- In-force status
- Not checked
- Edition shown
- As promulgated, 2568
- Later amendments
- Not merged in
- Rank
- กฎกระทรวง
ให้นายจ้าง และลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามมาตรา ๑๓๐ วรรคหนึ่ง จ่ายเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อเป็นทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตาย ตามบัญชีอัตราเงินสะสมและเงินสมทบ ดังต่อไปนี้
(๑) ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๗๔ ให้เป็นไป ตามอัตราต่อไปนี้ ผู้จ่ายเงินสะสมและเงินสมทบ ๑. เงินสะสมของลูกจ้าง ๒. เงินสมทบของนายจ้าง อัตราเงินสะสมและเงินสมทบเป็นร้อยละ ของค่าจ้างของลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ๐.๒๕ ๐.๒๕ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๐ ก
(๒) ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๗๔ เป็นต้นไป ให้เป็นไปตามอัตราต่อไปนี้ ผู้จ่ายเงินสะสมและเงินสมทบ ๑. เงินสะสมของลูกจ้าง ๒. เงินสมทบของนายจ้าง อัตราเงินสะสมและเงินสมทบเป็นร้อยละ ของค่าจ้างของลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ๐.๕ ๐.๕ ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. 2568 พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๐ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎกระทรวง กำหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. ๒๕๖๗ เพื่อให้สอดคล้องกับ การเลื่อนระยะเวลาเริ่มดำเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการกำหนดระยะเวลาเริ่มดำเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง จากวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)
Where this text comes from
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:b2664e07c841… · 2026-08-23