คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทิพฺพโสตกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ทิพพโสตกถา
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๘. ทิพพโสตกถา (๒๘) ๘. ทิพพโสตกถา (๒๘) ว่าด้วยทิพยโสตะ
มํสโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพโสตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มํสโสตํ ทิพฺพโสตํ ทิพฺพโสตํ มํสโสตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที มังสโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยโสต หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. มังสโสต ก็คือทิพยโสต ทิพยโสต ก็คือ มังสโสต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. มังสโสตะที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยโสตะได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มังสโสตะคือทิพยโสตะ ทิพยโสตะก็คือมังสโสตะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสโสตะที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยโสตะได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มังสโสตะมีสภาพอย่างไร ทิพยโสตะก็มีสภาพอย่างนั้น ทิพยโสตะมีสภาพอย่างไร มังสโสตะก็มีสภาพอย่างนั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสโสตะที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยโสตะได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มังสโสตะกับทิพยโสตะเป็นอันเดียวกัน ทิพยโสตะกับมังสโสตะก็เป็นอันเดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสโสตะที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยโสตะได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. วิสัย อานุภาพ โคจรของมังสโสตะมีสภาพอย่างไร วิสัย อานุภาพโคจรของทิพยโสตะก็มีสภาพอย่างนั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ และนิกายสมิติยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๗๓/๑๙๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๗๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๘. ทิพพโสตกถา (๒๘) สก. มังสโสตะที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยโสตะได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มังสโสตะเป็นสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาทิฏฐิยึดถือแล้วเป็นสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดถือได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสโสตะเป็นสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาทิฏฐิยึดถือแล้วเป็นสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดถือได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มังสโสตะเป็นกามาวจรแล้วเป็นรูปาวจรได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสโสตะเป็นกามาวจรแล้วเป็นรูปาวจรได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มังสโสตะเป็นรูปาวจรแล้วเป็นอรูปาวจรได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสโสตะเป็นรูปาวจรแล้วเป็นอรูปาวจรได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มังสโสตะเป็นสภาวธรรมที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์แล้วเป็นสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มํสโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพโสตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ยาทิสํ มํสโสตํ ตาทิสํ ทิพฺพโสตํ ยาทิสํ ทิพฺพโสตํ ตาทิสํ มํสโสตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. มังสโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยโสต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มังสโสตเป็นเช่นใด ทิพยโสตก็เป็นเช่นนั้น ทิพยโสตเป็นเช่นใดมังสโสตก็เป็นเช่นนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๓๗๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
มํสโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพโสตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว มํสโสตํ ตํ ทิพฺพโสตํ ตํ ทิพฺพโสตํ ตํ มํสโสตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. มังสโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยโสต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มังสโสตอันนั้น ทิพยโสตก็อันนั้นแหละ ทิพยโสตอันนั้น มังสโสตก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๓๗๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
มํสโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพโสตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ยาทิโส มํสโสตสฺส วิสโย อานุภาโว โคจโร ตาทิโส ทิพฺพโสตสฺส วิสโย อานุภาโว โคจโรติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. มังสโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยโสต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วิสัย อานุภาพ โคจร แห่งมังสโสต เป็นเช่นใด วิสัย อานุภาพ โคจรแห่งทิพยโสต ก็เป็นเช่นนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๓๗๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
มํสโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพโสตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปาทินฺนํ หุตฺวา อนุปาทินฺนํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. มังสโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยโสต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นอุปาทินนะแล้วเป็นอนุปาทินนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๓๗๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
อุปาทินฺนํ หุตฺวา อนุปาทินฺนํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ กามาวจรํ หุตฺวา รูปาวจรํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นอุปาทินนะแล้วเป็นอนุปาทินนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นกามาวจรแล้วเป็นรูปาวจร หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๓๗๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
กามาวจรํ หุตฺวา รูปาวจรํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปาวจรํ หุตฺวา อรูปาวจรํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นกามาวจรแล้วเป็นรูปาวจร หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นรูปาวจรแล้วเป็นอรูปาวจร หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๓๗๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
รูปาวจรํ หุตฺวา อรูปาวจรํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริยาปนฺนํ หุตฺวา อปริยาปนฺนํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นรูปาวจรแล้วเป็นอรูปาวจร หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นปริยาปันนะแล้วเป็นอปริยาปันนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๓๗๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
มํสโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพโสตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิพฺพโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ มํสโสตํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. มังสโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยโสต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทิพยโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว ก็เป็นมังสโสต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. มังสโสตะที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยโสตะได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิพยโสตะที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นมังสโสตะได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสโสตะที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยโสตะได้ใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๗๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๙. ยถากัมมูปคตญาณกถา (๒๙) สก. โสตะมีอย่างเดียวเท่านั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โสตะมีอย่างเดียวเท่านั้นใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โสตะ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “มี ๒ อย่างคือ มังสโสตะและทิพยโสตะ”มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากโสตะ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “มี ๒ อย่าง คือ มังสโสตะและทิพยโสตะ” ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “โสตะมีอย่างเดียวเท่านั้น” ทิพพโสตกถา จบ
มํสโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพโสตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เอกญฺเญว โสตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. มังสโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยโสต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โสตมีอย่างเดียวเท่านั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๓๗๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
เอกญฺเญว โสตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ เทฺว โสตานิ วุตฺตานิ ภควตา มํสโสตํ ทิพฺพโสตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ เทฺว โสตานิ วุตฺตานิ ภควตา มํสโสตํ ทิพฺพโสตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ เอกญฺเญว โสตนฺติ ฯ ทิพฺพโสตกถา ฯ -----------
ส. โสตมีอย่างเดียวเท่านั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสโสตว่ามี ๒ อย่าง คือ มังสโสตและทิพยโสตมิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสโสตว่ามี ๒ อย่าง คือมังสโสต และทิพย-โสต ก็ต้องไม่กล่าวว่า โสตมีอย่างเดียวเท่านั้น ทิพพโสตกถา จบ. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๓๗๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
อรรถกถา
คำอธิบายชั้นหลัง — ไม่ใช่พุทธพจน์
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก1 คัมภีร์ · 12 ย่อหน้า — โหลดเมื่อคุณเปิดอ่าน ไม่อยู่ในหน้านี้ตั้งแต่แรก
เปิดหน้าของฉบับนี้ · กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๓ ทิพพโสตกถาคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
การจับคู่ข้อของฉบับมหาจุฬาฯ
ตัวบทสามฉบับต่อข้อ เรียง บาลี → ฉบับหลวง → ฉบับมหาจุฬาฯ · เลือกแสดงทั้งสามหรือทีละฉบับได้ที่แถบเครื่องมือ
ในหน่วยนี้: 2 ข้อตามเลขอ้างอิง SuttaCentral · 0 ข้อโดยอนุมาน — ยังไม่มีคู่ใดที่คนตรวจ