คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ยสฺส มนายตนํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ มนายตนํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ สจิตฺตกานํ จวนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ นิรุชฺฌติ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ อุปฺปชฺชนฺตานํ อจิตฺตกานํ จวนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ มนายตนํ นิรุชฺฌติ สจิตฺตกานํ จวนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ มนายตนญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ
มนายตนะของสัตว์ใด ย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งปรินิพพานอยู่ ย่อมดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด จักดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิตที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป และมนายตนะก็จักดับไป.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌติ โสตายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌตีติ: ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ สจกฺขุกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ย่อมดับไป แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และโสตายตนะก็จักดับไป. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป. จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป. โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ จักดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจรา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ กามาวจรา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌติ ฆานายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ ฯเปฯ ยถา ปจฺจุปฺปนฺเนนาตีเตปิ ติวิธํ วิตฺถาริตํ เอวํ อิทมฺปิ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งกำลังจุติอยู่จากรูปาวจรภูมิ ย่อมดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ นอกนี้ ย่อมดับไปและฆานายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด. สมเด็จพระผู้มีพระภาค ทรงจำแนกวาระ ๓ ไว้พิสดาร แม้ในอดีตกับปัจจุบัน ฉันใดแม้วาระนี้ บัณฑิตก็พึงจำแนกให้พิสดาร ฉันนั้น.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌติ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ ฯเปฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ย่อมดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และรูปายตนะก็จักดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ฯลฯ.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌติ มนายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ ฯเปฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ย่อมดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และมนายตนะก็จักดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ฯลฯ.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌติ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ อุปฺปชฺชนฺตานํ อจกฺขุกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ สจกฺขุกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ย่อมดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ สฆานกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นิรุชฺฌติ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ ฯเปฯ
ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ย่อมดับไปแต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และรูปายตนะก็จักดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ สฆานกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นิรุชฺฌติ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ ฯเปฯ
ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของสัตว์นั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ย่อมดับไปแต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด.
ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวการา ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวกาเร จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌติ มนายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ ฯเปฯ
รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ที่กำลังจุติอยู่จากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ นอกนี้ ย่อมดับไป และมนายตนะก็จักดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด.
ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ สรูปกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌติ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌติ สรูปกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ
รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ย่อมดับไปแต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีรูป ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีรูป ที่กำลังจุติอยู่จักดับไป และรูปายตนะก็ย่อมดับไป.
ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ สจิตฺตกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นิรุชฺฌติ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ อุปฺปชฺชนฺตานํ อจิตฺตกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌติ สจิตฺตกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ มนายตนญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ
มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ภูมิจักดับไปหรือ? มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งปรินิพพานอยู่ย่อมดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับ มนายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไปและมนายตนะก็ย่อมดับไป.
ยสฺส จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส โสตายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ อจกฺขุกานํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ โสตายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ โสตายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปฺปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ โสตายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ โสตายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้น จัก ไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ไม่มีจักขุที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และโสตายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิและของสัตว์เหล่านั้นซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ อุปฺปชฺชนฺตานํ อจกฺขุกานํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ รูปาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปฺปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ ปจฺฉิมภวิกานํ รูปาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังจุติอยู่ย่อมไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และฆานายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ และของสัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานที่กำลังจุติอยู่จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ อจกฺขุกานํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ และของสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไปและจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ อจกฺขุกานํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของสัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิจักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส ฆานายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ อฆานกานํ จวนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌติ รูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นจักไม่ดับไป หรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะที่กำลังจุติอยู่ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ และของสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส ฆานายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ อฆานกานํ จวนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของสัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิจักไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส รูปายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปกานํ จวนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ รูปายตนํ น นิรุชฺฌติ รูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ สัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูปที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิจักไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และรูปายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส มนายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: นิรุชฺฌติ ฯ
มนายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ? จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ย่อมดับไป.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ โสตายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และโสตายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป. โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไปแต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรํ อุปฺปชฺชนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจรา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ รูปาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และฆานายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป. ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรา จวนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไปและจักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรา จวนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ มนายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และมนายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ก็จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ อจกฺขุกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌติ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรา จวนฺตานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌติ รูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะจักไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไปแต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ย่อมดับไป.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรา จวนฺตานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ มนายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และมนายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไปแต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ อฆานกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมดซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไปแต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ มนายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: ปญฺจ โวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌติ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ย่อมไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไปและมนายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป และรูปายตนะก็ย่อมดับไป.
ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตายนํ อรูปกานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌติ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ
รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และรูปายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌตีติ: นิรุชฺฌติ ฯ
มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. ย่อมดับไป.
ยสฺส จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส โสตายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ โสตายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ โสตายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว โสตายตนะของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิก-*สัตว์ ในอรูปภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่เคยดับไปแล้ว แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยดับไปแล้ว และโสตายตนะก็จักดับไป. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใด จักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้ว? ถูกแล้ว.
ยสฺส จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ฆานายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฆานายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว ฆานายตนะของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และฆานายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.
ยสฺส จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยดับไปแล้ว และรูปายตนะก็จักดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.
ยสฺส จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งปรินิพพานอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.
ยสฺส ฆานายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
ฆานายตนะของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยดับไปแล้ว และรูปายตนะก็จักดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.
ยสฺส ฆานายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
ฆานายตนะของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ สัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.
ยสฺส รูปายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
รูปายตนะของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ สัตว์นั้นจักดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งปรินิพพานอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.
ยสฺส มนายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ มนายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ มนายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ มนายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
มนายตนะ ของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์นั้น จักดับ ไปหรือ? มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งปรินิพพานอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ โสตายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว โสตายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และโสตายตนะก็จักดับไป. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว? โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส จักดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และจักขายตนะก็เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฆานายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จัก-*ขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และฆานาย-*ตนะก็จักดับไป. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว? ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้วและรูปายตนะก็จักดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์จักดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และจักขายตนะก็เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ มนายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ จ โน เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็จักดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์จักดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และจักขายตนะก็เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดจักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว? ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และจักขายตนะก็เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และรูปายตนะก็จักดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ จักดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์ จักดับไป และฆานายตนะก็เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ จักดับไปแต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์ จักดับไป และฆานายตนะก็เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ มนายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็จักดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์จักดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และรูปายตนะก็เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ รูปายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์มีขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์จักดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์มีขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ นอกนี้ จักดับไป และรูปายตนะก็เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นิรุชฺฌิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ มนายตนญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งมีขันธ์ ๔ ขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป มนาตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์จักดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔ ขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และมนายตนะก็เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส โสตายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว โสตายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ไม่มี. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะมนายตนะ ธัมมายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ไม่มี. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ มนายตนะของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้วธัมมายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ไม่มี. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ โสตายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว โสตายตนะของสัตว์ นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้วแต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และโสตายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ฆานายตนะของ สัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์ นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้วและรูปายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไปแต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
ยตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ มนายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์ นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไปแต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์ นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิไม่เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้ว. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไปแต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไปและจักขายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ รูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และรูปายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไปแต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ มนายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไปแต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไปและฆานายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฆานายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของ สัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไปแต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ มนายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิไม่เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่ดับไปหรือ. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และรูปายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิไม่เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไปแต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และรูปายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ มนายตนญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ นิโรธวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ
มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของ สัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส จักไม่ดับไป และมนายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว. นิโรธวาร จบ.
ฉบับมหาจุฬาฯ ข้อ ๑๒๐–๑๙๘ ของหน่วยนี้
แสดงเป็นช่วงทั้งหน่วย ไม่วางใต้ข้อของฉบับหลวง — หลักฐานภายนอกขัดกับการเรียงคำแปล
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและโสตายตนะก็กำลังดับ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดได้กำลังจุติโสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจักขายตนะก็กำลังดับ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและฆานายตนะก็กำลังดับ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจักขายตนะก็กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจักขายตนะก็กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจักขายตนะก็กำลังดับ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับแต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจักขายตนะก็กำลังดับ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและฆานายตนะก็กำลังดับ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและฆานายตนะก็กำลังดับ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง ดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและฆานายตนะก็กำลังดับ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปและจิตเกิดได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและมนายตนะก็กำลังดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปและจิตเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและรูปายตนะก็กำลังดับ อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและรูปายตนะก็กำลังดับ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับแต่มนายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและมนายตนะก็กำลังดับ มนายตนมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับใช่ไหม (คำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ซึ่งเหมือนกัน พึงขยายให้พิสดาร)ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ โสตายตนะของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับแต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและ บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับแต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและ รูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและ บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและ บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่ กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ รูปายตนะของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม ฯลฯ (คำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใดในภูมิใด เหมือนกับคำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใด) ๒. อตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต อนุโลมปุคคล จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ (ในอุปปาทวาร นิโรธวาร อุปปาทนิโรธวาร อตีตปุจฉา เหมือนกันทั้งอนุโลมและปฏิโลม) ๓. อนาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็จัก ดับใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและฆานายตนะก็จักดับ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ จักขายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและจักขายตนะก็จักดับ จักขายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและฆานายตนะก็จักดับ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและฆานายตนะก็จักดับฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและรูปายตนะก็จักดับ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดจักดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดจักดับ ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคล นั้น ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ ฯลฯ จักขายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฯลฯ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อูบัติอยู่ในปัญจโวการ-ภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฯลฯ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร วิ บุคคลผู้อุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและ ปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและมนายตนะก็จักดับ (ในคำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ในอุปปาทวาร อนาคตปุจฉาท่านขยายให้พิสดารแล้วฉันใด แม้ในนิโรธวาร ก็พึงขยายให้พิสดารฉันนั้น)ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับแต่จักขายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิก-บุคคลในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่ จักดับใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับแต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิก-บุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๔๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๔๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย
คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
อรรถกถา
คำอธิบายชั้นหลัง — ไม่ใช่พุทธพจน์
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกคลังยังไม่มีอรรถกถาที่ผูกกับหน่วยนี้
คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
การจับคู่ข้อของฉบับมหาจุฬาฯ
ตัวบทสามฉบับต่อข้อ เรียง บาลี → ฉบับหลวง → ฉบับมหาจุฬาฯ · เลือกแสดงทั้งสามหรือทีละฉบับได้ที่แถบเครื่องมือ
หลักฐานภายนอกขัดกับการเรียงคำแปล