๘. ทุติยมิคลุททกเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๘๘–๔๙๘ลำดับ 33 จาก 51 ในเปตวัตถุพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 11 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. ทุติยมิคลุททกเปตวัตถุ เรื่องเปรตพรานเนื้อ เรื่องที่ ๒ (พระนารทเถระถามเปรตตนหนึ่งว่า)
ท่านรื่นรมย์ยู่บนบัลลังก์ ที่ในเรือนยอดและปราสาทปูลาดด้วยผ้าขนสัตว์ ด้วยดนตรีเครื่องห้าซึ่งบุคคลประโคมแล้วอย่างไพเราะ
ภายหลัง เมื่อสิ้นราตรี ดวงอาทิตย์ขึ้น (จน)ดวงอาทิตย์ตก ท่านเข้าไปประสบทุกข์เป็นอันมากอยู่ในป่าช้า
เมื่อก่อนท่านได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไร ท่านจึงต้องประสบทุกข์เช่นนี้ (เปรตนั้นตอบว่า)
เมื่อชาติก่อน ข้าพเจ้าเป็นพรานเนื้อ เป็นคนหยาบช้า ทารุณ ไม่สำรวม อยู่ที่ภูเขาคิริพพชะ เป็นที่น่ารื่นรมย์ ใกล้กรุงราชคฤห์ซึ่งน่ารื่นรมย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๔๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๘. ทุติยมิคลุททกเปตวัตถุ
ข้าพเจ้านั้นมีสหายใจดี มีศรัทธา เป็นอุบาสกคนหนึ่ง เขามีภิกษุที่คุ้นเคยกัน ซึ่งเป็นสาวกของพระสมณโคดม เพราะเขาเอ็นดูข้าพเจ้าจึงห้ามอยู่บ่อยๆ ว่า
พ่อเอ๋ย อย่าได้ทำชั่วเลย อย่าได้ดำเนินทางผิดเลย ถ้าสหายปรารถนาความสุขเมื่อตายไป จงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ซึ่งเป็นการไม่สำรวมเสียเถิด
ข้าพเจ้าฟังคำของเขาผู้หวังดี มีความเอ็นดูด้วยประโยชน์เกื้อกูล แต่ไม่ได้ทำตามคำสั่งสอนของเขาทั้งสิ้น เพราะเป็นคนไม่มีปัญญา ยินดีในบาปมาช้านาน
เขามีปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน แนะนำข้าพเจ้าให้ตั้งอยู่ในความสำรวมด้วยความอนุเคราะห์อีกว่า ถ้าท่านจะฆ่าสัตว์ในกลางวัน ในเวลากลางคืนก็จงงดเว้นเสีย
ข้าพเจ้านั้นจึงฆ่าสัตว์แต่เฉพาะกลางวัน กลางคืนเป็นผู้สำรวมงดเว้น เพราะฉะนั้น กลางคืนข้าพเจ้าจึงได้รับความสุข กลางวันประสบทุกข์ ถูกสุนัขรุมกัดกิน คือ
กลางคืนได้เสวยทิพยสมบัติด้วยผลแห่งกุศลกรรมนั้น กลางวันฝูงสุนัขดุร้ายพากันวิ่งเข้ามากัดกินข้าพเจ้ารอบด้าน
ชนเหล่าใดมีความเพียรเนืองๆ เอาธุระในพระศาสนาของพระสุคตอย่างมั่นคง ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ชนเหล่านั้นแหละจะได้บรรลุอมตบท ซึ่งปัจจัยอะไรปรุงแต่งไม่ได้อย่างแน่นอน ทุติยมิคลุททกเปตวัตถุที่ ๘ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๔๖}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๘. มิคลุททกเปตวัตถุที่ ๒ ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตพรานเนื้อที่ ๒ พระนารทเถระถามเปรตตนหนึ่งว่า
|๑๑๘.๔๗๑| ๘ กูฏาคาเร จ ปาสาเท ปลฺลงฺเก โคณสณฺฐิเต ปญฺจงฺคิเกน ตุริเยน รมสิ สุปฺปวาทิเต ฯ |๑๑๘.๔๗๒| ตโต รตฺยา วิวสาเน สุริยุคฺคมนํ ปติ อปวิฏฺโฐ สุสานสฺมึ พหุํ ทุกฺขํ นิคจฺฉสิ ฯ |๑๑๘.๔๗๓| กินฺนุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ กิสฺส กมฺมวิปาเกน อิทํ ทุกฺขํ นิคจฺฉสีติ ฯ |๑๑๘.๔๗๔| อหํ ราชคเห รมฺเม รมณีเย คิริพฺพเช มิคลุทฺโท ปุเร อาสึ ลุทฺโท อาสึ อสญฺญโต ฯ |๑๑๘.๔๗๕| ตสฺส เม สหาโย สุหทโย สทฺโธ อาสิ อุปาสโก ตสฺส กุลุปโก ภิกฺขุ อาสิ โคตมสาวโก ฯ |๑๑๘.๔๗๖| โส หิ มํ อนุกมฺปนฺโต นิวาเรสิ ปุนปฺปุนํ มากาสิ ปาปกํ กมฺมํ มา ตาต ทุคฺคตึ อคา สเจ อิจฺฉสิ เปจฺจ สุขํ วิรม ปาณวธํ อสํยมํ ฯ |๑๑๘.๔๗๗| ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา สุขกามสฺส หิตานุกมฺปิโน นากาสึ สกลานุสาสนึ จิรปาปาภิรโต อพุทฺธิมา ฯ |๑๑๘.๔๗๘| โส มํ ปุน ภูริสุเมธโส อนุกมฺปาย สํยเม นิเวสยิ สเจ ทิวา หนสิ ปาณิโน อถ เต รตฺตึ ภวตุ สํยโม ฯ |๑๑๘.๔๗๙| สฺวาหํ ทิวา หนิตฺวา ปาณิโน วิรโต รตฺตึ อโหสิ สํยโต รตฺตาหํ ปริหาเรมิ ทิวา ขชฺชามิ ทุคฺคโต ฯ |๑๑๘.๔๘๐| ตสฺส กมฺมสฺส กุสลสฺส อนุโภมิ รตฺตึ อมานุสึ ทิวา ปฏิหตาว กุกฺกุรา อุปธาวนฺติ สมนฺตา ขาทิตุํ |๑๑๘.๔๘๑| เย จ เต สตตานุโยคิโน ธุวํ ปยุตฺตา สุคตสฺส สาสเน มญฺญามิ เต อมตเมว เกวลํ อธิคจฺฉนฺติ ปทํ อสงฺขตนฺติ ฯ ทุติยมิคลุทฺทเปตวตฺถุ อฏฺฐมํ ฯ
ท่านรื่นรมย์อยู่ในเรือนยอดและปราสาท บนบัลลังก์อันปูลาดด้วยผ้าขน สัตว์ ด้วยดนตรีเครื่อง ๕ อันบุคคลประโคมแล้ว ภายหลังเมื่อสิ้นราตรี พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ท่านเข้าไปเสวยทุกข์เป็นอันมากอยู่ในป่าช้า ท่านทำ กรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจหรือ เพราะวิบากแห่งกรรมอะไร ท่านจึงได้เสวยทุกข์เช่นนี้? เปรตนั้นตอบว่า เมื่อก่อน กระผมเป็นพรานเนื้อ อยู่ที่ภูเขาวงกตอันเป็นที่รื่นรมย์ ใกล้ กรุงราชคฤห์เป็นคนหยาบช้าทารุณ ไม่สำรวมกาย วาจา ใจ อุบาสก คนหนึ่งผู้เป็นสหายของกระผมเป็นคนใจดีมีศรัทธา มีภิกษุผู้คุ้นเคยของ เขาเป็นสาวกของพระโคดม ก็อุบาสกนั้นเอ็นดูกระผม ห้ามกระผม เนืองๆ ว่าอย่าทำบาปกรรมเลย พ่อเอ๋ย อย่าไปทุคติเลย ถ้าสหาย ปรารถนาความสุขในโลกหน้า จงงดเว้นการฆ่าสัตว์อันเป็นการไม่สำรวม เสียเถิด ... กระผมเข้าใจว่า ชนเหล่านั้นจักได้บรรลุอมตบทอันปัจจัย อะไรๆ ปรุงแต่งไม่ได้เป็นแน่. จบ มิคลุททกเปตวัตถุที่ ๘.