๑. สังขิตตสูตร เล่ม ๒๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สุตฺตนฺตปิฏเก องฺคุตฺตรนิกายสฺส ตติโย ภาโค ------- ปญฺจกนิปาโต นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ ปฐมปณฺณาสโก เสขพลวคฺโค ปฐโม
๑เอวมฺเม สุตํ ฯ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ ภควา เอตทโวจ ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว เสขพลานิ กตมานิ ปญฺจ สทฺธาพลํ หิริพลํ โอตฺตปฺปพลํ วิริยพลํ ปญฺญาพลํ อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจ เสขพลานิ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ สทฺธาพเลน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม เสขพเลน หิริพเลน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม เสขพเลน โอตฺตปฺปพเลน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม เสขพเลน วิริยพเลน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม เสขพเลน ปญฺญาพเลน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม เสขพเลนาติ เอวํ หิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต _____________ ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ๑. ปฐมปัณณาสก์ ๑. เสขพลวรรค หมวดว่าด้วยเสขพละ ๑. สังขิตตสูตร ว่าด้วยเสขพละโดยย่อ
ข้าพเจ้า ได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิก-เศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคได้รับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า @เชิงอรรถ : @ เสขพละ หมายถึงกำลังของพระเสขบุคคล ๗ จำพวก คือ (๑) พระโสดาบัน (๒) ท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำ@ให้แจ้งโสดาปัตติผล (๓) พระสกทาคามี (๔) ท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล (๕) พระอนาคามี@(๖) ท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล (๗) ท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอรหัตตผล (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑/๑)@และดู ที.ปา. ๑๑/๓๓๓/๒๒๔ @ คำว่า ข้าพเจ้า ในตอนเริ่มต้นของพระสูตรนี้ และพระสูตรอื่นๆ ในเล่มนี้ หมายถึง พระอานนท์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๑. เสขพลวรรค ๒. วิตถตสูตร ภิกษุทั้งหลาย เสขพละ ๕ ประการ เสขพละ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สัทธาพละ (กำลังคือศรัทธา) ๒. หิริพละ (กำลังคือหิริ) ๓. โอตตัปปพละ (กำลังคือโอตตัปปะ) ๔. วิริยพละ (กำลังคือวิริยะ) ๕. ปัญญาพละ (กำลังคือปัญญา) ภิกษุทั้งหลาย เสขพละ ๕ ประการนี้แล เพราะเหตุนั้นแล เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘เราทั้งหลายจักเป็นผู้ประกอบด้วยสัทธาพละ หิริพละ โอตตัปปพละ วิริยพละ และปัญญาพละ อันเป็นเสขพละ’ ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้ ภิกษุเหล่านั้นมีใจยินดีต่างชื่นชมภาษิตของ พระผู้มีพระภาค สังขิตตสูตรที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
มโนรถปูรณี อรรถกถาอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต เสขพลวรรควรรณนาที่ ๑ ปฐมปัณณาสก์ อรรถกถาสังขิตตสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในสังขิตตสูตรที่ ๑ แห่งปัญจกนิบาต ดังต่อไปนี้ :-
พละของพระเสขะ ๗ พวกเหตุนั้น จึงชื่อว่าเสขพละ.
บรรดาสัทธาพละเป็นต้น ชื่อสัทธาพละ เพราะไม่หวั่นไหวด้วยความไม่เชื่อ.
ชื่อหิริพละ เพราะไม่หวั่นไหวด้วยความไม่มีความละอาย. ชื่อโอตตัปปพละ เพราะไม่หวั่นไหวด้วยความไม่กลัว.
ชื่อวิริยพละ เพราะไม่หวั่นไหวด้วยความเกียจคร้าน. ชื่อปัญญาพละ เพราะไม่หวั่นไหวด้วยอวิชชา.
บทว่า ตสฺมา แปลว่า เพราะเหตุที่พละเหล่านี้เป็นพละของพระเสขะทั้งหลาย ฉะนั้น.
จบอรรถกถาสังขิตตสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------