คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

บาลี

ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺต- สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๗๑๑.๑} ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺต- โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ สทฺธาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งเว้นโสมนัสเป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิตและสัทธาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิต และสัทธาวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากศรัทธา ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล แต่โสมนัส-*สินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากศรัทธา ปราศจากโสมนัสและอสัญญสัตว์

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๓๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺส- วิปฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นโสมนัส ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากโสมนัส ประกอบด้วยปัญญา ในปวัตติกาล แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากโสมนัส ปราศจากปัญญาและอสัญญสัตว์ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศจากปัญญา มีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากปัญญา ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากปัญญา ปราศจากโสมนัส และอสัญญสัตว์

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๓๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นโสมนัส มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากโสมนัสแต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๓๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๗๑๔.๑} ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ สทฺธาวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากอุเบกขา ประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากอุเบกขา ปราศจากศรัทธา หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากศรัทธา ประกอบด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากศรัทธา ปราศจากอุเบกขา และอสัญญสัตว์

จุฬาฯ ข้อ ๒๓๗· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากอุเบกขาแต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังค-ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและสัทธาบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังค-ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและอุเบกขา บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังค-ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและญาณบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและอุเบกขา บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

บาลี

ยสฺส ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากอุเบกขา ประกอบด้วยปัญญา ในปวัตติกาล แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากอุเบกขา ปราศจากปัญญา และอสัญญสัตว์ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศจากปัญญา มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากปัญญา ประกอบด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากปัญญา ปราศจากอุเบกขา

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๓๗ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากอุเบกขาในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๓๗ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดสัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศ-*จากปัญญา เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศ-*จากปัญญา ประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากปัญญา ปราศจากศรัทธา

จุฬาฯ ข้อ ๒๓๘· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและสัทธา บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ วิปปยุตจากสัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

บาลี

ยสฺส ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากศรัทธาในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดสัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๓๘ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ -------------

ฉบับหลวง

ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศ-*จากปัญญา มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากปัญญาในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

จุฬาฯ ข้อ ๒๓๙· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๓}

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อรรถกถา

คำอธิบายชั้นหลัง — ไม่ใช่พุทธพจน์

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

คลังยังไม่มีอรรถกถาที่ผูกกับหน่วยนี้

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

การจับคู่ข้อของฉบับมหาจุฬาฯ

ตัวบทสามฉบับต่อข้อ เรียง บาลี → ฉบับหลวง → ฉบับมหาจุฬาฯ · เลือกแสดงทั้งสามหรือทีละฉบับได้ที่แถบเครื่องมือ

ในหน่วยนี้: 27 ข้อตามเลขอ้างอิง SuttaCentral · 0 ข้อโดยอนุมาน — ยังไม่มีคู่ใดที่คนตรวจ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ