ฉบับที่อ่านฉบับ
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๙๓

บทภาชนีย์ มาติกา ทรัพย์ที่อยู่ในแผ่นดิน เป็นต้น

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๓–๑๒๐ลำดับ 17 จาก 33 ในปาราชิกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 28 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

บทภาชนีย์ มาติกา

ข้อ ๙๓

ทรัพย์ที่อยู่ในแผ่นดิน ทรัพย์ที่อยู่บนบก ทรัพย์ที่อยู่ในอากาศ ทรัพย์ที่อยู่ในที่แจ้ง ทรัพย์ที่อยู่ในน้ำ ทรัพย์ที่อยู่ในเรือ ทรัพย์ที่อยู่ในยาน ทรัพย์ที่นำติดตัวไปได้ ทรัพย์ที่อยู่ในสวน ทรัพย์ที่อยู่ในวัด ทรัพย์ที่อยู่ในนา ทรัพย์ที่อยู่ในพื้นที่ ทรัพย์ที่อยู่ในหมู่บ้าน ทรัพย์ที่อยู่ในป่า น้ำ ไม้ชำระฟัน ต้นไม้เจ้าป่าทรัพย์ที่มีผู้นำไป ทรัพย์ที่เขาฝากไว้ ด่านภาษี สัตว์มีชีวิต สัตว์ไม่มีเท้า สัตว์ ๒ เท้าสัตว์ ๔ เท้า สัตว์มีเท้ามาก ภิกษุผู้สั่ง ภิกษุผู้รับของฝาก การชักชวนกันไปลักการนัดหมาย การทำนิมิต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๘๒}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ ทรัพย์ที่อยู่ในแผ่นดิน

ข้อ ๙๔

ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่อยู่ในแผ่นดิน ได้แก่ ทรัพย์ที่ฝังกลบไว้ในแผ่นดินภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในแผ่นดิน แล้วหาเพื่อนไปด้วย หาจอบ หาตะกร้าหรือไปแต่ผู้เดียว ต้องอาบัติทุกกฏ ตัดไม้หรือเถาวัลย์ที่ขึ้นอยู่ที่นั้น ต้องอาบัติทุกกฏ ขุดคุ้ยหรือโกยดินร่วน ต้องอาบัติทุกกฏ จับต้องหม้อทรัพย์ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิต หย่อนภาชนะของตนลงไปถูกต้องทรัพย์มีราคา ๕ มาสกหรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้ทรัพย์เข้าไปอยู่ในภาชนะของตน หรือหยิบขาดจากกันขึ้นมาหนึ่งกำมือ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิต จับต้องทรัพย์ที่เขาร้อยด้วยด้าย สังวาล สร้อยคอ เข็มขัดผ้าสาฎก ผ้าโพก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติทุกกฏ จับปลายยกขึ้นต้องอาบัติถุลลัจจัย ดึงครูดออกไป ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้พ้นปากหม้อแม้เพียงปลายผม ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิต ดื่มเนยใส น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย มีราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ด้วยการดื่มครั้งเดียว ต้องอาบัติปาราชิก ทำลาย ทำให้หก เผาทิ้ง หรือทำให้บริโภคไม่ได้ ต้องอาบัติทุกกฏ ทรัพย์ที่อยู่บนบก

ข้อ ๙๕

ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่อยู่บนบก ได้แก่ ทรัพย์ที่เขาวางไว้บนบก ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่บนบก หาเพื่อนไปด้วยหรือไปแต่ผู้เดียว ต้องอาบัติทุกกฏ จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ต้องอาบัติปาราชิก ทรัพย์ที่อยู่ในอากาศ

ข้อ ๙๖

ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่อยู่ในอากาศ ได้แก่ ทรัพย์ที่ไปในอากาศ คือนกยูง นกคับแค นกกระทา นกกระจาบ ผ้าสาฎก ผ้าโพก หรือเงินทองที่ขาดหลุดตกลง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๘๓}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในอากาศ หาเพื่อนไปด้วยหรือไปแต่ผู้เดียว ต้องอาบัติทุกกฏ หยุดการไปของทรัพย์ ต้องอาบัติทุกกฏ จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ทรัพย์ที่อยู่ในที่แจ้ง

ข้อ ๙๗

ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่อยู่ในที่แจ้ง ได้แก่ ทรัพย์ที่แขวนไว้ในที่แจ้ง เช่นทรัพย์ที่คล้องไว้บนเตียงหรือตั่ง ห้อยไว้บนราวจีวร สายระเดียง ที่เดือยฝา ที่เครื่องแขวนรูปงาช้างหรือที่ต้นไม้ โดยที่สุดแม้บนเชิงรองบาตร ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในที่แจ้ง หาเพื่อนไปด้วยหรือไปแต่ผู้เดียว ต้องอาบัติทุกกฏ จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิกทรัพย์ที่อยู่ในน้ำ

ข้อ ๙๘

ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่อยู่ในน้ำ ได้แก่ ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในน้ำ ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในน้ำ หาเพื่อนไปด้วย หรือไปแต่ผู้เดียวต้องอาบัติทุกกฏ ดำลงหรือโผล่ขึ้นในน้ำ ต้องอาบัติทุกกฏ จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิต จับต้องดอกอุบล ดอกปทุม ดอกบุณฑริก เหง้าบัว ปลาหรือเต่าที่เกิดในน้ำนั้น มีราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหวต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ทรัพย์ที่อยู่ในเรือ

ข้อ ๙๙

ที่ชื่อว่า เรือ ได้แก่ พาหนะสำหรับใช้ข้ามน้ำ ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่อยู่ในเรือ ได้แก่ ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในเรือ ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในเรือ หาเพื่อนไปด้วยหรือไปแต่ผู้เดียวต้องอาบัติทุกกฏ จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๘๔}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักเรือ หาเพื่อนไปด้วยหรือไปแต่ผู้เดียว ต้องทุกกฏ จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย แก้เครื่องผูก ต้องอาบัติทุกกฏแก้เครื่องผูกแล้ว จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เรือลอยทวนน้ำ ลอยตามน้ำหรือลอยไปขวางลำน้ำ ให้เคลื่อนไปแม้เพียงปลายผม ต้องอาบัติปาราชิก ทรัพย์ที่อยู่ในยาน

ข้อ ๑๐๐

ที่ชื่อว่า ยาน ได้แก่ วอ รถ เกวียน คานหาม ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่อยู่ในยาน ได้แก่ ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในยาน ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในยาน หาเพื่อนไปด้วย หรือไปแต่ผู้เดียวต้องอาบัติทุกกฏ จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักยาน หาเพื่อนไปด้วยหรือไปแต่ผู้เดียว ต้องอาบัติทุกกฏจับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิกทรัพย์ที่นำติดตัวไปได้

ข้อ ๑๐๑

ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่นำติดตัวไปได้ ได้แก่ ทรัพย์ที่ทูนไป แบกไป กระเดียดไป หิ้วไป ภิกษุมีไถยจิต จับต้องทรัพย์ที่อยู่บนศีรษะ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ลดทรัพย์ลงมาที่ไหล่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิต จับต้องทรัพย์ที่อยู่ระดับไหล่ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ลดทรัพย์ลงมาถึงระดับสะเอว ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิต จับต้องทรัพย์ซึ่งอยู่ที่สะเอว ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ใช้มือถือไป ต้องอาบัติปาราชิก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๘๕}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ ภิกษุมีไถยจิต วางทรัพย์ในมือลงบนพื้น ต้องอาบัติปาราชิก ถือเอาจากพื้นไป ต้องอาบัติปาราชิก ทรัพย์ที่อยู่ในสวน

ข้อ ๑๐๒

ที่ชื่อว่า สวน ได้แก่ สวนไม้ดอก สวนไม้ผล ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่อยู่ในสวน ได้แก่ ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในสวนโดยฐานะ ๔ คือฝังอยู่ในแผ่นดิน ตั้งอยู่บนพื้นดิน ลอยอยู่ในอากาศ แขวนอยู่ในที่แจ้ง ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในสวน หาเพื่อนไปด้วย หรือไปแต่ผู้เดียวต้องอาบัติทุกกฏ จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิต จับต้องราก เปลือก ใบ ดอกหรือผลไม้ในสวนนั้น มีราคา ๕มาสกหรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุกล่าวตู่เอาที่สวน ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้เจ้าของเกิดความสงสัย ต้องอาบัติถุลลัจจัย หากเจ้าของทอดธุระว่าจะไม่เป็นของเรา ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุเมื่อดำเนินคดีชนะความเจ้าของ ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อดำเนินคดีแพ้ความ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทรัพย์ที่อยู่ในวัด

ข้อ ๑๐๓

ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่อยู่ในวัด ได้แก่ ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในวัดโดยฐานะ ๔ คือ ฝังอยู่ในแผ่นดิน ตั้งอยู่บนพื้นดิน ลอยอยู่ในอากาศ แขวนอยู่ในที่แจ้ง ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในวัด หาเพื่อนไปด้วยหรือไปแต่ผู้เดียวต้องอาบัติทุกกฏ จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุกล่าวตู่เอาที่วัด ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้เจ้าของเกิดความสงสัย ต้องอาบัติถุลลัจจัย หากเจ้าของทอดธุระว่า จะไม่เป็นของเรา ต้องอาบัติปาราชิก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๘๖}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ ภิกษุเมื่อดำเนินคดี ชนะความเจ้าของ ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อดำเนินคดีแพ้ความ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทรัพย์ที่อยู่ในนา

ข้อ ๑๐๔

ที่ชื่อว่า นา ได้แก่ ที่ซึ่งมีบุพพัณชาติหรืออปรัณชาติ เกิด ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่อยู่ในนา ได้แก่ ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในนาโดยฐานะ ๔ คือ ฝังอยู่ในแผ่นดิน ตั้งอยู่บนพื้นดิน ลอยอยู่ในอากาศ แขวนอยู่ในที่แจ้ง ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในนา หาเพื่อนไปด้วยหรือไปแต่ผู้เดียวต้องอาบัติทุกกฏ จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิตจับต้องบุพพัณชาติหรืออปรัณชาติที่เกิดในนานั้น มีราคา ๕มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัยทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุกล่าวตู่เอาที่นา ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้เจ้าของเกิดความสงสัย ต้องอาบัติถุลลัจจัย หากเจ้าของทอดธุระว่า จะไม่เป็นของเรา ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุเมื่อดำเนินคดี ชนะความเจ้าของ ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อดำเนินคดีแพ้ความ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ภิกษุปักหลัก ขึงเชือก ล้อมรั้ว หรือถมคันนาให้รุกล้ำที่นา ต้องอาบัติทุกกฏเมื่อความพยายามรุกล้ำที่นาอีกครั้งเดียวจะสำเร็จ ต้องอาบัติถุลลัจจัย เมื่อความพยายามครั้งสุดท้ายสำเร็จ ต้องอาบัติปาราชิก ทรัพย์ที่อยู่ในพื้นที่

ข้อ ๑๐๕

ที่ชื่อว่า พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่สวน พื้นที่วัด @เชิงอรรถ : @ บุพพัณชาติ ได้แก่ ธัญชาติ ๗ อย่าง คือ ข้าวสาลี ข้าวเจ้า หญ้ากับแก้ ข้าวละมาน ลูกเดือย@ข้าวเหนียว และข้าวฟ่าง ส่วนอปรัณชาติ ได้แก่ ถั่วเขียว ถั่วราชมาส งา พืชผักที่กินหลังอาหาร@(วิ.อ. ๑/๑๐๔/๓๖๘, สารตฺถ.ฏีกา ๒/๑๐๔/๑๗๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๘๗}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่อยู่ในพื้นที่ ได้แก่ ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในพื้นที่ โดยฐานะ ๔คือ ฝังอยู่ในแผ่นดิน ตั้งอยู่บนพื้นดิน ลอยอยู่ในอากาศ แขวนอยู่ในที่แจ้ง ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในพื้นที่ หาเพื่อนไปด้วยหรือไปแต่ผู้เดียวต้องอาบัติทุกกฏ จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุกล่าวตู่เอาพื้นที่ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้เจ้าของเกิดความสงสัย ต้องอาบัติถุลลัจจัย หากเจ้าของทอดธุระว่า จะไม่เป็นของเรา ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุเมื่อดำเนินคดี ชนะความเจ้าของ ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อดำเนินคดีแพ้ความ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ภิกษุปักหลัก ขึงเชือก ล้อมรั้วหรือถมคันนาให้รุกล้ำพื้นที่ ต้องอาบัติทุกกฏเมื่อความพยายามรุกล้ำพื้นที่อีกครั้งเดียวจะสำเร็จ ต้องอาบัติถุลลัจจัย เมื่อความพยายามครั้งสุดท้ายสำเร็จ ต้องอาบัติปาราชิก ทรัพย์ที่อยู่ในหมู่บ้าน

ข้อ ๑๐๖

ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่อยู่ในหมู่บ้าน ได้แก่ ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในหมู่บ้านโดยฐานะ ๔ คือ ฝังอยู่ในแผ่นดิน ตั้งอยู่บนพื้นดิน ลอยอยู่ในอากาศ แขวนอยู่ในที่แจ้ง ภิกษุมีไถยจิตจิตคิดจะลักทรัพย์ที่เก็บไว้ในหมู่บ้าน หาเพื่อนไปด้วยหรือไปแต่ผู้เดียว ต้องอาบัติทุกกฏ จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัยทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ทรัพย์ที่อยู่ในป่า

ข้อ ๑๐๗

ที่ชื่อว่า ป่า ได้แก่ ป่าที่มนุษย์ครอบครอง ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่อยู่ในป่า ได้แก่ ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในป่า โดยฐานะ ๔ คือ ฝังอยู่ในแผ่นดิน ตั้งอยู่บนพื้นดิน ลอยอยู่ในอากาศ แขวนอยู่ในที่แจ้ง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๘๘}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ ต้องอาบัติทุกกฏ จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิต จับต้องไม้ เถาวัลย์ หญ้าที่เกิดในป่านั้น มีราคา ๕ มาสกหรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ต้องอาบัติปาราชิก น้ำ

ข้อ ๑๐๘

ที่ชื่อว่า น้ำ ได้แก่ น้ำที่อยู่ในภาชนะ ขังอยู่ในสระโบกขรณี หรือในบ่อ ภิกษุมีไถยจิต จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัยทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิต หย่อนภาชนะของตนลงไปถูกต้องน้ำ มีราคา ๕ มาสกหรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้น้ำไหลเข้าไปในภาชนะของตน ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุทำลายคันนา ต้องอาบัติทุกกฏ ทำลายคันนาทำน้ำให้ไหลออกไป มีราคา๕ มาสกหรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติปาราชิก ทำให้น้ำไหลออกไปมีราคาเกินกว่า ๑ มาสก หรือน้อยกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้น้ำไหลออกไป มีราคา ๑ มาสกหรือหย่อนกว่า ๑ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏไม้ชำระฟัน

ข้อ ๑๐๙

ที่ชื่อว่า ไม้ชำระฟัน ได้แก่ ไม้ชำระฟันที่ตัดแล้วหรือยังมิได้ตัด ภิกษุมีไถยจิต จับต้องไม้ชำระฟัน มีราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสกต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิกต้นไม้เจ้าป่า

ข้อ ๑๑๐

ที่ชื่อว่า ต้นไม้เจ้าป่า ได้แก่ ต้นไม้ที่คนทั้งหลายครอบครอง เป็น ต้นไม้ใช้สอยได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๘๙}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ ภิกษุมีไถยจิต ตัด ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ ครั้งที่ฟันต้นไม้ เมื่อฟันอีกครั้งเดียว ต้นไม้จะขาด ต้องอาบัติถุลลัจจัย เมื่อฟันต้นไม้ขาด ต้องอาบัติปาราชิกทรัพย์ที่มีผู้นำไป

ข้อ ๑๑๑

ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่มีผู้นำไป ได้แก่ สิ่งของที่ผู้อื่นนำไป ภิกษุมีไถยจิต จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัยทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุคิดว่า จะนำทรัพย์พร้อมกับผู้ถือทรัพย์เดินไป ให้ย่างเท้าที่ ๑ ไป ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้ย่างเท้าที่ ๒ ไป ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุทำให้ทรัพย์ตกด้วยคิดว่า จะเก็บทรัพย์ที่ตก ต้องอาบัติทุกกฏ มีไถยจิตจับต้องทรัพย์ที่ตก มีราคา ๕ มาสกหรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิกทรัพย์ที่เขาฝากไว้

ข้อ ๑๑๒

ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่เขาฝากไว้ ได้แก่ สิ่งของที่ผู้อื่นให้เก็บไว้ ภิกษุรับฝากของ เมื่อเจ้าของทวงว่า “จงคืนทรัพย์ให้แก่ข้าพเจ้า” ปฏิเสธว่า“อาตมาไม่ได้รับไว้” ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้เจ้าของเกิดความสงสัย ต้องอาบัติถุลลัจจัย หากเจ้าของทอดธุระว่า จะไม่คืนให้เรา ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุเมื่อดำเนินคดี ชนะความเจ้าของ ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อดำเนินคดีแพ้ความ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ด่านภาษี

ข้อ ๑๑๓

ที่ชื่อว่า ด่านภาษี ได้แก่ ที่ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินทรงกำหนดเขต ที่ภูเขาขาดก็ดี ท่าน้ำก็ดี ประตูเข้าหมู่บ้านก็ดี ด้วยรับสั่งว่า “จงเก็บภาษีผู้ผ่านเข้าไปที่นั้น”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๙๐}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ ภิกษุเข้าไปที่ด่านภาษีนั้น มีไถยจิตจับต้องทรัพย์ที่ควรเสียภาษี มีราคา ๕มาสกหรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัยย่างเท้าที่ ๑ ผ่านด่านภาษีไป ต้องอาบัติถุลลัจจัย ย่างเท้าที่ ๒ ผ่านด่านภาษีไปต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุยืนอยู่ภายในด่านภาษี โยนทรัพย์ให้ตกนอกด่านภาษี ต้องอาบัติ ปาราชิก ภิกษุหลีกด่านภาษี ต้องอาบัติทุกกฏ สัตว์มีชีวิต

ข้อ ๑๑๔

ที่ชื่อว่า สัตว์มีชีวิต หมายเอามนุษย์ที่มีชีวิต ภิกษุมีไถยจิต จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัยทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุคิดจะพาเดินไป ให้ย่างเท้าที่ ๑ ไป ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้ย่างเท้าที่ ๒ไป ต้องอาบัติปาราชิก สัตว์ไม่มีเท้า ที่ชื่อว่า สัตว์ไม่มีเท้า ได้แก่ งู ปลา ภิกษุมีไถยจิต จับต้องสัตว์ไม่มีเท้า มีราคา ๕ มาสกหรือเกินกว่า ๕ มาสกต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิกสัตว์ ๒ เท้า

ข้อ ๑๑๕

ที่ชื่อว่า สัตว์ ๒ เท้า ได้แก่ มนุษย์ นก @เชิงอรรถ : @ พระอรรถกถาจารย์แก้ความตามนัยแห่งมหาอรรถกถาว่า ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะเดินหลบด่านภาษี@ไปห่าง ๒ ช่วงก้อนดินตก (วิ.อ. ๑/๑๑๓/๓๙๒) @ มนุษย์ที่มีชีวิต หมายถึง ทาสเรือนเบี้ย ทาสน้ำเงิน ทาสเชลย (วิ.อ. ๑/๑๑๔/๓๙๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๙๑}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ ภิกษุมีไถยจิต จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุคิดจะพาเดินไป ให้ย่างเท้าที่ ๑ ไป ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้ย่างเท้าที่ ๒ ไปต้องอาบัติปาราชิก สัตว์ ๔ เท้า

ข้อ ๑๑๖

ที่ชื่อว่า สัตว์ ๔ เท้า ได้แก่ ช้าง ม้า อูฐ โค ลา สัตว์เลี้ยง ภิกษุมีไถยจิต จับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัยทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุคิดจะพาเดินไป ให้ย่างเท้าที่ ๑ ไป ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้ย่างเท้าที่ ๒ ไปต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้ย่างเท้าที่ ๓ ไป ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้ย่างเท้าที่ ๔ ไป ต้องอาบัติปาราชิก สัตว์มีเท้ามาก

ข้อ ๑๑๗

ที่ชื่อว่า สัตว์มีเท้ามาก ได้แก่ สัตว์จำพวกแมงป่อง ตะขาบ บุ้งขน ภิกษุมีไถยจิต จับต้องสัตว์มีเท้ามาก ที่มีราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสกต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุคิดจะพาเดินไป ให้ย่างเท้าก้าวไป ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทุกๆ ก้าว ให้ย่างเท้าหลังสุดก้าวไป ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุผู้สั่ง

ข้อ ๑๑๘

ที่ชื่อว่า ภิกษุผู้สั่ง ได้แก่ ภิกษุสั่งกำหนดลักทรัพย์ว่า ท่านจงลัก ทรัพย์อันนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุรับคำสั่งลักทรัพย์นั้นมาได้ ต้องอาบัติปาราชิกทั้ง ๒ รูป

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๙๒}

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ ภิกษุผู้รับของฝาก ที่ชื่อว่า ภิกษุผู้รับของฝาก ได้แก่ ภิกษุผู้รักษาทรัพย์ที่เขานำมาฝากไว้ ภิกษุมีไถยจิต จับต้องทรัพย์มีราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก การชักชวนกันไปลัก ที่ชื่อว่า การชักชวนกันไปลัก ได้แก่ ภิกษุหลายรูปชักชวนกันแล้ว รูปหนึ่งลักทรัพย์มาได้ ต้องอาบัติปาราชิกทุกรูป การนัดหมาย

ข้อ ๑๑๙

ที่ชื่อว่า การนัดหมาย อธิบายว่า ภิกษุทำการนัดหมายว่า จงลักทรัพย์ตามเวลานัดหมายนั้น คือ ในเวลาก่อนฉันอาหาร หรือในเวลาหลังหลังอาหารในเวลากลางคืน หรือในเวลากลางวัน ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลัก ลักทรัพย์ได้มาตามเวลานัดหมายนั้น ต้องอาบัติปาราชิกทั้ง ๒ รูป ภิกษุผู้ลัก ลักทรัพย์ได้มาก่อนหรือหลังเวลานัดหมายนั้น ภิกษุผู้นัดหมายไม่ต้องอาบัติ ภิกษุผู้ลัก ต้องอาบัติปาราชิก การทำนิมิต

ข้อ ๑๒๐

ที่ชื่อว่า การทำนิมิต อธิบายว่า ภิกษุทำนิมิตว่า เราจักขยิบตา ยักคิ้วหรือผงกศีรษะ ท่านจงลักทรัพย์นั้น ตามที่เราทำนิมิตนั้น ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลัก ลักทรัพย์ได้มาตามการทำนิมิตนั้น ต้องอาบัติปาราชิกทั้ง ๒ รูป ภิกษุผู้ลักลักทรัพย์มาได้ก่อนหรือหลังการทำนิมิตนั้น ภิกษุผู้ทำนิมิตไม่ต้องอาบัติ ภิกษุผู้ลักต้องอาบัติปาราชิก

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑ บทภาชนีย์ มาติกา

ข้อ ๙๐

ภุมฺมฏฺฐํ ถลฏฺฐํ อากาสฏฺฐํ เวหาสฏฺฐํ อุทกฏฺฐํ นาวฏฺฐํ ยานฏฺฐํ ภารฏฺฐํ อารามฏฺฐํ วิหารฏฺฐํ เขตฺตฏฺฐํ วตฺถุฏฺฐํ คามฏฺฐํ อรญฺญฏฺฐํ อุทกํ ทนฺตโปณํ วนปฺปติ หรณกํ อุปนิธิ สุงฺกฆาตํ ปาโณ อปทํ ทฺวิปทํ จตุปฺปทํ พหุปฺปทํ โอจรโก โอณิรกฺโข สํวิธาวหาโร สงฺเกตกมฺมํ นิมิตฺตกมฺมนฺติ ฯ

ทรัพย์อยู่ในดิน ทรัพย์ตั้งอยู่บนดิน ทรัพย์ลอยอยู่ในอากาศ ทรัพย์ตั้งอยู่ในที่แจ้ง ทรัพย์ตั้งอยู่ในน้ำ เรือ และทรัพย์อยู่ในเรือ ยาน และทรัพย์อยู่ในยาน ทรัพย์ที่ตนนำไป สวน และทรัพย์อยู่ในสวน ทรัพย์อยู่ในวัด นา และทรัพย์อยู่ในนา พื้นที่และทรัพย์อยู่ในพื้นที่ ทรัพย์อยู่ในบ้าน ป่า และทรัพย์อยู่ในป่า น้ำ ไม้ชำระฟัน ต้นไม้เจ้าป่า ทรัพย์ที่มีผู้นำไป ทรัพย์ที่เขาฝากไว้ ด่านภาษี สัตว์มีชีวิต สัตว์ไม่มีเท้า สัตว์สองเท้า สัตว์สี่เท้า สัตว์มีเท้ามาก ภิกษุผู้สั่ง ภิกษุผู้รับของฝาก การชักชวนกันไปลัก การนัดหมาย การทำนิมิต. ภุมมัฏฐวิภาค

ข้อ ๙๑

ภุมฺมฏฺฐํ นาม ภณฺฑํ ภูมิยํ นิกฺขิตฺตํ โหติ ปฏิจฺฉนฺนํ ฯ ภุมฺมฏฺฐํ ภณฺฑํ อวหริสฺสามีติ เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสติ กุทฺทาลํ วา ปิฏกํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ตตฺถ ชาตกํ กฏฺฐํ วา ลตํ วา ฉินฺทติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ปํสุํ ขณติ วา วิยูหติ วา อุทฺธรติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ กุมฺภึ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ อตฺตโน ภาชนํ ปเวเสตฺวา ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ อตฺตโน ภาชนคตํ วา กโรติ มุฏฺฐึ วา ฉินฺทติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ สุตฺตารูฬฺหํ ภณฺฑํ ปามงฺคํ วา กณฺฐสุตฺตกํ วา กฏิสุตฺตกํ วา สาฏกํ วา เวฐนํ วา เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ โกฏิยํ คเหตฺวา อุจฺจาเรติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฆํสนฺโต นิหรติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ อนฺตมโส เกสคฺคมตฺตมฺปิ กุมฺภีมุขา โมเจติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ สปฺปึ วา เตลํ วา มธุํ วา ผาณิตํ วา ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ เถยฺยจิตฺโต เอเกน ปโยเคน ปิวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ตตฺเถว ภินฺทติ วา ฉฑฺเฑติ วา ฌาเปติ วา อปริโภคํ วา กโรติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ทรัพย์อยู่ในแผ่นดิน ได้แก่ทรัพย์ที่ฝังกลบไว้ในแผ่นดิน ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์อยู่ในแผ่นดิน เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ตาม แสวงหาจอบหรือตะกร้าก็ตาม เดินไปก็ตาม ต้องอาบัติทุกกฏ ตัดไม้หรือเถาวัลย์ ซึ่งเกิดอยู่ในที่นั้น ต้องอาบัติทุกกฏ ขุดก็ตาม คุ้ยก็ตาม โกยขึ้นก็ตาม ซึ่งดินร่วนต้องอาบัติทุกกฏ จับต้องหม้อ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำหม้อให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำหม้อให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิต หย่อนภาชนะของตนลงไป ถูกต้องทรัพย์ควรแก่ค่า ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย กระทำให้ทรัพย์อยู่ในภาชนะของตนก็ตาม ตัดขาดด้วยกำมือก็ตาม ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยมีจิต จับต้องทรัพย์ที่เขาร้อยด้ายก็ดี สังวาลก็ดี สร้อยคอก็ดี เข็มขัดก็ดีผ้าสาฎกก็ดี ผ้าโพกก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหวต้องอาบัติถุลลัจจัย จับที่สุดยกขึ้น ต้องอาบัติถุลลัจจัย ดึงครูดออกไป ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้พ้นปากหม้อ โดยที่สุดแม้ชั่วเส้นผม ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิต ดื่มเนยใสก็ดี น้ำมันก็ดี น้ำผึ้งก็ดี น้ำอ้อยก็ดี ควรแก่ค่า ๕ มาสกหรือเกินกว่า ๕ มาสก ด้วยประโยคอันเดียว ต้องอาบัติปาราชิก ทำลายเสียก็ดี ทำให้หกล้นก็ดีเผาเสียก็ดี ทำให้บริโภคไม่ได้ก็ดี ในที่นั้นเองต้องอาบัติทุกกฏ. ถลัฏฐวิภาค

ข้อ ๙๒

ถลฏฺฐํ นาม ภณฺฑํ ถเล นิกฺขิตฺตํ โหติ ฯ ถลฏฺฐํ ภณฺฑํ อวหริสฺสามีติ เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ทรัพย์ตั้งอยู่บนพื้น ได้แก่ทรัพย์ที่เขาวางไว้บนพื้น ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่ตั้งอยู่บนพื้น เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก. อากาสัฏฐวิภาค

ข้อ ๙๓

อากาสฏฺฐํ นาม ภณฺฑํ อากาสคตํ โหติ โมโร วา กปิญฺชโร วา ติตฺติโร วา วฏฺฏโก วา สาฏกํ วา เวฐนํ วา หิรญฺญํ วา สุวณฺณํ วา ฉิชฺชมานํ ปตติ ฯ อากาสฏฺฐํ ภณฺฑํ อวหริสฺสามีติ เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ คมนํ อุปจฺฉินฺทติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ชื่อว่า ทรัพย์ลอยอยู่ในอากาศ ได้แก่ทรัพย์ที่ไปในอากาศคือนกยูง นกคับแคนกกระทา นกกระจาบ ผ้าสาฎก ผ้าโพก หรือเงินทองที่ขาดหลุดตกลง ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่ลอยอยู่ในอากาศ เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดีเดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ หยุดอยู่ ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัยให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก. เวหาสัฏฐวิภาค

ข้อ ๙๔

เวหาสฏฺฐํ นาม ภณฺฑํ เวหาสคตํ โหติ มญฺเจ วา ปีเฐ วา จีวรวํเส วา จีวรรชฺชุยา วา ภิตฺติขีเล วา นาคทนฺเต วา รุกฺเข วา ลคฺคิตํ โหติ อนฺตมโส ปตฺตาธารเกปิ ฯ เวหาสฏฺฐํ ภณฺฑํ อวหริสฺสามีติ เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ทรัพย์ตั้งอยู่ในที่แจ้ง ได้ทรัพย์ที่แขวนไว้ในที่แจ้ง เช่น ทรัพย์ที่คล้องไว้บนเตียงหรือตั่ง ที่ห้อยไว้บนราวจีวร สายระเตียง เดือยที่ฝาบันไดแก้ว หรือต้นไม้ โดยที่สุดแม้บนเชิงรองบาตร ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในที่แจ้ง เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐานต้องอาบัติปาราชิก. อุทกัฏฐวิภาค

ข้อ ๙๕

อุทกฏฺฐํ นาม ภณฺฑํ อุทเก นิกฺขิตฺตํ โหติ ฯ อุทกฏฺฐํ ภณฺฑํ อวหริสฺสามีติ เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ นิมุชฺชติ วา อุมฺมุชฺชติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ตตฺถ ชาตกํ อุปฺปลํ วา ปทุมํ วา ปุณฺฑรีกํ วา ภิสํ วา มจฺฉํ วา กจฺฉปํ วา ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ทรัพย์ตั้งอยู่ในน้ำ ได้แก่ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในน้ำ ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในน้ำ เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ดำลงก็ดี โผล่ขึ้นก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิต จับดอกอุบล ดอกปทุม ดอกบุณฑริก เหง้าบัว ปลา หรือเต่า ที่เกิดในน้ำนั้น มีราคา ๕ มาสกก็ดี เกินกว่า ๕ มาสกก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก. นาวัฏฐวิภาค

ข้อ ๙๖

นาวา นาม ยาย ตรติ ฯ นาวฏฺฐํ นาม ภณฺฑํ นาวาย นิกฺขิตฺตํ โหติ ฯ นาวฏฺฐํ ภณฺฑํ อวหริสฺสามีติ เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ นาวํ อวหริสฺสามีติ เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ พนฺธนํ โมเจติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ พนฺธนํ โมเจตฺวา อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ อุทฺธํ วา อโธ วา ติริยํ วา อนฺตมโส เกสคฺคมตฺตมฺปิ สงฺกาเมติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ว่า เรือ ได้แก่พาหนะสำหรับข้ามน้ำ ที่ชื่อว่า ทรัพย์อยู่ในเรือ ได้แก่ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในเรือ ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในเรือ เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักเรือ เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย แก้เครื่องผูก ต้องอาบัติทุกกฏ แก้เครื่องผูกแล้วลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้ลอยขึ้นน้ำไปก็ดี ล่องน้ำไปก็ดีขวางน้ำไปก็ดี โดยที่สุด แม้ชั่วเส้นผม ต้องอาบัติปาราชิก. ยานัฏฐวิภาค

ข้อ ๙๗

ยานํ นาม วยฺหํ รโถ สกฏํ สนฺทมานิกา ฯ ยานฏฺฐํ นาม ภณฺฑํ ยาเน นิกฺขิตฺตํ โหติ ฯ ยานฏฺฐํ ภณฺฑํ อวหริสฺสามีติ เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ยานํ อวหริสฺสามีติ เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ยาน ได้แก่คานหาม รถ เกวียน เตียงหาม ที่ชื่อว่า ทรัพย์อยู่ในยานได้แก่ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในยาน ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในยาน เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักยาน เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก. ภารัฏฐวิภาค

ข้อ ๙๘

ภาโร นาม สีสภาโร ขนฺธภาโร กฏิภาโร โอลมฺพโก ฯ สีเส ภารํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ขนฺธํ โอโรเปติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ขนฺเธ ภารํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ กฏึ โอโรเปติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ กฏิยา ภารํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ หตฺเถน คณฺหาติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ หตฺเถ ภารํ เถยฺยจิตฺโต ภูมิยํ นิกฺขิปติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ เถยฺยจิตฺโต ภูมิโต คณฺหาติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่ตนนำไป ได้แก่ภาระบนศีรษะ ภาระที่คอ ภาระที่สะเอว ภาระที่หิ้วไป ภิกษุมีไถยจิตจับต้องภาระบนศีรษะ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัยลดลงสู่คอ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิตจับต้องภาระที่คอ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ลดลงสู่สะเอว ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิตจับต้องภาระที่สะเอว ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัยถือไปด้วยมือ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิตวางภาระที่มือลงบนพื้น ต้องอาบัติปาราชิก มีไถยจิตถือเอาจากพื้น ต้องอาบัติปาราชิก. อารามัฏฐวิภาค

ข้อ ๙๙

อาราโม นาม ปุปฺผาราโม ผลาราโม ฯ อารามฏฺฐํ นาม ภณฺฑํ อาราเม จตูหิ ฐาเนหิ นิกฺขิตฺตํ โหติ ภุมฺมฏฺฐํ ถลฏฺฐํ อากาสฏฺฐํ เวหาสฏฺฐํ ฯ อารามฏฺฐํ ภณฺฑํ อวหริสฺสามีติ เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ตตฺถ ชาตกํ มูลํ วา ตจํ วา ปตฺตํ วา ปุปฺผํ วา ผลํ วา ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ อารามํ อภิยุญฺชติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ สามิกสฺส วิมตึ อุปฺปาเทติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ สามิโก น มยฺหํ ภวิสฺสตีติ ธุรํ นิกฺขิปติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ธมฺมํ จรนฺโต สามิกํ ปราเชติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ธมฺมํ จรนฺโต ปรชติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า สวน ได้แก่สวนไม้ดอก สวนไม้ผล ที่ชื่อว่า ทรัพย์อยู่ในสวน ได้แก่ ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในสวน โดยฐาน ๔ คือ ฝังอยู่ในดิน ๑ ตั้งอยู่บนพื้นดิน ๑ ลอยอยู่ในอากาศ๑ แขวนอยู่ในที่แจ้ง ๑ ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในสวน เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิตจับต้องรากไม้ เปลือกไม้ ใบไม้ ดอกไม้ หรือ ผลไม้ ซึ่งเกิดในสวนนั้นได้ราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัยให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุตู่เอาที่สวน ต้องอาบัติทุกกฏ ยังความสงสัยให้เกิดแก่เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัยเจ้าของทอดธุระว่าจักไม่เป็นของเรา ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุฟ้องร้องยังโรงศาล ยังเจ้าของให้แพ้ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุผู้ฟ้องร้องยังโรงศาลแพ้เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัย. วิหารรัฏฐวิภาค

ข้อ ๑๐๐

วิหารฏฺฐํ นาม ภณฺฑํ วิหาเร จตูหิ ฐาเนหิ นิกฺขิตฺตํ โหติ ภุมฺมฏฺฐํ ถลฏฺฐํ อากาสฏฺฐํ เวหาสฏฺฐํ ฯ วิหารฏฺฐํ ภณฺฑํ อวหริสฺสามีติ เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ วิหารํ อภิยุญฺชติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ สามิกสฺส วิมตึ อุปฺปาเทติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ สามิโก น มยฺหํ ภวิสฺสตีติ ธุรํ นิกฺขิปติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ธมฺมํ จรนฺโต สามิกํ ปราเชติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ธมฺมํ จรนฺโต ปรชติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ทรัพย์อยู่ในวัด ได้แก่ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในวัด โดยฐาน ๔ คือ ฝังอยู่ในดิน ๑ ตั้งอยู่บนพื้นดิน ๑ ลอยอยู่ในอากาศ ๑ แขวนอยู่ในที่แจ้ง ๑ ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในวัด เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐานต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุตู่เอาที่วัด ต้องอาบัติทุกกฏ ยังความสงสัยให้เกิดแก่เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัยเจ้าของทอดธุระว่าจักไม่เป็นของเรา ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุฟ้องร้องยังโรงศาล ยังเจ้าของให้แพ้ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุผู้ฟ้องร้องยังโรงศาลแพ้เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัย. เขตตัฏฐวิภาค

ข้อ ๑๐๑

เขตฺตํ นาม ยตฺถ ปุพฺพณฺณํ วา อปรณฺณํ วา ชายติ ฯ เขตฺตฏฺฐํ นาม ภณฺฑํ เขตฺเต จตูหิ ฐาเนหิ นิกฺขิตฺตํ โหติ ภุมฺมฏฺฐํ ถลฏฺฐํ อากาสฏฺฐํ เวหาสฏฺฐํ ฯ เขตฺตฏฺฐํ ภณฺฑํ อวหริสฺสามีติ เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ตตฺถ ชาตกํ ปุพฺพณฺณํ วา อปรณฺณํ วา ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ เขตฺตํ อภิยุญฺชติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ สามิกสฺส วิมตึ อุปฺปาเทติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ สามิโก น มยฺหํ ภวิสฺสตีติ ธุรํ นิกฺขิปติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ธมฺมํ จรนฺโต สามิกํ ปราเชติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ธมฺมํ จรนฺโต ปรชติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ขีลํ วา รชฺชุํ วา วตึ วา มริยาทํ วา สงฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เอกํ ปโยคํ อนาคเต อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ตสฺมึ ปโยเค อาคเต อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

บุพพัณณชาติ หรืออปรัณณชาติ เกิดในที่ใด ที่นั้นชื่อว่า นา ที่ชื่อว่า ทรัพย์อยู่ในนา ได้แก่ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในนา โดยฐาน ๔ คือ ฝังอยู่ในดิน ๑ ตั้งอยู่บนพื้นดิน ๑ลอยอยู่ในอากาศ ๑ แขวนอยู่ในที่แจ้ง ๑ ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในนา เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิตจับต้องบุพพัณณชาติ หรืออปรัณณชาติ ซึ่งเกิดในนานั้นได้ราคา ๕ มาสกหรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐานต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุตู่เอาที่นา ต้องอาบัติทุกกฏ ยังความสงสัยให้เกิดแก่เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัยเจ้าของทอดธุระว่าจักไม่เป็นของเรา ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุฟ้องร้องยังโรงศาล ยังเจ้าของให้แพ้ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุผู้ฟ้องร้องยังโรงศาลแพ้เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ภิกษุปักหลัก ขึงเชือก ล้อมรั้ว หรือถมคันนาให้รุกล้ำ ต้องอาบัติทุกกฏ เมื่ออีกประโยคหนึ่งจะสำเร็จ ต้องอาบัติถุลลัจจัย เมื่อประโยคนั้นสำเร็จ ต้องอาบัติปาราชิก. วัตถุฏฐวิภาค

ข้อ ๑๐๒

วตฺถุ นาม อารามวตฺถุ วิหารวตฺถุ ฯ วตฺถุฏฺฐํ นาม ภณฺฑํ วตฺถุสฺมึ จตูหิ ฐาเนหิ นิกฺขิตฺตํ โหติ ภุมฺมฏฺฐํ ถลฏฺฐํ อากาสฏฺฐํ เวหาสฏฺฐํ ฯ วตฺถุฏฺฐํ ภณฺฑํ อวหริสฺสามีติ เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ วตฺถุํ อภิยุญฺชติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ สามิกสฺส วิมตึ อุปฺปาเทติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ สามิโก น มยฺหํ ภวิสฺสตีติ ธุรํ นิกฺขิปติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ธมฺมํ จรนฺโต สามิกํ ปราเชติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ธมฺมํ จรนฺโต ปรชติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ขีลํ วา รชฺชุํ วา วตึ วา ปาการํ วา สงฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เอกํ ปโยคํ อนาคเต อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ตสฺมึ ปโยเค อาคเต อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า พื้นที่ ได้แก่พื้นที่สวน พื้นที่วัด ที่ชื่อว่า ทรัพย์อยู่ในพื้นที่ ได้แก่ ทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ โดยฐาน ๔ คือ ฝังอยู่ในดิน ๑ ตั้งอยู่บนพื้นดิน ๑ ลอยอยู่ในอากาศ ๑แขวนอยู่ในที่แจ้ง ๑ ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในพื้นที่ เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุตู่เอาพื้นที่ ต้องอาบัติทุกกฏ ยังความสงสัยให้เกิดแก่เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัยเจ้าของทอดธุระว่าจักไม่เป็นของเรา ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุฟ้องร้องยังโรงศาล ยังเจ้าของให้แพ้ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุผู้ฟ้องร้องยังโรงศาลแพ้เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ภิกษุปักหลัก ขึงเชือก ล้อมรั้ว หรือทำกำแพงให้รุกล้ำ ต้องอาบัติทุกกฏ เมื่ออีกประโยคหนึ่งจะสำเร็จ ต้องอาบัติถุลลัจจัย เมื่อประโยคนั้นสำเร็จ ต้องอาบัติปาราชิก. คามัฏฐวิภาค

ข้อ ๑๐๓

คามฏฺฐํ นาม ภณฺฑํ คาเม จตูหิ ฐาเนหิ นิกฺขิตฺตํ โหติ ภุมฺมฏฺฐํ ถลฏฺฐํ อากาสฏฺฐํ เวหาสฏฺฐํ ฯ คามฏฺฐํ ภณฺฑํ อวหริสฺสามีติ เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ทรัพย์อยู่ในบ้าน ได้แก่ทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในบ้าน โดยฐาน ๔ คือ ฝังอยู่ในดิน ๑ ตั้งอยู่บนพื้นดิน ๑ ลอยอยู่ในอากาศ ๑ แขวนอยู่ในที่แจ้ง ๑ ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในบ้าน เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก. อรัญญัฏฐวิภาค

ข้อ ๑๐๔

อรญฺญํ นาม ยํ มนุสฺสานํ ปริคฺคหิตํ โหติ เอตํ อรญฺญํ ฯ อรญฺญฏฺฐํ นาม ภณฺฑํ อรญฺเญ จตูหิ ฐาเนหิ นิกฺขิตฺตํ โหติ ภุมฺมฏฺฐํ ถลฏฺฐํ อากาสฏฺฐํ เวหาสฏฺฐํ ฯ อรญฺญฏฺฐํ ภณฺฑํ อวหริสฺสามีติ เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ตตฺถ ชาตกํ กฏฺฐํ วา ลตํ วา ติณํ วา ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ป่า ได้แก่ป่าที่มนุษย์หวงห้าม ที่ชื่อว่า ทรัพย์อยู่ในป่า ได้แก่ทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในป่า โดยฐาน ๔ คือ ฝังอยู่ในดิน ๑ ตั้งอยู่บนพื้นดิน ๑ ลอยอยู่ในอากาศ ๑ แขวนอยู่ในที่แจ้ง ๑ ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในป่า เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำไว้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิตจับต้องไม้ก็ดี เถาวัลย์ก็ดี หญ้าก็ดี ซึ่งเกิดในป่านั้น ได้ราคา ๕ มาสกหรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐานต้องอาบัติปาราชิก. อุทกวิภาค

ข้อ ๑๐๕

อุทกํ นาม ภาชนคตํ วา โหติ โปกฺขรณิยํ วา ตฬาเก วา ฯ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ อตฺตโน ภาชนํ ปเวเสตฺวา ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ อุทกํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ อตฺตโน ภาชนคตํ กโรติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ มริยาทํ ฉินฺทติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ มริยาทํ ฉินฺทิตฺวา ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ อุทกํ นิกฺขาเมติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ อติเรกมาสกํ วา อูนปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ อุทกํ นิกฺขาเมติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ มาสกํ วา อูนมาสกํ วา อคฺฆนกํ อุทกํ นิกฺขาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า น้ำ ได้แก่น้ำที่อยู่ในภาชนะ หรือน้ำที่ขังอยู่ในสระโบกขรณี หรือ ในบ่อ ภิกษุมีไถยจิตจับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐานต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุมีไถยจิตหย่อนภาชนะของตนลงไปถูกต้องน้ำ ได้ราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้ไหลเข้าไปในภาชนะของตนต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุทำลายคันนา ต้องอาบัติทุกกฏ ครั้นทำลายคันนาแล้วทำน้ำให้ไหลออกไป ได้ราคา๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติปาราชิก ทำให้น้ำไหลออกไป ได้ราคาเกินกว่า ๑มาสก หรือหย่อนกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้น้ำไหลออกไป ได้ราคา ๑ มาสก หรือหย่อนกว่า ๑ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ. ทันตโปณวิภาค

ข้อ ๑๐๖

ทนฺตโปณํ นาม ฉินฺนํ วา อจฺฉินฺนํ วา ฯ ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ไม้ชำระฟัน ได้แก่ไม้ชำระฟันที่ตัดแล้ว หรือที่ยังมิได้ตัด ภิกษุมีไถยจิตจับต้องไม้ชำระฟัน อันมีราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก. วนัปปติวิภาค

ข้อ ๑๐๗

วนปฺปติ นาม โย มนุสฺสานํ ปริคฺคหิโต โหติ รุกฺโข ปริโภโค ฯ เถยฺยจิตฺโต ฉินฺทติ ปหาเร ปหาเร อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เอกํ ปหารํ อนาคเต อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ตสฺมึ ปหาเร อาคเต อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ต้นไม้เจ้าป่า ได้แก่ต้นไม้ที่คนทั้งหลายหวงห้าม เป็นไม้ที่ใช้สอยได้ ภิกษุมีไถยจิตตัด ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ ครั้งที่ฟัน เมื่อการฟันอีกครั้งหนึ่งจะสำเร็จต้องอาบัติถุลลัจจัย เมื่อการฟันนั้นสำเร็จ ต้องอาบัติปาราชิก. หรณกวิภาค

ข้อ ๑๐๘

หรณกํ นาม อญฺญสฺส หรณกํ ภณฺฑํ ฯ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ สหภณฺฑหารกํ เนสฺสามีติ ปฐมํ ปาทํ สงฺกาเมติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ทุติยํ ปาทํ สงฺกาเมติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ปติตํ ภณฺฑํ คเหสฺสามีติ ปาตาเปติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ปติตํ ภณฺฑํ ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ทรัพย์มีผู้นำไป ได้แก่ทรัพย์ที่ผู้อื่นนำไป ภิกษุมีไถยจิตลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐานต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุคิดว่า จักนำทรัพย์พร้อมกับคนผู้นำทรัพย์ไป แล้วให้ย่างเท้าก้าวที่ ๑ ไป ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ไป ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุคิดว่า จักเก็บทรัพย์ที่ตก แล้วทำทรัพย์นั้นให้ตก ต้องอาบัติทุกกฏ มีไถยจิตจับต้องทรัพย์ที่ตก อันได้ราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก. อุปนิธิวิภาค

ข้อ ๑๐๙

อุปนิธิ นาม อุปนิกฺขิตฺตํ ภณฺฑํ ฯ เทหิ เม ภณฺฑนฺติ วุจฺจมาโน นาหํ คณฺหามีติ ภณติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ สามิกสฺส วิมตึ อุปฺปาเทติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ สามิโก น มยฺหํ ทสฺสตีติ ธุรํ นิกฺขิปติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ธมฺมํ จรนฺโต สามิกํ ปราเชติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ธมฺมํ จรนฺโต ปรชติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่เขาฝากไว้ ได้แก่ทรัพย์ที่ผู้อื่นให้เก็บไว้ ภิกษุรับของฝาก เมื่อเจ้าของกล่าวขอคืนว่า จงคืนทรัพย์ให้ข้าพเจ้า กล่าวปฏิเสธว่า ฉันไม่ได้รับไว้ ต้องอาบัติทุกกฏ ยังความสงสัยให้เกิดแก่เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัย เจ้าของทอดธุระว่าจะไม่ให้แก่เรา ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุฟ้องร้องยังโรงศาล ยังเจ้าของให้แพ้ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุผู้ฟ้องร้องยังโรงศาลแพ้เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัย. สุงกฆาตวิภาค

ข้อ ๑๑๐

สุงฺกฆาตํ นาม รญฺญา ฐปิตํ โหติ ปพฺพตขณฺเฑ วา นทีติตฺเถ วา คามทฺวาเร วา อตฺร ปวิฏฺฐสฺส สุงฺกํ คณฺหนฺตูติ ฯ ตตฺร ปวิสิตฺวา ราชคฺฆํ ภณฺฑํ ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ปฐมํ ปาทํ สุงฺกฆาตํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ อนฺโตสุงฺกฆาเต ฐิโต พหิสุงฺกฆาตํ ปาเตติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ สุงฺกํ ปริหรติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ด่านภาษี ได้แก่สถานที่ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินทรงตั้งไว้ที่ภูเขาขาดบ้างที่ท่าน้ำบ้าง ที่ประตูบ้านบ้าง ด้วยทรงกำหนดว่า จงเก็บภาษีแก่บุคคลผู้ผ่านเข้าไปในสถานที่นั้น ภิกษุผ่านเข้าไปในด่านภาษีนั้น แล้วมีไถยจิตจับต้องทรัพย์ที่ควรเสียภาษี ซึ่งมีราคา ๕มาสกก็ดี เกินกว่า ๕ มาสกก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ย่างเท้าก้าวที่ ๑ล่วงด่านภาษีไป ต้องอาบัติถุลลัจจัย ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ล่วงด่านภาษีไป ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุยืนอยู่ภายในด่านภาษี โยนทรัพย์ให้ตกนอกด่านภาษี ต้องอาบัติปาราชิก หลบเลี่ยงภาษี ต้องอาบัติทุกกฏ ปาณวิภาค

ข้อ ๑๑๑

ปาโณ นาม มนุสฺสปาโณ วุจฺจติ ฯ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ปทสา เนสฺสามีติ ปฐมํ ปาทํ สงฺกาเมติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ทุติยํ ปาทํ สงฺกาเมติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า สัตว์มีชีวิต พระผู้มีพระภาคตรัสหมายเอามนุษย์ที่ยังมีลมหายใจ ภิกษุมีไถยจิตลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐานต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุคิดว่า จักพาให้เดินไป แล้วให้ก้าวเท้าที่ ๑ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้ก้าวเท้าที่ ๒ต้องอาบัติปาราชิก. อปทวิภาค

ข้อ ๑๑๒

อปทํ นาม อหิ มจฺฉา ฯ ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า สัตว์ไม่มีเท้า ได้แก่ งู ปลา ภิกษุมีไถยจิตจับต้องสัตว์ไม่มีเท้า ซึ่งมีราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก. ทวิปทวิภาค

ข้อ ๑๑๓

ทฺวิปทํ นาม มนุสฺสา ปกฺขชาตา ฯ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ปทสา เนสฺสามีติ ปฐมํ ปาทํ สงฺกาเมติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ทุติยํ ปาทํ สงฺกาเมติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า สัตว์ ๒ เท้า ได้แก่ คน นก ภิกษุมีไถยจิตลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐานต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุคิดว่า จักพาให้เดินไป แล้วให้ก้าวเท้าที่ ๑ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้ก้าวเท้าที่ ๒ต้องอาบัติปาราชิก. จตุปทวิภาค

ข้อ ๑๑๔

จตุปฺปทํ นาม หตฺถี อสฺสา โอฏฺฐา โคณา คทฺรภา ปสุกา ฯ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ปทสา เนสฺสามีติ ปฐมํ ปาทํ สงฺกาเมติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ทุติยํ ปาทํ สงฺกาเมติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ตติยํ ปาทํ สงฺกาเมติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ จตุตฺถํ ปาทํ สงฺกาเมติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า สัตว์ ๔ เท้า ได้แก่ ช้าง ม้า อูฐ โค ลา ปศุสัตว์ ภิกษุมีไถยจิตลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐานต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุคิดว่า จักพาให้เดินไป แล้วให้ก้าวเท้าที่ ๑ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้ก้าวเท้าที่ ๒ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้ก้าวเท้าที่ ๓ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้ก้าวเท้าที่ ๔ ต้องอาบัติปาราชิก. พหุปทวิภาค

ข้อ ๑๑๕

พหุปฺปทํ นาม วิจฺฉิกา สตปที อุจฺจาลิงฺคปาณกา ฯ ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ปทสา เนสฺสามีติ สงฺกาเมติ ปเท ปเท อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ปจฺฉิมํ ปาทํ สงฺกาเมติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า สัตว์มีเท้ามาก ได้แก่สัตว์จำพวกแมงป่อง ตะขาบ บุ้งขน ภิกษุมีไถยจิตจับต้องสัตว์มีเท้ามากนั้น ซึ่งมีราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุคิดว่า จักเดินนำไป แล้วย่างเท้าก้าวไป ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทุกๆ ก้าว ย่างเท้าก้าวหลังที่สุด ต้องอาบัติปาราชิก. โอจรกวิภาค

ข้อ ๑๑๖

โอจรโก นาม ภณฺฑํ โอจริตฺวา อาจิกฺขติ อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหราติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ โส ตํ ภณฺฑํ อวหรติ อาปตฺติ อุภินฺนํ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ภิกษุผู้สั่ง อธิบายว่า ภิกษุสั่งกำหนดทรัพย์ว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้รับคำสั่งนั้น ลักทรัพย์นั้นมาได้ ต้องอาบัติปาราชิก ทั้ง ๒ รูป. โอณิรักขวิภาค

ข้อ ๑๑๗

โอณิรกฺโข นาม อาหฏํ ภณฺฑํ โคเปนฺโต ฯ ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า ภิกษุผู้รับของฝาก ได้แก่ภิกษุผู้รักษาทรัพย์ที่เขานำมาฝากไว้ ภิกษุมีไถยจิตจับต้องทรัพย์นั้น มีราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก. สังวิธาวหารวิภาค

ข้อ ๑๑๘

สํวิธาวหาโร นาม สมฺพหุลา สํวิทหิตฺวา เอโก ภณฺฑํ อวหรติ อาปตฺติ สพฺเพสํ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า การชักชวนกันไปลัก ได้แก่ภิกษุหลายรูปชักชวนกันแล้ว รูปหนึ่งลักทรัพย์มาได้ ต้องอาบัติปาราชิกทุกรูป. สังเกตกัมมวิภาค

ข้อ ๑๑๙

สงฺเกตกมฺมํ นาม สงฺเกตํ กโรติ ปุเรภตฺตํ วา ปจฺฉาภตฺตํ วา รตฺตึ วา ทิวา วา เตน สงฺเกเตน ตํ ภณฺฑํ อวหราติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เตน สงฺเกเตน ตํ ภณฺฑํ อวหรติ อาปตฺติ อุภินฺนํ ปาราชิกสฺส ฯ ตํ สงฺเกตํ ปุเร วา ปจฺฉา วา ตํ ภณฺฑํ อวหรติ มูลฏฺฐสฺส อนาปตฺติ อวหารกสฺส อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า การนัดหมาย มีอธิบายว่า ภิกษุทำการนัดหมายว่า ท่านจงลักทรัพย์นั้นตามคำนัดหมายนั้น ในเวลาเช้าหรือเย็น ในเวลากลางคืน หรือกลางวัน ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลัก ลักทรัพย์นั้นได้ ตามคำนัดหมายนั้น ต้องอาบัติปาราชิกทั้ง ๒ รูป ภิกษุผู้ลัก ลักทรัพย์นั้นได้ก่อนหรือหลังคำนัดหมายนั้น ภิกษุผู้นัดหมายไม่ต้องอาบัติ ภิกษุผู้ลักต้องอาบัติปาราชิก. นิมิตตกัมมวิภาค

ข้อ ๑๒๐

นิมิตฺตกมฺมํ นาม นิมิตฺตํ กโรติ อกฺขึ วา นิกฺขนิสฺสามิ ภมุกํ วา อุกฺขิปิสฺสามิ สีสํ วา อุกฺขิปิสฺสามิ เตน นิมิตฺเตน ตํ ภณฺฑํ อวหราติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เตน นิมิตฺเตน ตํ ภณฺฑํ อวหรติ อาปตฺติ อุภินฺนํ ปาราชิกสฺส ฯ ตํ นิมิตฺตํ ปุเร วา ปจฺฉา วา ตํ ภณฺฑํ อวหรติ มูลฏฺฐสฺส อนาปตฺติ อวหารกสฺส อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ

ที่ชื่อว่า การทำนิมิต มีอธิบายว่า ภิกษุทำนิมิตว่า เราจักขยิบตา จักยักคิ้วหรือจักผงกศีรษะ ท่านจงลักทรัพย์นั้น ตามนิมิตนั้น ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลักลักทรัพย์นั้นได้ ตามนิมิตนั้น ต้องอาบัติปาราชิกทั้ง ๒ รูป ภิกษุลักลักทรัพย์นั้นได้ก่อนหรือหลังนิมิตนั้น ภิกษุผู้ทำนิมิตไม่ต้องอาบัติ ภิกษุผู้ลักต้องอาบัติปาราชิก.

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/