คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

บาลี

ปจฺจยตากถา

ฉบับหลวง

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๕ ปัจจยตากถา

ฉบับมหาจุฬาฯ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๑. ปัจจยตากถา (๑๔๕) ๑๕. ปัณณรสมวรรค ๑. ปัจจยตากถา (๑๔๕) ว่าด้วยความเป็นปัจจัย

บาลี

ปจฺจยตา ววตฺถิตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วีมํสา เหตุ โส จ อธิปตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วีมํสา เหตุ โส จ อธิปติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ

ฉบับหลวง

สกวาที ความเป็นปัจจัย ท่านจำกัดไว้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. วิมังสา เป็นเหตุและเป็นอธิบดีด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิมังสา เป็นเหตุและเป็นอธิบดีด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยเหตุปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย

จุฬาฯ ข้อ ๗๑๑· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สก. ความเป็นปัจจัยมีจำกัดไว้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. วิมังสาเป็นเหตุและเป็นอธิบดีมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากวิมังสาเป็นเหตุและเป็นอธิบดี ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า“วิมังสาเป็นปัจจัยโดยเหตุปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย” สก. ฉันทาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากฉันทาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า“ฉันทาธิบดีเป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย”

บาลี

นนุ ฉนฺทาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ฉนฺทาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ

ฉบับหลวง

ฉันทาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ฉันทาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๗๑๑ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

นนุ วิริยาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วิริยาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ นนุ วิริยาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ อินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วิริยาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ อินฺทฺริยํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. วิริยาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิริยาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยสหชาต-ปัจจัย ส. วิริยาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอินทรีย์ด้วยมิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิริยาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอินทรีย์ด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย

จุฬาฯ ข้อ ๗๑๒· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สก. วิริยาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากวิริยาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า“วิริยาธิบดีเป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย” @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๑๑-๗๑๗/๒๗๘) @ เพราะมีความเห็นว่า สภาวธรรมเหล่าใดมีเหตุปัจจัย(ชื่อปัจจัยหนึ่งในปัจจัย ๒๔ ดูในคัมภีร์ปัฏฐาน)@สภาวธรรมเหล่านั้นก็ต้องเป็นเหตุปัจจัยเท่านั้น จะเป็นปัจจัยอื่นไม่ได้ กล่าวคือในธรรมหนึ่งๆ จะต้องมี@ปัจจยสัตติ(แรงหรือพลังของปัจจัย)เดียวเท่านั้น เกินกว่านั้นไม่มี ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า@สภาวธรรมหนึ่งมีปัจจัยได้หลายปัจจัย (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๑๑-๗๑๗/๒๗๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๖๑}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๑. ปัจจยตากถา (๑๔๕) สก. วิริยาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอินทรีย์มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากวิริยาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอินทรีย์ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “วิริยาธิบดีเป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อินทรียปัจจัย” สก. วิริยาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นองค์แห่งมรรคมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากวิริยาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นองค์แห่งมรรค ดังนั้นท่านจึงควรยอมรับว่า “วิริยาธิบดีเป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย”

บาลี

นนุ วิริยาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ มคฺคงฺคนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วิริยาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ มคฺคงฺคํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. วิริยาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม และเป็นองค์แห่งมรรคด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิริยาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นองค์แห่งมรรคด้วยด้วย เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ)เป็นปัจจัย โดยมรรคปัจจัย

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๗๑๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

นนุ จิตฺตาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ จิตฺตาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. จิตตาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า จิตตาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยสหชาต-ปัจจัย

จุฬาฯ ข้อ ๗๑๓· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สก. จิตตาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากจิตตาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า“จิตตาธิบดีเป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย” สก. จิตตาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอาหารมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากจิตตาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอาหาร ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “จิตตาธิบดีเป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหาร-ปัจจัย” สก. จิตตาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอินทรีย์มิใช่หรือ ปร. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๖๒}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๑. ปัจจยตากถา (๑๔๕) สก. หากจิตตาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอินทรีย์ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “จิตตาธิบดีเป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย”

บาลี

นนุ จิตฺตาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ โส จ อาหาโรติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ จิตฺตาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ โส จ อาหาโร เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. จิตตาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม และเป็นอาหารด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า จิตตาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอาหารด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๗๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

นนุ จิตฺตาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ อินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ จิตฺตาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ อินฺทฺริยํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. จิตตาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม และเป็นอินทรีย์ด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า จิตตาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอินทรีย์ด้วยด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ)เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๗๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

นนุ วีมํสาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วีมํสาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. วิมังสาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิมังสาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยสหชาต-ปัจจัย

จุฬาฯ ข้อ ๗๑๔· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สก. วิมังสาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากวิมังสาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “วิมังสาธิบดีเป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย” สก. วิมังสาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอินทรีย์มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากวิมังสาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอินทรีย์ ดังนั้นท่านจึงควรยอมรับว่า “วิมังสาธิบดีเป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย” สก. วิมังสาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นองค์แห่งมรรคมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากวิมังสาธิบดีเป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นองค์แห่งมรรค ดังนั้นท่านจึงควรยอมรับว่า “วิมังสาธิบดีเป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย เป็นปัจจัยโดยมัคค-ปัจจัย”

บาลี

นนุ วีมํสาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ อินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วีมํสาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ อินฺทฺริยํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. วิมังสาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม และเป็นอินทรีย์ด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิมังสาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอินทรีย์ด้วยด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ)เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๗๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

นนุ วีมํสาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ มคฺคงฺคนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วีมํสาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ มคฺคงฺคํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. วิมังสาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม และเป็นองค์แห่งมรรคด้วยมิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิมังสาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นองค์แห่งมรรคด้วยด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ)เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๗๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

นนุ อริยํ ธมฺมํ ครุํ กตฺวา อุปฺปชฺชติ ปจฺจเวกฺขณา ตญฺจารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อริยํ ธมฺมํ ครุํ กตฺวา อุปฺปชฺชติ ปจฺจเวกฺขณา ตญฺจารมฺมณํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. ปัจจเวกขณา ทำอริยธรรมให้หนัก บังเกิดขึ้นและทำอริยธรรมนั้น ให้เป็นอารมณ์ด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่าปัจจเวกขณา ทำอริยธรรมให้หนัก บังเกิดขึ้น และทำอริยธรรมนั้นให้เป็นอารมณ์ด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า (อริยธรรม)เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย และเป็นปัจจัยโดยอารัมมณปัจจัย

จุฬาฯ ข้อ ๗๑๕· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สก. สภาวธรรมที่เป็นเครื่องพิจารณา ทำอริยธรรมให้หนักแน่นแล้ว เกิดขึ้นและทำอริยธรรมนั้นให้เป็นอารมณ์มิใช่หรือ ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ สภาวธรรมที่เป็นเครื่องพิจารณา หมายถึงกามาวจรกุศลจิตที่สัมปยุตด้วยญาณ ๔ มหากิริยาจิตที่@สัมปยุตด้วยญาณ ๔ (วิภาวินี. ปริจเฉทที่ ๙ ข้อ ๕๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๖๓}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๒. อัญญมัญญปัจจยกถา (๑๔๖) สก. หากสภาวธรรมที่เป็นเครื่องพิจารณา ทำอริยธรรมให้หนักแน่นแล้วเกิดขึ้นและทำอริยธรรมนั้นให้เป็นอารมณ์ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “สภาวธรรมที่เป็นเครื่องพิจารณาเป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอารัมมณปัจจัย”

บาลี

นนุ ปุริมา ปุริมา กุสลา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สา จ อาเสวนาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ปุริมา ปุริมา กุสลา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สา จ อาเสวนา เตน วต เร วตฺตพฺเพ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. กุศลธรรมก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยแห่งกุศลธรรมหลังๆ และเป็นอาเสวนะด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า กุศลธรรมก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยแห่งกุศลธรรมหลังๆ และเป็นอาเสวนะด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่าเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย

จุฬาฯ ข้อ ๗๑๖· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สก. สภาวธรรมที่เป็นกุศลก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลหลังๆ และสภาวธรรมที่เป็นกุศลนั้นเป็นอาเสวนะมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากสภาวธรรมที่เป็นกุศลก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลหลังๆ และสภาวธรรมที่เป็นกุศลนั้นเป็นอาเสวนะ ดังนั้นท่านจึงควรยอมรับว่า “สภาวธรรมที่เป็นกุศลก่อนๆ เป็นปัจจัย โดยอนันตรปัจจัยเป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย” สก. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลหลังๆ และสภาวธรรมที่เป็นอกุศลนั้นเป็นอาเสวนะมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลหลังๆ และสภาวธรรมที่เป็นอกุศลนั้นเป็นอาเสวนะ ดังนั้นท่านจึงควรยอมรับว่า “สภาวธรรมที่เป็นอกุศลก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยเป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย” สก. สภาวธรรมที่เป็นกิริยาอัพยากฤตก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิริยาอัพยากฤตหลังๆ และสภาวธรรมที่เป็นกิริยาอัพยากฤตนั้นเป็นอาเสวนะมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากสภาวธรรมที่เป็นกิริยาอัพยากฤตก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิริยาอัพยากฤตหลังๆ และสภาวธรรมที่เป็นกิริยาอัพยากฤตนั้นเป็นอาเสวนะ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “สภาวธรรมที่เป็นกิริยาอัพยากฤตเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๖๔}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๑. ปัจจยตากถา (๑๔๕)

บาลี

นนุ ปุริมา ปุริมา อกุสลา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สา จ อาเสวนาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ปุริมา ปุริมา อกุสลา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สา จ อาเสวนา เตน วต เร วตฺตพฺเพ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. อกุศลธรรมก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยแห่งอกุศลธรรมหลังๆและเป็นอาเสวนะด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อกุศลธรรมก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย แห่งอกุศล-ธรรมหลังๆ และเป็นอาเสวนะด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่าเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๗๑๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

นนุ ปุริมา ปุริมา กิริยาพฺยากตา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิริยาพฺยากตานํ ธมฺมานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สา จ อาเสวนาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ปุริมา ปุริมา กิริยาพฺยากตา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิริยาพฺยากตานํ ธมฺมานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สา จ อาเสวนา เตน วต เร วตฺตพฺเพ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. กิริยาอัพยากตธรรมก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย แห่งกิริยาอัพยา-กตธรรมหลังๆ และเป็นอาเสวนะด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า กิริยาอัพยากตธรรมก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยแห่งกิริยาอัพยากตธรรมหลังๆ และเป็นอาเสวนะด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๗๑๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

น วตฺตพฺพํ ปจฺจยตา ววตฺถิตาติ ฯ อามนฺตา ฯ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย โหติ อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย โหติ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย โหติ สมนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปจฺจยตา ววตฺถิตาติ ฯ ปจฺจยตากถา ฯ ---------

ฉบับหลวง

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ความเป็นปัจจัย ท่านจำกัดไว้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. เป็นปัจจัยโดยเหตุปัจจัยก็ได้ เป็นปัจจัยโดยอารัมมณปัจจัยก็ได้ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยก็ได้ เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัยก็ได้ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น ความเป็นปัจจัยท่านก็จำกัดไว้ น่ะสิปัจจยตากถา จบ -----------------------------------------------------

จุฬาฯ ข้อ ๗๑๗· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ความเป็นปัจจัยมีจำกัดไว้” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. เป็นปัจจัยโดยเหตุปัจจัยก็ได้ เป็นปัจจัยโดยอารัมมณปัจจัยก็ได้ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยก็ได้ เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัยก็ได้ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “ความเป็นปัจจัยมีจำกัดไว้”ปัจจยตากถา จบ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อรรถกถา

คำอธิบายชั้นหลัง — ไม่ใช่พุทธพจน์

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

1 คัมภีร์ · 6 ย่อหน้า — โหลดเมื่อคุณเปิดอ่าน ไม่อยู่ในหน้านี้ตั้งแต่แรก

เปิดหน้าของฉบับนี้ · กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๕ ปัจจยตากถา

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

การจับคู่ข้อของฉบับมหาจุฬาฯ

ตัวบทสามฉบับต่อข้อ เรียง บาลี → ฉบับหลวง → ฉบับมหาจุฬาฯ · เลือกแสดงทั้งสามหรือทีละฉบับได้ที่แถบเครื่องมือ

ในหน่วยนี้: 7 ข้อตามเลขอ้างอิง SuttaCentral · 0 ข้อโดยอนุมาน — ยังไม่มีคู่ใดที่คนตรวจ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ