In-force status
Not checked
Edition shown
As promulgated, 2561
Later amendments
Not merged in
Rank
พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
This text is not legal advice

Preamble

เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๙๗ ก หนา้ ๒๖ พระราชบัญญัติ เอกสิทธิ์และความคุ้มกันสำหรับองค์การระหว่างประเทศ และการประชุมระหว่างประเทศในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันสำหรับองค์การระหว่างประเทศ และการประชุมระหว่างประเทศในประเทศไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

  1. Section ๑พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเอกสิทธิ์และความคุ้มกันสำหรับ…
  2. Section ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
  3. Section ๓ในพระราชบัญญัตินี้ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๙๗ ก หนา้ ๒๗ “องค์การระหว่างประเทศ” หมายความว่า องค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาลและ…
  4. Section ๔การให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันสำหรับองค์การระหว่างประเทศหรือการประชุม…
  5. Section ๕องค์การระหว่างประเทศอาจได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ดังต่อไปนี้ (๑)…
  6. Section ๖บุคลากรขององค์การระหว่างประเทศอาจได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ดังต่อไปนี้ (๑)…
  7. Section ๗องค์การระหว่างประเทศและบุคลากรขององค์การระหว่างประเทศใดจะได้รับ เอกสิทธิ์และความคุ้มกันในเรื่องใดตามมาตรา ๕ และมาตรา…
  8. Section ๘ให้ยอมรับนับถือว่าองค์การระหว่างประเทศที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยหรือ ที่ประเทศไทยเป็นภาคี…
  9. Section ๙ในกรณีที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศใดและ…
  10. Section ๑๐ผู้จัดการประชุมระหว่างประเทศภาครัฐอาจได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ดังต่อไปนี้ (๑)…
  11. Section ๑๑ผู้แทนของรัฐหรือผู้แทนขององค์การระหว่างประเทศที่เข้าร่วมการประชุม…
  12. Section ๑๒ผู้ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศภาครัฐที่มิใช่ผู้เข้าร่วมประชุม ตามมาตรา ๑๑ อาจได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน…
  13. Section ๑๓ผู้จัดการประชุมและผู้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศภาครัฐใดจะได้รับเอกสิทธิ์ และความคุ้มกันในเรื่องใดตามมาตรา ๑๐ มาตรา…
  14. Section ๑๔ผู้ใดประสงค์จะจัดการประชุมระหว่างประเทศภาคเอกชนโดยขอรับสิทธิประโยชน์ ตามพระราชบัญญัตินี้…
  15. Section ๑๕ผู้จัดการประชุมระหว่างประเทศภาคเอกชนอาจได้รับสิทธิประโยชน์ ดังต่อไปนี้ (๑)…
  16. Section ๑๖ผู้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศภาคเอกชนอาจได้รับสิทธิประโยชน์ ดังต่อไปนี้ (๑)…
  17. Section ๑๗ผู้จัดการประชุมและผู้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศภาคเอกชนจะได้รับ สิทธิประโยชน์ในเรื่องใดตามมาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖…
  18. Section ๑๘องค์การระหว่างประเทศ บุคลากรขององค์การระหว่างประเทศ กลุ่มความร่วมมือ ระหว่างประเทศ ผู้จัดการประชุมระหว่างประเทศภาครัฐ…
  19. Section ๑๙ในกรณีที่องค์การระหว่างประเทศ บุคลากรขององค์การระหว่างประเทศ กลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ…
  20. Section ๒๐ให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้…

Where this text comes from

File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
Council of State index entry
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/6966ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZjkyNTM1OGItMzQ0OC00NjViLTlmMGUtYzE4YzFmZDViMzVkIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguK0wMDI3LeC4nuC4o-C4mi0yNTYxLTk3IOC4gS0yNi5QREYifQ.SVyQuvhFP80ULaWUhOdKouK_d6uhN8qiPvQ-525nff810 pages
File checksum
sha256:79dbb782626a6143c569f6fd00edaf9120406dcb3fe2b880d4ad7ada6698354fPulled at 2026-08-23T15:56:50.718Z
Text condition against the source
Checked by three methods; no defect found"No defect found" is not "correct" — all three methods have blind spots, listed on the methodology page
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness
พระราชบัญญัติเอกสิทธิ์และความคุ้มกันสำหรับองค์การระหว่างประเทศและการประชุมระหว่างประเทศในประเทศไทย พ.ศ. 2561