กุศลธรรม คลุกเคล้ากับกุศลธรรม อกุศลธรรม คลุกเคล้ากับอกุศลธรรม อัพยากตธรรม คลุกเคล้ากับอัพยากตธรรม เล่ม ๔๐
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สํสฏฺฐวาโร
๓๙๐กุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา กุสลํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สํสฏฺโฐ เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา ฯ อกุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อกุสลํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สํสฏฺโฐ เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา ฯ อพฺยากตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วิปากาพฺยากตํ กิริยาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สํสฏฺโฐ เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปากาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สํสฏฺโฐ เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา ฯ
๓๙๑กุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา ... อธิปติปจฺจยา ... อธิปติ ปฏิสนฺธิกฺขเณ นตฺถิ ฯ อนนฺตรปจฺจยา สมนนฺตรปจฺจยา สหชาตปจฺจยา อญฺญมญฺญปจฺจยา นิสฺสยปจฺจยา อุปนิสฺสยปจฺจยา สพฺพานิ ปทานิ เหตุมูลกสทิสานิ ฯ
๓๙๒กุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ ปุเรชาตปจฺจยา กุสลํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สํสฏฺโฐ เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา วตฺถุํ ปุเรชาตปจฺจยา ฯ อกุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ ปุเรชาตปจฺจยา อกุสลํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สํสฏฺโฐ เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา วตฺถุํ ปุเรชาตปจฺจยา ฯ อพฺยากตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ ปุเรชาตปจฺจยา วิปากาพฺยากตํ กิริยาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สํสฏฺโฐ เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา วตฺถุํ ปุเรชาตปจฺจยา ฯ
๓๙๓กุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ฯเปฯ อกุสลํ ธมฺมํ ฯเปฯ อพฺยากตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อาเสวนปจฺจยา กิริยาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ฯเปฯ
๓๙๔กุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ กมฺมปจฺจยา ฯ อกุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ฯเปฯ อพฺยากตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ฯเปฯ อพฺยากตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปากปจฺจยา วิปากาพฺยากตํ ฯเปฯ
๓๙๕กุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อาหารปจฺจยา ... อินฺทฺริยปจฺจยา ฌานปจฺจยา มคฺคปจฺจยา สมฺปยุตฺตปจฺจยา อิมานิ ปทานิ เหตุปจฺจยสทิสานิ ฯ
๓๙๖กุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา กุสลํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ อกุสลํ ธมฺมํ ฯเปฯ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ อพฺยากตํ ธมฺมํ ฯเปฯ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ
๓๙๗กุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อตฺถิปจฺจยา ... นตฺถิปจฺจยา วิคตปจฺจยา อวิคตปจฺจยา ... เหตุปจฺจยสทิสํ ฯ
๓๙๘เหตุยา ตีณิ อารมฺมเณ ตีณิ อธิปติยา ตีณิ อนนฺตเร ตีณิ สมนนฺตเร ตีณิ สหชาเต ตีณิ อญฺญมญฺเญ ตีณิ นิสฺสเย ตีณิ อุปนิสฺสเย ตีณิ ปุเรชาเต ตีณิ อาเสวเน ตีณิ กมฺเม ตีณิ วิปาเก เอกํ อาหาเร ตีณิ อินฺทฺริเย ตีณิ ฌาเน ตีณิ มคฺเค ตีณิ สมฺปยุตฺเต ตีณิ วิปฺปยุตฺเต ตีณิ อตฺถิยา ตีณิ นตฺถิยา ตีณิ วิคเต ตีณิ อวิคเต ตีณิ ฯ เหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณิ ฯ เหตุมูลกํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ
๓๙๙อาเสวนปจฺจยา เหตุยา ตีณิ ... อารมฺมเณ ตีณิ อธิปติยา ตีณิ อนนฺตเร ตีณิ สมนนฺตเร ตีณิ สหชาเต ตีณิ อญฺญมญฺเญ ตีณิ นิสฺสเย ตีณิ อุปนิสฺสเย ตีณิ ปุเรชาเต ตีณิ กมฺเม ตีณิ อาหาเร ตีณิ อินฺทฺริเย ตีณิ ฌาเน ตีณิ มคฺเค ตีณิ สมฺปยุตฺเต ตีณิ วิปฺปยุตฺเต ตีณิ อตฺถิยา ตีณิ นตฺถิยา ตีณิ วิคเต ตีณิ อวิคเต ตีณิ ฯ
๔๐๐วิปากปจฺจยา เหตุยา เอกํ ... อารมฺมเณ เอกํ อธิปติยา เอกํ อนนฺตเร เอกํ สมนนฺตเร เอกํ สหชาเต เอกํ อญฺญมญฺเญ เอกํ นิสฺสเย เอกํ อุปนิสฺสเย เอกํ ปุเรชาเต เอกํ กมฺเม เอกํ อาหาเร เอกํ อินฺทฺริเย เอกํ ฌาเน เอกํ มคฺเค เอกํ สมฺปยุตฺเต เอกํ วิปฺปยุตฺเต เอกํ อตฺถิยา เอกํ นตฺถิยา เอกํ วิคเต เอกํ อวิคเต เอกํ ฯ สํสฏฺฐวาเร อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ขันธ์ ๑ เกิดระคนกับขันธ์ ๓ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล ขันธ์ ๑ เกิดระคนกับขันธ์ ๓ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๑๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยา ขันธ์ ๑ เกิดระคนกับขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก ขันธ์ ๑เกิดระคนกับขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ (๑) อารัมมณปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะอารัมมณปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย (ไม่มีอธิปติปัจจัยในปฏิสนธิขณะ) เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะสหชาตปัจจัย เพราะอัญญมัญญปัจจัยเพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย (บททั้งหมดเหมือนเหตุมูลกนัย)ปุเรชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะปุเรชาต-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ขันธ์ ๑ เกิดระคนกับขันธ์๓ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ขันธ์เกิดระคนกับหทัยวัตถุเพราะปุเรชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเพราะปุเรชาตปัจจัยได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล ขันธ์ ๑ เกิดระคนกับขันธ์ ๓ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ขันธ์เกิดระคนกับหทัยวัตถุเพราะปุเรชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเพราะปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยา ขันธ์ ๑ เกิดระคนกับขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ขันธ์เกิดระคนกับหทัยวัตถุเพราะปุเรชาตปัจจัย (๑) อาเสวนปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศล ฯลฯ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๑๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเพราะอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตกิริยา ฯลฯ กัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะกัมม-ปัจจัย ฯลฯ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ฯลฯ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ฯลฯ วิปากปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเพราะวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากฯลฯ อาหารปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะอาหาร-ปัจจัย เพราะอินทรียปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตต-ปัจจัย (บทเหล่านี้เหมือนกับเหตุปัจจัย) วิปปยุตตปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะวิป- ปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ฯลฯ ขันธ์ ๒เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ขันธ์เกิดระคนกับหทัยวัตถุเพราะวิปปยุตตปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ฯลฯ ขันธ์ เกิดระคนกับหทัยวัตถุเพราะวิปปยุตตปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ฯลฯ ขันธ์เกิดระคนกับหทัยวัตถุเพราะวิปปยุตตปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๑๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร อัตถิปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะอัตถิ-ปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับเหตุปัจจัย) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๓ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย มี ๓ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๓ วาระ ฌานปัจจัย มี ๓ วาระ มัคคปัจจัย มี ๓ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๑๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร วิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ วิคตปัจจัย มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ เหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงขยายเหตุมูลกนัยให้พิสดาร) อาเสวนทุกนัย
เหตุปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ อารัมมณปัจจัย ” มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๓ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๓ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๑๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร อัตถิปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปากทุกนัย
เหตุปัจจัย กับวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อารัมมณปัจจัย ” มี ๑ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๑ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๑ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๑ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ อนุโลมในสังสัฏฐวาร จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๑๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสังสัฏฐวาระ อรรถกถาอนุโลมนัย
พึงทราบวินิจฉัยในสังสัฏฐวาระ ต่อไป.
คำว่า กุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ เจือกับกุศลธรรม. อธิบายว่า เพราะกระทำกุศลธรรมให้เป็นปัจจัย โดยอรรถว่าประกอบพร้อมด้วยลักษณะ ซึ่งมีการเกิดขึ้นพร้อมกันเป็นต้น.
คำว่า กุสลํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺโฐ มีคำอธิบายว่า ขันธ์ ๓ ทำกุศลขันธ์หนึ่งให้เป็นสัมปยุตตปัจจัย เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย. ในทุกๆ บทพึงทราบใจความโดยอุบายนี้.
ก็แลในเหตุปัจจัยนี้ ท่านจัดปัจจัยแล้ว วิสัชนาปัญหาไว้ ๓ วาระ เพราะอรูปธรรมเท่านั้นที่จะมีอรรถว่าสัมปโยคะได้.
ก็ในเหตุปัจจัย ฉันใด แม้ในอารัมมณปัจจัยเป็นต้น ก็ฉันนั้น.
ในวิปากปัจจัยมีวิสัชนา ๑ วาระเท่านั้น.
บัดนี้ เพื่อจะแสดงวิสัชนาตามที่ได้ด้วยอำนาจจำนวน พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เหตุยา ตีณิ ในเหตุปัจจัยมี ๓ วาระเป็นต้น. ในวิสัชนาเหล่านั้น ท่านจำกัด (กำหนด) ไว้ในติกะทั้งปวงดังนี้คือ กุศลกับกุศล อกุศลกับอกุศล อัพยากตะกับอัพยากตะ.
ก็ในติกะหนึ่งๆ ย่อมได้อัพยากตะกับอัพยากตะเท่านั้น.
ในวาระนี้มีการกำหนด ๒ อย่าง คือในปัจจัย ๒๒ มีวิสัชนา ๓ วาระ ในวิปากปัจจัยมีวิสัชนา ๑ วาระ ด้วยประการฉะนี้.
วิสัชนาที่เป็นอนุโลมย่อมไม่มีในปัจฉาชาตปัจจัย เพราะฉะนั้น ในการเทียบเคียงปัจจัยในทุกัตติกะเป็นต้น ด้วยอำนาจแห่งวิสัชนาเหล่านี้ว่า วิสัชนา ๓ และ ๑ ดังนี้ วิปากปัจจัยเข้าในทุกัตติกะได้ ทุกติกะนั้นมีวิสัชนา ๑.
พึงทราบการคำนวณอย่างนี้ว่า ตีณิ ๓ ในปัจจัยที่เหลือ (พึงทราบการคำนวณอย่างนี้ว่าในปัจจัยที่เหลือมีวิสัชนา ๓ วาร).
คำที่เหลือในอนุโลมนัยในสังสัฏฐวาระนี้มีใจความง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาอนุโลมนัย. -----------------------------------------------------