ARNON

Contents

In-force status
Not checked
Edition shown
As promulgated, 2569
Later amendments
Not merged in
Rank
พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)
This text is not legal advice

Preamble

เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสำนักงานเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๖๙ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นปีที่ ๑๑ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์การมหาชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

  1. Section ๑

    พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกำจัดตั้งสำนักงานเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๖๙”

  2. Section ๒

    พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

  3. Section ๓

    ให้ยกเลิก

    (๑) พระราชกฤษฎีกำจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก

    (๒) พระราชกฤษฎีกำจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒

  4. Section ๔

    ในพระราชกฤษฎีกานี้ “ชีววิทยาศาสตร์” หมายความว่า วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของมนุษย์ และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านชีววิทยาศาสตร์ “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ “ลูกจ้าง” หมายความว่า ลูกจ้างของสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

  5. Section ๕

    ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

  1. หมวด ๑ การจัดตั้ง วัตถุประสงค์ หน้าที่และอำนาจ

    4 sections
  2. Section ๖

    ให้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็น “สำนักงานเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน)” ตามพระราชกฤษฎีกานี้ เรียกโดยย่อว่า “สทนว.” และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Technology and Innovation in Life Sciences National Agency (Public Organization)” เรียกโดยย่อว่า “TILSNA”

  3. Section ๗

    ให้สำนักงานมีที่ตั้งของสำนักงานแห่งใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใกล้เคียง

  4. Section ๘

    ให้สำนักงานมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

    (๑) แสวงหา ส่งเสริม สนับสนุน เชื่อมโยง ต่อยอดและขยายผลเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบริหารทรัพย์สินทางปัญญาสู่การขยายผลเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและขยายโอกาส ภาคอุตสาหกรรมและงานบริการด้านชีววิทยาศาสตร์ รวมทั้งการผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าสู่ ระบบสุขภาพภาครัฐ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก

    (๒) แสวงหา เชื่อมโยงแหล่งทุน เพื่อให้เกิดการลงทุนที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจ ในภาคอุตสาหกรรมและบริการด้านชีววิทยาศาสตร์

    (๓) ติดตามการประเมินผลของเทคโนโลยีและนวัตกรรมภายหลังเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม และการบริการด้านชีววิทยาศาสตร์

    (๔) เป็นศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม ข้อมูลธุรกิจอุตสาหกรรม เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนโอกาสทางธุรกิจ ของอุตสาหกรรมและบริการด้านชีววิทยาศาสตร์

    (๕) ประสานความร่วมมือเพื่อสร้างโอกาสการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และยกระดับ ศักยภาพของธุรกิจอุตสาหกรรมและบริการจากพันธมิตรและเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ

    (๖) เสนอแนะแนวทางเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปกำหนดยุทธศาสตร์ นโยบาย หรือมาตรการเกี่ยวกับการยกระดับและการขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและบริการเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศ

  5. Section ๙

    เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๘ ให้สำนักงานมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง และมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ

    (๒) ก่อตั้งสิทธิหรือทำนิติกรรมทุกประเภท เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสำนักงาน

    (๓) ทำความตกลงและร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ในกิจการที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสำนักงาน

    (๔) จัดให้มีและให้ทุนเพื่อสนับสนุนโครงการด้านชีววิทยาศาสตร์และการดำเนินงานของสำนักงาน

    (๕) บริหารจัดการองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ ตลอดจนทรัพย์สิน ทางปัญญาและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสำนักงาน

    (๖) ถือหุ้น เข้าเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าร่วมทุนกับนิติบุคคลอื่น ในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ ของสำนักงาน

    (๗) กู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสำนักงาน

    (๘) เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน หรือค่าบริการในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของสำนักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่คณะกรรมการกำหนด

    (๙) กระทำการอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสำนักงาน เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก การถือหุ้น การเข้าเป็นหุ้นส่วน และการเข้าร่วมทุนตาม

    (๖) ตลอดจนการกู้ยืมเงินตาม

    (๗) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  1. หมวด ๒ ทุน รายได้ และทรัพย์สิน

    4 sections
  2. Section ๑๐

    ทุนและทรัพย์สินในการดำเนินกิจการของสำนักงาน ประกอบด้วย

    (๑) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาตามมาตรา ๔๔

    (๒) เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามความเหมาะสม

    (๓) เงินอุดหนุนจากภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่น รวมทั้ง จากต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ และเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้

    (๔) ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือรายได้จากการดำเนินกิจการ

    (๕) ดอกผลของเงินหรือรายได้จากทรัพย์สินของสำนักงาน การรับเงินหรือทรัพย์สินตาม

    (๓) จะต้องไม่กระทำในลักษณะที่ทำให้สำนักงานขาดความเป็นอิสระ หรือความเป็นกลาง

  3. Section ๑๑

    บรรดารายได้ของสำนักงานไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือสมควร สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจนำรายได้ ของสำนักงานในจำนวนที่เห็นสมควรส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

  4. Section ๑๒

    อสังหาริมทรัพย์ซึ่งสำนักงานได้มาจากการให้หรือซื้อด้วยเงินรายได้ ของสำนักงานเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงาน สำนักงานมีอำนาจในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ จำหน่าย และจัดหาประโยชน์ จากทรัพย์สินของสำนักงาน

  5. Section ๑๓

    การใช้จ่ายเงินของสำนักงาน ให้ใช้จ่ายไปเพื่อกิจการของสำนักงานโดยเฉพาะ การเก็บรักษาและเบิกจ่ายเงินของสำนักงาน ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

  1. หมวด ๓ การบริหารและการดำเนินกิจการ

    20 sections
  2. Section ๑๔

    ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการสำนักงานเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์” ประกอบด้วย เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก

    (๑) ประธานกรรมการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูง ในด้านวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องที่เป็นประโยชน์ ต่อกิจการของสำนักงาน

    (๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสามคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ

    (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินหกคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านธุรกิจอุตสาหกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ การเงิน การต่างประเทศ การลงทุน การตลาด กฎหมาย หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อกิจการ ของสำนักงาน ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการโดยตำแหน่ง และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ เป็นผู้ช่วยเลขานุการได้ตามความจำเป็น ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องไม่เป็นข้าราชการ ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เว้นแต่เป็นผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการ ซึ่งต้องสอดคล้องกับ หลักเกณฑ์กลางที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  3. Section ๑๕

    ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีและไม่เกินเจ็ดสิบปี

    (๒) ไม่เป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของสำนักงาน

    (๓) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการที่กระทำกับสำนักงาน หรือในกิจการที่เป็นการแข่งขันกับกิจการของสำนักงาน เว้นแต่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในนิติบุคคล ซึ่งสำนักงานเป็นผู้ถือหุ้น หรือเข้าเป็นหุ้นส่วนหรือเข้าร่วมทุนตามมาตรา ๙

    (๖) ทั้งนี้ ตามที่ คณะกรรมการมอบหมาย

  4. Section ๑๖

    ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้น อยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่ เข้ารับหน้าที่ ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

  5. Section ๑๗

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อน ความสามารถ

    (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๕

  6. Section ๑๘

    ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างหรือเป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้น อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทนหรือผู้ซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว แล้วแต่กรณี เว้นแต่วาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่แต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนก็ได้ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และยังไม่มี การแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ แต่ยังมีกรรมการเหลืออยู่เกินกึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จนกว่าจะมีการแต่งตั้ง ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง และในกรณีที่ประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่ง ก่อนวาระ ให้กรรมการที่เหลือเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการเป็นการชั่วคราว

  7. Section ๑๙

    คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการและการดำเนินงาน ของสำนักงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ หน้าที่และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง

    (๑) กำหนดนโยบายการบริหารงานและให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานของสำนักงาน

    (๒) อนุมัติงบประมาณประจำปี งบการเงิน แผนการลงทุน และการดำเนินโครงการ ตามที่คณะกรรมการกำหนด เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก

    (๓) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสนับสนุนโครงการของสำนักงาน

    (๔) พิจารณายุทธศาสตร์ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการพัฒนาธุรกิจ อุตสาหกรรมและบริการ ด้านชีววิทยาศาสตร์เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

    (๕) ให้คำแนะนำหรือเสนอแนะการแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคอันเกิดจากการบริหารจัดการ ตลอดจนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการในกรณีมีปัญหาหรืออุปสรรคเกี่ยวกับ การประสานงานในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์และหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน

    (๖) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับสำนักงานในเรื่องดังต่อไปนี้

    (ก) การบริหารงานทั่วไป การจัดแบ่งส่วนงาน และขอบเขตหน้าที่ของส่วนงานดังกล่าว

    (ข) การสรรหา การแต่งตั้ง และการถอดถอนผู้อำนวยการ การปฏิบัติงานและ การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการ การรักษาการแทนและการมอบให้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทน

    (ค) การกำหนดตำแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่น ของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน

    (ง) การกำหนดประมวลจริยธรรมในการปฏิบัติงานของกรรมการ ผู้อำนวยการ และเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน

    (จ) การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การพัฒนา การประเมินผลงาน การถอดถอน วินัยและการลงโทษทางวินัย การออกจากตำแหน่ง การร้องทุกข์และการอุทธรณ์การลงโทษ ของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ้างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และลูกจ้าง

    (ฉ) การบริหารและจัดการการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของสำนักงาน รวมทั้ง การบัญชีและการจำหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญ

    (ช) การกำหนดค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน และค่าบริการในการดำเนินกิจการ ของสำนักงาน

    (ซ) การจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นแก่เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน

    (ฌ) การแต่งตั้ง หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการตรวจสอบ

    (ญ) การกำหนดขอบเขตเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ และผู้ตรวจสอบภายใน

    (ฎ) การกำหนดเครื่องแบบผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน และเครื่องหมาย ของสำนักงาน เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก

    (๗) ให้ความเห็นชอบรายงานประจำปีเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรี

    (๘) กระทำการอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสำนักงาน

    (๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย พระราชกฤษฎีกานี้ หรือตามที่คณะรัฐมนตรี มอบหมาย ระเบียบเกี่ยวกับการจำหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญตาม (๖)

    (ฉ) ต้องเป็นไปตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  8. Section ๒๐

    การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการด้วยโดยอนุโลม

  9. Section ๒๑

    ในการควบคุมดูแลการดำเนินงานของสำนักงาน ให้คณะกรรมการพิจารณา กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของสำนักงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ ความซื่อสัตย์สุจริต การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การกระจายอำนาจ การตัดสินใจ การอำนวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน

  10. Section ๒๒

    คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษา คณะกรรมการ และมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบตามมาตรา ๑๙ (๖)

    (ฌ) และคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ ประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการ จะต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการที่กระทำกับ สำนักงานหรือในกิจการที่เป็นการแข่งขันกับกิจการของสำนักงาน เว้นแต่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในนิติบุคคล ซึ่งสำนักงานเป็นผู้ถือหุ้น หรือเข้าเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าร่วมทุนตามมาตรา ๙

    (๖) ทั้งนี้ ตามที่ คณะกรรมการมอบหมาย ให้นำความในมาตรา ๒๐ มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะอนุกรรมการด้วยโดยอนุโลม

  11. Section ๒๓

    ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ ประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการ ได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่น ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก

  12. Section ๒๔

    ให้สำนักงานมีผู้อำนวยการคนหนึ่ง เป็นผู้บริหารกิจการของสำนักงาน ภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการ คณะกรรมการเป็นผู้มีอำนาจสรรหา แต่งตั้ง และถอดถอนผู้อำนวยการ การสรรหาผู้อำนวยการ ให้เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการซึ่งต้องสอดคล้องกับ หลักเกณฑ์กลางที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  13. Section ๒๕

    ในการแต่งตั้งผู้อำนวยการต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่มีเหตุต้องแต่งตั้งผู้อำนวยการ และหากมีเหตุผลจำเป็น ให้คณะกรรมการขยายระยะเวลาได้อีก ไม่เกินหกสิบวัน หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการพัฒนา และส่งเสริมองค์การมหาชนรายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้อำนวยการ

  14. Section ๒๖

    ผู้อำนวยการต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการ ของสำนักงานตามที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์และหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน สามารถทำงาน ให้แก่สำนักงานได้เต็มเวลา รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วย องค์การมหาชนด้วย

  15. Section ๒๗

    ผู้อำนวยการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

  16. Section ๒๘

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) ออกตามกรณีที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้างหรือข้อตกลงระหว่างคณะกรรมการกับผู้อำนวยการ

    (๔) คณะกรรมการให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อน ความสามารถ

    (๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๒๖ มติของคณะกรรมการให้ผู้อำนวยการออกจากตำแหน่งตาม

    (๔) ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ โดยไม่นับรวมผู้อำนวยการ การขาดคุณสมบัติเพราะมีอายุเกินหกสิบห้าปีบริบูรณ์ ให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่ง ตามกำหนดเวลาในสัญญาจ้าง

  17. Section ๒๙

    ภายใต้บังคับมาตรา ๓๙ วรรคสองและวรรคสาม ให้ผู้อำนวยการมีหน้าที่ บริหารกิจการของสำนักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ของสำนักงาน มติคณะรัฐมนตรี เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด นโยบาย และมติของคณะกรรมการ และเป็นผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานทุกตำแหน่ง รวมทั้งให้มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

    (๑) เสนอยุทธศาสตร์ นโยบาย โครงการ แผนปฏิบัติงาน และงบประมาณประจำปี ต่อคณะกรรมการ เพื่อให้การดำเนินงานของสำนักงานบรรลุวัตถุประสงค์

    (๒) เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของสำนักงาน รวมทั้ง รายงานการเงินต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา

    (๓) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงกิจการและการดำเนินงานของสำนักงาน ให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสำนักงานต่อคณะกรรมการ ผู้อำนวยการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของสำนักงาน

  18. Section ๓๐

    ผู้อำนวยการมีอำนาจ

    (๑) แต่งตั้งรองผู้อำนวยการหรือผู้ช่วยผู้อำนวยการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ เพื่อเป็นผู้ช่วยปฏิบัติงานของผู้อำนวยการตามที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

    (๒) บรรจุ แต่งตั้ง เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานตามมาตรา ๓๔ (๑) และ

    (๓) ตลอดจนให้บุคคลดังกล่าวออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ตามระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

    (๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินงานของสำนักงานโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด นโยบาย หรือมติของคณะกรรมการ

  19. Section ๓๑

    ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหรือผู้อำนวยการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองผู้อำนวยการที่คณะกรรมการกำหนดรักษาการแทน ถ้าไม่มีรองผู้อำนวยการหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการหรือเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานตามมาตรา ๓๔ (๑) หรือ

    (๓) คนหนึ่ง เป็นผู้รักษาการแทน ให้ผู้รักษาการแทนตามวรรคหนึ่งมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับผู้อำนวยการ ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นแต่งตั้งให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการ หรือให้มีหน้าที่และอำนาจอย่างใด ให้ผู้รักษาการแทนเป็นกรรมการหรือมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับ ผู้อำนวยการด้วย แล้วแต่กรณี

  20. Section ๓๒

    ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้แทนของสำนักงาน เพื่อการนี้ ผู้อำนวยการจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไป ตามระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก นิติกรรมใดที่ผู้อำนวยการหรือผู้รับมอบอำนาจจากผู้อำนวยการกระทำโดยฝ่าฝืนระเบียบ หรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนดย่อมไม่ผูกพันสำนักงาน เว้นแต่คณะกรรมการจะให้สัตยาบัน

  21. Section ๓๓

    ให้คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น ของผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  1. หมวด ๔ เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสำนักงาน

    5 sections
  2. Section ๓๔

    เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานมีสามประเภท คือ

    (๑) เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง ได้แก่ ผู้ซึ่งปฏิบัติงานโดยได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างจากงบประมาณ ของสำนักงาน

    (๒) ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ผู้ซึ่งสำนักงานจ้างให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญโดยมีสัญญาจ้าง

    (๓) เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมาปฏิบัติงานของสำนักงานเป็นการชั่วคราวตามมาตรา ๓๘

  3. Section ๓๕

    เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานต้องมีคุณวุฒิหรือประสบการณ์เหมาะสมกับ วัตถุประสงค์ หน้าที่และอำนาจของสำนักงาน สามารถทำงานให้แก่สำนักงานได้เต็มเวลา รวมทั้ง ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนด้วย

  4. Section ๓๖

    เจ้าหน้าที่และลูกจ้างพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๓๕

    (๔) ครบกำหนดเวลาจ้างตามสัญญา

    (๕) ถูกให้ออก เพราะไม่ผ่านการประเมินผลงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

    (๖) ถูกไล่ออกหรือปลดออก เพราะผิดวินัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ การขาดคุณสมบัติเพราะมีอายุเกินหกสิบปี ให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามกำหนดเวลา ในสัญญาจ้าง

  5. Section ๓๗

    สำนักงานอาจทำสัญญาจ้างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ หรือลูกจ้างตามระยะเวลา ที่กำหนดในสัญญาจ้างได้ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก

  6. Section ๓๘

    เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของสำนักงาน รัฐมนตรีอาจขอให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในกระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนอื่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ มาปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงาน ในสำนักงานเป็นการชั่วคราวได้ ทั้งนี้ เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างของผู้นั้น และมีข้อตกลงที่ทำไว้ในการอนุมัติ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับอนุมัติให้มาปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราว ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการหรือออกจากงานไปปฏิบัติงานใด ๆ และให้นับระยะเวลาระหว่างที่มาปฏิบัติงานในสำนักงานสำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญ หรือประโยชน์ตอบแทนอื่นทำนองเดียวกันเสมือนอยู่ปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานเต็มเวลาดังกล่าว แล้วแต่กรณี เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้มาปฏิบัติงานในสำนักงาน ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามวรรคหนึ่ง มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนในส่วนราชการหรือหน่วยงานเดิม ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งและเงินเดือนเดิมตามข้อตกลงที่ทำไว้ในการอนุมัติ

  1. หมวด ๕ การบัญชี การตรวจสอบ และการประเมินผลงานของสำนักงาน

    4 sections
  2. Section ๓๙

    การบัญชีของสำนักงาน ให้จัดทำตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ และต้องจัดให้มีการตรวจสอบ ภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของสำนักงาน ตลอดจนรายงานผลการตรวจสอบ ให้คณะกรรมการทราบอย่างน้อยปีละครั้ง ในการตรวจสอบภายใน ให้มีเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ ภายในโดยเฉพาะและให้รับผิดชอบขึ้นตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการตามระเบียบ ที่คณะกรรมการกำหนด ในการแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง และลงโทษทางวินัยของผู้ตรวจสอบภายใน ให้ผู้อำนวยการและคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาร่วมกันแล้วเสนอให้คณะกรรมการให้ความเห็นชอบก่อน จึงดำเนินการได้

  3. Section ๔๐

    ให้สำนักงานจัดทำรายงานการเงินประจำปีส่งผู้สอบบัญชีภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันสิ้นปีบัญชีทุกปี เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก ในทุกรอบปี ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลภายนอกตามที่คณะกรรมการแต่งตั้ง ด้วยความเห็นชอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีและประเมินผลการใช้จ่ายเงิน และทรัพย์สินของสำนักงาน โดยให้แสดงความคิดเห็นเป็นข้อวิเคราะห์ว่าการใช้จ่ายดังกล่าวเป็นไป ตามวัตถุประสงค์ ประหยัด และได้ผลตามเป้าหมายเพียงใด แล้วทำบันทึกรายงานผลการสอบบัญชีเสนอ ต่อคณะกรรมการ ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสำนักงาน เข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องในระบบสารสนเทศ สอบถามผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ผู้ตรวจสอบภายใน เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน หรือบุคคลอื่น และเรียกให้ส่ง สรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสำนักงานเป็นการเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น

  4. Section ๔๑

    ให้สำนักงานทำรายงานประจำปีเสนอรัฐมนตรีทุกสิ้นปีงบประมาณ รายงานนี้ ให้กล่าวถึงผลงานของสำนักงานในปีที่ล่วงมาแล้ว รายงานการเงิน พร้อมทั้งรายงานของผู้สอบบัญชี รวมทั้งคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายของคณะกรรมการ แผนงาน และโครงการที่จะจัดทำในภายหน้า

  5. Section ๔๒

    การประเมินผลงานของสำนักงานให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน

  1. หมวด ๖ การกำกับดูแล

    1 sections
  2. Section ๔๓

    ให้รัฐมนตรีมีหน้าที่และอำนาจกำกับดูแลการดำเนินกิจการของสำนักงาน ให้เป็นไปตามกฎหมายและให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสำนักงาน นโยบายของรัฐบาล มติคณะรัฐมนตรี และแผนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน เพื่อการนี้ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ สำนักงานชี้แจง แสดงความคิดเห็น ทำรายงาน หรือยับยั้งการกระทำของสำนักงานที่ขัดต่อกฎหมาย วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสำนักงาน นโยบายของรัฐบาล มติคณะรัฐมนตรี หรือแผนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กับสำนักงาน ตลอดจนสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการของสำนักงานได้

  1. บทเฉพาะกาล

    9 sections
  2. Section ๔๔

    ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน งบประมาณ และรายได้ของศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่ พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับไปเป็นของสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี้ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก

  3. Section ๔๕

    ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ ตามพระราชกฤษฎีกำจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการสำนักงาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง คณะกรรมการสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

  4. Section ๔๖

    ในวาระเริ่มแรก ให้ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ ตามพระราชกฤษฎีกำจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ และให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าสัญญาจ้าง ผู้อำนวยการดังกล่าวจะสิ้นสุดลง การนับวาระการดำรงตำแหน่งของผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่ง ให้นับต่อเนื่องกับการนับวาระ ตามพระราชกฤษฎีกานี้

  5. Section ๔๗

    ให้โอนเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ไปเป็นเจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี้โดยให้ดำรงตำแหน่งและได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง รวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งเคยได้รับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับไปพลางก่อน ทั้งนี้ จนกว่าจะได้รับการบรรจุ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๘

  6. Section ๔๘

    ให้เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างตามมาตรา ๔๗ ซึ่งประสงค์จะปฏิบัติงานในสำนักงาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ต่อไป แสดงความจำนงเป็นหนังสือ ต่อผู้อำนวยการสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เมื่อแสดงความจำนงแล้วจะถอนคืนมิได้ ในกรณีที่ไม่แสดงความจำนง ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าไม่ประสงค์จะปฏิบัติงานในสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ต่อไป และให้ดำเนินการตามมาตรา ๔๙ ภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้สำนักงานเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ดำเนินการคัดเลือกเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างตามวรรคหนึ่ง เพื่อบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก (องค์การมหาชน) ต่อไป โดยให้นับระยะเวลาทำงานในศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ของเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างที่ได้รับการคัดเลือกเป็นระยะเวลาทำงานต่อเนื่องกับ ระยะเวลาทำงานในสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ด้วย การกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการคัดเลือกเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง เพื่อบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างของสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ให้เป็นไป ตามที่คณะกรรมการตามมาตรา ๔๕ ประกาศกำหนด

  7. Section ๔๙

    เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างซึ่งไม่ประสงค์จะปฏิบัติงานในสำนักงานเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ต่อไป หรือไม่ได้รับการคัดเลือกตามมาตรา ๔๘ วรรคสอง แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าออกจากงานเพราะเลิกจ้างโดยมิใช่ความผิดของเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง และให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนการเลิกจ้างตามข้อบังคับคณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ ว่าด้วยการพัฒนาและบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดเวลา ที่ให้แสดงความจำนงหรือวันที่ไม่ได้รับการคัดเลือก แล้วแต่กรณี

  8. Section ๕๐

    ในระหว่างที่ยังไม่มีระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด หรือมติ ของคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้นำระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด หรือมติ ของคณะกรรมการ ที่ออกตามพระราชกฤษฎีกำจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ บรรดาที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ มาใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัด หรือแย้งต่อพระราชกฤษฎีกานี้ จนกว่าจะได้มีการออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด หรือมติของคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ

  9. Section ๕๑

    เมื่อสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ดำเนินการครบห้าปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้สำนักงาน ก.พ.ร. จัดให้มีการประเมิน ความคุ้มค่าในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๘ ตลอดระยะเวลาดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนกำหนด หากไม่คุ้มค่า หรือมีความคุ้มค่าต่ำกว่าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนกำหนด ให้สำนักงาน ก.พ.ร. รายงานคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนเพื่อมีมติให้ยุบเลิก และโอนถ่ายภารกิจไปให้หน่วยงานอื่นต่อไป หากดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ปรากฏว่ามีความคุ้มค่าสมควรดำเนินการต่อไป ให้มีการทบทวน ตามวรรคหนึ่งทุกห้าปีนับแต่ครบห้าปีแรกนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก

  10. Section ๕๒

    ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามบทเฉพาะกาลของพระราชกฤษฎีกานี้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นผู้สั่งการและให้คำวินิจฉัยนั้น เป็นที่สุด โดยให้หน่วยงานต่าง ๆ ถือปฏิบัติตามคำวินิจฉัยนั้น ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง พระราชกฤษฎีกำจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยปรับเปลี่ยนบทบาทภารกิจของศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ให้สอดคล้องกับ การพัฒนาทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน เพื่อยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศให้ก้าวสู่ระดับสากล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้แก่อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ ตลอดจนส่งเสริมและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านชีววิทยาศาสตร์ของผู้ให้บริการภาครัฐ อันจะส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการและการรักษา ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จึงสมควรปรับเปลี่ยนศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) มาเป็นสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) โดยปรับปรุงวัตถุประสงค์ หน้าที่และอำนาจ รวมทั้งองค์ประกอบของคณะกรรมการ ตลอดจนบทบัญญัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจของสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) เกิดประสิทธิผลยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

Where this text comes from

File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
Council of State index entry
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14820ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiN2I3NjRhZjMtMDJiNi00YzAxLTk5MTMtMjU1YzYzN2RhNjBiIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguK0wMDE3IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY5LTEw4LiBLTgucGRmIn0._nAjl277pxTa1f-6SOzKK0np2aUr_pKRg3W1At7JAls17 pages
File checksum
sha256:319b917d124e6d16ed7e2a60beb732d5a101c0784bb5465cac490b73f780e00aPulled at 2026-08-23T18:59:37.515Z
Text condition against the source
Checked by three methods; no defect found"No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2569