ARNON

กฎกระทรวง ฉบับที่ 377 (พ.ศ. 2564) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

As promulgated — later amendments not consolidated256416 sections2 outline entries65 of 232 in กระทรวงการคลังSource PDF · 6 pages

Source: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 6a979368… · retrieved 2026-08-23 — full record at the end of the page

In-force status
Not checked
Edition shown
As promulgated, 2564
Later amendments
Not merged in
Rank
กฎกระทรวง
This text is not legal advice
Select text in any item to highlight the whole item, write a note, or copy it with a citation link· Notes are encrypted and visible only to you

Contents of this text

  1. หมวด ๑ การจัดทำ ส่ง รับ หรือเก็บรักษาเอกสารหลักฐาน เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๕๔ กมาตรา ๒–๖ · 5 sections
  2. หมวด ๒ ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๗–๑๖ · 10 sections

Preamble

เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๕๔ ก หนา้ ๑๓ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๗๗ (พ.ศ. 256๔) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยกระบวนการทาง อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓ โสฬส และมาตรา ๘๕/๒๐ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๕๓) พ.ศ. ๒๕๖๔ และ มาตรา ๔ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๑๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

  1. Section ๑

    ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้ประกอบการ” หมายความว่า ผู้ประกอบการที่ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรโดยผู้ใช้ซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน หรือผู้ประกอบการ อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มจากต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๑๓ วรรคสองและวรรคสาม “ผู้ประกอบการจดทะเบียน” หมายความว่า ผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร “เอกสารหลักฐาน” หมายความว่า หมายเรียก หนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากร แบบ รายงาน หรือหนังสืออื่นใดที่เกี่ยวกับการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม การยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม การชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม การดำเนินการทางทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม การคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม การอุทธรณ์ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งอยู่ในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

  2. หมวด ๑ การจัดทำ ส่ง รับ หรือเก็บรักษาเอกสารหลักฐาน เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๕๔ ก

    5 sections
  3. Section ๒

    การติดต่อระหว่างผู้ประกอบการและกรมสรรพากรเกี่ยวกับเอกสารหลักฐาน ด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร โดยให้ วิธีจัดทำ ส่ง รับ หรือเก็บรักษาเอกสารหลักฐาน เป็นไปตามที่กำหนดในหมวดนี้

  4. Section ๓

    ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรตามข้อ ๒ ต้องมีกระบวนการอย่างน้อย ในเรื่อง ดังต่อไปนี้

    (๑) การพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ประกอบการหรือเจ้าพนักงานสรรพากร

    (๒) การรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของระบบอิเล็กทรอนิกส์

    (๓) กระบวนการที่ทำให้เอกสารหลักฐานอยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม โดยสามารถแสดง หรืออ้างอิงเพื่อใช้ในภายหลัง และยังคงความครบถ้วนของข้อความในเอกสารหลักฐานได้

  5. Section ๔

    การจัดทำเอกสารหลักฐานของผู้ประกอบการหรือกรมสรรพากร ให้กระทำในรูปแบบ ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง โดยมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่กำหนด ในกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

  6. Section ๕

    การส่งและรับเอกสารหลักฐานระหว่างผู้ประกอบการและกรมสรรพากร ผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ให้ถือว่ามีผลสมบูรณ์เมื่อได้ปรากฏข้อความยืนยันการรับเอกสารหลักฐานเข้าสู่ระบบ โดยข้อความดังกล่าวต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารหลักฐาน รวมถึงวันและเวลาที่ได้ส่งเอกสาร หลักฐานนั้น การส่งเอกสารหลักฐานของผู้ประกอบการให้แก่กรมสรรพากรตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่า ผู้ประกอบการได้รับรองความถูกต้องและครบถ้วนของข้อความที่ปรากฏในเอกสารหลักฐานที่ได้ส่งนั้น

  7. Section ๖

    การเก็บรักษาเอกสารหลักฐานของกรมสรรพากร ต้องใช้วิธีการที่เชื่อถือได้ และสามารถเข้าถึงข้อความในเอกสารหลักฐานนั้นในภายหลังโดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง โดยมี มาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

  8. หมวด ๒ ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    10 sections
  9. Section ๗

    ให้ผู้ประกอบการหรือกรมสรรพากรจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เปลี่ยนแปลงรายการ ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ถอนหรือเพิกถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับ ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ แทนการดำเนินการตามส่วน ๙ โดยดำเนินการด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ เอกสารหลักฐานที่ใช้สำหรับทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่อธิบดี ประกาศกำหนด

  10. Section ๘

    ในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ผู้ประกอบการยื่นคำขอภายในกำหนดเวลา ดังต่อไปนี้ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๕๔ ก หนา้ ๑๕

    (๑) สำหรับผู้ประกอบการที่มีมูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษี ของกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา ๘๑/๑ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่

    (ก) วันที่มูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการ ขนาดย่อม สำหรับกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมไว้แล้ว หรือ

    (ข) วันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ สำหรับกรณีที่มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนด มูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมขึ้นใหม่ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่า ของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมน้อยกว่าที่กำหนดไว้ก่อน

    (๒) สำหรับผู้ประกอบการที่มีมูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการไม่เกินมูลค่าของ ฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา ๘๑/๑ ที่ประสงค์ จะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ก่อนวันที่มีมูลค่าของฐานภาษีเกินมูลค่า ของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมนั้น

  11. Section ๙

    ในกรณีที่คำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่เคยเป็น ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ถูกอธิบดีสั่งเพิกถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้กรมสรรพากรประกาศ รายชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ ผู้ประกอบการจดทะเบียน และให้ถือว่าผู้ประกอบการนั้นได้แสดงใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา ๘๕/๔ แล้ว ให้ผู้ประกอบการที่มีการประกาศรายชื่อตามวรรคหนึ่ง เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนนับแต่ วันที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

  12. Section ๑๐

    ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มดังต่อไปนี้ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนแจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้น ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

    (๑) การเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสาระสำคัญ ได้แก่ ชื่อผู้ประกอบการ ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการประกอบกิจการ และที่อยู่บนเครือข่าย อินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นที่ใช้ในการประกอบกิจการ

    (๒) การหยุดประกอบกิจการชั่วคราวเป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าสามสิบวัน

    (๓) การย้ายสถานประกอบการ

    (๔) การเลิกประกอบกิจการ รวมถึงการโอนกิจการทั้งหมดให้แก่ผู้ประกอบการอื่น และ การควบเข้ากันเป็นผู้ประกอบการรายใหม่

    (๕) รายการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ให้กรมสรรพากรประกาศการเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของ ผู้ประกอบการจดทะเบียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เปลี่ยนแปลง รายการแล้ว เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๕๔ ก หนา้ ๑๖

  13. Section ๑๑

    ในกรณีที่มีการโอนกิจการทั้งหมดให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่น ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นผู้โอนกิจการแจ้งการโอนและแจ้งการเลิกประกอบกิจการ ให้กรมสรรพากรทราบในคราวเดียวกัน ในกรณีที่ผู้รับโอนกิจการตามวรรคหนึ่งไม่ใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้ผู้ประกอบการ รายดังกล่าวดำเนินการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามข้อ ๘

  14. Section ๑๒

    ผู้ ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นนิติบุคคลใดประสงค์จะควบเข้ากัน ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นแจ้งการเลิกประกอบกิจการ และให้ผู้ประกอบการรายใหม่ซึ่งได้ควบเข้ากัน ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ควบเข้ากัน

  15. Section ๑๓

    ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาถึงแก่ความตาย ให้ผู้ที่ รับผิดชอบในการดำเนินกิจการของผู้ตายแจ้งให้กรมสรรพากรทราบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยเร็วที่สุด และให้มีผลเป็นการแจ้งเลิกประกอบกิจการของผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้ผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจการของผู้ตายดำเนินการเกี่ยวกับกิจการเท่าที่จำเป็น จนกว่า อธิบดีจะสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ถึงแก่ความตายนั้นออกจากทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และระยะเวลาที่อธิบดีประกาศกำหนด ในกรณีที่ผู้จัดการมรดกหรือทายาทของผู้ตายประสงค์ประกอบกิจการของผู้ประกอบการ จดทะเบียนที่ถึงแก่ความตายต่อไป ให้บุคคลดังกล่าวยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎกระทรวงนี้

  16. Section ๑๔

    ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้อธิบดีสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนออกจากทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม

    (๑) เมื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ

    (๒) เมื่ออธิบดีสั่งถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    (๓) เมื่ออธิบดีสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

  17. Section ๑๕

    ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ หรืออธิบดีสั่งถอนทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้กรมสรรพากรแจ้งให้ผู้ประกอบการ จดทะเบียนทราบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนยังคงต้องรับผิดในฐานะ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนต่อไป จนกว่าอธิบดีจะสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นออกจาก ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่ออธิบดีสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนออกจากทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้กรมสรรพากร แจ้งการขีดชื่อให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนทราบและประกาศรายชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ถูก สั่งขีดชื่อดังกล่าวผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และให้ถือว่าผู้ประกอบการดังกล่าวได้คืนใบทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๕๔ ก หนา้ ๑๗

  18. Section ๑๖

    ผู้ประกอบการที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ และกรมสรรพากรประกาศรายชื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้ถือว่า เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป ให้ไว้ ณ วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖4 อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๕๔ ก หนา้ ๑๘ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล รัษฎากร (ฉบับที่ ๕๓) พ.ศ. ๒๕๖๔ ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีการให้บริการ ทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรโดยผู้ใช้ซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ จดทะเบียน ซึ่งผู้ประกอบการในกรณีดังกล่าวมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๑๓ วรรคสองและ วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม สมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดทำ ส่ง รับ และเก็บรักษาเอกสารหลักฐานหรือหนังสืออื่นใด ที่กรมสรรพากรและผู้ประกอบการดังกล่าวต้องใช้ติดต่อระหว่างกัน และการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนภาษี มูลคาเพิ่มของผู้ประกอบการดังกล่าว ให้กระทำได้โดยใช้กระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงจำเป็นต้องออก กฎกระทรวงนี้

Notes and footnotes

หนา้ ๑๔

Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
Council of State index entry
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/12841ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMTA4MzU0NjgtYTlmYS00YWNkLWFhZGUtNjk4ZTUyMDYwN2ExIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJswMDA4IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY0LTU04LiBLTEzLlBERiJ9.lf3iNwr3cEiw7J_CPn3m_gvjKyvCIVPaj89wGLfDYFk6 pages
File checksum
sha256:6a979368c20381d2d5b19822742fe4da67779085b7081a2684c610a33d08188aPulled at 2026-08-23T22:40:14.410Z
Text condition against the source
Checked by three methods; no defect found"No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness