คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

บาลี

เถรคาถาย ตึสนิปาโต

ฉบับหลวง

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา เถรคาถา ติงสนิบาต ๑. ปุสสเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระปุสสเถระ

ฉบับมหาจุฬาฯ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๗. ติงสนิบาต] ๑. ปุสสเถรคาถา ๑๗. ติงสนิบาต ๑. ปุสสเถรคาถา ภาษิตของพระปุสสเถระ (พระสังคีติกาจารย์ได้กล่าวภาษิตเบื้องต้นไว้ว่า)

บาลี

|๓๙๕.๙๔๙| ๑ ปาสาทิเก พหู ทิสฺวา ภาวิตตฺเต สุสํวุเต อิสิ ปณฺฑรสโคตฺโต อปุจฺฉิ ปุสฺสสวฺหยํ ฯ |๓๙๕.๙๕๐| กึฉนฺทา กิมธิปฺปายา กิมากปฺปา ภวิสฺสเร อนาคตมฺหิ กาลมฺหิ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ |๓๙๕.๙๕๑| สุโณหิ วจนํ มยฺหํ อิสิ ปณฺฑรสวฺหย สกฺกจฺจํ อุปธาเรหิ อาจิกฺขิสฺสามฺยนาคตํ ฯ |๓๙๕.๙๕๒| โกธนา อุปนาหี จ มกฺขี ถมฺภี สฐา พหู อิสฺสุกี นานาวาทา จ ภวิสฺสนฺติ อนาคเต ฯ |๓๙๕.๙๕๓| อญฺญาตมานิโน ธมฺเม คมฺภีเร ตีรโคจรา ลหุกา อครู ธมฺเม อญฺญมญฺญมคารวา ฯ |๓๙๕.๙๕๔| พหู อาทีนวา โลเก อุปฺปชฺชิสฺสนฺตฺยนาคเต สุเทสิตํ อิมํ ธมฺมํ กิลิสิสฺสนฺติ ทุมฺมตี ฯ |๓๙๕.๙๕๕| คุณหีนาปิ สงฺฆมฺหิ โวหรนฺตา วิสารทา พลวนฺโต ภวิสฺสนฺติ มุขรา อสฺสุตาวิโน ฯ |๓๙๕.๙๕๖| คุณวนฺโตปิ สงฺฆมฺหิ โวหรนฺตา ยถตฺถโต ทุพฺพลา เต ภวิสฺสนฺติ หิริมนา อนตฺถิกา ฯ |๓๙๕.๙๕๗| รชตํ ชาตรูปญฺจ เขตฺตํ วตฺถุํ อเชฬกํ ทาสีทาสญฺจ ทุมฺเมธา สาทิยิสฺสนฺตฺยนาคเต ฯ |๓๙๕.๙๕๘| อุชฺฌานสญฺญิโน พาลา สีเลสุ อสมาหิตา อุนฺนฬา วิจริสฺสนฺติ กลหาภิรตา มคา |๓๙๕.๙๕๙| อุทฺธตา จ ภวิสฺสนฺติ นีลจีวรปารุตา กุหา ถทฺธา ลปา สิงฺคี จริสฺสนฺตฺยริยา วิย ฯ |๓๙๕.๙๖๐| เตลสเณฺหหิ เกเสหิ จปลา อญฺชนกฺขิกา รถิยาย คมิสฺสนฺติ ทนฺตวณฺณกปารุตา ฯ |๓๙๕.๙๖๑| อเชคุจฺฉํ วิมุตฺเตหิ สุรตฺตํ อรหทฺธชํ ชิคุจฺฉิสฺสนฺติ กาสาวํ โอทาเตสุ สมุจฺฉิตา ฯ |๓๙๕.๙๖๒| ลาภกามา ภวิสฺสนฺติ กุสีตา หีนวีริยา ฯ กิจฺฉนฺตา วนปตฺถานิ คามนฺเตสุ วสิสฺสเร ฯ |๓๙๕.๙๖๓| เย เย ลาภํ ลภิสฺสนฺติ มิจฺฉาชีวรตา สทา เต เต ว อนุสิกฺขนฺตา คมิสฺสนฺติ อสญฺญตา ฯ |๓๙๕.๙๖๔| เย เย อลาภิโน ลาภํ น เต ปุชฺชา ภวิสฺสเร สุเปสเลปิ เต ธีเร เสวิสฺสนฺติ น เต ตทา ฯ |๓๙๕.๙๖๕| มิลกฺขุรชนํ รตฺตํ ครหนฺตา สกํ ธชํ ติตฺถิยานํ ธชํ เกจิ ธาเรสฺสนฺตฺยวทาตกํ ฯ |๓๙๕.๙๖๖| อคารโว จ กาสาเว ตทา เตสํ ภวิสฺสติ ปฏิสงฺขา จ กาสาเว ภิกฺขูนํ น ภวิสฺสติ ฯ |๓๙๕.๙๖๗| อภิภูตสฺส ทุกฺเขน สลฺลวิทฺธสฺส รุปฺปโต ปฏิสงฺขา มหาโฆรา นาคสฺสาสิ อจินฺติยา ฯ |๓๙๕.๙๖๘| ฉทฺทนฺโต หิ ตทา ทิสฺวา สุรตฺตํ อรหทฺธชํ ตาวเทว ภณี คาถา คโช อตฺโถปสญฺหิตา ฯ |๓๙๕.๙๖๙| อนิกฺกสาโว กาสาวํ โย วตฺถํ ปริทเหสฺสติ อเปโต ทมสจฺเจน น โส กาสาวมรหติ ฯ |๓๙๕.๙๗๐| โย จ วนฺตกสาวสฺส สีเลสุ สุสมาหิโต อุเปโต ทมสจฺเจน ส เว กาสาวมรหติ ฯ |๓๙๕.๙๗๑| วิปนฺนสีโล ทุมฺเมโธ ปากโฏ กามการิโย วิพฺภนฺตจิตฺโต นิสฺสุกฺโก น โส กาสาวมรหติ ฯ |๓๙๕.๙๗๒| โย จ สีเลน สมฺปนฺโน วีตราโค สมาหิโต โอทาตมนสงฺกปฺโป ส เว กาสาวมรหติ ฯ |๓๙๕.๙๗๓| อุทฺธโต อุนฺนโฬ พาโล สีลํ ยสฺส น วิชฺชติ โอทาตกํ อรหติ กาสาวํ กึ กริสฺสติ ฯ |๓๙๕.๙๗๔| ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ ทุฏฺฐจิตฺตา อนาทรา ตาทีนํ เมตฺตจิตฺตานํ นิคฺคณฺหิสฺสนฺตฺยนาคเต ฯ |๓๙๕.๙๗๕| สิกฺขาเปนฺตาปิ เถเรหิ พาลา จีวรธารณํ น สุณิสฺสนฺติ ทุมฺเมธา ปากฏา กามการิยา ฯ |๓๙๕.๙๗๖| เต ตถา สิกฺขิตา พาลา อญฺญมญฺญํ อคารวา นาทิยิสฺสนฺตุปชฺฌาเย ขลุงฺโก วิย สารถึ ฯ |๓๙๕.๙๗๗| เอวํ อนาคตทฺธานํ ปฏิปตฺติ ภวิสฺสติ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนญฺจ ปตฺเต กาลมฺหิ ปจฺฉิเม ฯ |๓๙๕.๙๗๘| ปุรา อาคจฺฉเต เอตํ อนาคตํ มหพฺภยํ สุพฺพจา โหถ สขิลา อญฺญมญฺญํ สคารวา ฯ |๓๙๕.๙๗๙| เมตฺตจิตฺตา การุณิกา โหถ สีเลสุ สํวุตา อารทฺธวิริยา ปหิตตฺตา นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมา ฯ |๓๙๕.๙๘๐| ปมาทํ ภยโต ทิสฺวา อปฺปมาทญฺจ เขมโต ภาเวถฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ผุสนฺติ อมตํปทนฺติ ฯ ปุสฺสเถโร ฯ

ฉบับหลวง

ฤาษีมีชื่อตามโคตรว่า ปัณฑรสะ ได้เห็นภิกษุเป็นอันมาก ที่น่าเลื่อมใส มีตนอันอบรมแล้ว สำรวมด้วยดี จึงได้ถามพระปุสสเถระว่า ในอนาคต ภิกษุทั้งหลายในศาสนานี้จักมีความพอใจอย่างไร มีความประสงค์อย่างไร กระผมถามแล้วขอจงบอกความข้อนั้นแก่กระผมเถิด? พระปุสสเถระจึงกล่าวตอบด้วยคาถาเหล่านี้ ความว่า ดูกรปัณฑรสฤาษี ขอเชิญฟังคำของอาตมา จงจำคำของอาตมาให้ดี อาตมาจะบอกซึ่งข้อความที่ท่านถามถึงอนาคต คือในกาลข้างหน้า ภิกษุ เป็นอันมากจักเป็นคนมักโกรธ มักผูกโกรธไว้ ลบหลู่คุณท่าน หัวดื้อ โอ้อวด ริษยา มีวาทะต่างๆ กัน จักเป็นผู้มีมานะในธรรมที่ยังไม่รู้ทั่วถึง คิดว่าตื้นในธรรมที่ลึกซึ้ง เป็นคนเบา ไม่เคารพธรรม ไม่มีความเคารพ กันและกัน ในกาลข้างหน้า โทษเป็นอันมากจักเกิดขึ้นในหมู่สัตวโลก ก็เพราะภิกษุทั้งหลายผู้ไร้ปัญญา จักทำธรรมที่พระศาสดาทรงแสดงแล้วนี้ ให้เศร้าหมอง ทั้งพวกภิกษุที่มีคุณอันเลว โวหารจัด แกล้วกล้า มี กำลังมาก ปากกล้า ไม่ได้ศึกษาเล่าเรียน ก็จักมีขึ้นในสังฆมณฑล ภิกษุทั้งหลายในสังฆมณฑล แม้ที่มีคุณความดี มีโวหารโดยสมควรแก่ เนื้อความ มีความละอายบาป ไม่ต้องการอะไรๆ ก็จักมีกำลังน้อย ภิกษุทั้งหลายในอนาคตที่ทรามปัญญา ก็จะพากันยินดีเงินทอง ไร่นา ที่ดิน แพะ แกะ และคนใช้หญิงชาย จักเป็นคนโง่มุ่งแต่จะยกโทษ ผู้อื่น ไม่ดำรงมั่นอยู่ในศีล ถือตัว โหดร้าย เที่ยวยินดีแก่การทะเลาะ วิวาท จักมีใจฟุ้งซ่าน นุ่งห่มแต่จีวรที่ย้อมสีเขียวแดง เป็นคนลวงโลก กระด้าง เป็นผู้แส่หาแต่ลาภผล เที่ยวชูเขา คือมานะ ทำตนดั่งพระ อริยเจ้าท่องเที่ยวไปอยู่ เป็นผู้แต่งผมด้วยน้ำมัน ทำให้มีเส้นละเอียด เหลาะแหละ ให้ยาหยอดและทาตา มีร่างกายคลุมด้วยจีวรที่ย้อมด้วยสี งา สัญจรไปตามตรอกน้อยใหญ่ จักพากันเกลียดชังผ้าอันย้อมด้วยน้ำ ฝาดเป็นของไม่น่าเกลียด พระอริยเจ้าทั้งหลายผู้หลุดพ้นแล้วยินดียิ่งนัก เป็นธงชัยของพระอรหันต์ พอใจแต่ในผ้าขาวๆ จักเป็นผู้มุ่งแต่ลาภผล เป็นคนเกียจคร้าน มีความเพียรเลวทราม เห็นการอยู่ป่าอันสงัดเป็น ความลำบาก จักใคร่อยู่ในเสนาสนะที่ใกล้บ้าน ภิกษุเหล่าใดยินดีมิจฉา- ชีพ จักได้ลาภเสมอๆ จักพากันประพฤติตามภิกษุเหล่านั้น (เที่ยวคบหา ราชสกุลเป็นต้นเพื่อให้เกิดลาภแก่ตน) ไม่สำรวมอินทรีย์ เที่ยวไป อนึ่ง ในอนาคตกาล ภิกษุทั้งหลายจะไม่บูชาพวกภิกษุที่มีลาภน้อย จัก ไม่สมคบภิกษุที่เป็นนักปราชญ์มีศีลเป็นที่รัก จักทรงผ้าสีแดง ที่ชนชาว มิลักขะชอบย้อมใช้ พากันติเตียนผ้าอันเป็นธงชัยของตนเสีย บางพวก ก็นุ่งห่มผ้าสีขาวอันเป็นธงของพวกเดียรถีย์ อนึ่ง ในอนาคตกาล ภิกษุ เหล่านั้นจักไม่เคารพในผ้ากาสาวะ จักไม่พิจารณาในอุบายอันแยบคาย บริโภคผ้ากาสาวะ เมื่อทุกข์ครอบงำ ถูกลูกศรแทงเข้าแล้ว ก็ไม่ พิจารณาโดยแยบคาย แสดงอาการยุ่งยากในใจออกมา มีแต่เสียงโอด ครวญอย่างใหญ่หลวง เปรียบเหมือนช้างฉัททันต์ ได้เห็นผ้ากาสาวะ อันเป็นธงชัยของพระอรหันต์ ที่นายโสณุตระพราน นุ่งห่มไปในคราว นั้น ก็ไม่กล้าทำร้าย ได้กล่าวคาถาอันประกอบด้วยประโยชน์มากมาย ว่า ผู้ใดยังมีกิเลสดุจน้ำฝาด ปราศจากทมะและสัจจะจักนุ่งผ้ากาสาวะ ผู้นั้นย่อมไม่ควรนุ่งห่มผ้ากาสาวะ ส่วนผู้ใดคายกิเลสดุจน้ำฝาดออกแล้ว ตั้งมั่นอยู่ในศีลอย่างมั่นคง ประกอบด้วยทมะและสัจจะ ผู้นั้นจึงสมควรจะ นุ่งห่มผ้ากาสาวะโดยแท้ ผู้ใดมีศีลวิบัติ มีปัญญาทราม ไม่สำรวมอินทรีย์ กระทำตามความใคร่อย่างเดียว มีจิตฟุ้งซ่าน ไม่ขวนขวายในทางที่ควร ผู้นั้นไม่สมควรจะนุ่งห่มผ้ากาสาวะ ส่วนผู้ใดสมบูรณ์ด้วยศีล ปราศจาก ราคะ มีใจตั้งมั่น มีความดำริในใจผ่องใส ผู้นั้นสมควรนุ่งห่มผ้ากาสาวะ โดยแท้ ผู้ใดไม่มีศีล ผู้นั้นเป็นคนพาล มีจิตใจฟุ้งซ่าน มีมานะฟูขึ้นเหมือน ไม้อ้อ ย่อมสมควรจะนุ่งห่มแต่ผ้าขาวเท่านั้น จักควรนุ่งผ้าห่มผ้ากาสาวะ อย่างไร อนึ่ง ภิกษุและภิกษุณีทั้งหลายในอนาคต จักเป็นผู้มีจิตใจชั่ว ร้าย ไม่เอื้อเฟื้อ จักข่มขี่ภิกษุทั้งหลายผู้คงที่ มีเมตตาจิต แม้ภิกษุ ทั้งหลายที่เป็นคนโง่เขลา มีปัญญาทราม ไม่สำรวมอินทรีย์ กระทำ ตามความใคร่ ถึงพระเถระให้ศึกษาการใช้สอยผ้าจีวร ก็จักไม่เชื่อฟัง พวกภิกษุที่โง่เขลาเหล่านั้น อันพระเถระทั้งหลายให้การศึกษาแล้วเหมือน อย่างนั้น จักไม่เคารพกันและกัน ไม่เอื้อเฟื้อในพระอุปัชฌายาจารย์ จักเป็นเหมือนม้าพิการไม่เอื้อเฟื้อนายสารถี ฉะนั้น ในกาลภายหลังแต่ ตติยสังคายนา ภิกษุและภิกษุณีทั้งหลาย ในอนาคต จักปฏิบัติอย่างนี้. ครั้นพระปุสสเถระแสดงมหาภัยอันจะบังเกิดขึ้น ในกาลภายหลังอย่างนี้แล้ว เมื่อจะ ให้โอวาทภิกษุที่ประชุมกัน ณ ที่นั้นอีก จึงได้กล่าวคาถา ๓ คาถา ความว่า ภัยอย่างใหญ่หลวงที่จะทำอันตรายต่อข้อปฏิบัติ ย่อมมาในอนาคตอย่างนี้ ก่อน ขอท่านทั้งหลาย จงเป็นผู้ว่าง่าย จงพูดแต่ถ้อยคำที่สละสลวย มีความเคารพกันและกัน มีจิตเมตตากรุณาต่อกัน จงสำรวมในศีล ปรารภความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยวบากบั่นอย่างมั่นเป็นนิตย์ ขอท่าน ทั้งหลายจงเห็นความประมาท โดยความเป็นภัย และจงเห็นความไม่ ประมาทโดยความเป็นของปลอดภัย แล้วจงอบรมอัฏฐังคิกมรรค เมื่อ ทำได้ดังนี้แล้ว ย่อมจะบรรลุนิพพานอันเป็นทางไม่เกิดไม่ตาย.

จุฬาฯ ข้อ ๙๔๙· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ฤๅษีปัณฑรสโคตรได้พบเห็นภิกษุมากรูป ผู้น่าเลื่อมใส อบรมตน สำรวมดีแล้ว ได้สอบถามพระปุสสเถระว่า

จุฬาฯ ข้อ ๙๕๐· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ในกาลภายหน้า ภิกษุทั้งหลายในพระศาสนานี้ จะมีความพอใจอย่างไร มีความประสงค์อย่างไร มีอากัปกิริยาอย่างไร ข้าพเจ้าเรียนถามท่านแล้ว นิมนต์บอกความข้อนั้นด้วยเถิด (พระปุสสเถระไดักล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๙๕๑· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ท่านปัณฑรสฤๅษี เชิญท่านฟังคำของอาตมา ขอเชิญตั้งใจจดจำให้ดี อาตมาจะบอกข้อความที่ท่านถามถึงอนาคตแก่ท่าน

จุฬาฯ ข้อ ๙๕๒· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ในกาลภายหน้า ภิกษุทั้งหลายส่วนมาก จักเป็นผู้มักโกรธ ผูกโกรธ ลบหลู่คุณท่าน หัวดื้อ โอ้อวด ริษยา และมีวาทะขัดแย้งกัน

จุฬาฯ ข้อ ๙๕๓· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

มีความสำคัญในสัทธรรมที่ยังไม่รู้ ไม่เห็นว่ารู้ ว่าเห็น มีความคิดในธรรมที่ลึกซึ้งว่าตื้น เป็นคนเบา ไม่หนักแน่นในธรรม ไม่เคารพกันและกัน

จุฬาฯ ข้อ ๙๕๔· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ในกาลภายหน้า โทษเป็นอันมาก จะเกิดขึ้นในสัตว์โลก ภิกษุทั้งหลายผู้ไร้ความคิด จะทำธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ดีแล้วนี้ ให้มัวหมอง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๙๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๗. ติงสนิบาต] ๑. ปุสสเถรคาถา

จุฬาฯ ข้อ ๙๕๕· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ทั้งจะเสื่อมจากคุณธรรม กล้าพูดในท่ามกลางสงฆ์ มีพวกมาก ปากจัด ไม่ยอมรับฟัง(ความคิดเห็นของผู้อื่น)

จุฬาฯ ข้อ ๙๕๖· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ฝ่ายพวกที่มีคุณธรรม พูดในท่ามกลางสงฆ์ตามความเป็นจริง ละอายใจ ไม่ต้องการผลประโยชน์จักมีพวกน้อย

จุฬาฯ ข้อ ๙๕๗· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ในกาลภายหน้า ภิกษุทั้งหลายจะมีปัญญาทราม พากันยินดี เงิน ทอง ไร่นา สวน แพะ แกะ และคนใช้ชายหญิง

จุฬาฯ ข้อ ๙๕๘· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

จะเป็นคนอันธพาล ชอบมุ่งแต่จะตำหนิติเตียน ไม่ตั้งมั่นในศีล ถือตัวจัด โหดร้าย เที่ยวไป ชอบก่อการทะเลาะวิวาท

จุฬาฯ ข้อ ๙๕๙· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ทั้งจะมีใจฟุ้งซ่าน นุ่งห่มแต่จีวรสีเขียว เที่ยวทำตัวดังพระอริยะ

จุฬาฯ ข้อ ๙๖๐· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

จะใช้น้ำมันแต่งผมให้งดงาม เป็นคนเหลาะแหละเหลวไหล ใช้ยาหยอดแต่งตา นุ่งห่มจีวรสีงาช้าง เที่ยวไปตามถนนหนทาง

จุฬาฯ ข้อ ๙๖๑· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

จะรังเกียจผ้ากาสาวะซึ่งย้อมดีแล้ว ที่พระอริยะทั้งหลายไม่รังเกียจ เป็นธงชัยของพระอรหันต์ ชอบใช้แต่ผ้าขาว

จุฬาฯ ข้อ ๙๖๒· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

จะมุ่งแต่ลาภ เกียจคร้าน มีความเพียรย่อหย่อน รังเกียจเสนาสนะป่า ชอบอยู่แต่เสนาสนะใกล้บ้าน

จุฬาฯ ข้อ ๙๖๓· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

จะไม่สำรวม เที่ยวประพฤติตามพวกภิกษุ ที่ยินดีในมิจฉาชีพ ได้ลาภอยู่เสมอๆ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๙๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๗. ติงสนิบาต] ๑. ปุสสเถรคาถา

จุฬาฯ ข้อ ๙๖๔· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ในกาลภายหน้า ภิกษุทั้งหลายจะไม่บูชายกย่องเหล่าภิกษุผู้ไม่ มีลาภ ทั้งจะไม่คบค้าสมาคมกับเหล่าภิกษุผู้รักษาศีลดี ซึ่งเป็นนักปราชญ์

จุฬาฯ ข้อ ๙๖๕· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

จะห่มจีวรสีแดงที่คนป่าชอบย้อมใช้ พากันติเตียนผ้ากาสาวะซึ่งเป็นธงชัยของตน บางพวกก็จะห่มจีวรสีขาว ซึ่งเป็นธงชัยของพวกเดียรถีย์

จุฬาฯ ข้อ ๙๖๖· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ในกาลภายหน้า ภิกษุเหล่านั้นจะไม่มีความเคารพในผ้ากาสาวะ ทั้งจะไม่พิจารณาใช้ผ้ากาสาวะ

จุฬาฯ ข้อ ๙๖๗· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

การไม่คิดพิจารณาให้ดี ได้เป็นความเลวร้ายอย่างใหญ่หลวงของพญาช้าง ที่ถูกลูกศรเสียบแทง ถูกทุกขเวทนาครอบงำทุรนทุรายอยู่

จุฬาฯ ข้อ ๙๖๘· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

เพราะครั้งนั้น พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาช้างฉัททันต์ ได้เห็นผ้ากาสาวะ ซึ่งโสณุตตรพรานคลุมร่างไว้ ที่ย้อมดีแล้วเป็นธงชัยของพระอรหันต์ ได้กล่าวภาษิตที่ประกอบด้วยประโยชน์ในขณะนั้นแหละว่า

จุฬาฯ ข้อ ๙๖๙· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ผู้ใดยังมีกิเลสดุจน้ำฝาด ปราศจากทมะ และสัจจะ จะนุ่งห่มผ้ากาสาวะ ผู้นั้นไม่ควรที่จะนุ่งห่มผ้ากาสาวะเลย

จุฬาฯ ข้อ ๙๗๐· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ส่วนผู้ใดพึงคลายกิเลสดุจน้ำฝาด ตั้งมั่นดีแล้วในศีล ประกอบด้วยทมะและสัจจะ ผู้นั้นแหละควรที่จะนุ่งห่มผ้ากาสาวะได้ @เชิงอรรถ : @ ความฝึกอินทรีย์ (ขุ.เถร.อ. ๒/๙๖๙/๔๐๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๙๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๗. ติงสนิบาต] ๑. ปุสสเถรคาถา

จุฬาฯ ข้อ ๙๗๑· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ผู้ใดมีศีลวิบัติ มีปัญญาทราม ไม่สำรวมอินทรีย์ ชอบทำตามความพอใจ มีจิตฟุ้งซ่าน ทั้งไม่บริสุทธิ์ ผู้นั้นไม่ควรที่จะนุ่งห่มผ้ากาสาวะเลย

จุฬาฯ ข้อ ๙๗๒· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ส่วนผู้ใดสมบูรณ์ด้วยศีล ปราศจากราคะ มีจิตตั้งมั่นดี มีความดำริในใจใสสะอาด ผู้นั้นแหละ ควรที่จะนุ่งห่มผ้ากาสาวะได้

จุฬาฯ ข้อ ๙๗๓· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ผู้ที่ไม่มีศีล ฟุ้งซ่าน มีมานะจัด เป็นคนพาล ควรที่จะนุ่งห่มผ้าขาวเท่านั้น ผ้ากาสาวะจะช่วยอะไรได้

จุฬาฯ ข้อ ๙๗๔· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ในกาลภายหน้า ทั้งพวกภิกษุและภิกษุณี ผู้มีใจชั่ว ไม่เอื้อเฟื้อ จะข่มขี่ฝ่ายที่คงที่มีจิตเมตตา

จุฬาฯ ข้อ ๙๗๕· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

พวกที่เป็นคนโง่เขลา มีปัญญาทราม ไม่สำรวมอินทรีย์ ชอบทำตามความพอใจ ถึงพระเถระทั้งหลาย จะสอนให้ครองจีวร ก็จักไม่เชื่อฟัง

จุฬาฯ ข้อ ๙๗๖· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

พวกเธอซึ่งเป็นคนโง่เขลา พระอุปัชฌาย์อาจารย์สอนอย่างนั้น ก็จะไม่เคารพกันและกัน ไม่เอื้อเฟื้อพระอุปัชฌาย์อาจารย์ เหมือนม้าพยศไม่ยอมให้สารถีฝึก

จุฬาฯ ข้อ ๙๗๗· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ครั้นกาลภายหลัง(ตติยสังคายนา)ผ่านไปแล้ว พวกภิกษุและภิกษุณีในกาลภายหน้า จักปฏิบัติกันอย่างนี้ (ครั้นพระปุสสเถระแสดงภัยอย่างใหญ่หลวงที่ยังมาไม่ถึงนั้นจะมาถึงในกาลภายหน้าอย่างนั้น เมื่อจะให้โอวาทแก่ภิกษุทั้งหลายที่ประชุมกัน ณ ที่นั้นอีก จึงได้กล่าว ๓ ภาษิตเหล่านี้ว่า)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๙๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๗. ติงสนิบาต] ๒. สารีปุตตเถรคาถา

จุฬาฯ ข้อ ๙๗๘· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ภัยอย่างใหญ่หลวงซึ่งยังมาไม่ถึงนี้ จะมาถึงข้างหน้า ขอท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ว่าง่าย พูดจาอ่อนหวาน มีความเคารพกันและกัน

จุฬาฯ ข้อ ๙๗๙· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

มีจิตเมตตากรุณา สำรวมในศีล ปรารภความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว บากบั่นมั่นคงเป็นประจำเถิด

จุฬาฯ ข้อ ๙๘๐· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ขอชนทั้งหลายจงเห็นความประมาทโดยเป็นสิ่งที่น่ากลัว และเห็นความไม่ประมาทโดยเป็นสิ่งที่เกษม แล้วบำเพ็ญอัฏฐังคิกมรรคที่จะบรรลุอมตบท ได้ ๒. สารีปุตตเถรคาถา ภาษิตของพระสารีบุตรเถระ (พระสารีบุตรเถระเมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตแก่ภิกษุทั้งหลาย จึงได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๙๘๑· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ผู้ใดมีสติประพฤติเหมือนผู้สำรวมกาย เหมือนสัตบุรุษ ไม่ประมาท เหมือนผู้สำรวมความคิด ยินดีในการเจริญกรรมฐานไว้ภายใน มีจิตตั้งมั่นดีอยู่ผู้เดียว สันโดษ นักปราชญ์ทั้งหลาย เรียกผู้นั้นว่าเป็นภิกษุ

จุฬาฯ ข้อ ๙๘๒· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

ภิกษุ เมื่อฉันอาหารสดก็ตาม แห้งก็ตาม ไม่พึงฉันให้อิ่มเกินไป ไม่พึงฉันให้น้อยเกินไป พึงฉันแต่พอประมาณ พึงมีสติอยู่

จุฬาฯ ข้อ ๙๘๓· จับคู่โดยอนุมานจากการเรียงคำแปล

พึงเลิกฉันก่อนอิ่ม ๔-๕ คำ แล้วดื่มน้ำ เท่านี้ก็เพียงพอเพื่ออยู่ผาสุก ของภิกษุผู้มีใจเด็ดเดี่ยวมุ่งนิพพาน @เชิงอรรถ : @ นิพพาน (ขุ.เถร.อ. ๒/๙๘๐/๔๐๗)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๐๐}

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อรรถกถา

คำอธิบายชั้นหลัง — ไม่ใช่พุทธพจน์

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

1 คัมภีร์ · 297 ย่อหน้า — โหลดเมื่อคุณเปิดอ่าน ไม่อยู่ในหน้านี้ตั้งแต่แรก

เปิดหน้าของฉบับนี้ · ขุททกนิกาย เถรคาถา ติงสนิบาต ๑. ปุสสเถรคาถา

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

การจับคู่ข้อของฉบับมหาจุฬาฯ

ตัวบทสามฉบับต่อข้อ เรียง บาลี → ฉบับหลวง → ฉบับมหาจุฬาฯ · เลือกแสดงทั้งสามหรือทีละฉบับได้ที่แถบเครื่องมือ

ในหน่วยนี้: 0 ข้อตามเลขอ้างอิง SuttaCentral · 35 ข้อโดยอนุมาน — ยังไม่มีคู่ใดที่คนตรวจ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ