๑๐. อุตตรมาตุเปติวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๓๑–๓๔๐ลำดับ 22 จาก 51 ในเปตวัตถุพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 10 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. อุตตรมาตุเปติวัตถุ เรื่องนางเปรตมารดาของอุตตรมาณพ
นางเปรตผู้มีผิวพรรณน่าเกลียดน่ากลัว เข้าไปหาภิกษุนั้นผู้อยู่ในที่พักกลางวัน ซึ่งนั่งอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา
นางมีผมยาวห้อยลงมาจรดพื้นดิน มีผมปกคลุมอยู่แล้ว ได้กล่าวกับสมณะนั้นดังนี้ว่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๑๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๑๐. อุตตรมาตุเปติวัตถุ
ตั้งแต่ดิฉันตายจากมนุษยโลกเป็นเวลา ๕๕ ปีแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวและดื่มน้ำเลย ขอท่านจงให้น้ำดื่มแก่ดิฉันผู้กระหายน้ำด้วยเถิด เจ้าค่ะ (ภิกษุนั้นกล่าวว่า)
แม่น้ำคงคานี้มีน้ำเย็น ไหลมาจากภูเขาหิมพานต์ เธอจงตักน้ำจากแม่น้ำคงคานั้นดื่มเถิด จะมาขอเราทำไม (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ท่านผู้เจริญ ถ้าดิฉันตักน้ำในแม่น้ำคงคาดื่มเอง น้ำนั้นจะกลายเป็นเลือด (เพราะผลแห่งบาปกรรม)ของดิฉัน เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงขอน้ำดื่ม (ภิกษุนั้นถามว่า)
เมื่อก่อนเธอได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไรน้ำในแม่น้ำคงคาจึงกลายเป็นเลือดปรากฏแก่เธอ (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ดิฉันมีลูกชายคนหนึ่งชื่ออุตตระ เป็นอุบาสกมีศรัทธา และเขาได้ถวายจีวร บิณฑบาต ที่นอน ที่นั่ง และยาสำหรับแก้ไข้ แก่สมณะทั้งหลายด้วยความไม่พอใจของดิฉัน
ดิฉันถูกความตระหนี่ครอบงำ ได้ด่าเขาว่า
เจ้าถวายจีวร บิณฑบาต ที่นอน ที่นั่ง และยาสำหรับแก้ไข้ ด้วยความไม่พอใจของแม่
เจ้าอุตตระ สิ่งนั้นจงกลายเป็นเลือดปรากฏแก่เจ้าในปรโลก เพราะผลกรรมนั้นน้ำในแม่น้ำคงคาจึงกลายเป็นเลือดปรากฏแก่ดิฉัน อุตตรมาตุเปติวัตถุที่ ๑๐ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๒๐}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๐. อุตตรมาตุเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของอุตตรมาตุเปรต
|๑๐๗.๓๑๔| ๑๐ ทิวาวิหารคตํ ภิกฺขุํ คงฺคาตีเร นิสินฺนกํ ตํ เปตี อุปสงฺกมฺม ทุพฺพณฺณา ภีรุทสฺสนา |๑๐๗.๓๑๕| เกสา จสฺสา อติทีฆา ยาว ภุมฺมาวลมฺพเร เกเสหิ สา ปฏิจฺฉนฺนา สมณํ เอตมพฺรูวีติ ฯ |๑๐๗.๓๑๖| ปญฺจปณฺณาสวสฺสานิ ยโต กาลกตา อหํ นาภิชานามิ ภุตฺตํ วา ปีตํ วา ปน ปานียํ เทหิ ตฺวํ ปานียํ ภนฺเต ตสิตา ปานียาย เมติ ฯ |๑๐๗.๓๑๗| อยํ สีโตทกา คงฺคา หิมวนฺตโต สนฺทติ ปิว เอตฺโต คเหตฺวาน กึ มํ ยาจสิ ปานียํ (อิติ) ฯ |๑๐๗.๓๑๘| สจาหํ ภนฺเต คงฺคาย สยํ คณฺหามิ ปานียํ โลหิตํ เม ปริวตฺตติ ตสฺมา ยาจามิ ปานียํ (อิติ) ฯ |๑๐๗.๓๑๙| กินฺนุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ กิสฺส กมฺมวิปาเกน คงฺคา เต โหติ โลหิตํ (อิติ) ฯ |๑๐๗.๓๒๐| ปุตฺโต เม อุตฺตโร นาม สทฺโธ อาสิ อุปาสโก โส จ มยฺหํ อกามาย สมณานํ ปเวจฺฉติ |๑๐๗.๓๒๑| จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ ฯ ตมหํ ปริภาสามิ มจฺเฉเรน อุปทฺทุตา |๑๐๗.๓๒๒| ยนฺตํ มยฺหํ อกามาย สมณานํ ปเวจฺฉสิ จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ ฯ |๑๐๗.๓๒๓| เอตนฺเต ปรโลกสฺมึ โลหิตํ โหตุ อุตฺตร ตสฺส กมฺมวิปาเกน คงฺคา เม โหติ โลหิตนฺติ ฯ อุตฺตรมาตุเปติวตฺถุ ทสมํ ฯ
นางเปรตมีผิวพรรณน่าเกลียดน่ากลัว มีผมยาวห้อยลงมาจดพื้นดิน คลุมตัวด้วยผม เข้าไปหาภิกษุอยู่ในที่พักในกลางวันนั่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ คงคา ได้กล่าวกะภิกษุนั้นดังนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันตั้งแต่ตายมา จากมนุษยโลก ยังไม่ได้บริโภคข้าวหรือดื่มน้ำเลย ตลอดเวลา ๕๕ ปี แล้ว ขอท่านจงให้น้ำดื่มแก่ดิฉันผู้กระหายน้ำด้วยเถิด. ภิกษุนั้นกล่าวว่า แม่น้ำคงคามีน้ำเย็นใสสะอาด ไหลมาแต่ป่าหิมพานต์ ท่านจงตักเอาน้ำ จากแม่น้ำคงคานั้นดื่มเถิด จะมาขอน้ำกะเราทำไม. นางเปตรกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ถ้าดิฉันตักน้ำในแม่น้ำคงคานี้เองไซร้ น้ำนั้นย่อมกลับ กลายเป็นเลือดปรากฏแก่ดิฉัน เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงขอน้ำแก่ท่าน. ภิกษุนั้นถามว่า ท่านได้ทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ หรือ น้ำในแม่น้ำคงคาจึง กลายเป็นเลือดปรากฏแก่ท่าน? นางเปรตนั้นกล่าวว่า ดิฉันมีบุตรคนหนึ่งชื่ออุตตระ เป็นอุบาสกมีศรัทธา เขาได้ถวายจีวร บิณฑบาต ที่นอน ที่นั่งและคิลานปัจจัย แก่สมณะทั้งหลายด้วยความ ไม่พอใจของดิฉัน ดิฉันถูกความตระหนี่ครอบงำแล้ว ด่าเขาว่า เจ้าอุตตระ เจ้าถวายจีวร บิณฑบาต ที่นอน ที่นั่งและคิลานปัจจัย แก่สมณะทั้งหลาย ด้วยความไม่พอใจของเรา นั้น จงกลายเป็นเลือด ปรากฏแก่เจ้าใน ปรโลก เพราะวิบากแห่งกรรมนั้น น้ำในแม่น้ำคงคาจึงกลายเป็นเลือด ปรากฏแก่ดิฉัน. จบ อุตตรมาตุเปตวัตถุที่ ๑๐.