อริยธัมมวิปากกถา เล่ม ๓๗
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อริยธัมมวิปากกถา
๑๑๗๙สกวาที วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. สามัญญะ มีผลมาก พรหมัญญะ มีผลมาก มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า สามัญญะมีผลมาก พรหมัญญะ มีผลมาก ก็ต้องไม่กล่าวว่าวิบากแห่งอริยธรรมไม่มี
๑๑๘๐ส. วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โสดาปัตติผลมีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า โสดาปัตติผลมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผล มีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อรหัตผลมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า วิบากแห่งอริยธรรมมีไม่
๑๑๘๑ส. โสดาปัตติผล ไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผลแห่งทาน ไม่เป็นวิบาก หรือ? @ สามัญญะ-คุณเครื่องเป็นสมณะ พรหมัญญะ=คุณเครื่องเป็นพรหม ทั้งสองนี้ หมายถึง อริยมรรค ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โสดาปัตติผล ไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา ไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผล ไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผลแห่งทานไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อรหัตผลไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา ไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๑๘๒ส. ผลแห่งทานเป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โสดาปัตติผลเป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผลแห่งทานเป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผลเป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนาเป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โสดาปัตติผลเป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผลแห่งภาวนาเป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผลเป็นวิบากหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๑๘๓ส. กามาวจรกุศลมีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โลกุตตรกุศลมีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศลมีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โลกุตตรกุศลมีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๑๘๔ส. โลกุตตรกุศลไม่มีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามาวจรกุศลไม่มีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โลกุตตรกุศลไม่มีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศลไม่มีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๑๘๕ป. กามาวจรกุศลมีวิบาก เป็นอาจยคามี (ก่อวิปากวัฏไป) หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก เป็นอาจยคามี หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก เป็นอาจยคามีหรือ? ส. ถูกแล้ว ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก เป็นอาจยคามี หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๑๘๖ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี (หลีกวิปากวัฏไป)หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กามาวจรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามีหรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อริยธัมมวิปากกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๙. อริยธัมมวิปากกถา (๗๑) ๙. อริยธัมมวิปากกถา (๗๑) ว่าด้วยวิบากแห่งอริยธรรม
สก. วิบากแห่งอริยธรรมไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความเป็นสมณะ มีผลมาก ความเป็นพราหมณ์ มีผลมาก มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากความเป็นสมณะมีผลมาก ความเป็นพราหมณ์มีผลมาก ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี” สก. วิบากแห่งอริยธรรมไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โสดาปัตติผลมีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากโสดาปัตติผลมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี” สก. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตตผลมีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากอรหัตตผลมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี” สก. โสดาปัตติผลไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๙๘/๒๒๙-๒๓๐) @ เพราะมีความเห็นว่า ผลของอริยมรรคเป็นเพียงการละกิเลสเท่านั้น หาใช่จิตและเจตสิกไม่@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๙๘/๒๒๙-๒๓๐) @ ความเป็นสมณะ ความเป็นพราหมณ์ ในที่นี้หมายถึงอริยมรรค (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๙๘/๒๒๙-๒๓๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๒๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๙. อริยธัมมวิปากกถา (๗๑) สก. ผลแห่งทานไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โสดาปัตติผลไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา ไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตตผล ไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผลแห่งทานไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อรหัตตผลไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา ไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ผลแห่งทานเป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โสดาปัตติผลเป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ผลแห่งทานเป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตตผล เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๙. อริยธัมมวิปากกถา (๗๑) สก. โสดาปัตติผลเป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ผลแห่งภาวนาเป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตตผล เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. กามาวจรกุศลมีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โลกุตตรกุศลมีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล มีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โลกุตตรกุศลมีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โลกุตตรกุศลไม่มีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามาวจรกุศลไม่มีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โลกุตตรกุศลไม่มีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล ไม่มีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. กามาวจรกุศลมีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงจุติและ ปฏิสนธิใช่ไหม สก. ใช่ ปร. โลกุตตรกุศลมีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงจุติและปฏิสนธิใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๑๐. วิปาโกวิปากธัมมธัมโมติกถา (๗๒) ปร. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล มีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงจุติและปฏิสนธิใช่ไหม สก. ใช่ ปร. โลกุตตรกุศลมีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงจุติและปฏิสนธิใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. โลกุตตรกุศลมีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานใช่ไหม สก. ใช่ ปร. กามาวจรกุศลมีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. โลกุตตรกุศลมีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานใช่ไหม สก. ใช่ ปร. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล มีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อริยธัมมวิปากกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอริยธัมมวิปากกถา ว่าด้วยวิบากแห่งอริยธรรม
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องวิบากแห่งอริยธรรม.
ในปัญหานั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า สามัญญผล คือผลแห่งความเป็นสมณะ สักว่าการละกิเลสเท่านั้น หาใช่จิตและเจตสิกธรรมไม่ ดังนี้.
คำถามของสกวาทีว่า วิบากแห่งอริยธรรมไม่มีหรือ โดยหมายถึงชนเหล่านั้น.
บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า วิบากแห่งอริยธรรม ได้แก่ ผลของอริยมรรค คำตอบรับรองของปรวาทีโดยลัทธิว่า อริยผล สักว่าเป็นการสิ้นไปแห่งกิเลส.
คำว่า สามัญญะ ได้แก่ คุณเครื่องความเป็นสมณะ คำนี้เป็นชื่อของอริยมรรค สมจริงดังคำที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงความเป็นสมณะ และผลแห่งความเป็นสมณะแก่เธอทั้งหลาย ดังนี้.
แม้ในคุณเครื่องความเป็นพรหมคือพรหมัญญะ ก็นัยนี้เหมือนกัน.
ในปัญหาทั้งหลาย มีคำว่า โสดาปัตติผลไม่เป็นวิบากหรือ เป็นต้น ปรวาทีตอบรับรองซึ่งความที่อริยผลทั้งหลายไม่เป็นวิบาก เพราะหมายเอาความที่โสดาปัตติมรรคเป็นต้นไม่มีการสั่งสมวัฏฏะ ย่อมตอบปฏิเสธผลแห่งทานเป็นต้น คือหมายเอาเป็นวิปากวัฏ.
จริงอยู่ ท่านห้ามอรรถแห่งอาจยคามีติกะ ด้วยคำอย่างนี้ว่า ธรรมเหล่าใดย่อมไปสู่ที่มีการสั่งสม อันบัณฑิตนับพร้อมแล้วว่าวิบาก เพราะเหตุนั้น ธรรมเหล่านั้นจึงชื่อว่าอาจยคามี.
อีกอย่างหนึ่ง ธรรมเหล่าใดเมื่อสั่งสมย่อมไปสู่ที่มีการสั่งสม เพราะเหตุนั้น ธรรมเหล่านั้นจึงชื่อว่าอาจยคามี. ธรรมเหล่าใดเมื่อไม่มี การสั่งสมวิบากย่อมไป เพราะเหตุนั้น ธรรมเหล่านั้นจึงชื่อว่าอปจยคามี เพราะฉะนั้น ปรวาทีจึงตอบรับรองด้วย ปฏิเสธด้วย อย่างนี้.
____________________________
คำว่า อาจยคามีติกะได้แก่หมวด ๓ แห่งอาจายคามีในติกมติกา
คำถามว่า กามาวจรกุศลมีวิบากเป็นอาจยคามี คือเป็นธรรมสั่งสมวิปากวัฏ ดังนี้ เป็นของปรวาที คำตอบรับรองและปฏิเสธเป็นของสกวาที.
จริงอยู่ โลกิยกุศลวิบาก ชื่อว่าอาจยคามี เพราะอรรถว่ามีปกติ ไม่สั่งสมจุติ ปฏิสนธิและวัฏฏะเป็นไปโลกุตตรกุศลนี้ย่อมเป็นธรรมมีวิบากทั้งนั้น มิใช่ไม่มีวิบากด้วยเหตุสักแต่คำว่า เป็นอปจยคามีคือเป็นธรรมไม่สั่งสมจุติ ปฏิสนธิและวัฏฏะ. พึงทราบคำตอบรับรองและปฏิเสธของสกวาทีในที่นี้ เพราะหมายเอาเนื้อความนี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
อรรถกถาอริยธัมมวิปากกถา จบ. -----------------------------------------------------