๑. มาตุโปสกชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑–๑๒ลำดับ 455 จาก 525 ในชาดกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 12 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๑. เอกาทสกนิบาต] ๑. มาตุโปสกชาดก (๔๕๕) ๑๑. เอกาทสกนิบาต ๑. มาตุโปสกชาดก (๔๕๕) ว่าด้วยพญาช้างเลี้ยงมารดา (มารดาพระโพธิสัตว์ได้กล่าวคร่ำครวญว่า)
เพราะพญาช้างเผือกนั้นจากไป ไม้อ้อยช้าง ไม้โมกมัน ไม้ช้างน้าว หญ้างวงช้าง ข้าวฟ่างและลูกเดือยก็เจริญงอกงาม อนึ่ง ต้นกรรณิการ์ทั้งหลายที่เชิงเขาก็ออกดอกบานสะพรั่ง
ไม่ว่าจะเป็นบ้าน หรือเมืองไหนก็ตาม พระราชา หรือราชมหาอำมาตย์ผู้มีเครื่องประดับทองคำ ย่อมจะบำรุงเลี้ยงซึ่งพญาช้าง ที่พระเจ้าแผ่นดิน หรือพระราชโอรสทรงใช้ประทับทรง ไม่ครั่นคร้ามอาจสังหารศัตรูได้ด้วยอาหาร (พระราชาทรงขอร้องพญาช้างนั้นว่า)
พญาช้างจงรับเอาอาหารเถิด อย่าได้ผ่ายผอมเลย งานหลวงนั้นยังมีอยู่เป็นอันมาก ที่ท่านจะกระทำต่อไป (พระโพธิสัตว์ฟังพระดำรัสนั้นแล้วจึงกราบทูลว่า)
นางช้างนี้นั้นน่าสงสารจริง ตาบอด ไม่มีผู้นำทาง เท้าคงจะสะดุดตอดิ้นรนไปจนถึงภูเขาจัณโฑรณะแน่นอน (พระราชาตรัสถามว่า)
พญาช้าง นางช้างตาบอดไม่มีผู้นำทาง เท้าสะดุดตอดิ้นรนไปจนถึงภูเขาจัณโฑรณะ นางช้างเชือกนั้นเป็นอะไรกับเจ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๕๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๑. เอกาทสกนิบาต] ๑. มาตุโปสกชาดก (๔๕๕) (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
ขอเดชะพระมหาราช นางช้างตาบอดไม่มีผู้นำทาง เท้าสะดุดตอดิ้นรนไปจนถึงภูเขาจัณโฑรณะ นางช้างเผือกนั้นเป็นมารดาของข้าพระพุทธเจ้าเอง (พระราชาสดับเหตุผลนั้นแล้วจึงได้ตรัสว่า)
ท่านทั้งหลายจงปล่อยพญาช้างที่เลี้ยงมารดานี้ไป ขอพญาช้างจงอยู่ร่วมกับมารดาและพวกญาติทั้งปวงเถิด (พระศาสดาตรัสคาถาต่อไปว่า)
พญาช้างพอพ้นจากเครื่องผูก ซึ่งพระเจ้ากาสีทรงสั่งกลับ พักอยู่ครู่หนึ่ง แล้วได้ไปยังภูเขา
ต่อแต่นั้นมา พญาช้างได้ไปยังสระบัวที่มีน้ำเยือกเย็น ซึ่งพวกช้างอาศัยอยู่ ใช้งวงนำน้ำมาพ่นรดมารดา (มารดาพระโพธิสัตว์เมื่อจะด่าจึงกล่าวว่า)
ฝนอะไรนี้ไม่ดีเลย ไม่ตกต้องตามฤดูกาล ลูกรักของเราที่คอยดูแลปรนนิบัติเราก็พลอยหายไปด้วย (พระโพธิสัตว์เมื่อจะปลอบโยนมารดาจึงกล่าวว่า)
ลุกขึ้นเถิดแม่ มัวนอนอยู่ทำไม ลูกรักของแม่มาแล้ว พระเจ้ากาสีผู้ปรีชาญาณ มีบริวารยศทรงปล่อยลูกมาแล้ว (มารดาพระโพธิสัตว์เมื่อจะอนุโมทนาจึงกล่าวว่า)
ขอพระราชาผู้ทรงทนุบำรุงแคว้นกาสีให้เจริญรุ่งเรือง ซึ่งทรงปล่อยลูกของเราผู้ประพฤติอ่อนน้อม ต่อผู้หลักผู้ใหญ่ทุกเมื่อ ขอจงทรงมีพระชนมายุยืนนาน มาตุโปสกชาดกที่ ๑ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๕๕}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เอกาทสนิปาตชาตกํ ๑ มาตุโปสกชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ เอกาทสกนิบาตชาดก ๑. มาตุโปสกชาดก ว่าด้วยเรื่องพญาช้างผู้เลี้ยงมารดา
ตสฺส นาคสฺส วิปฺปวาเสน วิรูฬฺหา สลฺลกิโย จ กุฏชา กุรุวินฺทกรวรา ภิสสามา จ นิวาเต ปุปฺผิตา จ กณฺณิการา ฯ
ไม้อ้อยช้าง ไม้มูกมัน ไม้ช้างน้าว หญ้างวงช้าง ข้าวฟ่าง และลูก เดือย งอกงามขึ้นแล้วเพราะพญาช้างนั้นพลัดพรากไป อนึ่ง ต้น กรรณิการ์ทั้งหลายที่เชิงเขาก็เผล็ดดอกบาน.
โกจิเทว สุวณฺณกายุรา นาคราชํ ภรนฺติ ปิณฺเฑน ยตฺถ ราชา ราชกุมาโร วา กวจมภิเหสฺสติ อสมฺภิโต ฯ
พระราชา หรือพระราชกุมาร ประทับนั่งบนคอพญาช้างใด เป็นผู้ไม่มี ความสะดุ้ง ย่อมกำจัดเสียซึ่งปัจจามิตรทั้งหลาย อิสรชนผู้ประดับ ด้วยอาภรณ์อันงดงามผู้หนึ่ง ย่อมเลี้ยงดูพญาช้างนั้นด้วยก้อนข้าว.
คณฺหาหิ นาค กพลํ มา นาค กิสโก ภว พหูนิ ราชกิจฺจานิ ตานิ นาค กริสฺสสิ ฯ
ดูกรพญาช้างตัวประเสริฐ เชิญพ่อรับเอาคำข้าวเถิด อย่าผ่ายผอมเลย ราชกิจมีเป็นอันมาก ท่านจะต้องทำราชกิจเหล่านั้น.
สา นูน สา กปณิกา อนฺธา อปรินายิกา ขาณุํ ปาเทน ฆฏฺเฏติ คิรึ จณฺโฑรณํ ปติ ฯ
นางช้างนั้นเป็นกำพร้า ตาบอด ไม่มีผู้นำทางคงจะสะดุดตอไม้ล้มลงตรง ภูเขาจัณโฑรณะเป็นแน่.
กานุ เต สา มหานาค อนฺธา อปรินายิกา ขาณุํ ปาเทน ฆฏฺเฏติ คิรึ จณฺโฑรณํ ปติ ฯ
ดูกรพญาช้าง นางช้างตาบอดหาผู้นำทางมิได้ คงจะสะดุดตอไม้ล้มลงตรงภูเขาจัณโฑรณะนั้น เป็นอะไรกับท่านหรือ.
มาตา เม สา มหาราช อนฺธา อปรินายิกา ขาณุํ ปาเทน ฆฏฺเฏติ คิรึ จณฺโฑรณํ ปติ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา นางช้างตาบอดไม่มีผู้นำทาง คงจะสะดุดตอไม้ล้มลง ตรงภูเขาชื่อจัณโฑรณะนั้น เป็นมารดาของข้าพระองค์.
มุญฺจเถตํ มหานาคํ โยยํ ภรติ มาตรํ สเมตุ มาตรา นาโค สห สพฺเพหิ ญาติภิ ฯ
พญาช้างนี้ย่อมเลี้ยงดูมารดา ท่านทั้งหลายจงปล่อยพญาช้างนั้นเสียเถิด พญาช้างตัวประเสริฐจงอยู่ร่วมกับมารดา พร้อมด้วยญาติทั้งหลายเถิด.
มุตฺโตว พนฺธนา นาโค กาสิราเชน เปสิโต มุหุตฺตํ อสฺสสิตฺวาน อคมา เยน ปพฺพโต ตโต โส นิลินํ คนฺตฺวา สีตํ กุญฺชรเสวิตํ โสณฺฑาย อุทกมาหิตฺวา มาตรํ อภิสิญฺจถ ฯ
พญาช้างอันพระเจ้ากาสีทรงปล่อยแล้ว พอหลุดจากเครื่องผูก พักอยู่ ครู่หนึ่ง ได้ไปยังภูเขา จากนั้นเดินไปสู่สระบัวอันเย็นที่เคยซ่องเสพมา แล้วดูดน้ำด้วยงวงมารดมารดา.
โกยํ อนริโย เทโว อกาเลน ปวสฺสติ คโต เม อตฺรโช ปุตฺโต โย มยฺหํ ปริจารโก ฯ
ฝนอะไรนี้ไม่ประเสริฐเลย ย่อมตกโดยกาลที่ไม่ควรตก บุตรเกิดใน ตนของเราเป็นผู้บำรุงเรา ไปเสียแล้ว.
อุฏฺเฐหิ อมฺม กึ เสสิ อาคโต ตฺยาหมตฺรโช มุตฺโตมฺหิ กาสิราเชน เวเทเหน ยสสฺสินา ฯ
เชิญท่านลุกขึ้นเถิด จะมัวนอนอยู่ทำไม ฉันผู้เป็นลูกของแม่มาแล้ว พระเจ้ากาสีผู้ทรงพระปรีชาญาณ มีบริวารยศใหญ่หลวงทรงปล่อยมาแล้ว.
จิรํ ชีวตุ โส ราชา กาสีนํ รฏฺฐวฑฺฒโน โย เม ปุตฺตํ ปโมเจสิ สทา วุฑฺฒาปจายิกนฺติ ฯ มาตุโปสกชาตกํ ปฐมํ ฯ ---------
พระราชาพระองค์ใดทรงปล่อยลูกของเราผู้ประพฤติอ่อนน้อมต่อบุคคลผู้ เจริญทุกเมื่อ ขอพระราชาพระองค์นั้นจงทรงพระชนม์ยืนนาน ทรงบำรุง แคว้นกาสีให้เจริญรุ่งเรืองเถิด. จบ มาตุโปสกชาดกที่ ๑.