Contents

In-force status
Not checked
Edition shown
As promulgated, 2565
Later amendments
Not merged in
Rank
กฎกระทรวง
This text is not legal advice

Preamble

เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๒ กฎกระทรวง การดำเนินการเพื่อบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๕ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย ยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ และมาตรา ๑๑๕ วรรคสองและวรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

  1. Section ๑

    กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  2. Section ๒

    ในกฎกระทรวงนี้ “เจ้าพนักงาน” หมายความว่า เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจผู้ซึ่ง ดำรงตำแหน่งหรือระดับตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

  1. หมวด ๑ ตำแหน่งหรือระดับของเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่และอำนาจ

    1 sections
  2. Section ๓

    ให้บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งหรือระดับดังต่อไปนี้ มีหน้าที่และอำนาจตามมาตรา ๑๑๕ วรรคหนึ่ง

    (๑) เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.

    (๒) พนักงานฝ่ายปกครองผู้ดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

    (ก) ปลัดกระทรวงมหาดไทย

    (ข) รองปลัดกระทรวงมหาดไทย

    (ค) ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย

    (ง) ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย

    (จ) อธิบดีกรมการปกครอง

    (ฉ) รองอธิบดีกรมการปกครอง

    (ช) ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๓

    (ซ) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย กรมการปกครอง (ฌ)ผู้อำนวยการสำนัก ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย ผู้อำนวยการส่วนเจ้าพนักงาน ปกครองและนิติกรในสังกัดสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง (ญ)ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการส่วน และเจ้าพนักงานปกครองในสังกัดสำนักอำนวยการ กองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง

    (ฎ) ผู้ว่าราชการจังหวัด

    (ฏ) รองผู้ว่าราชการจังหวัด

    (ฐ) ปลัดจังหวัด

    (ฑ) จ่าจังหวัด (ฒ)ป้องกันจังหวัด (ณ)เจ้าพนักงานปกครองและนิติกรสังกัดที่ทำการปกครองจังหวัด

    (ด) นายอำเภอ

    (ต) ปลัดอำเภอ

    (๓) ตำรวจผู้เป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรขึ้นไปและได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์ อักษรจากผู้บังคับบัญชาหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาหัวหน้าหน่วยงานให้มี หน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับภารกิจด้านยาเสพติด

  1. หมวด ๒ การตรวจหรือค้นผู้มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าเสพยาเสพติด

    3 sections
  2. Section ๔

    การตรวจหรือค้นผู้มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าเสพยาเสพติดในเคหสถาน สถานที่ใดๆ หรือยานพาหนะ ให้เจ้าพนักงานถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติดว่าด้วยการแต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ และการกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.

    (๒) กรณีพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

  3. Section ๕

    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ ๔ ให้เจ้าพนักงานถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องทุกครั้ง และรายงาน ผลการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดว่าด้วยการแต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ และการกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๔

    (๒) พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจต้องแสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อบุคคล ซึ่งเกี่ยวข้องทุกครั้ง และรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ตามที่เลขาธิการ ป.ป.ส. ประกาศกำหนด

  4. Section ๖

    ในกรณีที่เจ้าพนักงานตรวจพบผู้ซึ่งมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากระทำความผิด ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพและสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาตามมาตรา ๑๑๔ มีสิ่งของ ต้องสงสัยว่าเป็นยาเสพติดไว้ในความครอบครอง ให้เจ้าพนักงานยึดยาเสพติดนั้นและรีบนำส่งพนักงาน สอบสวนเพื่อการเก็บรักษาและการทำลายตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการตรวจรับ การตรวจพิสูจน์ การเก็บรักษา การทำลาย การนำไปใช้ประโยชน์ และการรายงาน ยาเสพติด

  1. หมวด ๓ การตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในปัสสาวะ

    7 sections
  2. Section ๗

    การตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในปัสสาวะ ให้เจ้าพนักงานถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติดว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการตรวจหรือทดสอบว่าบุคคลหรือ กลุ่มบุคคลใดมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่

    (๒) กรณีพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

  3. Section ๘

    การเตรียมการในการตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบสารเสพติด ในปัสสาวะ ให้เจ้าพนักงานถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) จัดให้มีบริเวณสำหรับตัวผู้เข้ารับการตรวจหรือทดสอบ เพื่อดำเนินการตรวจหรือทดสอบ หรือเก็บปัสสาวะภายในระยะเวลาเท่าที่จำเป็น แล้วแต่กรณี เพื่อให้การตรวจหรือทดสอบ หรือ เก็บปัสสาวะเสร็จสิ้นไปโดยเรียบร้อยและเก็บไว้ในสถานที่มิดชิดจากบุคคลภายนอก ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงอายุ เพศ ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

    (๒) จัดให้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการตรวจหรือทดสอบเพื่อให้เป็นไปด้วย ความเรียบร้อยและทันเหตุการณ์ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าพนักงาน

    (๓) จัดให้มีอุปกรณ์ในการเก็บปัสสาวะ โดยให้ใช้ขวดแก้วหรือขวดพลาสติกพร้อมฝาปิด ขนาดบรรจุไม่น้อยกว่าหกสิบมิลลิลิตร โดยขวดที่นำมาใช้ต้องสะอาดและแห้ง และให้มีฉลากและกระดาษกาว เพื่อใช้สำหรับปิดผนึกขวดตัวอย่างปัสสาวะด้วย

  4. Section ๙

    วิธีเก็บปัสสาวะให้ถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๕

    (๑) จัดให้มีผู้ควบคุมการถ่ายปัสสาวะของผู้รับการตรวจหรือทดสอบทุกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อป้องกัน มิให้มีการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ปัสสาวะเกิดการเจือจาง เติมสารเพื่อปลอมปน หรือสับเปลี่ยนตัวอย่าง ปัสสาวะ

    (๒) บันทึกหมายเลขประจำขวด และชื่อ นามสกุล และหมายเลขประจำตัวประชาชน (๑๓ หลัก) ของผู้รับการตรวจหรือทดสอบบนฉลากปิดขวดเก็บปัสสาวะ

    (๓) มอบอุปกรณ์ในการเก็บปัสสาวะแก่ผู้รับการตรวจหรือทดสอบเพื่อนำไปใส่ปัสสาวะของตน ให้ได้จำนวนประมาณสามสิบมิลลิลิตร ให้ส่งตัวอย่างปัสสาวะไปยังสถานพยาบาลยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรองหรือสถานตรวจพิสูจน์ แล้วแต่กรณี ภายในสองชั่วโมงนับแต่มีการเก็บปัสสาวะโดยไม่ต้องแช่เย็นตัวอย่างปัสสาวะ แต่หาก ไม่สามารถดำเนินการได้ ให้แช่เย็นตัวอย่างปัสสาวะที่อุณหภูมิสองถึงแปดองศาเซลเซียส

  5. Section ๑๐

    วิธีการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในเบื้องต้น ให้ถือปฏิบัติโดยใช้เครื่องมือหรือ ชุดน้ายาตรวจสอบ ดังต่อไปนี้

    (๑) ชุดน้ายาตรวจหรือทดสอบของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขหรือ หน่วยงานอื่นของรัฐ โดยให้ถือปฏิบัติตามคู่มือวิธีการตรวจสอบของชุดน้ายาตรวจสอบของหน่วยงานนั้น

    (๒) ชุดตรวจหรือเครื่องมือตรวจสอบโดยวิธี Immunoassay โดยให้ถือปฏิบัติตามคู่มือวิธีการ ตรวจสอบของชุดตรวจหรือเครื่องมือแต่ละชนิด

  6. Section ๑๑

    ในกรณีที่ตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในเบื้องต้นตามข้อ ๑๐ แล้วให้ผลบวก หากผู้รับการตรวจหรือทดสอบสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา ให้เจ้าพนักงานดำเนินการตามข้อ ๑๕ วรรคหนึ่ง โดยไม่ต้องดำเนินการส่งตัวอย่างปัสสาวะไปยังสถานตรวจพิสูจน์ โรงพยาบาลหรือ มหาวิทยาลัยของรัฐ

  7. Section ๑๒

    ในกรณีที่ตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในเบื้องต้นตามข้อ ๑๐ แล้วให้ผลบวก ถ้าบุคคลนั้นมีพฤติการณ์ต้องห้ามหรือไม่สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาตามข้อ ๑๕ วรรคสอง ให้เจ้าพนักงานจดบันทึกข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ นามสกุล ภูมิลำเนา หรือสถานที่อยู่ของผู้รับ การตรวจหรือทดสอบที่สามารถจะเรียกตัวหรือออกหมายเรียกมาเพื่อดำเนินคดีได้เมื่อมีการตรวจสอบ ยืนยันผลตามข้อ ๑๓ แล้วพบว่าเป็นผู้มีสารเสพติดในร่างกาย ในการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในเบื้องต้นนั้น เมื่ออ่านผลแล้ว ปรากฏว่าให้ผลบวก ตามคู่มือวิธีการตรวจสอบตามเครื่องมือหรือชุดน้ายาตรวจสอบในข้อ ๑๐ ให้ปิดเป็นความลับและ ให้เจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าพนักงานซึ่งทำการตรวจหรือ ทดสอบสารเสพติดนำขวดปัสสาวะของผู้รับการตรวจหรือทดสอบนั้นปิดให้สนิท พร้อมทั้งผนึกปากขวด ด้วยแถบกาว โดยมีลายมือชื่อของผู้ทำการตรวจหรือทดสอบกำกับไว้ และเมื่อดำเนินการดังกล่าว เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ทำการตรวจหรือทดสอบรีบส่งตัวอย่างปัสสาวะไปยังสถานตรวจพิสูจน์ตามระเบียบ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๖ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดว่าด้วยการตรวจรับ การตรวจพิสูจน์ การเก็บรักษา การทำลาย การนำไปใช้ประโยชน์ และการรายงานยาเสพติด เพื่อตรวจยืนยันผล

  8. Section ๑๓

    เมื่อสถานตรวจพิสูจน์ โรงพยาบาล หรือมหาวิทยาลัยของรัฐ ได้รับขวดปัสสาวะ ตามข้อ ๑๒ และได้ดำเนินการตรวจยืนยันแล้ว ให้ถือเกณฑ์การตัดสินผลการตรวจพิสูจน์ว่าเป็นผู้มี สารเสพติดอยู่ในร่างกาย ดังต่อไปนี้

    (๑) กลุ่มแอมเฟตามีน (Amphetamines) และกลุ่มเอ็กซ์ตาซี (Ecstasy - Group Substances) เมื่อตรวจพบว่ามีสารหรือเมตาบอไลต์ของสารในกลุ่มดังกล่าวอยู่ในปัสสาวะตั้งแต่หนึ่งไมโครกรัม ต่อมิลลิลิตรขึ้นไป

    (๒) กลุ่มโอปิเอต (Opiates) ได้แก่ เฮโรอีน มอร์ฟีน และฝิ่น เมื่อตรวจพบว่ามีสารหรือ เมตาบอไลต์ของสารในกลุ่มดังกล่าวอยู่ในปัสสาวะตั้งแต่สามร้อยนาโนกรัมต่อมิลลิลิตรขึ้นไป

    (๓) กลุ่มกัญชา (Cannabis) เมื่อตรวจพบว่ามีสารออกฤทธิ์หรือกัญชา (Cannabinoids) หรือเมตาบอไลต์ของกัญชาอยู่ในปัสสาวะตั้งแต่ห้าสิบนาโนกรัมต่อมิลลิลิตรขึ้นไป

    (๔) กลุ่มโคคาอีน (Cocaine) เมื่อตรวจพบว่ามีสารหรือเมตาบอไลต์ของโคคาอีนอยู่ในปัสสาวะ ตั้งแต่สามร้อยนาโนกรัมต่อมิลลิลิตรขึ้นไป

    (๕) คีตามีน (Ketamine) เมื่อตรวจพบว่ามีสารและเมตาบอไลต์ของคีตามีนรวมกันอยู่ในปัสสาวะ ตั้งแต่ capitalize หนึ่งไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรขึ้นไป

  1. หมวด ๔ การสอบถามและตรวจสอบข้อมูล พฤติการณ์ ความสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา

    3 sections
  2. Section ๑๔

    ในกรณีที่เจ้าพนักงานพบผู้มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากระทำความผิดฐานเสพยาเสพติด หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ ถ้าผู้นั้นยกเหตุว่าตนได้เสพยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพและสมัครใจขอเข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดก่อนที่เจ้าพนักงานจะตรวจพบ ให้เจ้าพนักงานพิจารณาให้ผู้นั้นเข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลยาเสพติดตามมาตรา ๑๑๓ เว้นแต่ เจ้าพนักงานมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้นั้นจะไม่เข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลยาเสพติด ให้เจ้าพนักงาน ตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในร่างกายและในกรณีที่ผลการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดเบื้องต้นพบว่า บุคคลนั้นอาจเป็นผู้เสพยาเสพติด ให้เจ้าพนักงานดำเนินการตามข้อ ๑๕

  3. Section ๑๕

    ในกรณีที่เจ้าพนักงานพบผู้มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากระทำความผิดฐานเสพยาเสพติด หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ โดยมีผลการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดเบื้องต้นพบว่า บุคคลนั้นอาจเป็นผู้เสพยาเสพติด เพื่อประโยชน์ในการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดและส่งตัวผู้นั้นไปยัง สถานพยาบาลยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรอง เจ้าพนักงานจะให้บุคคลนั้นอยู่ในความดูแลเป็นการชั่วคราวได้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๗ แต่ต้องไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ตรวจหรือทดสอบว่าบุคคลนั้นมีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย เพื่อดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) สอบถามและตรวจสอบ เพื่อทราบชื่อ อาชีพ ที่อยู่ ประวัติ รายได้ และพฤติการณ์อื่น ของบุคคลตามวรรคหนึ่งว่าเป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานอื่นซึ่งเป็นความผิด ที่มีโทษจำคุก อยู่ในระหว่างรับโทษจำคุกตามคำพิพากษา มีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น หรือสังคม มีพฤติกรรมอันตรายที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นหรือสังคมที่เกิดจากโรคทางจิตและ ประสาท หรืออาการที่เกิดจากฤทธิ์ของยาเสพติดที่ใช้ หรือพฤติการณ์อื่นใดในลักษณะเดียวกันหรือไม่

    (๒) สอบถามความสมัครใจและให้ลงนามสมัครใจหรือไม่สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา

    (๓) ส่งตัวผู้นั้น ตัวอย่างปัสสาวะ บันทึกผลการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดเบื้องต้น และ บันทึกการตรวจสอบพฤติการณ์และสอบถามความสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาไปยังสถานพยาบาล ยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรอง กรณีบุคคลตามวรรคหนึ่งมีพฤติการณ์ต้องห้ามตาม

    (๑) หรือไม่ลงนามสมัครใจเข้ารับ การบำบัดรักษาตาม

    (๒) ให้เจ้าพนักงานบันทึกพฤติการณ์แห่งการดำเนินการตรวจหรือค้นผู้มีพฤติการณ์ อันควรสงสัยว่าเสพยาเสพติด การยึดยาเสพติดจากผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ การตรวจ หรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในปัสสาวะ การสอบถามและตรวจสอบข้อมูล พฤติการณ์ ความสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา และการให้อยู่ในความดูแลเป็นการชั่วคราวของผู้มี พฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากระทำความผิดฐานเสพยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ แล้วแต่กรณี ส่งไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อเป็นพยานหลักฐานดำเนินคดีกับบุคคลนั้นในความผิด ฐานเสพยาเสพติดตามมาตรา ๑๖๒ หรือมาตรา ๑๖๓ หรือกระทำความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติด เพื่อเสพตามมาตรา ๑๖๔ แล้วแต่กรณี การบันทึกผลการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดเบื้องต้นและบันทึกการตรวจสอบพฤติการณ์และ สอบถามความสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการ ป.ป.ส. กำหนด ให้สำนักงาน ป.ป.ส. เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศระหว่างหน่วยงาน ของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของเจ้าพนักงาน

  4. Section ๑๖

    การผูกมัดร่างกายบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลเป็นการชั่วคราวตามข้อ ๑๕ วรรคหนึ่ง จะกระทำไม่ได้ เว้นแต่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นจะขัดขวางหรือหลบหนีหรือพยายามหลบหนี ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจใช้วิธีการดังกล่าวเท่าที่เหมาะสมและจำเป็นแก่พฤติการณ์เพื่อป้องกันการหลบหนี หรือเพื่อความปลอดภัยของเจ้าพนักงานและบุคคลอื่น การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำในสถานที่ราชการหรือสถานที่อื่นใดซึ่งเจ้าพนักงาน เห็นสมควร โดยสถานที่ดังกล่าวต้องไม่ปะปนกับผู้ต้องหาหรือมีบุคคลอื่นซึ่งไม่เกี่ยวข้องอยู่ในสถานที่นั้น เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๘ อันมีลักษณะเป็นการประจำนผู้อยู่ในความดูแลเป็นการชั่วคราว โดยคำนึงถึงอายุ เพศ และสภาวะ ของผู้นั้นด้วย และห้ามใช้สถานที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) เรือนจำ

    (๒) ทัณฑสถาน

    (๓) สถานกักขัง

    (๔) สถานกักกัน

    (๕) ห้องควบคุมผู้ต้องหา ให้ไว้ ณ วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖5 สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๙ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๑๕ แห่งประมวลกฎหมาย ยาเสพติด บัญญัติให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจมีหน้าที่และอำนาจดำเนินการ กับบุคคลผู้มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากระทำความผิดฐานเสพหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ เพื่อประโยชน์ในการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ประกอบกับการกำหนดให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตำแหน่งใดหรือระดับใด จะมีหน้าที่และอำนาจในเรื่องดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

Notes and footnotes

และการยึดยาเสพติดจากผู้ครอบครอง

และการให้อยู่ในความดูแลเป็นการชั่วคราว

Where this text comes from

File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
Council of State index entry
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/11681ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiODg5NWU2YTAtZGMxMC00ZTk3LTk1YmQtZTAyZDU3OWVmM2Y3IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJswMDYwIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY1LTUz4LiBLTIyLlBERiJ9.1QIx8gRSZCZCT0zWY4PU0QRTBvau6NEakeoZjHsuEvs8 pages
File checksum
sha256:0668f2a8da0f391ca64d5b0f7236fa5eb419b2ce3de4cb2134da3418f933f69dPulled at 2026-08-23T21:58:57.752Z
Text condition against the source
Checked by three methods; no defect found"No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness