ปัญหาวาร เล่ม ๔๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๓ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ ปัญหาวาร
๗๑๕อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ. พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๔ โดยนัยดังกล่าวมาแล้ว เหมือนกับสวิตักกทุกะ.
๗๑๖อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย. ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอธิปติปัจจัย. อารัมมณปัจจัยก็ดี อธิปติปัจจัยก็ดี พึงให้พิสดารเหมือนกับสัปปีติกทุกะ ต่างกันแต่คำว่าอุเบกขา.
๗๑๗อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย. อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิต ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรมอาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม วิบากมโนธาตุ เป็นปัจจัยแก่วิบากมโนวิญญาณธาตุ ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ภวังค์ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม กุศล อกุศลที่ เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม กิริยา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผล เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ของบุคคลผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย. อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดหลังๆ และอุเบกขา โดยอนันตรปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ อุเบกขาที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคต-*ธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิต ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรมอนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย. พึงกระทำมูล อุเบกขาที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดหลังๆโดยอนันตรปัจจัย จุติจิต ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรมภวังค์ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ กายวิญญาณธาตุ เป็นปัจจัยแก่วิบากมโนธาตุ วิบากมโนวิญญาณธาตุ ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่กิริยามโนวิญญาณธาตุ ภวังค์ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม กุศลอกุศลที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม กิริยา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ อุเบกขาที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดหลังๆ และอุเบกขา โดยอนันตรปัจจัย. อุเบกขาสหคตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดก่อนๆ และอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย. พึงกระทำมูล ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดก่อนๆ และอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่อุเบกขาที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิต ที่อุเบกขาสหคตธรรม และอุเบกขา เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม อาวัชชนะ และอุเบกขา เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรมวิปากมโนธาตุ และอุเบกขา เป็นปัจจัยแก่วิปากมโนวิญญาณธาตุ ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรมภวังค์ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรมและอุเบกขา เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรมกุศล อกุศล ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม และอุเบกขา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม กิริยา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ เนวสัญญานาสัญญายตนะของบุคคลผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย. พึงกระทำมูล ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดก่อนๆ และอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดหลังๆ และอุเบกขา โดยอนันตรปัจจัย. ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย มี ๙ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๙ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย มี ๙ นัย
๗๑๘อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัยมี ๓ นัย. ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรมแล้วให้ทานด้วยจิตที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ ฌานที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ วิปัสสนา ฯลฯ มรรค ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะถือทิฏฐิ บุคคลเข้าไปอาศัยศีล ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ ราคะ โทสะโมหะ มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนา สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย ฤดู โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะอุเบกขา แล้วให้ทานด้วยจิตที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ เสนาสนะ และอุเบกขา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ แก่ปัญญา แก่ราคะ แก่ความปรารถนา แก่สุขทางกายแก่ทุกข์ทางกาย แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ และแก่อุเบกขา โดยอุปนิสสยปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอุปนิสสย-*ปัจจัย มี ๓ นัย เป็นอุปนิสสยปัจจัย คือ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคต-*ธรรม แล้วให้ทานด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ บุคคลเข้าไปอาศัยศีล ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ เสนาสนะ อุเบกขา แล้วให้ทานด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ถือเอาของที่เขามิได้ให้ด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ กล่าวมุสา ฯลฯ ปิสุณา ฯลฯ ผรุสะ ฯลฯ สัมผะฯลฯ ตัดช่องย่องเบา ฯลฯ ลอบขึ้นไปลักทรัพย์ ฯลฯ ปล้นบ้านหลังหนึ่ง ฯลฯ ปล้นตามทางฯลฯ ภริยาผู้อื่น ฯลฯ ฆ่าคนในหมู่บ้าน ฯลฯ ฆ่าคนในนิคม ฯลฯ ศรัทธาที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ แก่ความปรารถนา ฯลฯ แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย. มี ๓ นัย เป็นอุปนิสสยปัจจัย มีคำอธิบายเหมือนบาลีตอนที่สอง. อุเบกขาสหคตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขา-*สหคตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย.
๗๑๙ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคต- *ธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๓ นัย เหมือนกับสัปปีติกทุกะ.
๗๒๐อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ นัย. ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยกัมมปัจจัย มี ๖ นัย พึงกระทำเป็นสหชาต นานาขณิก ๔ นัย และเป็นนานาขณิก ๒ นัย. ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิปากปัจจัย มี ๙ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาหารปัจจัย มี ๔ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาหารปัจจัย มี ๔ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอินทริยปัจจัย มี ๙ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยฌานปัจจัย มี ๙ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยมัคคปัจจัย มี ๔ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๖ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๕ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัตถิปัจจัย มี ๙ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย. พึงจำแนกปัจจัยเหล่านี้ โดยกระทำอย่างสัปปีติกทุกะ.
๗๒๑ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙ ในอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสหชาตปัจจัย มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๙ ในนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๙ ในกัมมปัจจัย มี " ๖ ในวิปากปัจจัย มี " ๙ ในอาหารปัจจัย มี " ๔ ในอินทริยปัจจัย มีวาระ ๔ ในฌานปัจจัย มี " ๙ ในมัคคปัจจัย มี " ๔ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๖ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย มี " ๙ ในวิคตปัจจัย มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙. ปัจจนียวิภังค์ก็ดี การนับสามอย่างนอกนี้ก็ดี พึงกระทำเหมือนกับสัปปีติกทุกะ โดยนัยดังกล่าวมาแล้ว. อุเบกขาสหคตทุกะ จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๒. อุเปกขาสหคตทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๙๒. อุเปกขาสหคตทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-ขันธ์โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (ทั้ง ๔ วาระ เหมือนกับสวิตักกทุกะ) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (อารัมมณปัจจัยและอธิปติปัจจัยพึงขยายให้พิสดารเหมือนกับสัปปีติกทุกะ ต่างกันเฉพาะคำว่าอุเบกขา)อนันตรปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคต ด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งเกิดก่อนๆเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา อาวัชชนจิตเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา มโนธาตุที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากซึ่งไม่สหรคตด้วยอุเบกขา ภวังคจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่ภวังคจิตที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา กุศลและอกุศลที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา กิริยาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะเนวสัญญานาสัญญายตนะของท่านผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๒๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๒. อุเปกขาสหคตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาและไม่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขา และอุเบกขาที่เกิดหลังๆโดยอนันตรปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ อุเบกขาที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งเกิดก่อนๆเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู ฯลฯ อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) อุเบกขาที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติ-จิตที่สหรคตด้วยอุเบกขา ภวังคจิตที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิตกายวิญญาณธาตุเป็นปัจจัยแก่มโนธาตุที่เป็นวิบาก มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากซึ่งไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นกิริยา ภวังคจิตที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่ภวังคจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขา กุศลและอกุศลที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่สหรคตด้วยอุเบกขา กิริยาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาและไม่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ อุเบกขาที่เกิดก่อนๆเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาและอุเบกขาซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย(๓)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาและไม่สหรคตด้วยอุเบกขา เป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์สหรคตด้วยอุเบกขาและอุเบกขาซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาและอุเบกขาซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๒. อุเปกขาสหคตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สหรคตด้วยอุเบกขาและอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาอาวัชชนจิตและอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา มโนธาตุที่เป็นวิบากและอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากซึ่งไม่สหรคตด้วยอุเบกขาภวังคจิตที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาและอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่ภวังคจิตที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา กุศลและอกุศลที่สหรคตด้วยอุเบกขาและอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา กิริยาและอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลและอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ เนวสัญญานาสัญญายตนะของท่านผู้ออกจากนิโรธและอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล)ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาและอุเบกขาซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาและอุเบกขาซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓) ... เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคต ด้วยอุเบกขาโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาแล้วให้ทานสมาทานศีล รักษาอุโบสถด้วยจิตที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ทำฌานที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ วิปัสสนา ฯลฯ มรรค ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้นมีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีลที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ ราคะ ... โทสะ ... โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนา ... สุขทางกาย ...
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๒. อุเปกขาสหคตทุกะ ๗. ปัญหาวาร ทุกข์ทางกาย ... อุตุ ... โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ และอุเบกขาแล้ว ให้ทานด้วยจิตที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ เสนาสนะและอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ ราคะ ฯลฯ ความปรารถนาฯลฯ สุขทางกาย ฯลฯ ทุกข์ทางกาย ฯลฯ มรรค ... ผลสมาบัติและอุเบกขาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอุปนิสสยปัจจัย (อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง) ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาแล้ว ให้ทานด้วยจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีลที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ เสนาสนะ และอุเบกขาแล้ว ให้ทาน ด้วยจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น บุคคลมีจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาลักทรัพย์ พูดเท็จ พูดส่อเสียดฯลฯ พูดคำหยาบ ฯลฯ พูดเพ้อเจ้อ ฯลฯ งัดแงะ ฯลฯ ปล้นไม่ให้เหลือ ฯลฯ ปล้นเรือนหลังเดียว ฯลฯ ดักจี้ในทางเปลี่ยว ฯลฯ ล่วงเกินภรรยาผู้อื่น ฯลฯ ฆ่าชาวบ้าน ฯลฯ ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ความปรารถนา ฯลฯ มรรคและผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาและไม่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอุปนิสสยปัจจัย (อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่างเหมือนกับข้อความตอนที่ ๒) (๓) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาและไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ สหรคตด้วยอุเบกขาโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ (เหมือนกับสัปปีติกทุกะ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๓๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๒. อุเปกขาสหคตทุกะ ๗. ปัญหาวาร ปัจฉาชาตปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย มี ๖ วาระ (พึงเพิ่มสหชาตะ และนานาขณิกะ เป็น ๔ วาระ และเพิ่มนานาขณิกะเป็น ๒ วาระ) ... เป็นปัจจัยโดยวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย มี ๔ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๔ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยอัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ (พึงจำแนกปัจจัยเหล่านี้ โดยนัยแห่งสัปปีติกทุกะ) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๔ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๓๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๒. อุเปกขาสหคตทุกะ ๗. ปัญหาวาร อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ กัมมปัจจัย มี ๖ วาระ วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ อาหารปัจจัย มี ๔ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ ฌานปัจจัย มี ๙ วาระ มัคคปัจจัย มี ๔ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ วิคตปัจจัย มี ๙ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ (ปัจจนียวิภังค์ และการนับ ๓ อย่างนอกนี้ พึงทำให้เหมือนกับสัปปีติกทุกะอย่างนี้) อุเปกขาสหคตทุกะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๓๔}
ไม่มีอรรถกถาของข้อนี้ — ตามบันทึกตอนนำเข้า: “ต้นทางยังไม่ได้จัดทำ”