- In-force status
- Not checked
- Edition shown
- As promulgated, 2565
- Later amendments
- Not merged in
- Rank
- กฎกระทรวง
กรณีที่หน่วยงำนของรัฐแห่งใดประสงค์จะยึดหรืออำยัดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับ ของมำตรกำรบังคับทำงปกครองที่หน่วยงำนของรัฐแห่งอื่นได้ยึดหรืออำยัดไว้แล้ว ให้แจ้งต่อหน่วยงำน ของรัฐที่ได้ยึดหรืออำยัดทรัพย์สินนั้นไว้ เพื่อขอรับชำระเงินส่วนที่เหลือภำยหลังจำกหน่วยงำนของรัฐ ที่ขายทอดตลำดทรัพย์สินได้รับชำระเงินครบถ้วนแล้ว โดยกำรแจ้งดังกล่ำวจะต้องกระทำก่อนกำรคืนเงิน ที่เหลือให้ผู้ถูกยึดหรือผู้ถูกอำยัดนั้น หรือบุคคลอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับ เมื่อหน่วยงำนของรัฐที่ยึดหรืออำยัดทรัพย์สินได้ขายทอดตลำดทรัพย์สินและหักเงินที่ต้องชำระ ค่ำธรรมเนียม ค่ำตอบแทน หรือค่ำใช้จ่ำยอื่นในกำรบังคับทำงปกครอง และได้รับชำระเงิน รวมทั้ง ดอกเบี้ยโดยครบถ้วนแล้ว ยังมีเงินเหลือจำกกำรชำระ ให้หน่วยงำนของรัฐชำระเงินที่เหลือนั้นให้แก่ หน่วยงำนของรัฐที่ขอรับชำระเงินตำมวรรคหนึ่ง กรณีที่มีหน่วยงำนของรัฐขอรับชำระเงินส่วนที่เหลือมำกกว่ำหนึ่งแห่ง กำรชำระเงินส่วนที่เหลือ ให้ดำเนินกำรตำมวรรคสองโดยอนุโลม ตำมลำดับก่อนหลังของกำรแจ้งต่อหน่วยงำนของรัฐที่ยึดหรือ อำยัดทรัพย์สิน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๒๓ กรณีที่ยังเหลือเงินภำยหลังกำรชำระแก่หน่วยงำนของรัฐตำมวรรคสองหรือวรรคสำม แล้วแต่กรณี ให้เจ้ำพนักงำนสั่งคืนเงินที่เหลือนั้นให้แก่ผู้ถูกยึดหรืออำยัดหรือบุคคลอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับ กำรดำเนินกำรตำมวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสำม มิให้นำบทบัญญัติว่ำด้วยกำรขอเฉลี่ยทรัพย์ ตามมาตรา ๓๒๖ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มำใช้บังคับ
Where this text comes from
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:df77d9cc726d… · 2026-08-23