พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดชัยนาท จังหวัดชุมพร จังหวัดตาก จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดพะเยา จังหวัดพังงา จังหวัดพิจิตร จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดยโสธร และจังหวัดระนอง พ.ศ. 2549
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
As promulgated — later amendments not consolidated254915 sections3 of 26 in พ.ศ. 2540–2549Source PDF · 4 pagesSource: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 0735ac86… · retrieved 2026-08-23 — full record at the end of the page
What edition is this?
This is the text as promulgated in the Royal Gazette in the year shown, not a consolidated edition. Sections later amended, added or repealed are not reflected — current enforcement status has not been checked.
Preamble
พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ขึ้นในจังหวัดชัยนาท จังหวัดชุมพร จังหวัดตาก จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดพะเยา จังหวัดพังงา จังหวัดพิจิตร จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดยโสธร และจังหวัดระนอง พ.ศ. ๒๕๔๙ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นปีที่ ๖๑ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดชัยนาท จังหวัดชุมพร จังหวัดตาก จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดพะเยา จังหวัดพังงา จังหวัด พิจิตร จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดยโสธร และจังหวัดระนอง และกำหนดเขต อำนาจของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและ ครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพ ของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๗๙ ก มาตรา ๔๘และมาตรา ๕๐ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
All sections
Show as list- ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกำจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครอง เด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดชัยนาท จังหวัดชุมพร จังหวัดตาก จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดพะเยา จังหวัดพังงา จังหวัดพิจิตร จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดยโสธร และจังหวัดระนอง พ.ศ. ๒๕๔๙”
- ๒
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
- ๓
ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดชัยนาท เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดชัยนาท” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดชัยนาท และ ให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป
- ๔
ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดชุมพร เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดชุมพร” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดชุมพร และ ให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป
- ๕
ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดตาก เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตาก” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดตาก และ ให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป
- ๖
ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดนครนายก เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครนายก” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัด นครนายก และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป
- ๗
ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดปราจีนบุรี เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดปราจีนบุรี” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดปราจีนบุรี และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป
- ๘
ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดพะเยา เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยา” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดพะเยา และ ให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๗๙ ก
- ๙
ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดพังงา เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพังงา” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดพังงา และ ให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป
- ๑๐
ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดพิจิตร เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพิจิตร” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดพิจิตร และ ให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป
- ๑๑
ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดมหาสารคาม เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดมหาสารคาม” โดยให้มีเขตอำนาจตลอด จังหวัดมหาสารคาม และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป
- ๑๒
ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัด แม่ฮ่องสอน และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป
- ๑๓
ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดยโสธร เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดยโสธร” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดยโสธร และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป
- ๑๔
ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดระนอง เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดระนอง” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดระนอง และ ให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป
- ๑๕
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๗๙ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๕๘(๓) แห่งพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ได้กำหนดให้ศาลจังหวัดที่มีเขตอำนาจเหนืออำเภอที่เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดมีอำนาจ พิจารณาคดีอาญาที่มีข้อหาว่าเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดในกรณีที่ไม่มีศาลเยาวชนและครอบครัวในท้องที่ ที่เด็กหรือเยาวชนมีถิ่นที่อยู่ปกติและในท้องที่ที่เด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด สมควรจัดตั้งสถานพินิจและ คุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดชัยนาท จังหวัดชุมพร จังหวัดตาก จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดพะเยา จังหวัดพังงา จังหวัดพิจิตร จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดยโสธร และ จังหวัดระนอง และกำหนดเขตอำนาจของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนดังกล่าว และโดยที่มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า การจัดตั้งสถานพินิจและการกำหนดเขตอำนาจของ สถานพินิจให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
- Council of State index entry
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/16349ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZTc5MDIyMmItMDFkOC00OTFlLWJiZTEtMTU1NzBmNWQyMzEzIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIgwMDA2IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTQ5LTc54LiBLTEwLnBkZiJ9.7W6dIglvd-3Egk9zEMHOWKVd6X97Z-n-g-yncCGSzB04 pages
- File checksum
- sha256:0735ac86f0008d827261628e474490972dbf23c8e5d73b9dd9ff2f9cac93da01Pulled at 2026-08-23T20:15:13.348Z
- Text condition against the source
- Not verifiable with the methods available — ไม่มีฟอนต์ที่เทียบลำดับ glyph ได้ — ตรวจได้แค่ชนิด "ขาดรายการ" ไม่ครอบชนิด "มีรายการแต่ผิด""No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
- Text extraction
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness