๑๐. ทุติยปัชชุนนธีตุสูตร เล่ม ๑๕
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทสมํ ทุติยปชฺชุนฺนธีตุสุตฺตํ
๑๓๓เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ ฯ อถ โข จุลฺลโกกนทา ปชฺชุนฺนสฺส ธีตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ มหาวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ
๑๓๔เอกมนฺตํ ฐิตา โข จุลฺลโกกนทา ปชฺชุนฺนสฺส ธีตา ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ อิธาคมา วิชฺชุปภาสวณฺณา โกกนทา ปชฺชุนฺนสฺส ธีตา พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ นมสฺสมานา คาถาวิมา อตฺถวตี อภาสิ พหุนาปิ โข นํ วิภเชยฺยํ ปริยาเยน ตาทิโส ธมฺโม สงฺขิตฺตมตฺถํ ลปยิสฺสามิ ยาวตา เม มนสา ปริยตฺตํ ปาปํ น กยิรา วจสา มนสา กาเยน วา กิญฺจน สพฺพโลเก กาเม ปหาย สติมา สมฺปชาโน ทุกฺขํ น เสเวถ อนตฺถสญฺหิตนฺติ ฯ สตุลฺลปกายิกวคฺโค จตุตฺโถ ฯ ตสฺสุทฺทานํ สพฺภิ มจฺฉรินา สาธุ นสนฺตุชฺฌานสญฺญิโน สทฺธา สมโย สกลิกํ อุโภ ปชฺชุนฺนธีตโรติ ฯ ---------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ทุติยปัชชุนนธีตุสูตร ว่าด้วยธิดาของท้าวปัชชุนนะ สูตรที่ ๒
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เขตกรุงเวสาลี ครั้นเมื่อราตรีผ่านไป ธิดาของท้าวปัชชุนนะ ชื่อจูฬโกกนทา มีวรรณะงดงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีให้สว่างทั่วป่ามหาวัน เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวายอภิวาทแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า ธิดาของท้าวปัชชุนนะ ชื่อโกกนทา มีวรรณะสว่างดุจสายฟ้า มาแล้วในที่นี้ นอบน้อมพระพุทธเจ้า และพระธรรม ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ซึ่งมีประโยชน์ หม่อมฉันพึงจำแนกธรรมนั้นโดยปริยายแม้มาก ธรรมเช่นนี้มีอยู่โดยปริยาย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๕๕}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๔. สตุลลปกายิกวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ธรรมมีประมาณเท่าใดที่หม่อมฉันศึกษาแล้วด้วยใจ หม่อมฉันจักกล่าวอรรถแห่งธรรมประมาณเท่านั้นโดยย่อ บุคคลไม่ควรทำกรรมชั่วอะไรๆ ทางกาย ทางวาจา หรือทางใจในโลกทั้งปวง บุคคลมีสติสัมปชัญญะ ละกามทั้งหลายได้แล้ว ไม่พึงประสบทุกข์ ซึ่งประกอบด้วยสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ทุติยปัชชุนนธีตุสูตรที่ ๑๐ จบ สตุลลปกายิกวรรคที่ ๔ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สัพภิสูตร ๒. มัจฉริสูตร ๓. สาธุสูตร ๔. นสันติสูตร ๕. อุชฌานสัญญิสูตร ๖. สัทธาสูตร ๗. สมยสูตร ๘. สกลิกสูตร ๙. ปฐมปัชชุนนธีตุสูตร ๑๐. ทุติยปัชชุนนธีตุสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๕๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุติยปัชชุนนธีตุสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในทุติยปัชชุนนธีตุสูตรที่ ๑๐ ต่อไป :-
บทว่า ธมฺมํ จ อธิบายว่า ธิดาของท้าวปัชชุนนะ ชื่อจุลลโกกนทา กล่าวว่า หม่อมฉันมาในที่นี้ ไหว้อยู่ซึ่งพระรัตนตรัย คือซึ่งพระสงฆ์ ด้วยคำว่า จ ศัพท์ คือว่า ซึ่งพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์.
บทว่า อตฺถวตี แปลว่า มีประโยชน์.
บทว่า พหุนาปิ โข ตํ ความว่า ได้แก่ เทพธิดาชื่อจุลลโกกนทานั้นได้กล่าวธรรมใด แม้ธรรมนั้น หม่อมฉันก็พึงจำแนกได้โดยปริยายมาก.
บทว่า ตาทิโส ธมฺโม แปลว่า ธรรมเช่นนั้น.
อธิบายว่า เทพธิดาชื่อจุลลโกกนทาย่อมแสดงว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ธรรมนี้มีการดำรงอยู่อย่างนั้น มีส่วนเปรียบได้ดี เป็นธรรมควรแก่การจำแนกโดยปริยายทั้งหลายมาก ดังนี้.
บทว่า ลปยิสฺสามิ แก้เป็น กถยิสฺสามิ อธิบายว่า เทพธิดาจุลลโกกนทากล่าวว่าธรรมอันหม่อมฉันศึกษาด้วยใจมีประมาณเท่าไร คือว่าธรรมมีประมาณมากเพียงใดที่หม่อมฉันเรียนด้วยใจ จักไม่กล่าวถึงประโยชน์ของธรรมนั้นตลอดวัน คือจักกล่าวโดยย่อ สักว่าครู่หนึ่งเท่านั้นเหมือนบุคคลบีบคั้นรังผึ้ง ฉะนั้น.
คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาทุติยปัชชุนนธีตุสูตรที่ ๑๐ และจบสตุลลปกายิกวรรคที่ ๔ -----------------------------------------------------
รวมสูตรที่กล่าวในสตุลลปกายิกวรรค คือ
๑. สัพภิสูตร
๒. มัจฉริสูตร
๓. สาธุสูตร
๔. นสันติสูตร
๕. อุชฌานสัญญิสูตร
๖. สัทธาสูตร
๗. สมยสูตร
๘. สกลิกสูตร
๙. ปฐมปัชชุนนธีตุสูตร
๑๐. ทุติยปัชชุนนธีตุสูตร
รวมสูตร ๑๐ สูตร. -----------------------------------------------------