กฎกระทรวงกำหนดชั้น สาขาของปริญญา และหลักเกณฑ์การให้ปริญญากิตติมศักดิ์ของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2549
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
As promulgated — later amendments not consolidated25497 sections23 of 69 in กระทรวงศึกษาธิการSource PDF · 3 pagesSource: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 223785e0… · retrieved 2026-08-23 — full record at the end of the page
What edition is this?
This is the text as promulgated in the Royal Gazette in the year shown, not a consolidated edition. Sections later amended, added or repealed are not reflected — current enforcement status has not been checked.
Preamble
กฎกระทรวง กำหนดชั้น สาขาของปริญญา และหลักเกณฑ์การให้ปริญญากิตติมศักดิ์ ของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๙ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ และมาตรา ๕๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัด สิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ประกอบกับมาตรา ๓๑มาตรา ๓๕มาตรา ๔๘และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
All sections
Show as list- ๑
ในกฎกระทรวงนี้ “สถาบัน” หมายความว่า สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแต่ละแห่ง “สภาสถาบัน” หมายความว่า สภาสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแต่ละแห่งตามกฎหมายว่าด้วย สถาบันอุดมศึกษาเอกชน
- ๒
ปริญญากิตติมศักดิ์ มีสามชั้น คือ ปริญญาเอก เรียกว่า ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ปริญญาโท เรียกว่า มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ปริญญาตรี เรียกว่า บัณฑิตกิตติมศักดิ์
- ๓
สถาบันจะให้ปริญญากิตติมศักดิ์ได้เฉพาะในสาขาวิชาที่มีการศึกษาในสถาบันนั้น และได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาในสาขาวิชานั้นแล้ว การกำหนดชื่อปริญญากิตติมศักดิ์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การกำหนดชื่อปริญญาของ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๘๓ ก
- ๔
บุคคลที่สมควรได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ มีดังต่อไปนี้
(๑) ปริญญากิตติมศักดิ์ประเภททั่วไป สำหรับผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งใช้ความรู้ ความสามารถในสาขาวิชา ที่จะให้ปริญญากิตติมศักดิ์นั้นจนเป็นที่ประจักษ์ว่าได้ทำชื่อเสียงประกอบคุณงามความดีเพียบพร้อมสมบูรณ์ และเป็นประโยชน์ยิ่งแก่ประเทศชาติ และให้มอบได้สำหรับสาขาวิชาวิทยาศาสตร์หรือสาขาวิชาศิลปศาสตร์ เท่านั้น
(๒) ปริญญากิตติมศักดิ์ประเภทวิชาการสำหรับผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นนักวิชาการมีผลงานดีเด่น เป็นที่ยอมรับของนักวิชาการในสาขาวิชานั้น และมีผลงานซึ่งประเมินคุณค่าได้เท่าเทียมกับผลงาน ของผู้สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก กรณีผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๑) หรือ
(๒) เคยเป็นกรรมการสภาสถาบันนั้นมาก่อนจะต้องลาออก หรือพ้นจากการเป็นกรรมการสภาสถาบันนั้นมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี
- ๕
ให้สภาสถาบันแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นคณะหนึ่ง มีจำนวนเจ็ดคน ประกอบด้วย
(๑) ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกสถาบันเป็นประธานกรรมการ
(๒) กรรมการจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกสถาบัน จำนวนสามคน
(๓) กรรมการจากคณาจารย์ของสถาบัน จำนวนสองคน
(๔) กรรมการซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิของสถาบันจากสาขาวิชาที่จะให้ปริญญากิตติมศักดิ์ จำนวนหนึ่งคน ให้สถาบันมอบหมายให้คณาจารย์ของสถาบันคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นเลขานุการ
- ๖
ให้คณะกรรมการกลั่นกรองตามข้อ ๕ ทำหน้าที่กลั่นกรองและเสนอชื่อบุคคล ที่สมควรได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ต่อสภาสถาบันเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ปริญญากิตติมศักดิ์
- ๗
ให้สถาบันจัดเก็บเอกสาร ประวัติ และผลงานของบุคคลที่สภาสถาบันได้อนุมัติ ปริญญากิตติมศักดิ์ไว้เป็นหลักฐาน และรายงานชื่อผู้ที่ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์พร้อมประวัติ ให้คณะกรรมการการอุดมศึกษาทราบภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่สภาสถาบันอนุมัติ ให้ไว้ ณวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ จาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๘๓ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕๘วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖บัญญัติให้การกำหนดชั้น สาขาของปริญญา และหลักเกณฑ์การให้ ปริญญากิตติมศักดิ์ของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออก กฎกระทรวงนี้
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
- Council of State index entry
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/5832ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNTM5ZDgxZjAtZDQ4NS00YTZiLTkwYTMtZmQ5OTlkZDdlZDllIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKowMDIwIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTQ5LTgz4LiBLTE0LnBkZiJ9.EZfZzd374q-Dg-yhP-p5YzzAP9W2skGZoekRhhWeSXs3 pages
- File checksum
- sha256:223785e0772566b90c0e598dc188e19ccd0ff49765e3908ab99175307816eeadPulled at 2026-08-23T21:10:05.072Z
- Text condition against the source
- Not verifiable with the methods available — ไม่มีฟอนต์ที่เทียบลำดับ glyph ได้ — ตรวจได้แค่ชนิด "ขาดรายการ" ไม่ครอบชนิด "มีรายการแต่ผิด""No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
- Text extraction
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness