งควำมยำวของเสำเข็ม และต้องไม่เกิดควำมเสียหำยหรือทำให้ส่วนของเสำเข็ม เสียหำยจำกกำรติดตั้งเสำเข็ม ทั้งนี้ ให้แสดงรำยละเอียดของรอยต่อในแบบแปลนหรือรายการประกอบ แบบแปลนด้วย

    (๒) เสำเข็มเจำะหรือเสำเข็มหล่อในที่

    (ก) พื้นที่หน้ำตัดรวมของเหล็กเสริมทุกเส้นตำมควำมยำวของเสำเข็มในชั้นดินเหนียวอ่อน หรือดินเหนียวอ่อนมำก ต้องมีค่ำไม่น้อยกว่ำร้อยละ ๐.๕ ของพื้นที่หน้ำตัดของเสำเข็ม โดยให้ใช้ เหล็กเสริมที่มีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำงไม่น้อยกว่ำ ๑๒ มิลลิเมตร และมีจำนวนไม่น้อยกว่ำ ๖ เส้น

    (ข) ระยะห่ำงระหว่ำงตำแหน่งของเสำเข็มต้นที่เพิ่งหล่อคอนกรีตแล้วเสร็จภำยในเวลำ ไม่เกิน ๒๔ ชั่วโมง กับตำแหน่งของกำรเจำะเสำเข็มต้นถัดไปต้องมีระยะห่ำงไม่น้อยกว่ำ ๖ เท่ำ ของเส้นผ่ำนศูนย์กลำงเสำเข็มต้นที่ใหญ่กว่ำซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน โดยวัดจำกศูนย์กลำงเสำเข็มแต่ละต้น

  28. ๒๔

    กำรออกแบบและคำนวณฐำนรำกเสำเข็มรับแรงตำมแนวดิ่งที่มีรำยงำนกำรสำรวจดิน ฐำนรำกหรือมีกำรทดสอบหำแรงต้ำนทำนของเสำเข็มในบริเวณก่อสร้ำงหรือใกล้เคียง ให้ใช้ค่ำแรง ต้ำนทำนที่ยอมให้ของเสำเข็ม ดังต่อไปนี้

    (๑) ค่ำแรงต้ำนทำนที่ยอมให้ของเสำเข็มที่คำนวณได้จำกรำยงำนกำรสำรวจดินฐำนรำก ให้ใช้ได้ ไม่เกินร้อยละ ๔๐ ของแรงต้ำนทำนสูงสุดของเสำเข็มที่ได้จำกผลกำรคำนวณ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๑๘

    (๒) ค่ำแรงต้ำนทำนที่ยอมให้ของเสำเข็มที่ได้จำกกำรทดสอบเสำเข็มโดยวิธีสถิตยศำสตร์ ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของแรงต้ำนทำนสูงสุดของเสำเข็มที่ได้จำกผลกำรทดสอบ

    (๓) ค่ำแรงต้ำนทำนที่ยอมให้ของเสำเข็มที่ได้จำกกำรทดสอบเสำเข็มโดยวิธีพลศำสตร์ ให้ใช้ได้ ไม่เกินร้อยละ ๔๐ ของแรงต้ำนทำนสูงสุดของเสำเข็มที่ได้จำกผลกำรทดสอบที่ได้จำกกำรสอบเทียบกับ วิธีสถิตยศำสตร์

  29. ๒๕

    กำรประเมินแรงต้ำนทำนที่ยอมให้ของเสำเข็มที่ไม่เกิน ๔๐ ตันต่อต้น ให้เป็นไปตำมที่ รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมกำรควบคุมอำคำรประกาศกำหนดในรำชกิจจำนุเบกษำ กำรประเมินแรงต้ำนทำนที่ยอมให้ของเสำเข็มที่เกิน ๔๐ ตันต่อต้น ให้เป็นไปตำมที่ผู้ออกแบบ และคำนวณรับรอง

  30. ๒๖

    ตุ้มที่ใช้ตอกเสำเข็มต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่ำน้ำหนักของเสำเข็มหรือมีน้ำหนัก ไม่น้อยกว่ำ ๓,๐๐๐ กิโลกรัม ในกรณีที่ตุ้มที่ใช้ตอกเสำเข็มมีน้ำหนักน้อยกว่ำน้ำหนักของเสำเข็มหรือมีน้ำหนักน้อยกว่ำ ๓,๐๐๐ กิโลกรัม ผู้ออกแบบและคำนวณต้องวิเครำะห์ผลของหน่วยแรงที่เกิดขึ้นขณะตอกเสำเข็ม เพื่อป้องกันไม่ให้เสำเข็มเกิดควำมเสียหำย

  31. ๒๗

    ค่ำหน่วยแรงต้ำนทำนที่ยอมให้ของเสำเข็มที่ได้จำกกำรวิเครำะห์ทำงวิศวกรรมปฐพี เมื่อเทียบเป็นค่ำหน่วยแรงที่เกิดขึ้นในโครงสร้ำงเสำเข็มแล้วต้องไม่เกินค่ำหน่วยแรงที่ยอมให้ ของโครงสร้ำงเสำเข็มนั้นตำมที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมกำรควบคุมอำคำรประกาศกำหนด ในรำชกิจจำนุเบกษำ

  32. ๒๘

    โครงสร้ำงอำคำรเหนือฐำนรำกต้องได้รับกำรออกแบบและคำนวณให้สำมำรถต้ำนทำน ผลกระทบที่เกิดขึ้นจำกกำรที่เสำเข็มแต่ละต้นเบี่ยงเบนจำกศูนย์กลำงได้ไม่น้อยกว่ำ ๗๕ มิลลิเมตร ทั้งนี้ ผลกระทบจำกกำรเบี่ยงเบนดังกล่ำวจะต้องไม่ทำให้เสำเข็มแต่ละต้นรับน้ำหนักบรรทุกเกินกว่ำ ที่ออกแบบไว้ร้อยละ ๑๐ ในกรณีที่ฐำนรำกเสำเข็มที่จัดวำงอยู่ในแนวเดียวกันต้องได้รับกำรออกแบบให้สำมำรถต้ำนทำน ผลกระทบที่เกิดขึ้นจำกกำรที่เสำเข็มแต่ละต้นเบี่ยงเบนจำกศูนย์กลำงได้ไม่น้อยกว่ำ ๕๐ มิลลิเมตร ทั้งนี้ เสำเข็มแต่ละต้นต้องได้รับกำรออกแบบให้ต้ำนทำนแรงดัดหรือออกแบบให้โครงสร้ำงอื่นต้ำนทำน แรงดัดแทนจำกกำรเบี่ยงเบนของเสำเข็มดังกล่ำว

  33. หมวด ๕ เกณฑ์กำรทดสอบ

    2 sections
  34. ๒๙

    กำรทดสอบกำลังแบกทำนของดินฐำนรำกสำหรับฐำนรำกแผ่ด้วยวิธีทดสอบ ควำมสำมำรถในกำรรับน้ำหนักบรรทุกของพื้นดินโดยใช้แผ่นเหล็กทดสอบ ให้เป็นไปตำมที่รัฐมนตรี โดยคำแนะนำของคณะกรรมกำรควบคุมอำคำรประกาศกำหนดในรำชกิจจำนุเบกษำ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๑๙ ในกรณีที่ผู้ออกแบบและคำนวณไม่ใช้วิธีการทดสอบตำมวรรคหนึ่ง ให้ผู้ออกแบบและคำนวณ จัดให้มีเอกสำรแสดงขั้นตอนและวิธีการประเมินผลกำรทดสอบกำลังแบกทำนของดินฐำนรำกสำหรับ ฐำนรำกแผ่ที่รับรองโดยสถำบันที่เชื่อถือได้

  35. ๓๐

    กำรทดสอบแรงต้ำนทำนของเสำเข็มโดยวิธีสถิตยศำสตร์แบบคงน้ำหนักบรรทุก ให้เป็นไปตำมที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมกำรควบคุมอำคำรประกาศกำหนดในรำชกิจจำนุเบกษำ ในกรณีที่ผู้ออกแบบและคำนวณไม่ใช้วิธีการทดสอบตำมวรรคหนึ่ง ให้ผู้ออกแบบและคำนวณ จัดให้มีเอกสำรแสดงขั้นตอนและวิธีการประเมินผลกำรทดสอบแรงต้ำนทำนสูงสุดของเสำเข็มสำหรับ ฐำนรำกเสำเข็มที่รับรองโดยสถำบันที่เชื่อถือได้

  36. หมวด ๖ กำแพงกันดิน

    3 sections
  37. ๓๑

    กำแพงกันดินต้องได้รับกำรออกแบบและคำนวณให้สำมำรถต้ำนทำนแรงดันของมวลดิน แรงดันหรือแรงยกตัวของน้ำ หรือน้ำหนักบรรทุกอื่นใด ที่อำจส่งผลต่อควำมมั่นคงแข็งแรงของกำแพงกันดิน ทั้งนี้ กำรคำนวณแรงที่กระทำต่อกำแพงกันดิน ให้เป็นไปตำมที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมกำร ควบคุมอำคำรประกาศกำหนดในรำชกิจจำนุเบกษำ ในกรณีของกำแพงกันดินแบบมีฐำนต้องได้รับกำรออกแบบและคำนวณให้มีค่ำอัตรำส่วน ควำมปลอดภัย ดังต่อไปนี้

    (๑) ค่ำอัตรำส่วนควำมปลอดภัยจำกกำรเลื่อนไถลไม่น้อยกว่ำ ๑.๕๐

    (๒) ค่ำอัตรำส่วนควำมปลอดภัยจำกกำรพลิกคว่ำไม่น้อยกว่ำ ๒.๐๐

    (๓) ค่ำอัตรำส่วนควำมปลอดภัยจำกกำรแบกทำนของดินฐำนรำกไม่น้อยกว่ำ ๓.๐๐ ค่ำอัตรำส่วนควำมปลอดภัยตำมวรรคสอง ให้คำนวณจำกแรงหรือหน่วยแรงที่ต้ำนทำนกำรวิบัติ ของดินหำรด้วยแรงหรือหน่วยแรงที่กระทำต่อกำแพงกันดิน บทเฉพำะกำล

  38. ๓๒

    ในกรณีที่ยังไม่มีประกาศของรัฐมนตรีตำมข้อ ๑๗ ข้อ ๒๓ ข้อ ๒๕ ข้อ ๒๗ ข้อ ๒๙ ข้อ ๓๐ และข้อ ๓๑ กำรออกแบบและคำนวณหรือกำรทดสอบ ให้กระทำโดยนิติบุคคล ซึ่งได้รับใบอนุญำตประกอบวิชำชีพวิศวกรรมควบคุมหรือได้รับกำรรับรองโดยนิติบุคคลซึ่งได้รับใบอนุญำต ประกอบวิชำชีพวิศวกรรมควบคุม โดยนิติบุคคลนั้นต้องมีวิศวกรระดับวุฒิวิศวกร สำขำวิศวกรรมโยธำ ตำมกฎหมำยว่ำด้วยวิศวกรเป็นผู้ให้คำแนะนำปรึกษำและลงลำยมือชื่อรับรองวิธีการคำนวณนั้น เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๐

  39. ๓๓

    อำคำรที่ได้รับใบอนุญำตหรือใบรับแจ้งกำรก่อสร้ำง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนกำรใช้ ตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรควบคุมอำคำร และยังก่อสร้ำง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนกำรใช้ไม่แล้วเสร็จหรือ ที่ได้ยื่นขออนุญำตหรือได้แจ้งกำรก่อสร้ำง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนกำรใช้อำคำรต่อเจ้ำพนักงำนท้องถิ่น ตามมาตรา ๓๙ ทวิ ไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และยังอยู่ระหว่ำงกำรพิจำรณำของเจ้ำพนักงำน ท้องถิ่น ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตำมกฎกระทรวงนี้ กำรพิจำรณำของเจ้ำพนักงำนท้องถิ่นเกี่ยวกับอำคำรหรือกำรดำเนินกำรตำมวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตำมที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตำมควำมในพระรำชบัญญัติ ควบคุมอำคำร พ.ศ. ๒๕๒๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ไว้ ณ วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖6 พลเอกอนุพงษ์ เผ่ำจินดำ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงมหาดไทย เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๑ หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงำนก่อสร้ำงฐำนรำกอำคำร และพื้นดินที่รองรับอำคำรโดยเฉพำะหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกำรรับน้ำหนัก ควำมต้ำนทำน และควำมคงทนของอำคำร และพื้นดินที่รองรับอำคำรได้ใช้บังคับมำเป็นเวลำนำน สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่ำวให้สอดคล้องกับ สภำพกำรณ์ปัจจุบันและสอดคล้องกับมำตรฐำนสำกลด้ำนงำนอำคำร เพื่อให้งำนก่อสร้ำงฐำนรำกของอำคำร และพื้นดินที่รองรับอำคำรมีประสิทธิภำพและควำมปลอดภัยต่อชีวิต ร่ำงกำย และทรัพย์สินของประชำชน รวมทั้งสำมำรถกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่ำวไว้ให้ชัดเจน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
Council of State index entry
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10793ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiOGE1NzA5YjYtZmYzMS00N2I1LTk2NmUtZDBlNTEwNjU4NzVjIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIQwMDA0IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY2LTUz4LiBLTkucGRmIn0.QuavvJ-n1k-2PKMrDfE15IY5mC2uGGjfKgE_9jTegeM13 pages
File checksum
sha256:167dafcbf89ce98a24f0bebf3d4a063b8e03e8dae1aba3d204ffb950c997100aPulled at 2026-08-23T21:35:13.920Z
Text condition against the source
Defects found: 2"No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness