ฉบับที่อ่านฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๔๖

๘. อัมพวิมาน เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๖ลำดับ 46 จาก 85 ในวิมานวัตถุพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๘. อัมพวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอัมพวิมาน พระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า

ข้อ ๔๖

|๔๖.๕๕๓| ๘ ทิพฺพนฺเต อมฺพวนํ รมฺมํ ปาสาเทตฺถ มหลฺลโก นานาตุริยสงฺฆุฏฺโฐ อจฺฉราคณโฆสิโต |๔๖.๕๕๔| ปทีโป เจตฺถ ชลติ นิจฺจํ โสวณฺณโย มหา ทุสฺสผเลหิ รุกฺเขหิ สมนฺตา ปริวาริโต เกน เต อมฺพวนํ รมฺมํ ปาสาเทตฺถ มหลฺลโก |๔๖.๕๕๕| เกน เตตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๔๖.๕๕๖| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๔๖.๕๕๗| อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก วิหารํ สงฺฆสฺส กาเรสึ อมฺเพหิ ปริวาริตํ |๔๖.๕๕๘| ปริโยสิเต วิหาเร กาเรนฺเต นิฏฺฐิเต มเห อมฺเพหจฺฉาทยิตฺวาน กตฺวา ทุสฺสมเย ผเล |๔๖.๕๕๙| ปทีปํ ตตฺถ ชาเลตฺวา โภชยิตฺวา คณุตฺตมํ นิยฺยาเทสึ ตํ สงฺฆสฺส ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ |๔๖.๕๖๐| เตน เม อมฺพวนํ รมฺมํ ปาสาเทตฺถ มหลฺลโก นานาตุริยสงฺฆุฏฺโฐ อจฺฉราคณโฆสิโต |๔๖.๕๖๑| ปทีโป เจตฺถ ชลติ นิจฺจํ โสวณฺณโย มหา ทุสฺสผเลหิ รุกฺเขหิ สมนฺตา ปริวาริโต |๔๖.๕๖๒| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ อมฺพวิมานํ อฏฺฐมํ ฯ

สวนมะม่วงทิพย์ของท่านนี้น่ารื่นรมย์ ในสวนของท่านนั้นมีปราสาทใหญ่ กว้างขวาง กึกก้องไปด้วยดนตรีต่างๆ และกึกก้องด้วยหมู่นางอัปสร อนึ่ง ในปราสาทของท่านนี้มีประทีปทองดวงใหญ่ส่องสว่างรุ่งเรื่องเป็น นิตย์ ปราสาทของท่านแวดล้อมด้วยต้นไม้มีผลเป็นผ้าโดยรอบ สวน มะม่วงอันน่ารื่นรมย์ใจ และในสวนมะม่วงนั้น มีปราสาทสูงใหญ่กว้าง ขวางเกิดขึ้นแก่ท่าน เพราะบุญกรรมอะไร ท่านมีวรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบ ปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า เมื่อชาติก่อน ดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในมนุษยโลก มีจิตเลื่อมใส ได้ ให้สร้างวิหารถวายสงฆ์ แวดล้อมไปด้วยต้นมะม่วง เมื่อให้สร้างวิหาร สำเร็จเรียบร้อยแล้ว จึงทำการฉลอง แวดล้อมต้นมะม่วงด้วยผ้า เอา ผ้าทำเป็นผลมะม่วงตามประทีปไว้ที่ต้นมะม่วงนั้น อันอุดม และนิมนต์ พระสงฆ์ผู้เป็นหมู่อุดมสาวกของพระผู้มีพระภาคให้ฉัน แล้วมอบถวาย วิหารนั้นแก่สงฆ์ ด้วยมือของตน เพราะบุญกรรมนั้นดิฉันจึงมีสวน มะม่วงอันน่ารื่นรมย์ใจ และมีปราสาทสูงใหญ่กว้างขวางอยู่ในสวน มะม่วงนั้น กึกก้องไปด้วยดนตรีต่างๆ และกึกก้องไปด้วยหมู่นางอัปสร และที่ปราสาทของดิฉันนี้ มีประทีปทองดวงใหญ่ส่องสว่างเรืองเป็นนิตย์ ปราสาทของดิฉันแวดล้อมไปด้วยต้นมะม่วง มีผลเป็นผ้าโดยรอบ เพราะ บุญกรรมนั้น ดิฉันจึงมีวรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไป ทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรมนั้น. จบ อัมพวิมานที่ ๘.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๘. อัมพวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายวัดสวนมะม่วง (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)

ข้อ ๗๘๓

สวนมะม่วงทิพย์ของเธอ น่ารื่นรมย์ ในสวนนี้มีปราสาทกว้างใหญ่ กึกก้องไปด้วยเสียงดนตรีต่างๆ เหล่าเทพอัปสรก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว

ข้อ ๗๘๔

ปราสาทของเธอนี้มีประทีปทองดวงใหญ่สว่างไสวอยู่เป็นนิตย์ แวดล้อมโดยรอบด้วยต้นมะม่วงที่มีผลเป็นผ้า [๗๘๕-๗๘๖] เพราะบุญอะไรเธอจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

ข้อ ๗๘๗

เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

ข้อ ๗๘๘

ชาติก่อนดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลก ดิฉันได้สร้างวิหารแวดล้อมด้วยต้นมะม่วงถวายสงฆ์

ข้อ ๗๘๙

เมื่อให้สร้างวิหารสำเร็จเรียบร้อยแล้ว จะทำการฉลอง จึงใช้ผ้าประดับต้นมะม่วงทั้งหลายแล้ว แต่งให้เป็นผลมะม่วง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๙๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๙. ปีตวิมาน

ข้อ ๗๙๐

ดิฉันเลื่อมใสตามประทีปไว้ที่ต้นมะม่วงเหล่านั้น นิมนต์หมู่สาวกของพระผู้มีพระภาคซึ่งเป็นหมู่ที่สูงสุดให้ฉันแล้ว ได้มอบถวายวิหารนั้นแด่สงฆ์ด้วยมือทั้งสองของตน

ข้อ ๗๙๑

เพราะบุญนั้นดิฉันจึงมีสวนมะม่วงที่น่ารื่นรมย์ ในสวนนี้มีปราสาทกว้างใหญ่ กึกก้องไปด้วยเสียงดนตรีต่างๆ เหล่าเทพอัปสรก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว

ข้อ ๗๙๒

ปราสาทของดิฉันนี้มีประทีปทองดวงใหญ่สว่างไสวอยู่เป็นนิตย์ แวดล้อมโดยรอบด้วยต้นมะม่วงที่มีผลเป็นผ้า [๗๙๓-๗๙๔] เพราะบุญนั้นดิฉันจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ อัมพวิมานที่ ๘ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอัมพวิมาน

อัมพวิมาน มีคาถาว่า ทิพฺพํ เต อมฺพวนํ รมฺมํ เป็นต้น.

อัมพวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร ?

พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน กรุงสาวัตถี.

สมัยนั้น อุบาสิกคนหนึ่งในกรุงสาวัตถี ได้ฟังว่า การถวายอาวาสมีผลมากและมีอานิสงส์มาก เกิดฉันทะความพอใจ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วกราบทูลอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์มีความประสงค์จะสร้างอาวาสแห่งหนึ่ง ขอได้โปรดตรัสบอกโอกาสเช่นนั้น.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสั่งภิกษุทั้งหลาย.

ภิกษุทั้งหลายได้แสดงที่ให้อุบาสิกานั้น นางได้สร้างอาวาสที่น่ารื่นรมย์ในที่นั้นแล้วให้ปลูกต้นมะม่วงรอบอาวาสนั้น.

อาวาสนั้นมีต้นมะม่วงเรียงรายล้อมรอบ สมบูรณ์ด้วยร่มเงาและน้ำ มีภูมิภาคขาวสะอาดเกลื่อนกลาดด้วยทราย คล้ายข่ายแก้วมุกดาน่าจับใจเหลือเกิน.

นางตกแต่งวิหารนั้นด้วยผ้าสีต่างๆ และด้วยพวงดอกไม้พวงของหอมเป็นต้นจนดูคล้ายเทพวิมาน ติดตั้งตะเกียงน้ำมันและเอาผ้าใหม่พันต้นมะม่วงทั้งหลายแล้วมอบถวายแด่สงฆ์.

ต่อมา นางทำกาลกิริยาตายไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ วิมานหลังใหญ่แวดล้อมไปด้วยสวนมะม่วงได้ปรากฏแก่นาง.

นางแวดล้อมไปด้วยหมู่อัปสรเสวยทิพยสมบัติอยู่ในวิมานนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะเข้าไปหานางแล้ว ถามด้วยคาถาเหล่านี้ว่า

สวนมะม่วงทิพย์ของท่านน่ารื่นรมย์ ในสวนนี้มีปราสาทหลังใหญ่กึกก้องไปด้วยดนตรีต่างๆ เจื้อยแจ้วไปด้วยหมู่เทพอัปสร. อนึ่ง ในปราสาทนี้มีประทีปทองดวงใหญ่ สว่างไสวอยู่เป็นนิตย์ ปราสาทของท่านแวดล้อมด้วยต้นไม้ที่ออกผลเป็นผ้าโดยรอบด้วยบุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะเช่นนี้ ด้วยบุญอะไร ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน.

ดูราเทพธิดาผู้มีอานุภาพใหญ่ อาตมาขอถามท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ท่านทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.

เทพธิดานั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว จึงพยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า

เมื่อชาติก่อน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์อยู่ ในมนุษยโลก ดีฉันมีจิตเลื่อมใสได้สร้างวิหารถวายสงฆ์ แวดล้อมไปด้วยต้นมะม่วงเมื่อสร้างวิหารสำเร็จเรียบร้อยแล้วได้ทำการฉลอง เอาผ้าหุ้มต้นมะม่วงทั้งหลาย ทำผลมะม่วงด้วยผ้า ตามประทีปไว้ที่ต้นมะม่วงนั้นๆนิมนต์หมู่สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าซึ่งเป็นหมู่สูงสุดให้ฉัน แล้วมอบถวายวิหารนั้นแด่สงฆ์ด้วยมือของตนเพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีสวนมะม่วงที่น่ารื่นรมย์ มีปราสาทหลังใหญ่ในสวนนี้ ซึ่งกึกก้องไปด้วยดนตรีต่างๆ เจื้อยแจ้วไปด้วยหมู่เทพอัปสร.

อนึ่ง ในปราสาทนี้จึงมีประทีปทองดวงใหญ่สว่างไสวอยู่เป็นนิตย์ ปราสาทของดีฉันจึงแวดล้อมด้วยต้นไม้ที่ออกผลเป็นผ้าโดยรอบ เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ดีฉัน

ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันเป็นมนุษย์ได้กระทำบุญอันใดไว้ เพราะบุญอันนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีของดีฉันจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.

เทพธิดานั้นได้พยากรณ์ด้วยประการฉะนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มหลฺลโก แปลว่า ใหญ่. อธิบายว่า ไพบูลย์คือโอฬารที่สุด ทั้งโดยส่วนยาวส่วนกว้างและส่วนสูง.

บทว่า อจฺฉราคณโฆสิโต ความว่า สนุกสนานครื้นเครงไปด้วยหมู่เทพอัปสรขับร้องบ้าง เจรจาน่ารักบ้าง ทำเทพธิดานั้นให้บันเทิงใจ.

บทว่า ปทีโป เจตฺถ ชลติ ความว่า ประทีปแก้วมีรัศมีรุ่งเรือง แผ่กระจายไปดุจรัศมีพระอาทิตย์ ย่อมรุ่งเรืองยิ่งในที่นี้ คือในปราสาทนี้.

บทว่า ทุสฺสผเลหิ ความว่า ผลทั้งหลายของต้นมะม่วงเหล่านั้นเป็นผ้า เหตุนั้น ต้นมะม่วงเหล่านั้นจึงชื่อว่าออกผลเป็นผ้า. อธิบายว่า ด้วยต้นมะม่วงเหล่านั้น คือที่คายผลออกมาเป็นผ้าทิพย์.

บทว่า กาเรนฺเต นิฏฺฐิเต มเห ความว่า เมื่อทำการบูชาในการฉลองวิหารที่สร้างสำเร็จแล้ว.

บทว่า กตฺวา ทุสฺสมเย ผเล ความว่า ทำผ้าทั้งหลายนั่นแหละให้เป็นผลของมะม่วงเหล่านั้น.

บทว่า คณุตฺตมํ ได้แก่ หมู่พระสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งสูงสุดแห่งหมู่ทั้งหลาย.

บทว่า นิยฺยาเทสึ ความว่า ได้มอบ คือได้ถวายแล้ว.

คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.

จบอรรถกถาอัมพวิมาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา