คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

บาลี

ปจฺจยวาโร

ฉบับหลวง

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๓ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ ปัจจยวาร

ฉบับมหาจุฬาฯ

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๓. กามาวจรทุกะ ๓. ปัจจยวาร ๙๓. กามาวจรทุกะ ๓. ปัจจยวาร ๑. ปัจจยานุโลมเป็นต้น เหตุปัจจัย

บาลี

กามาวจรํ ธมฺมํ ปจฺจยา กามาวจโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: กามาวจรํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺต- สมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิ ยาว อชฺฌตฺติกา มหาภูตา วตฺถุํ ปจฺจยา กามาวจรา ขนฺธา ฯ กามาวจรํ ธมฺมํ ปจฺจยา นกามาวจโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: วตฺถุํ ปจฺจยา นกามาวจรา ขนฺธา ปฏิสนฺธิ ฯ กามาวจรํ ธมฺมํ ปจฺจยา กามาวจโร จ นกามาวจโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: วตฺถุํ ปจฺจยา นกามาวจรา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิ ฯ นกามาวจรํ ธมฺมํ ปจฺจยา นกามาวจโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ปฏิจฺจสทิสา ฯ {๗๒๘.๑} กามาวจรญฺจ นกามาวจรญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา กามาวจโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ปฏิจฺจสทิสา ฯ กามาวจรญฺจ นกามาวจรญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา นกามาวจโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นกามาวจรํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิ ฯ กามาวจรญฺจ นกามาวจรญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา กามาวจโร จ นกามาวจโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: นกามาวจรํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... นกามาวจเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ

ฉบับหลวง

กามาวจรธรรม อาศัยกามาวจรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกามาวจรธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ ตลอดถึงอัชฌัตติกมหาภูตรูป ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกามาวจรธรรม อาศัยหทัยวัตถุ. ธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม อาศัยกามาวจรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม อาศัยหทัยวัตถุ ปฏิสนธิ. กามาวจรธรรม และธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม อาศัยกามาวจรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูต-*รูปทั้งหลาย ปฏิสนธิ. ธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยมี ๓ นัย เหมือนกับปฏิจวาร. กามาวจรธรรม อาศัยกามาวจรธรรม และธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย เหมือนกับปฏิจวาร. ธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม อาศัยกามาวจรธรรม และธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ. กามาวจรธรรม และธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม อาศัยกามาวจรธรรม และธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ปฏิสนธิ. ฯลฯ

จุฬาฯ ข้อ ๒๐๒· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สภาวธรรมที่เป็นกามาวจรทำสภาวธรรมที่เป็นกามาวจรให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกามาวจรให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงมหาภูตรูปที่เป็นภายใน) ขันธ์ที่เป็นกามาวจรทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจรทำสภาวธรรมที่เป็นกามาวจรให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นกามาวจรทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สภาวธรรมที่เป็นกามาวจรและที่ไม่เป็นกามาวจรทำสภาวธรรมที่เป็นกามาวจรให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นกามาวจรทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจรทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจรให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร) สภาวธรรมที่เป็นกามาวจรทำสภาวธรรมที่เป็นกามาวจรและที่ไม่เป็นกามาวจรให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร) สภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจรทำสภาวธรรมที่เป็นกามาวจรและที่ไม่เป็นกามาวจรให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นกามาวจรและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สภาวธรรมที่เป็นกามาวจรและที่ไม่เป็นกามาวจรทำสภาวธรรมที่เป็นกามาวจรและที่ไม่เป็นกามาวจรให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๔๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๓. กามาวจรทุกะ ๓. ปัจจยวาร ที่ไม่เป็นกามาวจรและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่ไม่เป็นกามาวจรและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๔ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๔ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๔ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๔ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๔ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๔ วาระ กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ อนุโลม จบ นเหตุปัจจัย

บาลี

เหตุยา นว อารมฺมเณ จตฺตาริ อธิปติยา นว อนนฺตเร จตฺตาริ สมนนฺตเร จตฺตาริ สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ นว นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย จตฺตาริ ปุเรชาเต จตฺตาริ อาเสวเน จตฺตาริ กมฺเม นว อวิคเต นว ฯ

ฉบับหลวง

ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔ ในอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย มี " ๔ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๔ ในสหชาตปัจจัย มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๙ ในนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๔ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๔ ในกัมมปัจจัย มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙.

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๐๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

กามาวจรํ ธมฺมํ ปจฺจยา กามาวจโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ กามาวจรํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ... อเหตุก- ปฏิสนฺธิ ยาว อสญฺญสตฺตา จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ... วตฺถุํ ปจฺจยา อเหตุกา กามาวจรา ขนฺธา วิจิกิจฺฉา- สหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ ... นอารมฺมณปจฺจยา: ฯ

ฉบับหลวง

กามาวจรธรรม อาศัยกามาวจรธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกามาวจรธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ อเหตุกปฏิสนธิตลอดถึงอสัญญสัตว์ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายายตนะ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกามาวจรธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัยหทัยวัตถุ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ. ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย.

จุฬาฯ ข้อ ๒๐๓· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สภาวธรรมที่เป็นกามาวจรทำสภาวธรรมที่เป็นกามาวจรให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งเป็นกามาวจร ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม)จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายายตนะ ฯลฯ ขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งเป็นกามาวจรทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) ... เพราะนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๔๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๓. กามาวจรทุกะ ๓. ปัจจยวาร นอธิปติปัจจัยเป็นต้น

บาลี

กามาวจรํ ธมฺมํ ปจฺจยา กามาวจโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา: เอกํ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ กามาวจรํ ธมฺมํ ปจฺจยา นกามาวจโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา: วตฺถุํ ปจฺจยา นกามาวจรา อธิปติ วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากา นกามาวจรา ขนฺธา ปฏิสนฺธิ ฯ กามาวจรํ ธมฺมํ ปจฺจยา กามาวจโร จ นกามาวจโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นอธิปติปจฺจยา: วตฺถุํ ปจฺจยา วิปากา นกามาวจรา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิ ฯ นกามาวจรํ ธมฺมํ ปจฺจยา นกามาวจโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา: ตีณิ ปฏิจฺจสทิสา ฯ {๗๓๑.๑} กามาวจรญฺจ นกามาวจรญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา กามาวจโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา: ปฏิจฺจสทิสา ฯ มูลํ นกามาวจเร ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา นกามาวจรา อธิปติ วิปากํ นกามาวจรํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ มูลํ วิปากํ กามาวจรํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... วิปาเก นกามาวจเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิ ฯ ... นอุปนิสฺสยปจฺจยา: ตีณิ นอาเสวนปจฺจยา: สุทฺธเก อรูปมิสฺสเก จ วิปากนฺติ นิยาเมตพฺพํ รูปมิสฺสเก นตฺถิ ฯ

ฉบับหลวง

กามาวจรธรรม อาศัยกามาวจรธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ตลอดถึงอสัญญสัตว์. ธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม อาศัยกามาวจรธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม อาศัยหทัยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กามาวจร-*ธรรม ซึ่งเป็นวิบาก อาศัยหทัยวัตถุ ปฏิสนธิ. กามาวจรธรรม และธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม อาศัยกามาวจรธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม ซึ่งเป็นวิบาก อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ปฏิสนธิ. ธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร. กามาวจรธรรม อาศัยกามาวจรธรรม และธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร. พึงกระทำมูล อธิปติธรรมที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม และหทัยวัตถุขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ พึงกระทำมูล ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกามาวจรธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กามาวจรธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และมหาภูตรูปทั้งหลาย ปฏิสนธิ. ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย พึงกำหนดคำว่า วิบากในสุทธกนัย และในอรูปมิสสกนัย ในรูปมิสสกนัย ไม่มี.

จุฬาฯ ข้อ ๒๐๔· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สภาวธรรมที่เป็นกามาวจรทำสภาวธรรมที่เป็นกามาวจรให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย มี ๑ วาระ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) สภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจรทำสภาวธรรมที่เป็นกามาวจรให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ไม่เป็นกามาวจรทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งไม่เป็นกามาวจรทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สภาวธรรมที่เป็นกามาวจรและที่ไม่เป็นกามาวจรทำสภาวธรรมที่เป็นกามาวจรให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งไม่เป็นกามาวจรทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจรทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจรให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร) สภาวธรรมที่เป็นกามาวจรทำสภาวธรรมที่เป็นกามาวจรและที่ไม่เป็นกามาวจรให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล)อธิบดีธรรมที่ไม่เป็นกามาวจรทำขันธ์ที่ไม่เป็นกามาวจรและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งไม่เป็นกามาวจร และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นกามาวจรและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่ง ไม่เป็นกามาวจรและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) (๓) ... เพราะนอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๔๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๓. กามาวจรทุกะ ๓. ปัจจยวาร ... เพราะนอาเสวนปัจจัย (ในสภาวธรรมล้วนๆ และที่เกิดเจือกับนาม พึงกำหนดคำว่าวิบาก แต่ในสภาวธรรมที่เกิดระคนกับรูปไม่มีวิบาก ย่อ) สุทธนัย นเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ ปัจจนียะ จบ (การนับ ๒ อย่างนอกนี้และนิสสยวาร พึงทำอย่างนี้)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๔๓}

บาลี

นเหตุยา เอกํ นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา นว นอนนฺตเร ตีณิ นสมนนฺตเร ตีณิ นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต นว นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม จตฺตาริ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ อิตเร เทฺว คณนาปิ นิสฺสยวาโรปิ กาตพฺพา ฯ

ฉบับหลวง

ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓. การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี นิสสยวารก็ดี พึงกระทำมูล.

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๐๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อรรถกถา

คำอธิบายชั้นหลัง — ไม่ใช่พุทธพจน์

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

ตามบันทึกตอนนำเข้า: “ต้นทางยังไม่ได้จัดทำ”

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

การจับคู่ข้อของฉบับมหาจุฬาฯ

ตัวบทสามฉบับต่อข้อ เรียง บาลี → ฉบับหลวง → ฉบับมหาจุฬาฯ · เลือกแสดงทั้งสามหรือทีละฉบับได้ที่แถบเครื่องมือ

ในหน่วยนี้: 3 ข้อตามเลขอ้างอิง SuttaCentral · 0 ข้อโดยอนุมาน — ยังไม่มีคู่ใดที่คนตรวจ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ