คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๔ ภูริปญฺหาชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๔. ภูริปัญหาชาดก ว่าด้วยคนไม่ดี ๔ จำพวก
๑๔. ภูริปัญญชาดก (๔๕๒) ว่าด้วยผู้มีปัญญากว้างขวาง (พระราชาตรัสว่า)
สจฺจํ กิร ตุวมฺปิ ภูริปญฺญ ยา ตาทิสี สิรี ธิติ มติ จ น ตายเต ภาววสูปนีตํ โย ยวกํ ภุญฺชสิ อปฺปสูปํ ฯ
ดูกรท่านผู้มีปัญญากว้างขวาง ได้ยินว่า คำที่ท่านอาจารย์เสนกะกล่าวนั้น เป็นความจริง ท่านเป็นผู้มีปัญญา มีศิริ มีความเพียร มีความคิดมั่นคง แม้ท่านเป็นผู้มีปัญญา มีศิริ มีความเพียร มีความคิดมั่นคงเช่นนั้น ก็ป้องกันความเข้าถึงอำนาจแห่งความฉิบหายไม่ได้ ท่านจึงต้องกินข้าว แดงไม่มีแกง.
ท่านผู้มีปัญญากว้างขวาง ได้ยินว่า คำที่ท่านอาจารย์เสนกกล่าวเป็นความจริง เพราะสิริ ความเพียร และปัญญาคุ้มครองท่าน ผู้ตกอยู่ในอำนาจของความเสื่อมไม่ได้ ท่านจึงต้องบริโภคก้อนข้าวเหนียวที่มีแกงน้อย (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
สุขํ ทุกฺเขน ปริปาจยนฺโต กาลากาลํ วิจินํ ฉนฺทฉนฺโน อตฺถสฺส ทฺวารานิ อปาปุรนฺโต เตนาหํ ตุสฺสามิ ยโวทเนน ฯ
เราทำความสุขเดิมของเราให้เจริญได้ด้วยความยาก เมื่อพิจารณากาล อันควรและไม่ควร จึงหลบอยู่ตามความพอใจ เปิดช่องประโยชน์ให้แก่ตน ด้วยเหตุนั้น เราได้ยินดีด้วยข้าวแดง.
เราเมื่อเพิ่มพูนความสุขด้วยความลำบาก พิจารณาดูกาลอันควรไม่ควร จึงหลบซ่อนตามความพอใจ แต่ไม่ปิดช่องทางแห่งประโยชน์ ด้วยเหตุนั้น จึงพอใจกินข้าวเหนียว
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๑๔. ภูริปัญญชาดก (๔๕๒)
กาลญฺจ ญตฺวา อภิชิหนาย มนฺเตหิ อตฺถํ ปริปาจยิตฺวา วิชมฺภิสํ สีหวิชมฺภิตานิ ตายิทฺธิยา ทกฺขสิ มํ ปุนาปิ ฯ
ก็เรารู้จักกาลเพื่อกระทำความเพียร ยังประโยชน์ให้เจริญด้วยความรู้ของ ตนเอง อาจอยู่ เหมือนความองอาจแห่งราชสีห์ ฉะนั้น ท่านจักได้เห็น เราพร้อมด้วยความสำเร็จนั้นอีก.
อนึ่ง เรารู้เวลาที่จะทำความเพียร และเพิ่มพูนประโยชน์ด้วยปัญญาทั้งหลาย เยื้องย่างอย่างการเยื้องกรายแห่งราชสีห์ แม้ต่อไปท่านก็จะเห็นเราด้วยความสำเร็จอันนั้น (พระราชาเมื่อจะทรงทดลองบัณฑิต จึงตรัสว่า)
สุขีปิ เหเก น กโรนฺติ ปาปํ อวณฺณสํสคฺคภยา ปุเนเก ปหูสมาโน วิปุลตฺถจินฺตี กึการณา เม น กโรสิ ทุกฺขํ ฯ
ก็บุคคลบางพวก แม้จะมีความสุขก็ไม่ทำบาป บุคคลอีกพวกหนึ่งไม่ ทำบาป เพราะเกรงกลัวต่อการเกี่ยวข้องด้วยความติเตียน ท่านเป็นคน สามารถ มีความคิดกว้างขวาง เหตุไร จึงไม่ทำทุกข์ให้เกิดแก่เรา?
ก็คนพวกหนึ่งแม้มีความสุขก็ไม่ทำความชั่ว คนอีกพวกหนึ่งเพราะกลัวการเกี่ยวข้อง กับการถูกติเตียนจึงไม่ทำความชั่ว ส่วนท่านเป็นผู้มีความคิดกว้างขวางมาก เพราะเหตุไร จึงไม่ก่อทุกข์ให้แก่เรา (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
น ปณฺฑิตา อตฺตสุขสฺส เหตุ ปาปานิ กมฺมานิ สมาจรนฺติ ทุกฺเขน ผุฏฺฐา ขลิตาปิ สนฺตา ฉนฺทา จ โทสา น ชหนฺติ ธมฺมํ ฯ
บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่ประพฤติกรรมอันเป็นบาป เพราะเหตุแห่งความสุข ของตน ถูกทุกข์กระทบแล้ว แม้จะพลาดพลั้งลงไปก็สงบอยู่ได้ ไม่ ละทิ้งธรรมเพราะความรักและความชัง.
ธรรมดาบัณฑิตไม่ประพฤติกรรมชั่วเพราะเหตุความสุขแห่งตน แม้ถูกความทุกข์กระทบถูกต้องพลั้งพลาดไป ก็สงบอยู่ได้ ไม่ละทิ้งธรรม เพราะความรักและความชัง (พระราชาตรัสมายากษัตริย์ว่า)
เยนเกนจิ วณฺเณน มุทุนา ทารุเณน วา อุทฺธเร ทีนมตฺตานํ ปจฺฉา ธมฺมํ สมาจเร ฯ
บุคคลควรถอนตนผู้เข็ญใจขึ้น ด้วยเพศที่อ่อนแอหรือแข็งแรงอย่างใด อย่างหนึ่ง ภายหลังจึงประพฤติธรรม.
บุคคลพึงยกตนที่ต่ำช้าขึ้นด้วยเหตุเล็กน้อยหรือรุนแรง อย่างใดอย่างหนึ่งก่อน ภายหลังพึงประพฤติธรรม (พระโพธิสัตว์แสดงอุปมาด้วยต้นไม้ว่า)
ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย นิสีเทยฺย สเยยฺย วา น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก ฯ
บุคคลนอน หรือนั่งที่ร่มเงาแห่งต้นไม้ใด ไม่พึงหักรานกิ่งแห่งต้นไม้ นั้น เพราะบุคคลผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนชั่วช้า.
บุคคลนั่งก็ตาม นอนก็ตามที่ร่มเงาต้นไม้ใด ไม่ควรหักรานกิ่งต้นไม้นั้น เพราะว่าคนประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวทราม
ยสฺสาปิ ธมฺมํ ปุริโส วิชญฺญา เย จสฺส กงฺขํ วินยนฺติ สนฺโต ตํ หิสฺส ทีปญฺจ ปรายนญฺจ น เตน เมตฺตึ ชิรเยถ ปญฺโญ ฯ
บุรุษรู้แจ้งธรรมแต่สำนักอาจารย์ใด อนึ่ง การที่สัตบุรุษทั้งหลาย กำจัด ความสงสัยของบุรุษนั้นนั่นและ ชื่อว่าเป็นดังเกาะหรือเป็นที่พึ่งพา ของ บุรุษนั้น คนมีปัญญาไม่พึงละมิตรภาพ กับอาจารย์เช่นนั้น.
คนผู้รู้แจ้งธรรมแต่สำนักอาจารย์ใด อนึ่ง การที่สัตบุรุษทั้งหลายกำจัดความสงสัยของคนผู้นั้นได้ นั่นแหละนับว่าเป็นที่พึ่ง ที่พำนักของเขา คนผู้มีปัญญาไม่พึงทำลายไมตรีกับอาจารย์นั้นเลย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๑๕. มหามังคลชาดก (๔๕๓) (พระโพธิสัตว์อนุศาสน์พระราชาว่า)
อลโส คิหี กามโภคี น สาธุ อสญฺญโต ปพฺพชิโต น สาธุ ราชา น สาธุ อนิสมฺมการี โย ปณฺฑิโต โกธโน ตํ น สาธุ ฯ
คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามคุณ เป็นคนเกียจคร้าน ไม่ดี บรรพชิต ผู้ไม่สำรวม ระวัง ไม่ดี พระราชาไม่ทรงพิจารณาเสียก่อน แล้วประกอบราชกิจ ไม่ดี บัณฑิตมักโกรธ ก็ไม่ดี.
คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเกียจคร้านไม่ดี บรรพชิตไม่สำรวมไม่ดี พระราชาไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วทำไม่ดี การที่บัณฑิตโกรธไม่ดี
นิสมฺม ขตฺติโย กยิรา นานิสมฺม ทิสมฺปติ นิสมฺมการิโน ราช ยโส กิตฺตี จ วฑฺฒตีติ ฯ ภูริปญฺหาชาตกํ จุทฺทสมํ ฯ ---------
ข้าแต่พระราชา กษัตริย์ควรพิจารณาก่อน แล้วจึงค่อยประกอบราชกิจ ไม่พิจารณาก่อนไม่ควรประกอบราชกิจ พระยศและพระเกียรติ ย่อม เจริญแก่พระราชาผู้ทรงพิจารณาเสียก่อน แล้วจึงประกอบราชกิจ. จบ ภูริปัญหาชาดกที่ ๑๔.
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งทิศ กษัตริย์ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วจึงควรทำ ไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วไม่ควรตัดสิน ยศและเกียรติย่อมเจริญแด่พระราชาผู้ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำภูริปัญญชาดกที่ ๑๔ จบ
คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
อรรถกถา
คำอธิบายชั้นหลัง — ไม่ใช่พุทธพจน์
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก1 คัมภีร์ · 3 ย่อหน้า — โหลดเมื่อคุณเปิดอ่าน ไม่อยู่ในหน้านี้ตั้งแต่แรก
เปิดหน้าของฉบับนี้ · ภูริปัญหาชาดก ว่าด้วย คนไม่ดี ๔ จำพวกคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
การจับคู่ข้อของฉบับมหาจุฬาฯ
ตัวบทสามฉบับต่อข้อ เรียง บาลี → ฉบับหลวง → ฉบับมหาจุฬาฯ · เลือกแสดงทั้งสามหรือทีละฉบับได้ที่แถบเครื่องมือ
ในหน่วยนี้: 9 ข้อตามเลขอ้างอิง SuttaCentral · 1 ข้อโดยอนุมาน — ยังไม่มีคู่ใดที่คนตรวจ