คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปัจจนีกบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า โสตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ไม่มี
อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๖๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี จักขุนทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๖๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ฆานินทรียมูลกนัย
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ไม่มี
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๐ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ไม่มี
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๐ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ไม่มี
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๐ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสมนัส- *สินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ไม่มี
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๐ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ไม่มี
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๐ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ไม่มี
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๐ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ สทฺธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯเปฯ
ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ไม่มี ฯลฯ
อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ฯลฯ ชีวิตินทรีย์ ฯลฯ โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ฯลฯ ฆานินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย
ยสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
ปัญญินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ไม่มี
อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปัญญินทรียมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขุนทรียมูลกนัย
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด โสตินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๖๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. โสตินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิดในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่เคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๖๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่เคยเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิดในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฆานินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ไม่มี
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ไม่เกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูเป ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ อรูปภูมิ แต่อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูเป ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คืออรูปภูมิ แต่มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๖๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด แต่ อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด แต่ มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย
ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ไม่มี
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด โสมนัส- *สินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแต่อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแต่มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯเปฯ
อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ปุริสินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว ฯลฯ
อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคย เกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ อิตถินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๖๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปุริสินทรียมูลกนัย
ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ไม่มี
อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิด ใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด แต่ อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด แต่ มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๖๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย
ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ แต่โสมนัสสิน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ปุริสิน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแต่อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแต่มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ไม่มี หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว
อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย
ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ฯเปฯ สทฺธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ไม่มี หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๗ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อุเปก- *ขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด โสมนัสสิน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๖๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย
ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๖๘ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย
ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ ฯเปฯ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
สัทธินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด สัทธินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. สัทธินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๗๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปัญญินทรียมูลกนัย
ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ปัญญินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด มนินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ปัญญินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. ปัญญินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ปัญญินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขุนทรียมูลกนัย
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อสัญญสัตตภูมิและในอรูปภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๗๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อสัญญสัตตภูมิและในอรูปภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธา-วาสภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๗๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ เคยเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๗๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจร-*สัตว์ แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นคือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๗๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อสัญญสัตว์อรูปสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๗๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๗๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อรูปสัตว์แต่อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส และอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๗๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อรูปสัตว์แต่มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๗๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อิตถินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๗๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธา-วาสภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๗๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใชไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธา-วาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๗๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๗๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานิน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๗๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจร-*สัตว์ อรูปาวจรสัตว์ แต่อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส และอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๗๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจร-*สัตว์ อรูปาวจรสัตว์ แต่มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๗๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯเปฯ
อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว ฯลฯ
อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ อิตถินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๗๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปุริสินทรียมูลกนัย
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจร-*สัตว์ อรูปาวจรสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธา-วาสภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อสัญญสัตต-ภูมิและอรูปภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๗๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธา-วาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสิน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๗๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส และอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๗๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๗๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อุปปตฺติจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต
อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดแต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๗๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย
ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ฯเปฯ สทฺธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อุปปตฺติจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อสัญญสัตว์แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๗๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ฯเปฯ สทฺธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาสและอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ โสมนัส-สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๗๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อุเปกขินทรียมูลนัย
ยสฺส ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย
ยสฺส ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ ฯเปฯ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
สัทธินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดสัทธินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย
ยสฺส ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ -----------
ปัญญินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปัญญินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๗๙}
คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
อรรถกถา
คำอธิบายชั้นหลัง — ไม่ใช่พุทธพจน์
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกคลังยังไม่มีอรรถกถาที่ผูกกับหน่วยนี้
คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
การจับคู่ข้อของฉบับมหาจุฬาฯ
ตัวบทสามฉบับต่อข้อ เรียง บาลี → ฉบับหลวง → ฉบับมหาจุฬาฯ · เลือกแสดงทั้งสามหรือทีละฉบับได้ที่แถบเครื่องมือ
ในหน่วยนี้: 21 ข้อตามเลขอ้างอิง SuttaCentral · 0 ข้อโดยอนุมาน — ยังไม่มีคู่ใดที่คนตรวจ