๙. ทุติยสักกนมัสนสูตร เล่ม ๑๕
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นวมํ ทุติยสกฺกนมสฺสนสุตฺตํ
๙๓๓สาวตฺถีนิทานํ ฯ ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว สกฺโก เทวานมินฺโท มาตลึ สงฺคาหกํ อามนฺเตสิ โยเชหิ สมฺม มาตลิ สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ อุยฺยานภูมึ คจฺฉาม สุภูมึ ทสฺสนายาติ ฯ เอวํ ภทฺทนฺตวาติ โข ภิกฺขเว มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิสฺสุตฺวา สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ โยเชตฺวา สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิเวเทสิ ยุตฺโต โข เต มาริส สหสฺสยุตฺโต อาชญฺญรโถ ยสฺสทานิ กาลํ มญฺญสีติ ฯ อถ โข ภิกฺขเว สกฺโก เทวานมินฺโท เวชยนฺตปาสาทา โอโรหนฺโต อญฺชลึ กตฺวา สุทํ ภควนฺตํ นมสฺสติ ฯ
๙๓๔อถ โข ภิกฺขเว มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกํ เทวานมินฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ ยํ หิ เทวา มนุสฺสา จ ตํ นมสฺสนฺติ วาสว อถ โก นาม โส ยกฺโข ยํ ตฺวํ สกฺก นมสฺสสีติ ฯ
๙๓๕โย อิธ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อสฺมึ โลเก สเทวเก อโนมนามํ สตฺถารํ ตํ นมสฺสามิ มาตลิ เยสํ ราโค จ โทโส จ อวิชฺชา จ วิราชิตา ขีณาสวา อรหนฺโต เต นมสฺสามิ มาตลิ เย ราคโทสวินยา อวิชฺชาสมติกฺกมา เสกฺขา อปจยารามา อปฺปมตฺตานุสิกฺขเร ............... เต นมสฺสามิ มาตลีติ ฯ
๙๓๖เสฏฺฐา หิ กิร โลกสฺมึ เย ตฺวํ สกฺก นมสฺสสิ อหมฺปิ เต นมสฺสามิ เย นมสฺสสิ วาสวาติ ฯ
๙๓๗อิทํ วตฺวาน มฆวา เทวราชา สุชมฺปติ ภควนฺตํ นมสฺสิตฺวา ปมุโข รถมารุหีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. ทุติยสักกนมัสสนสูตร ว่าด้วยการนอบน้อมของท้าวสักกะ สูตรที่ ๒
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี “ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ท้าวสักกะจอมเทพรับสั่งกับมาตลีสังคาหก-เทพบุตรว่า ‘สหายมาตลี ท่านจงจัดเตรียมรถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัวเราจะไปยังพื้นที่อุทยานเพื่อชมภูมิภาคอันงดงาม’ มาตลีสังคาหกเทพบุตรทูลรับพระดำรัสแล้ว จัดเตรียมรถม้าซึ่งเทียมด้วย ม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว เสร็จแล้วกราบทูลแก่ท้าวสักกะจอมเทพว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ รถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว สำหรับพระองค์ จัดเตรียมไว้เสร็จแล้ว ขอพระองค์ทรงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด’ ได้ทราบว่า ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพขณะเสด็จลงจากเวชยันต์ปราสาททรงประนมมือนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอยู่ ครั้งนั้น มาตลีสังคาหกเทพบุตรได้ทูลถามท้าวสักกะจอมเทพด้วยคาถาว่า ข้าแต่ท้าววาสวะ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ย่อมนอบน้อมพระองค์เท่านั้น ข้าแต่ท้าวสักกะ เมื่อเป็นเช่นนั้น พระองค์ทรงนอบน้อมท่านผู้ควรบูชาคนใด ท่านผู้ควรบูชาคนนั้น คือใครเล่า ท้าวสักกะตรัสตอบว่า มาตลี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด ในโลกนี้ พร้อมทั้งเทวโลก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๘๖}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๑. สักกสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๙. ทุติยสักกนมัสสนสูตร เรานอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นศาสดา ผู้มีพระนามไม่ต่ำต้อย มาตลี บุคคลเหล่าใดกำจัดราคะ โทสะ และอวิชชาได้แล้ว บุคคลเหล่านั้นสิ้นอาสวะแล้ว เป็นพระอรหันต์ เรานอบน้อมบุคคลเหล่านั้น มาตลี บุคคลเหล่าใดกำจัดราคะ โทสะ ก้าวล่วงอวิชชาได้ แต่ยังเป็นพระเสขะอยู่ ยินดีในธรรมอันเป็นเครื่องปราศจากการสั่งสม เป็นผู้ไม่ประมาท ตามศึกษาอยู่ เรานอบน้อมบุคคลเหล่านั้น มาตลีสังคาหกเทพบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่ท้าวสักกะ ได้ยินว่า พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด บุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ข้าแต่ท้าววาสวะ พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด แม้ข้าพระองค์ก็ขอนอบน้อมบุคคลเหล่านั้นเหมือนกัน ท้าวมฆวาสุชัมบดีเทวราช ผู้เป็นประมุข ครั้นตรัสดังนี้แล้ว ทรงนอบน้อมพระผู้มีพระภาค เสด็จขึ้นราชรถกลับไป” ทุติยสักกนมัสสนสูตรที่ ๙ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๘๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุติยสักกนมัสสนสูตรที่ ๙
พึงทราบวินิจฉัยในทุติยสักกนมัสสนสูตรที่ ๙ ต่อไปนี้ :-
บทว่า ภควนฺตํ นมสฺสติ ความว่า ท้าวสักกะพาดผ้าสองชั้นเฉวียงบ่า นั่งคุกเข่าแบบพรหม ประณมมือเหนือพระเศียร.
บทว่า โส ยกฺโข ได้แก่ สัตว์นั้น.
บทว่า อโนมนามํ ได้แก่ มีพระนามไม่ทรามด้วยพระนามอันเป็นนิมิตแห่งคุณ เพราะไม่มีความทรามด้วยคุณทั้งปวง.
บทว่า อวิชฺชาสมติกฺกมา ได้แก่ ก้าวล่วงอวิชชาอันมีวัฏฏะเป็นมูล อันปกปิดอริยสัจ ๔ เป็นต้น.
บทว่า เสกฺขา ได้แก่ พระเสกขะ ๗ จำพวก.
บทว่า อปจฺจยารามา คือ ยินดีในการกำจัดวัฏฏะ.
บทว่า สิกฺขเร แปลว่า ย่อมศึกษา.
จบอรรถกถาทุติยสักกนมัสสนสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------