๘. อุปาทานปริตัสสนาสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๗
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๓๔สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯเปฯ อุปาทานปริตสฺสนญฺจ โว ภิกฺขเว เทสิสฺสามิ อนุปาทานอปริตสฺสนญฺจ ตํ สุณาถ ฯเปฯ กถญฺจ ภิกฺขเว อุปาทานปริตสฺสนา โหติ ฯ อิธ ภิกฺขเว อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน รูปํ เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตาติ สมนุปสฺสติ ตสฺส ตํ รูปํ วิปริณมติ อญฺญถา โหติ ตสฺส รูปวิปริณามญฺญถาภาวา อุปฺปชฺชนฺติ โสกปริเทวทุกฺข- โทมนสฺสุปายาสา ฯ เวทนํ เอตํ มม ฯเปฯ สญฺญํ เอตํ มม ฯเปฯ สงฺขาเร เอตํ มม ฯเปฯ วิญฺญาณํ เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตาติ สมนุปสฺสติ ตสฺส ตํ วิญฺญาณํ วิปริณมติ อญฺญถา โหติ ตสฺส วิญฺญาณวิปริณามญฺญถาภาวา อุปฺปชฺชนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว อุปาทานปริตสฺสนา โหติ ฯ
๓๕กถญฺจ ภิกฺขเว อนุปาทานอปริตสฺสนา โหติ ฯ อิธ ภิกฺขเว สุตวา อริยสาวโก รูปํ เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ สมนุปสฺสติ ตสฺส ตํ รูปํ วิปริณมติ อญฺญถา โหติ ตสฺส รูปวิปริณามญฺญถาภาวา นุปฺปชฺชนฺติ โสกปริเทว- ทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา ฯ เวทนํ เนตํ มม ฯ สญฺญํ เนตํ มม ฯ สงฺขาเร เนตํ มม ฯ วิญฺญาณํ เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ สมนุปสฺสติ ตสฺส ตํ วิญฺญาณํ วิปริณมติ อญฺญถา โหติ ตสฺส วิญฺญาณวิปริณา มญฺญถาภาวา นุปฺปชฺชนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว อนุปาทานอปริตสฺสนา โหตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๑. นกุลปิตุวรรค ๘. ทุติยอุปาทานปริตัสสนาสูตร ๘. ทุติยอุปาทาปริตัสสนาสูตร ว่าด้วยความสะดุ้งเพราะถือมั่น สูตรที่ ๒
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงความสะดุ้งเพราะถือมั่นและความไม่สะดุ้งเพราะไม่ถือมั่นแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯ ความสะดุ้งเพราะถือมั่น เป็นอย่างไร คือ ปุถุชนในโลกนี้ผู้ไม่ได้สดับ พิจารณาเห็นรูปว่า ‘นั่นของเรา เราเป็นนั่นนั่นเป็นอัตตาของเรา’ รูปของเขาแปรผันเป็นอย่างอื่น เพราะรูปแปรผันและเป็นอย่างอื่น โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสจึงเกิดขึ้นแก่เขา พิจารณาเห็นเวทนาว่า ‘นั่นของเรา ฯลฯ พิจารณาเห็นสัญญาว่า ‘นั่นของเรา ฯลฯ พิจารณาเห็นสังขารว่า ‘นั่นของเรา ฯลฯ พิจารณาเห็นวิญญาณว่า ‘นั่นของเรา เราเป็นนั่น นั่นเป็นอัตตาของเรา’วิญญาณของเขาแปรผันเป็นอย่างอื่น เพราะวิญญาณแปรผันและเป็นอย่างอื่นโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสจึงเกิดขึ้นแก่เขา ภิกษุทั้งหลาย ความสะดุ้งเพราะถือมั่น เป็นอย่างนี้แล ความไม่สะดุ้งเพราะไม่ถือมั่น เป็นอย่างไร คือ อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ผู้ได้สดับ พิจารณาเห็นรูปว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเราเราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’ รูปของอริยสาวกนั้นแปรผันเป็นอย่างอื่นเพราะรูปแปรผันและเป็นอย่างอื่น โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสจึงไม่เกิดขึ้นแก่อริยสาวกนั้น พิจารณาเห็นเวทนาว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา ฯลฯ พิจารณาเห็นสัญญาว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา ฯลฯ พิจารณาเห็นสังขารว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๒๓}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๑. นกุลปิตุวรรค ๙. กาลัตตยอนิตตสูตร พิจารณาเห็นวิญญาณว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’ วิญญาณของอริยสาวกนั้นแปรผันเป็นอย่างอื่น เพราะวิญญาณแปรผันและเป็นอย่างอื่น โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสจึงไม่เกิดขึ้นแก่อริยสาวกนั้น ภิกษุทั้งหลาย ความไม่สะดุ้งเพราะไม่ถือมั่น เป็นอย่างนี้แล” ทุติยอุปาทาปริตัสสนาสูตรที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอุปาทานปริตัสสนาสูตรที่ ๘
ในทุติยอุปาทานปริตัสสนาสูตรที่ ๘ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาด้วยอำนาจตัณหา มานะและทิฏฐิ. พระองค์ตรัสเฉพาะวัฏฏะและวิวัฏฏะในสูตรทั้ง ๔ ตามลำดับด้วยประการฉะนี้.
จบอรรถกถาอุปาทานปริตัสสนาสูตรที่ ๘ ----------------------------------------------