๗. สกุลาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๗–๑๐๑ลำดับ 44 จาก 73 ในเถรีคาถาพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 5 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. สกุลาเถรีคาถา ภาษิตของพระสกุลาเถรี พระสกุลาเถรี(ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
เมื่อเรายังอยู่ในเรือน ฟังธรรมของภิกษุแล้ว ได้เห็นนิพพานซึ่งเป็นธรรมปราศจากกิเลสดุจธุลี เป็นทางถึงความสุข ไม่จุติ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๗๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๕. ปัญจกนิบาต] ๘. โสณาเถรีคาถา
เรานั้นละบุตรธิดา ทรัพย์ และข้าวเปลือก โกนผมแล้วบวชเป็นบรรพชิต
เป็นสิกขมานาอยู่ เจริญมรรคเบื้องสูง จึงละราคะ โทสะ และอาสวะทั้งหลายที่ประกอบด้วยราคะและโทสะนั้นได้
อุปสมบทเป็นภิกษุณีแล้ว ระลึกชาติก่อนได้ ชำระทิพยจักษุที่อบรมแล้วอย่างดีให้หมดมลทินได้
เห็นสังขารทั้งหลายเป็นอนัตตาอันเกิดแต่เหตุ มีสภาวะทรุดโทรมโดยความเป็นอนัตตาแล้วละอาสวะทั้งปวงได้ จึงเป็นผู้เย็นดับสนิทแล้ว
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๗. สกุลาเถรีคาถา สุภาษิตชี้ผลการฟังธรรม
|๔๔๕.๙๗| ๗ อคารสฺมึ วสนฺตีหํ ธมฺมํ สุตฺวาน ภิกฺขุโน อทฺทสํ วิรชํ ธมฺมํ นิพฺพานํ ปทมจฺจุตํ ฯ |๔๔๕.๙๘| สาหํ ปุตฺตํ ธีตรญฺจ ธนธญฺญญฺจ ฉฑฺฑิย เกเส เฉทาปยิตฺวาน ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๔๔๕.๙๙| สิกฺขมานา อหํ สนฺตี ภาเวนฺตี มคฺคมญฺชสํ ปหาสึ ราคโทสญฺจ ตเทกฏฺเฐ จ อาสเว ฯ |๔๔๕.๑๐๐| ภิกฺขุนี อุปสมฺปชฺช ปุพฺพชาติมนุสฺสรึ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ วิมลํ สาธุภาวิตํ ฯ |๔๔๕.๑๐๑| สงฺขาเร ปรโต ทิสฺวา เหตุชาเต ปโลกิเน ปหาสึ อาสเว สพฺเพ สีติภูตมฺหิ นิพฺพุตา ฯ สกุลา ฯ
เมื่อเรายังอยู่ในเรือน ได้ฟังธรรมของภิกษุรูปหนึ่ง ได้เห็นนิพพาน อันเป็นธรรมปราศจากธุลี เป็นทางเครื่องถึงความสุข ไม่จุติต่อไป เราจึงละบุตร ธิดา ทรัพย์ และธัญชาติ โกนผมออกบวชเป็นบรรพชิต เราศึกษาทางสงบใจอยู่ เจริญมรรคชั้นสูง จึงละราคะ โทสะ และ อาสวะทั้งหลายอันกล้าแข็งกว่าราคะโทสะนั้นได้ เราอุปสมบทเป็น ภิกษุณีแล้ว ระลึกถึงชาติก่อนได้ ชำระทิพยจักษุให้บริสุทธิ์หมดมลทิน อบรมแล้วด้วยดี เราเห็นสังขารทั้งหลาย โดยความเป็นอนัตตา เป็น ของเกิดแต่เหตุ มีอันทรุดโทรมไปเป็นสภาพ แล้วละอาสวะทั้งปวง เป็นผู้มีความเย็นใจ ดับสนิทแล้ว.