คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

บาลี

๔ เนมิราชชาตกํ

ฉบับหลวง

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ ๔. เนมิราชชาดก พระเจ้าเนมิราชทรงบำเพ็ญอธิษฐานบารมี

ฉบับมหาจุฬาฯ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑) ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑) ว่าด้วยพระเจ้าเนมิทรงบำเพ็ญอธิษฐานบารมี (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ฉบับมหาจุฬาฯ ของหน่วยนี้แสดงเป็นช่วงเดียวท้ายหน่วย (ข้อ ๔๒๑–๕๘๙ ตามเลขของฉบับมหาจุฬาฯ) ไปที่ฉบับมหาจุฬาฯ

บาลี

|๕๒๕.๑| อจฺเฉรํ วต โลกสฺมึ อุปฺปชฺชนฺติ วิจกฺขณา ยทา อหุ นิมิราชา ปณฺฑิโต กุสลตฺถิโก |๕๒๕.๒| ราชา สพฺพวิเทหานํ อทา ทานํ อรินฺทโม ฯ ตสฺส ตํ ททโต ทานํ สงฺกปฺโป อุปปชฺชถ ทานํ วา พฺรหฺมจริยํ วา กตมํ สุ มหปฺผลํ ฯ

ฉบับหลวง

น่าอัศจรรย์จริงหนอ เมื่อใด พระเนมิราชเจ้าผู้เป็นบัณฑิต เป็นพระ- ราชาผู้ปราบอริราชศัตรู มีพระประสงค์ด้วยกุศล ทรงให้ทานแก่ชาว วิเทหรัฐทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว เมื่อนั้นบุคคลผู้มีปัญญาทั้งหลาย ย่อมบังเกิดขึ้นในโลก เมื่อพระเจ้าเนมิราชทรงให้ทานนั้นอยู่ เกิดพระ- ดำริขึ้นว่า ทานหรือพรหมจรรย์อย่างไหนมีผลมากหนอ.

บาลี

|๕๒๖.๑| ตสฺส สงฺกปฺปมญฺญาย มฆวา เทวกุญฺชโร สหสฺสเนตฺโต ปาตุรหุ วณฺเณน วิหตนฺตมํ ฯ |๕๒๖.๒| สโลมหฏฺโฐ มนุชินฺโท วาสวํ อวจา นิมิ เทวตา นุสิ คนฺธพฺโพ อาทู สกฺโก ปุรินฺทโท ฯ |๕๒๖.๓| น จ เมตาทิโส วณฺโณ ทิฏฺโฐ วา ยทิวา สุโต อาจิกฺข เม ตฺวํ ภทฺทนฺเต กถํ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ |๕๒๖.๔| สโลมหฏฺฐํ ญตฺวาน วาสโว อวจา นิมึ สกฺโกหมสฺมิ เทวินฺโท อาคโตสฺมิ ตวนฺติเก อโลมหฏฺโฐ มนุชินฺท ปุจฺฉ ปญฺหํ ยมิจฺฉสิ ฯ |๕๒๖.๕| โส จ เตน กโตกาโส วาสวํ อวจา นิมิ ปุจฺฉามิ ตํ มหาราช สพฺพภูตานมิสฺสร ทานํ วา พฺรหฺมจริยํ วา กตมํ สุ มหปฺผลํ ฯ |๕๒๖.๖| โส ปุฏฺโฐ นรเทเวน วาสโว อวจา นิมึ วิปากํ พฺรหฺมจริยสฺส ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๒๖.๗| หีเนน พฺรหฺมจริเยน ขตฺติเย อุปปชฺชติ มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ อุตฺตเมน วิสุชฺฌติ ฯ |๕๒๖.๘| น เหเต สุลภา กายา ยาจโยเคน เกนจิ เย กาเย อุปปชฺชนฺติ อนาคารา ตปสฺสิโน ฯ

ฉบับหลวง

ท้าวมัฆวานเทพกุญชรสหัสสเนตร ทรงทราบพระดำริของพระเจ้าเนมิราช แล้ว ทรงกำจัดความมืดด้วยพระรัศมีปรากฏขึ้น พระเจ้าเนมิราชจอม มนุษย์มีพระโลมชาติชูชัน ได้ตรัสถามท้าววาสวะว่า ท่านเป็นเทวดา เป็นคนธรรพ์ หรือ เป็นท้าวสักกปุรินททะ รัศมีของท่านเช่นนั้น ข้าพเจ้าไม่ได้เห็นหรือไม่ได้ยินมาเลย ขอท่านจงบอกแก่ข้าพเจ้า ขอ ความเจริญจงมีแก่ท่าน ข้าพเจ้าจะรู้จักท่านได้อย่างไร ท้าววาสวะทรง ทราบว่า พระเจ้าเนมิราชมีพระโลมชาติชูชันได้ตรัสตอบว่า หม่อมฉัน เป็นท้าวสักกรินทร์เทวราช มาในสำนักของพระองค์ ดูกรพระองค์ผู้เป็น จอมมนุษย์ พระองค์อย่าทรงมีพระโลมชาติชูชัน เชิญตรัสถามปัญหา ตามที่ทรงพระประสงค์เถิด พระเจ้าเนมิราช ทรงได้โอกาสนั้นแล้ว จึง ตรัสถามท้าววาสวะว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ผู้เป็นใหญ่แห่งปวงภูต หม่อมฉันขอทูลถาม พระองค์ว่า ทานหรือพรหมจรรย์อย่างไหนมีผล มาก ท้าววาสวะอันพระเจ้าเนมิราชผู้ประเสริฐกว่านรชนตรัสถามแล้ว ทรงทราบวิบากแห่งพรหมจรรย์ จึงได้ตรัสบอกแก่พระเจ้าเนมิราชผู้ไม่ ทรงทราบว่า บุคคลย่อมบังเกิดในขัตติยสกุลเพราะพรหมจรรย์อย่างเลว บุคคลย่อมเข้าถึงความเป็นเทวดาเพราะพรหมจรรย์ปานกลาง บุคคลย่อม บริสุทธิ์เพราะพรหมจรรย์อย่างสูงสุด หมู่พรหมเหล่านี้อันใครๆ จะ พึงได้ง่ายๆ ด้วยประกอบการวิงวอนก็หาไม่ บุคคลต้องเป็นผู้ไม่มีเรือน บำเพ็ญตบธรรม จึงจะบังเกิดในหมู่พรหม.

บาลี

|๕๒๗.๑| ทุทีโป สาคโร เสโล มุจลินฺโท ภคีรโส อุสินฺนโร อตฺถโก จ อสฺสโก จ ปุถุทฺธโน ฯ |๕๒๗.๒| เอเต จญฺเญ จ ราชาโน ขตฺติยาย พฺราหฺมณา พหู ปุถุยญฺญํ ยชิตฺวาน เปตตฺตํ นาติวตฺตึสุ ฯ

ฉบับหลวง

พระราชาเหล่านี้ คือ พระเจ้าทุทีปราช พระเจ้าสาครราช พระเจ้า- เสลราช พระเจ้ามุจลินทราช พระเจ้าภคีรสราช พระเจ้าอุสินนรราช พระเจ้าอัตถกราช พระเจ้าอัสสกราช พระเจ้าปุถุทธนราช และกษัตริย์ เหล่าอื่นทั้งพราหมณ์เป็นอันมาก บูชายัญมากมายแล้ว ไม่ล่วงพ้นความ ละโลกนี้ไป.

บาลี

เย อทุติยา น รมนฺติ เอกิกา วิเวกชํ เย น ลภนฺติ ปีตึ กิญฺจาปิ เต อินฺทสมานโภคา เต เว ปราธีนสุขา วรากา ฯ

ฉบับหลวง

ชนเหล่าใดไม่มีเพื่อนสอง อยู่คนเดียว ย่อมไม่รื่นรมย์ ย่อมไม่ได้ปีติ อันเกิดแต่วิเวก ชนเหล่านั้นถึงจะมีโภคสมบัติเสมอด้วยทิพสมบัติของ พระอินทร์ ถึงกระนั้นก็ชื่อว่าเป็นคนเข็ญใจเพราะความสุขที่ต้องอาศัย ผู้อื่น.

บาลี

|๕๒๙.๑| อทฺธายิเม อติวตฺตึสุ อนาคารา ตปสฺสิโน สตฺติสโย ยามหนุ โสมยาโค มโนชโว ฯ |๕๒๙.๒| สมุทฺโท มาโฆ ภรโต อิสิ กาลปุรกฺขิโต องฺคีรโส กสฺสโป จ กีสวจฺโฉ อกนฺติ จ ฯ

ฉบับหลวง

ฤาษี ๗ ตนเหล่านั้น คือ ยามหนุฤาษี โสมยาคฤาษี มโนชฤาษี สมุททฤาษี มาฆฤาษี ภรตฤาษี และกาลปุรักขิตฤาษี และฤาษีอีก ๔ ตน คือ อังคีรสฤาษี กัสสปฤาษี กีสวัจฉฤาษี อกันติฤาษี ผู้ไม่มีเรือน บำเพ็ญตบะ ล่วงพ้นกามาวจรภพได้แล้ว.

บาลี

|๕๓๐.๑| อุตฺตเรน นที สีทา คมฺภีรา ทุรติกฺกมา นฬคฺคิวณฺณา โชตนฺติ สทา กญฺจนปพฺพตา ฯ |๕๓๐.๒| ปรุฬฺหคจฺฉา ตคฺครา ปรุฬฺหคจฺฉา วนา นคา ตตฺราสุํ ทสสหสฺสา โปราณา อิสโย ปุเร ฯ |๕๓๐.๓| อหํ เสฏฺโฐสฺมิ ทาเนน สญฺญเมน ทเมน จ อนุตฺตรํ วตํ กตฺวา ปกีรจารี สมาหิเต ฯ |๕๓๐.๔| ชาติมนฺตํ อชจฺจญฺจ อหมุชุคตํ นรํ อติเวลํ นมสฺสิสฺสํ กมฺมพนฺธู หิ มาณวา ฯ |๕๓๐.๕| สพฺเพ วณฺณา อธมฺมฏฺฐา ปตนฺติ นิรยํ อโธ สพฺเพ วณฺณา วิสุชฺฌนฺติ จริตฺวา ธมฺมมุตฺตมํ ฯ

ฉบับหลวง

แม่น้ำชื่อสีทามีอยู่ทางด้านทิศอุดร เป็นแม่น้ำลึก ข้ามได้ยาก กัญจน- บรรพตมีสีดังไฟไม้อ้อ โชติช่วงอยู่ในกาลทุกเมื่อ ที่ฝั่งแม่น้ำนั้นมีต้น กฤษณางอกงาม มีภูเขาอื่นอีกซึ่งมีป่าไม้งอกงาม มีฤาษีเก่าแก่ประมาณ หมื่นตน อาศัยอยู่ที่ภูเขาภาคนั้น หม่อมฉันเป็นผู้ประเสริฐสุดด้วยทาน สัญญมะและทมะ หม่อมฉันอุปัฏฐากดาบสเหล่านั้นผู้บำเพ็ญวัตรอันไม่มี วัตรอื่นยิ่งกว่า ละหมู่คณะไปอยู่ผู้เดียว มีจิตมั่นคง หม่อมฉันจัก นอบน้อมนรชนผู้ปฏิบัติตรง จะมีชาติก็ตาม ไม่มีชาติก็ตาม ตลอดกาล เป็นนิตย์ เพราะว่าสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ ฉะนั้น วรรณะทั้งปวงผู้ตั้งอยู่ในอธรรม ย่อมตกนรกเบื้องต่ำ วรรณะทั้งปวง ย่อมหมดจด เพราะประพฤติธรรมอันสูงสุด.

บาลี

อิทํ วตฺวาน มาฆวา เทวราชา สุชมฺปติ เวเทหมนุสาสิตฺวา สคฺคกายํ อปกฺกมิ ฯ

ฉบับหลวง

ท้าวมัฆวานสุชัมบดีเทวราช ครั้นตรัสอย่างนี้แล้ว ทรงพร่ำสอนพระเจ้า- เนมิราชผู้ครองวิเทหรัฐแล้ว ได้เสด็จกลับไปในหมู่สวรรค์.

บาลี

|๕๓๒.๑| อิมํ โภนฺโต นิสาเมถ ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา ธมฺมิกานํ มนุสฺสานํ วณฺณํ อุจฺจาวจํ พหุํ ฯ |๕๓๒.๒| ยถา อยํ นิมิราชา ปณฺฑิโต กุสลตฺถิโก ราชา สพฺพวิเทหานํ อทา ทานํ อรินฺทโม ฯ |๕๓๒.๓| ตสฺส ตํ ททโต ทานํ สงฺกปฺโป อุปปชฺชถ ทานํ วา พฺรหฺมจริยํ วา กตมํ สุ มหปฺผลํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย ท่านทั้งหลายบรรดาที่มาประชุมกัน ณ ที่นี้ ประมาณเท่าใด จงตั้งใจฟังคุณทั้งสูงทั้งต่ำเป็นอันมากนี้ ขอมนุษย์ทั้ง- หลายผู้ตั้งอยู่ในธรรม เกิดความดำริเหมือนอย่างพระเจ้าเนมิราชผู้เป็น บัณฑิต มีพระประสงค์ด้วยกุศล เป็นพระราชาผู้ปราบอริราชศัตรู ทรง ให้ทานแก่ชาววิเทหรัฐทั้งปวง เมื่อพระเจ้าเนมิราชทรงให้ทานนั้นอยู่ เกิดพระดำริขึ้นว่า ทานหรือพรหมจรรย์อย่างไหน มีผลมากหนอ ฉะนั้น เถิด.

บาลี

อพฺภูโต วต โลกสฺมึ อุปฺปชฺชิ โสมหํสโน ทิพฺโพ รโถ ปาตุรหุ เวเทหสฺส ยสสฺสิโน ฯ

ฉบับหลวง

เกิดพิศวงขนพองซึ่งไม่เคยมีมามีขึ้นในโลกแล้วหนอ รถทิพย์ปรากฏ แล้วแก่พระเจ้าวิเทหรัฐผู้เรืองพระยศ.

บาลี

|๕๓๔.๑| เทวปุตฺโต มหิทฺธิโก มาตลิ เทวสารถิ นิมนฺตยิตฺถ ราชานํ เวเทหํ มิถิลคฺคหํ ฯ |๕๓๔.๒| เอหิมํ รถมารุยฺห ราช เสฏฺฐ ทิสมฺปติ เทวา ทสฺสนกามา เต ตาวตึสา สอินฺทกา สรมานา หิ เต เทวา สุธมฺมายํ สมจฺฉเร ฯ

ฉบับหลวง

เทพบุตรมาตลีเทพสารถีผู้มีฤทธิ์มาก เชื้อเชิญเสด็จพระเจ้าวิเทหรัฐ ผู้ ทรงสงเคราะห์ชาวเมืองมิถิลาว่า ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ผู้เป็นใหญ่ ในทิศ ขอเชิญเสด็จมาขึ้นรถนี้ เทพเจ้าชาวดาวดึงส์พร้อมด้วยพระอินทร์ ใคร่จะเห็นพระองค์ ก็เทพเจ้าเหล่านั้นระลึกถึงพระองค์ ประชุมกันอยู่ ณ สุธรรมสภา.

บาลี

|๕๓๕.๑| ตโต ราชา ตรมาโน เวเทโห มิถิลคฺคโห อาสนา วุฏฺฐหิตฺวาน ปมุโข รถมารุหิ ฯ |๕๓๕.๒| อภิรุฬฺหํ รถํ ทิพฺพํ มาตลิ เอตทพฺรวิ เกน ตํ เนมิ มคฺเคน ราช เสฏฺฐ ทิสมฺปติ เยน วา ปาปกมฺมนฺตา ปุญฺญกมฺมา จ เย นรา ฯ

ฉบับหลวง

ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหรัฐผู้ทรงสงเคราะห์ชาวเมืองมิถิลาเป็นประมุข รีบเสด็จลุกจากอาสน์ขึ้นสู่รถ มาตลีเทพสารถีได้ทูลถามพระเจ้าเนมิราช ผู้เสด็จขึ้นรถทิพย์แล้วว่า ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ผู้เป็นใหญ่ในทิศ ข้าพระองค์จะนำเสด็จพระองค์ไปโดยทางไหน คือ โดยทางที่บุคคลไป แล้วสามารถเห็นสถานที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มีกรรมอันเป็นบาป หรือ โดยทางบุคคลไปแล้ว สามารถเห็นสถานที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มีกรรม เป็นบุญ พระเจ้าข้า.

บาลี

อุภเยเนว มํ เนหิ มาตลิ เทวสารถิ เยน วา ปาปกมฺมนฺตา ปุญฺญกมฺมา จ เย นรา ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรมาตลีเทพสารถี ขอให้ท่านนำรถเราไปโดยทางทั้งสอง คือ โดยทาง ที่บุคคลไปแล้ว สามารถเห็นสถานที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มีกรรมเป็นบาป และโดยทางที่บุคคลไปแล้ว สามารถเห็นสถานที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มี กรรมเป็นบุญ.

บาลี

เกน ตํ ปฐมํ เนมิ ราช เสฏฺฐ ทิสมฺปติ เยน วา ปาปกมฺมนฺตา ปุญฺญกมฺมา จ เย นรา ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐสุด ผู้เป็นใหญ่ในทิศ ข้าพระองค์จะนำเสด็จ พระองค์ไปโดยทางไหนก่อน คือ โดยทางที่บุคคลไปแล้ว สามารถเห็น สถานที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มีกรรมเป็นบาป หรือโดยทางที่บุคคลไปแล้ว สามารถเห็นสถานที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มีกรรมเป็นบุญ พระเจ้าข้า.

บาลี

นิรยํ ตาว ปสฺสามิ อาวาสํ ปาปกมฺมินํ ฐานานิ ลุทฺทกมฺมานํ ทุสฺสีลานญฺจ ยา คติ ฯ

ฉบับหลวง

เราจะดูนรกอันเป็นที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มีกรรมอันเป็นบาป และสถาน ที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มีกรรมอันหยาบช้า ทั้งคติของเหล่านรชนผู้ทุศีล ก่อน.

บาลี

ทสฺเสสิ มาตลิ รญฺโญ ทุคฺคํ เวตรณึ นทึ กุฏฺฐิตํ ขารสํยุตฺตํ ตตฺตํ อคฺคิสิขูปมํ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถีได้ฟังพระดำรัสของพระราชาแล้ว จึงแสดงแม่น้ำเวตรณี ที่ข้ามได้ยาก ประกอบด้วยน้ำแสบเผ็ดร้อนเดือดพล่าน เปรียบดัง เปลวเพลิง.

บาลี

เนมิ หเว มาตลิมชฺฌภาสิ ทิสฺวา ชนํ ปตมานํ วิทุคฺเค ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ เยเม ชนา เวตรณึ ปตนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้าเนมิราช ทอดพระเนตรเห็นสัตว์ผู้ตกอยู่ในแม่น้ำเวตรณีที่ข้ามได้ ยาก จึงตรัสถามมาตลีเทพสารถีว่า ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัว ย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นสัตว์นรกผู้ตกอยู่ในแม่น้ำเวตรณี เราขอ ถามท่าน สัตว์เหล่านี้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงตกลงอยู่ในแม่น้ำ เวตรณี.

บาลี

|๕๔๑.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๔๑.๒| เย ทุพฺพเล พลวนฺโต ชีวโลเก หึเสนฺติ โรเสนฺติ สุปาปธมฺมา เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ เตเม ชนา เวตรณึ ปตนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถีอันพระเจ้าเนมิราชตรัสถามแล้ว ทูลพยากรณ์ตามที่ทราบ วิบากของเหล่าสัตว์ผู้มีกรรมอันเป็นบาป แก่พระเจ้าเนมิราชผู้ไม่ทรง ทราบว่า ชนเหล่าใด เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก เป็นผู้มีกำลัง มีกรรม อันเป็นบาป ย่อมเบียดเบียนด่าว่าผู้อื่นซึ่งหากำลังมิได้ ชนเหล่านั้นมี กรรมหยาบช้า กระทำบาปกรรม จึงตกลงในแม่น้ำเวตรณี พระเจ้าข้า.

บาลี

สามา จ โสณา สวลา จ คิชฺฌา กาโกลุสงฺฆา จ อเทนฺติ เภรวา ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ เยเม ชเน กาโกลุสงฺฆา อเทนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

สุนัขแดง สุนัขด่าง ฝูงแร้ง ฝูงกา อันน่าหวาดเสียว ย่อมรุมกัดจิก กินสัตว์นรก ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้ เห็นฝูงสัตว์รุมทึ้ง จิก กัด กิน สัตว์นรก เราขอถามท่าน สัตว์ เหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกฝูงการุมจิกกิน.

บาลี

|๕๔๓.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๔๓.๒| เยเกจิเม มจฺฉริโน กทริยา ปริภาสกา สมณพฺราหฺมณานํ หึเสนฺติ โรเสนฺติ สุปาปธมฺมา เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ เตเม ชเน กาโกลุสงฺฆา อเทนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถีอันพระเจ้าเนมิราชตรัสถามแล้วทูลพยากรณ์ วิบากของ เหล่าสัตว์ผู้มีกรรมอันเป็นบาปตามที่ได้ทราบ แก่พระเจ้าเนมิราชผู้ไม่ ทรงทราบว่า ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่น มี ธรรมอันลามก มักบริภาษเบียดเบียนด่าว่าสมณพราหมณ์ ชนเหล่านั้น ผู้มีกรรมหยาบช้า กระทำบาปกรรมแล้วจึงถูกฝูงการุมจิกกิน พระเจ้าข้า.

บาลี

สญฺโชติภูตา ปฐวึ กมนฺติ ตตฺเตหิ ขนฺเธหิ จ โปถยนฺติ ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ เยเม ชนา ขนฺธหตา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

สัตว์นรกเหล่านี้มีร่างกายลุกโพลง เดินเหยียบแผ่นดินเหล็ก และนาย นิรยบาลโบยด้วยท่อนเหล็กอันร้อน ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อม เกิดแก่เรา เพราะได้เห็นสัตว์นรกเหล่านี้ถูกโบยด้วยท่อนเหล็ก เราขอ ถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกเบียดเบียน ด้วยท่อนเหล็กนอนอยู่.

บาลี

|๕๔๕.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๔๕.๒| เย ชีวโลกสฺมึ สุปาปธมฺมิโน นรญฺจ นาริญฺจ อปาปธมฺมํ หึเสนฺติ โรเสนฺติ สุปาปธมฺมา เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ เตเม ชนา ขนฺธหตา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า ชนเหล่าใดเมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก มีธรรมอันลามก เบียดเบียนด่าว่าชายหญิงผู้มีธรรมเป็นกุศล ชนเหล่านั้น มีกรรมหยาบช้า กระทำบาปกรรมแล้ว จึงถูกเบียดเบียนด้วยท่อนเหล็ก นอนอยู่ พระเจ้าข้า.

บาลี

องฺคารกาสุํ อปเร ถุนนฺติ นรา รุทนฺตา ปริทฑฺฒคตฺตา ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ เยเม ชนา องฺคารกาสุํ ถุนนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

สัตว์นรกเหล่าอื่นถูกไฟไหม้ทั่วสรรพางค์กายร้องไห้ครวญครางอยู่ในหลุม ถ่านเพลิง ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้ เห็นสัตว์นรกถูกไฟไหม้ทั่วสรรพางค์กาย เราขอถามท่าน สัตว์นรก เหล่านี้ได้กระทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงร้องครวญครางอยู่ในหลุมถ่าน เพลิง.

บาลี

|๕๔๗.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๔๗.๒| เยเกจิ ปูคาย ธนสฺส เหตุ สกฺขึ กริตฺวา อิณํ ชาปยนฺติ เต ชาปยิตฺวา ชนตํ ชนินฺท เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ เตเม ชนา องฺคารกาสุํ ถุนนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน ชนเหล่าใดแต่งพยานเท็จ ก่อให้เกิดหนี้เพราะหลอกลวงเอาทรัพย์ของ ประชุมชน ชนเหล่านั้นครั้นก่อให้เกิดหนี้แก่ประชาชนแล้ว เป็นผู้มี กรรมหยาบช้า กระทำบาปกรรมแล้ว ต้องร้องครวญครางอยู่ในหลุมถ่าน เพลิง พระเจ้าข้า.

บาลี

สญฺโชติภูตา ชลิตา ปทิตฺตา ปทิสฺสติ มหตี โลหกุมฺภี ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ เยเม ชนา (อวํสิรา) โลหกุมฺภึ ปตนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

หม้อเหล็กใหญ่อันไฟติดทั่ว ลุกรุ่งเรืองโชติช่วง ย่อมปรากฏ ดูกรมาตลี เทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นหม้อเหล็กใหญ่อัน ไฟติดทั่ว ลุกรุ่งเรืองโชติช่วง เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำ บาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงตกลงในโลหกุมภี.

บาลี

|๕๔๙.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๔๙.๒| เย สีลวนฺตํ สมณํ พฺราหฺมณํ วา หึเสนฺติ โรเสนฺติ สุปาปธมฺมา เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ เตเม ชนา (อวํสิรา) โลหกุมฺภึ ปตนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า ชนเหล่าใดมีธรรมอันลามก เบียด- เบียนด่าว่าสมณพราหมณ์ผู้มีศีล ชนเหล่านั้นมีกรรมอันหยาบช้า กระทำ บาปกรรมแล้วจึงตกลงในโลหกุมภี พระเจ้าข้า.

บาลี

ลุญฺจนฺติ คีวํ อถ เวฐยิตฺวา อุโณฺหทกสฺมึ ปกิโลทยิตฺวา ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ เยเม ชนา ลุตฺตสิรา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

นายนิรยบาลผูกคอสัตว์นรกด้วยพรวนเหล็กอันลุกโพลง แล้วตัดศีรษะ โยนลงไปในน้ำร้อน ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์ นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรหนอ จึงถูกตัดศีรษะนอนอยู่.

บาลี

|๕๕๑.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๕๑.๒| เย ชีวโลกสฺมึ สุปาปธมฺมิโน ปกฺขี คเหตฺวาน วิเหฐยนฺติ เต เหฐยิตฺวา สกุณํ ชนินฺท เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ เตเม ชนา ลุตฺตสิรา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน ชนเหล่าใดเมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก มีธรรมอันลามก จับนกมาฆ่าเลี้ยง ชีพ ชนเหล่านั้นมีกรรมอันหยาบช้า ครั้นฆ่านกเลี้ยงชีพ กระทำกรรม แล้ว จึงต้องถูกตัดศีรษะนอนอยู่ พระเจ้าข้า.

บาลี

|๕๕๒.๑| พหุตโตยา อนิขาตกูลา นที อยํ สนฺทติ สุปฺปติตฺถา ฆมฺมาภิตตฺตา มนุชา ปิวนฺติ ปิวตญฺจ เตสํ ถุส โหติ ปานิ |๕๕๒.๒| ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ ปิวตญฺจ เตสํ ถุส โหติ ปานิ ฯ

ฉบับหลวง

แม่น้ำนี้มีน้ำมาก ตลิ่งไม่สูง มีท่าน้ำราบเรียบไหลอยู่เสมอ สัตว์นรก ผู้เร่าร้อนเพราะความร้อนแห่งไฟ จะดื่มน้ำ แต่เมื่อสัตว์นรกเหล่านั้นจะ ดื่ม น้ำย่อมกลายเป็นแกลบ ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิด แก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์เหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์ นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ เมื่อจะดื่มน้ำ น้ำจึงกลายเป็น แกลบไป.

บาลี

|๕๕๓.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๕๓.๒| เย สุทฺธธญฺญํ ปลาเสน มิสฺสํ อสุทฺธกมฺมา กยิโน ททนฺติ ฆมฺมาภิตตฺตาน ปิปาสิตานํ ปิวตญฺจ เตสํ ถุส โหติ ปานิ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่าใด มีกรรมอันไม่ บริสุทธิ์ เอาข้าวลีบแกลบ หรือทรายเป็นต้น ปนข้าวเปลือกขายให้แก่ ผู้ซื้อ เมื่อสัตว์นรกเหล่านั้น มีความร้อนเพราะความร้อนแห่งไฟ กระ- หายน้ำ จะดื่มน้ำ น้ำจึงกลายเป็นแกลบไป พระเจ้าข้า.

บาลี

อุสูหิ สตฺตีหิ จ โตมเรหิ อุภยานิ ปสฺสานิ ตุทนฺติ กนฺทตํ ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ เยเม ชนา สตฺติหตา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

นายนิรยบาลเอาลูกศร หอกและโตมร แทงข้างทั้งสองของสัตว์นรก ผู้คร่ำครวญอยู่ ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดขึ้นแก่เรา เพราะ ได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกแทงด้วยหอกนอนอยู่.

บาลี

|๕๕๕.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๕๕.๒| เย ชีวโลกสฺมึ อสาธุกมฺมิโน อทินฺนมาทาย กโรนฺติ ชีวิตํ ธญฺญํ ธนํ รชตํ ชาตรูปํ อเชฬกญฺจาปิ ปสุํ มหึสํ เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ เตเม ชนา สตฺติหตา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า ชนเหล่าใด เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก เป็นผู้มีกรรมไม่ดี ลักทรัพย์ของผู้อื่น คือ ข้าวเปลือก ทรัพย์ เงิน ทอง แพะ แกะ ปศุสัตว์ และกระบือ มาเลี้ยงชีวิต ชนเหล่านั้นผู้มีกรรม หยาบช้า กระทำบาปกรรมแล้ว ต้องถูกแทงด้วยหอกนอนอยู่ พระเจ้าข้า.

บาลี

คีวาย พนฺธา กิสฺสิเม ปุเนเก อญฺเญ วิกนฺตา วิลกตา สยนฺติ ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ เยเม ชนา วิลกตา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

เพราะเหตุไร สัตว์นรกเหล่านี้จึงถูกนายนิรยบาลผูกคอไว้ สัตว์นรกอีก พวกหนึ่งถูกนายนิรยบาลตัดเป็นท่อนๆ นอนอยู่ ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรก เหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้กระทำกรรมอะไรไว้หนอ จึง ถูกตัดเป็นท่อนๆ นอนอยู่.

บาลี

|๕๕๗.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๕๗.๒| โอรพฺภิกา สูกริกา จ มจฺฉิกา ปสุํ มหึสญฺจ อเชฬกญฺจ หนฺตฺวาน สูเณสุ ปสารยึสุ เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ เตเม ชนา วิลกตา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่านี้ เคยเป็นคนฆ่าแกะ ฆ่าสุกร ฆ่าปลา ครั้นฆ่าปศุสัตว์ กระบือ แพะ และแกะแล้ว เอาวางไว้ ที่เขียง ขายเลี้ยงชีพเป็นผู้มีกรรมอันหยาบช้า กระทำบาปกรรมแล้วต้อง ตัดเป็นท่อนๆ นอนอยู่ พระเจ้าข้า.

บาลี

รหโท อยํ มุตฺตกรีสปูโร ทุคฺคนฺธรูโป อสุจิ ปูติ วาติ ขุทฺทาปเรตา มนุชา อเทนฺติ ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ เยเม ชนา มุตฺตกรีสภกฺขา ฯ

ฉบับหลวง

ห้วงน้ำเต็มไปด้วยมูตและคูถ ไม่สะอาด เป็นน้ำเน่า มีกลิ่นเหม็นฟุ้งไป สัตว์นรกอันความหิวครอบงำแล้ว ย่อมกินมูตและคูถนั้น ดูกรมาตลี- เทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของ สัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไร ไว้หนอ จึงมีมูตและคูถเป็นอาหาร.

บาลี

|๕๕๙.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๕๙.๒| เยเกจิเม การณิกา วิโรสิกา ปเรสํ วิหึสาย สทา นิวิฏฺฐา เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ มิตฺตทฺทุโน มิฬฺหมเทนฺติ พาลา ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่าใด เคยก่อทุกข์เบียด เบียนมิตรสหายเป็นต้น ตั้งมั่นอยู่ในความเบียดเบียนผู้อื่นเป็นนิตย์ สัตว์นรกเหล่านั้น มีกรรมอันหยาบช้า เป็นคนพาลประทุษร้ายมิตร กระทำบาปกรรมแล้ว จึงต้องมากินมูตและคูถ พระเจ้าข้า.

บาลี

รหโท อยํ โลหิตปุพฺพปูโร ทุคฺคนฺธรูโป อสุจิ ปูติ วาติ ฆมฺมาภิตตฺตา มนุชา ปิวนฺติ ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ เยเม ชนา โลหิตปุพฺพภกฺขา ฯ

ฉบับหลวง

ห้วงน้ำนี้เต็มไปด้วยเลือดและหนอง ไม่สะอาดเป็นน้ำเน่า มีกลิ่น เหม็นฟุ้งไป สัตว์นรกถูกความร้อนเผาแล้ว ย่อมดื่มเลือดและหนองกิน ดูกรมาตลีเทพสารภี ความกลัวย่อมเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นความ เป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์เหล่านี้ได้ทำบาปกรรม อะไรไว้หนอ จึงมีเลือดและหนองเป็นอาหาร.

บาลี

|๕๖๑.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๖๑.๒| เย มาตรํ วา ปิตรํ วา ชีวโลเก ปาราชิกา อรหนฺเต หนนฺติ เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ เตเม ชนา โลหิตปุพฺพภกฺขา ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า ชนเหล่าใด เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก ฆ่ามารดาบิดาหรือพระอรหันต์ ชื่อว่าถึงปาราชิกในเพศคฤหัสถ์ ชน เหล่านั้น ผู้มีกรรมอันหยาบช้า กระทำบาปกรรมแล้ว จึงมีเลือดและ หนองเป็นอาหาร พระเจ้าข้า.

บาลี

|๕๖๒.๑| ชิวฺหญฺจ ปสฺส พลิเสน วิทฺธํ วิหตํ ยถา สงฺกุสเกน จมฺมํ ผนฺทนฺติ มจฺฉาว ถลมฺหิ ขิตฺตา มุญฺจนฺติ เขฬํ รุทมานา กิเมเต |๕๖๒.๒| ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ เยเม ชนา วงฺกฆสฺตา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านจงดูลิ้นของสัตว์นรก อันนายนิรยบาลเกี่ยวด้วยเบ็ด และจงดูหนัง ของสัตว์นรกที่ถูกนายนิรยบาลลอกด้วยขอเหล็ก สัตว์นรกเหล่านี้ ย่อม ดิ้นรนเหมือนปลาที่ถูกโยนขึ้นบนบก ร้องไห้น้ำลายไหลเพราะเหตุอะไร ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นความ เป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาป กรรมอะไรไว้หนอ จึงกลืนเบ็ดนอนอยู่.

บาลี

|๕๖๓.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๖๓.๒| เยเกจิ สณฺฐานคตา มนุสฺสา อคฺเฆน อคฺฆํ กยํ หาปยนฺติ กูเฏน กูฏํ ธนโลภเหตุ ฉนฺนํ ยถา วาริจรํ วธาย ฯ |๕๖๓.๓| น หิ กูฏการิสฺส ภวนฺติ ตาณา สเกหิ กมฺเมหิ ปุรกฺขิตสฺส เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ เตเม ชนา วงฺกฆสฺตา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่านั้น เคยเป็นมนุษย์อยู่ ในตำแหน่งตีราคาสิ่งของ ยังราคาซื้อให้เสื่อมด้วยราคาขาย ทำการโกง ด้วยการโกงเหตุเพราะความโลภทรัพย์ ปกปิดความโกงไว้ด้วยวาจาอัน อ่อนหวาน เปรียบเหมือนคนเข้าใกล้ปลาเพื่อจะฆ่า เอาเหยื่อเกี่ยวเบ็ด ปิดเบ็ดไว้ ฉะนั้น บุคคลจะช่วยป้องกันคนทำการโกง ผู้อันกรรมของตน หุ้มห่อไว้ ไม่มีเลย สัตว์นรกเหล่านั้นผู้มีกรรมอันหยาบช้า กระทำบาป กรรมแล้วจึงต้องกลืนเบ็ดนอนอยู่ พระเจ้าข้า.

บาลี

|๕๖๔.๑| นาริโย อิมา สมฺปริภินฺนคตฺตา ปคฺคยฺห กนฺทนฺติ ภุเช ทุชจฺจา สมกฺขิตา โลหิตปุพฺพลิตฺตา คาโว ยถา อาฆาตเน วิกนฺตา ตา ภูมิภาคสฺมึ สทา นิขาตา ขนฺธาติวตฺตนฺติ สโชติภูตา ฯ |๕๖๔.๒| ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิมา นุ นาริโย กิมกํสุ ปาปํ ยา ภูมิภาคสฺมึ สทา นิขาตา ขนฺธาติวตฺตนฺติ สโชติภูตา ฯ

ฉบับหลวง

หญิงนรกเหล่านี้มีร่างกายอันแตกทั่ว น่าเกลียด แมลงวันตอมเป็นกลุ่ม เปรอะเปื้อนด้วยเลือดและหนอง มีศีรษะขาด เหมือนฝูงโคศีรษะขาด อยู่บนที่ฆ่า ประคองแขนทั้งสองคร่ำครวญอยู่ หญิงนรกเหล่านั้นจมอยู่ ในภูมิภาคเพียงเอวทุกเมื่อ ภูเขาไฟตั้งขึ้นแต่ ๔ ทิศ ลุกโพลงกลิ้งมาบด หญิงนรกเหล่านั้นให้แหลกละเอียด ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อม เกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของหญิงนรกเหล่านั้น เราขอ ถามท่าน หญิงเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงต้องมาจมอยู่ใน ภูมิภาคเพียงเอวทุกเมื่อ ภูเขาไฟลุกโพลงตั้งขึ้นแต่ ๔ ทิศ บดหญิงนรก เหล่านั้นให้แหลกละเอียด.

บาลี

|๕๖๕.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๖๕.๒| โกลิตฺถิยาโย อิธ ชีวโลเก อสุทฺธกมฺมา อสตํ อจารุํ ตา ทิตฺตรูปา ปติ วิปฺปหาย อญฺญํ อจารุํ รติขิฑฺฑเหตุ ตา ชีวโลกสฺมึ รมาปยิตฺวา ขนฺธาติวตฺตนฺติ สโชติภูตา ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า หญิงเหล่านั้นเป็นกุลธิดา เมื่ออยู่ใน มนุษยโลกมีการงานไม่บริสุทธิ์ ได้ประพฤติไม่น่ายินดี เป็นหญิงนักเลง ละสามีของตนเสีย คบหาชายอื่นเพราะเหตุแห่งความยินดีและการเล่น หญิงเหล่านั้นเมื่อยังอยู่ในโลกนี้ ยังจิตของตนให้รื่นรมย์อยู่กับชายอื่น จึงถูกภูเขาไฟอันลุกโพลงตั้งขึ้นแต่ ๔ ทิศ บดให้แหลกละเอียด พระเจ้าข้า.

บาลี

ปาเท คเหตฺวา กิสฺสิเม ปุเนเก อวํสิรา นรเก ปาตยนฺติ ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ เยเม ชนา (อวํสิรา) นรเก ปาตยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

เพราะเหตุไร พวกนายนิรยบาลจึงจับสัตว์นรกอีกพวกหนึ่งที่เท้าเอาหัวลง โยนลงไปในนรก ดูกรมาตลีเทพสารภี ความกลัวย่อมเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์ นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกนายนิรยบาลจับโยนไป ในนรก

บาลี

|๕๖๗.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๖๗.๒| เย ชีวโลกสฺมึ อสาธุกมฺมิโน ปรสฺส ทารานิ อติกฺกมนฺติ เต ตาทิสา อุตฺตมภณฺฑเถนา เตเม ชนา (อวํสิรา) นรเก ปาตยนฺติ ฯ |๕๖๗.๓| เต วสฺสปูคานิ พหูนิ ตตฺถ นิรเยสุ ทุกฺขํ เวทนํ เวทยนฺติ น หิ ปาปการิสฺส ภวนฺติ ตาณา สเกหิ กมฺเมหิ ปุรกฺขิตสฺส เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ เตเม ชนา (อวํสิรา) นรเก ปาตยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่านี้ เมื่อยังอยู่ในมนุษย โลก เป็นผู้กรรมไม่ดี ลวงภรรยาของชายอื่น ชื่อว่าเป็นผู้ลักภัณฑะอัน สูงสุด จึงถูกนายนิรยบาลจับโยนลงในนรก ต้องเสวยทุกขเวทนา ใน นรกนั้นสิ้นปีเป็นอันมาก บุคคลผู้ที่จะช่วยป้องกันบุคคลผู้มักกระทำบาป กรรม ผู้อันกรรมของตนหุ้มห่อไว้ ไม่มีเลย สัตว์นรกเหล่านั้น มี กรรมอันหยาบช้า ทำบาปกรรมแล้ว ต้องถูกนายนิรยบาลจับโยนลงใน นรก พระเจ้าข้า.

บาลี

อุจฺจาวจาเม วิวิธา อุปกฺกมา นิรเยสุ ทิสฺสนฺติ สุโฆรรูปา ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ เยเม ชนา อธิมตฺตา ทุกฺขา ติปฺปา ขรา กฏุกา เวทนา เวทยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

สัตว์นรกต่างๆ ทั้งเล็กทั้งใหญ่เหล่านี้ ประกอบเหตุการณ์ มีรูปร่างพิลึก ปรากฏอยู่ในนรก ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรก เหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงต้องได้เสวยทุกขเวทนาอันกล้า แสบเผ็ดร้อนเหลือเกิน.

บาลี

|๕๖๙.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๖๙.๒| เย ชีวโลกสฺมึ สุปาปทิฏฺฐิโน วิสฺสาสกมฺมานิ กโรนฺติ โมหา ปรญฺจ ทิฏฺฐีสุ สมาทเปนฺติ เต ปาปทิฏฺฐี ปสเวตฺว ปาปํ เตเม ชนา อธิมตฺตา ทุกฺขา ติปฺปา ขรา กฏุกา เวทนา เวทยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่านี้ เมื่อยังอยู่ในมนุษย- โลกเป็นผู้มีทิฏฐิอันลามก หลงทำกรรมด้วยความคุ้นเคย และชักชวนผู้ อื่นในทิฏฐิเช่นนั้น ทำบาปกรรมแล้ว จึงต้องได้เสวยทุกขเวทนาอันกล้า แสบเผ็ดร้อนเหลือเกิน พระเจ้าข้า.

บาลี

วิทิตานิ เต มหาราช อาวาสํ ปาปกมฺมินํ ฐานานิ ลุทฺทกมฺมานํ ทุสฺสีลานญฺจ ยา คติ อุยฺยาหิทานิ ราชิสิ เทวราชสฺส สนฺติเก ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่มหาราชเจ้า พระองค์ทรงทราบสถานที่อยู่ของเหล่าสัตว์ผู้มีกรรม อันหยาบช้า และทรงทราบคติของเหล่าสัตว์ผู้ทุศีล เพราะได้ทอดพระ- เนตรเห็นนิรยบาล อันเป็นที่อยู่ของเหล่าสัตว์นรกผู้มีบาปกรรมแล้ว ข้าแต่พระราชาผู้แสวงหาคุณอันยิ่ง บัดนี้ ขอเชิญขึ้นไปในสำนักของ ท้าวสักกเทวราชเถิด พระเจ้าข้า.

บาลี

|๕๗๑.๑| ปญฺจถูปํ ทิสฺสติทํ วิมานํ มาลาปิลนฺธา สยนสฺส มชฺเฌ ตตฺถจฺฉตี นาริ มหานุภาวา อุจฺจาวจํ อิทฺธิ วิกุพฺพมานา |๕๗๑.๒| วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อยํ นุ นารี กิมกาสิ สาธุํ ยา โมทตี สคฺคปฺปตฺตา วิมาเน ฯ

ฉบับหลวง

วิมาน ๕ ยอดนี้ปรากฏอยู่ นางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก ประดับอาภรณ์ ทุกอย่างมีดอกไม้เป็นต้น นั่งอยู่ท่ามกลางที่ไสยาสน์ แสดงฤทธิ์ได้ต่างๆ สถิตอยู่ในวิมานนั้น ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของเทพธิดาผู้อยู่ในวิมานนี้ เราขอถามท่าน นางเทพธิดานี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงได้ถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ ยทิ เต สุตา พิรณี ชีวโลเก อามายทาสี อหุ พฺราหฺมณสฺส สา ปตฺตกาลํ อติถึ วิทิตฺวา มาตาว ปุตฺตํ สกิมาภินนฺที สญฺญมา สํวิภาคา จ สา วิมานสฺมิ โมทติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถีอันพระเจ้าเนมิราชตรัสถามแล้ว ทูลพยากรณ์วิบากของ เทวดาทั้งหลาย ผู้มีกรรมอันเป็นกุศลตามที่ได้ทราบแก่พระเจ้าเนมิราชผู้ ไม่ทรงทราบว่า ก็นางเทพธิดาที่พระองค์ทรงหมายถึงนั้น ชื่อนางพิรณี เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก เกิดในครรภ์ของนางทาสีในเรือนของพราหมณ์ นางรู้ซึ้งแขกคือภิกษุผู้มีภัตกาลอันถึงแล้ว นิมนต์ให้นั่งในเรือนของ พราหมณ์ยินดีต่อภิกษุนั้นเป็นนิตย์ ดังมารดายินดีต่อบุตรผู้จากไปนาน กลับมาถึง ฉะนั้น นางอังคาสภิกษุนั้นโดยเคารพ ได้ถวายสิ่งของ ของตนเล็กน้อย เป็นผู้สำรวมและจำแนกทานจึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน พระเจ้าข้า.

บาลี

|๕๗๓.๑| ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ วิมานา สตฺต นิมฺมิตา ตตฺถ ยกฺโข มหิทฺธิโก สพฺพาภรณภูสิโต สมนฺตา อนุปริยายติ นารีคณปุรกฺขิโต ฯ |๕๗๓.๒| วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อยํ นุ มจฺโจ กิมกาสิ สาธุํ โย โมทติ สคฺคปฺปตฺโต วิมาเน ฯ

ฉบับหลวง

วิมานทั้ง ๗ อันบุญญานุภาพตกแต่ง ส่องสว่างโชติช่วง เทพบุตรผู้ หนึ่งมีฤทธิ์มาก ประดับประดาด้วยสรรพาภรณ์อันหมู่เทพธิดาแวดล้อม ผลัดเปลี่ยนเวียนวนอยู่โดยรอบในวิมานทั้ง ๗ นั้น ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็น ความเป็นไปของเทพบุตรผู้ อยู่ในวิมานนี้ เราขอถามท่าน เทพบุตรผู้นี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี

|๕๗๔.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๗๔.๒| โสณทินฺโน คหปติ เอส ทานปตี อหุ เอส ปพฺพชิตุทฺทิสฺส วิหาเร สตฺต การยิ ฯ |๕๗๔.๓| สกฺกจฺจนฺเต อุปฏฺฐาสิ ภิกฺขโว ตตฺถ วาสิเก อจฺฉาทนญฺจ ภตฺตญฺจ เสนาสนํ ปทีปยํ อทาสิ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ |๕๗๔.๔| จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาหิตํ อุโปสถํ อุปวสิ สทา สีเลสุ สํวุโต สญฺญโม สํวิภาโค จ โส วิมานสฺมิ โมทติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรผู้นี้เป็นคฤหบดี ชื่อโสณ- ทินนะ เป็นทานบดี ให้สร้างวิหาร ๗ หลังอุทิศต่อบรรพชิต ได้อุปฐาก ภิกษุผู้อยู่ในวิหาร ๗ หลังนั้นโดยเคารพ ได้บริจาคผ้านุ่งผ้าห่ม อาหาร เสนาสนะ เครื่องประทีป ในท่านผู้ปฏิบัติซื่อตรง ด้วยจิตอันเลื่อมใส รักษาอุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่ง ปักษ์ และในวันปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สังวรในศีล เป็นผู้สำรวมและ บริจาคทานเป็นนิตย์ จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน พระเจ้าข้า.

บาลี

|๕๗๕.๑| ปภาสติมิทํ พฺยมฺหํ ผลิกาสุ สุนิมฺมิตํ นารีวรคณากิณฺณํ กูฏาคารวิโรจิตํ อุเปตํ อนฺนปาเนหิ นจฺจคีเตหิ จูภยํ ฯ |๕๗๕.๒| วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิมา นุ นารี กิมกํสุ สาธุํ ยา โมทเร สคฺคปฺปตฺตา วิมาเน ฯ

ฉบับหลวง

วิมานอันบุญญานุภาพตบแต่งดีแล้วนี้ เกลื่อนกล่นไปด้วยนางเทพอัปสร ผู้ประเสริฐ รุ่งเรืองด้วยยอด บริบูรณ์ด้วยข้าวและน้ำ งดงามด้วยการ ฟ้อนรำขับร้อง สว่างไสวออกจากแก้วผลึก ดูกรมาตลีเทพสารถี ความ ปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปแห่งวิมานนี้ เราขอ ถามท่าน นางอัปสรเหล่านี้ ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงมาถึงสวรรค์ บันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี

|๕๗๖.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๗๖.๒| ยากาจิ นารี อิธ ชีวโลเก สีลวนฺติโย อุปาสิกา ทาเน รตา นิจฺจปสนฺนจิตฺตา สจฺเจ ฐิตา อุโปสเถ อปฺปมตฺตา สญฺญมา สํวิภาคา จ ตา วิมานสฺมิ โมทเร ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า นางอัปสรเหล่านั้น เมื่อยังอยู่ในมนุษย- โลกนี้เป็นอุบาสิกาผู้มีศีล ยินดีในทาน มีจิตเลื่อมใสเป็นนิตย์ ตั้งอยู่ ในสัจจะ ไม่ประมาทในการรักษาอุโบสถ เป็นผู้สำรวมและจำแนกแจก ทาน จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน พระเจ้าข้า.

บาลี

|๕๗๗.๑| ปภาสติมิทํ พฺยมฺหํ เวฬุริยาสุ นิมฺมิตํ อุเปตํ ภูมิภาเคหิ วิภตฺตํ ภาคโส มิตํ ฯ |๕๗๗.๒| อาลมฺพรา มุทิงฺคา จ นจฺจคีตา สุวาทิตา ทิพฺพา สทฺทา นิจฺฉรนฺติ สวนียา มโนรมา ฯ |๕๗๗.๓| นาหํ เอวํ คตํ ชาตุ เอวํ สุรุจิรํ ปุเร สทฺทํ สมภิชานามิ ทิฏฺฐํ วา ยทิยา สุตํ ฯ |๕๗๗.๔| วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ สาธุํ เย โมทเร สคฺคปฺปตฺตา วิมาเน ฯ

ฉบับหลวง

วิมานอันบุญญานุภาพตบแต่งแล้วนี้ ประกอบด้วยภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์ จัดสรรไว้เป็นส่วนๆ สว่างไสวออกจากฝาแก้วไพฑูรย์ เสียงทิพย์ คือ เสียงเปิงมาง เสียงตะโพน การฟ้อนรำขับร้อง และเสียงประโคม ดนตรีย่อมเปล่งออกน่าฟัง เป็นที่รื่นรมย์ใจ เราไม่รู้สึกว่าได้เห็นหรือได้ ฟังเสียงอันเป็นอย่างนี้ อันไพเราะอย่างนี้ ในกาลก่อนเลย ดูกรมาตลี- เทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปใน วิมานนี้ เราขอถามท่าน เทพบุตรเหล่านี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึง มาถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี

|๕๗๘.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๗๘.๒| เยเกจิ มจฺจา อิธ ชีวโลเก สีลวนฺตา อุปาสกา อาราเม อุทปาเน จ ปปา สงฺกมนานิ จ อรหนฺเต สีติภูเต สกฺกจฺจํ ปฏิปาทยุํ |๕๗๘.๓| จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ อทํสุ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ |๕๗๘.๔| จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาหิตํ |๕๗๘.๕| อุโปสถํ อุปวสุํ สทา สีเลสุ สํวุตา สญฺญมา สํวิภาคา จ เต วิมานสฺมิ โมทเร ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรเหล่านี้ เมื่อยังอยู่ในมนุษย- โลก เป็นอุบาสกผู้มีศีล ได้ก่อสร้างอาราม บ่อน้ำ สระน้ำ และ สะพาน ได้ปฏิบัติพระอรหันต์ผู้เยือกเย็นโดยเคารพ ได้ถวายจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย ในท่านผู้ปฏิบัติซื่อตรงด้วยจิต อันเลื่อมใส ได้รักษาอุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่งปักษ์ และในวันปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สังวรในศีล เป็น ผู้สำรวมและบริจาคทานเป็นนิตย์ จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี

|๕๗๙.๑| ปภาสติมิทํ พฺยมฺหํ ผลิกาสุ สุนิมฺมิตํ นารีวรคณากิณฺณํ กูฏาคารวิโรจิตํ |๕๗๙.๒| อุเปตํ อนฺนปาเนหิ นจฺจคีเตหิ จูภยํ นชฺโช อนุปริยายติ นานาปุปฺผทุมายุตา ฯ |๕๗๙.๓| วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อยํ นุ มจฺโจ กิมกาสิ สาธุํ โย โมทติ สคฺคปฺปตฺโต วิมาเน ฯ

ฉบับหลวง

วิมานอันบุญญานุภาพตกแต่งดีแล้วนี้ เกลื่อนกล่นไปด้วยหมู่นางอัปสรผู้ ประเสริฐ รุ่งเรืองด้วยยอด บริบูรณ์ด้วยข้าวและน้ำ งดงามด้วยการ ฟ้อนรำขับร้อง สว่างไสวออกจากฝาแก้วผลึก มีแม่น้ำอันประกอบไป ด้วยไม้ดอกนานาชนิดล้อมรอบวิมานนั้น ดูกรมาตลีเทพสารถี ความ ปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปในวิมานนี้ เราขอถาม ท่าน เทพบุตรนี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงมาถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ใน วิมาน.

บาลี

|๕๘๐.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๘๐.๒| มิถิลายํ คหปติ เอส ทานปตี อหุ อาราเม อุทปาเน จ ปปา สงฺกมนานิ จ อรหนฺเต สีติภูเต สกฺกจฺจํ ปฏิปาทยิ |๕๘๐.๓| จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ อทาสิ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ |๕๘๐.๔| จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาหิตํ |๕๘๐.๕| อุโปสถํ อุปวสิ สทา สีเลสุ สํวุโต สญฺญโม สํวิภาโค จ โส วิมานสฺมิ โมทติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีอยู่ในเมือง มิถิลา เป็นทานบดีได้สร้างอาราม บ่อน้ำ สระน้ำและสะพาน ได้ปฏิบัติ ต่อพระอรหันต์ผู้เยือกเย็นโดยเคารพ ได้ถวายจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย ในท่านผู้ปฏิบัติซื่อตรง ด้วยจิตอันเลื่อมใส ได้รักษา อุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่งปักษ์ และในวันปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สังวรในศีล เป็นผู้สำรวมและบริจาค ทานเป็นนิตย์ จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน พระเจ้าข้า.

บาลี

|๕๘๑.๑| ปภาสติมิทํ พฺยมฺหํ ผลิกาสุ สุนิมฺมิตํ นารีวรคณากิณฺณํ กูฏาคารวิโรจิตํ |๕๘๑.๒| อุเปตํ อนฺนปาเนหิ นจฺจคีเตหิ จูภยํ นชฺโช อนุปริยายติ นานาปุปฺผทุมายุตา |๕๘๑.๓| ราชายตนา กปิฏฺฐา จ อมฺพา สาลา จ ชมฺพุโย ติณฺฑุกา จ ปิยาลา จ ทุมา นิจฺจผลา พหู ฯ |๕๘๑.๔| วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อยํ นุ มจฺโจ กิมกาสิ สาธุํ โย โมทติ สคฺคปฺปตฺโต วิมาเน ฯ

ฉบับหลวง

วิมานอันบุญญานุภาพตบแต่งดีแล้วนี้ เกลื่อนกล่นไปด้วยหมู่นางเทพ- อัปสรผู้ประเสริฐ รุ่งเรืองด้วยยอด บริบูรณ์ด้วยข้าวและน้ำ งดงามด้วย การฟ้อนรำขับร้อง สว่างไสวออกจากฝาแก้วผลึก มีแม่น้ำอันประกอบ ด้วยไม้ดอกนานาชนิด ล้อมรอบวิมานนั้น และมีไม้เกตุ ไม้มะขวิด ไม้ มะม่วง ไม้สาละ ไม้ชมพู่ ไม้มะพลับ และไม้มะหาดเป็นอันมาก มี ผลเป็นนิตย์ ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะ ได้เห็นความเป็นไปในวิมานนี้ เราขอถามท่าน เทพบุตรนี้ได้ทำกรรม ดีอะไรไว้หนอ จึงมาถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมานนี้.

บาลี

|๕๘๒.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๘๒.๒| มิถิลายํ คหปติ เอส ทานปตี อหุ อาราเม อุทปาเน จ ปปา สงฺกมนานิ จ อรหนฺเต สีติภูเต สกฺกจฺจํ ปฏิปาทยิ |๕๘๒.๓| จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ อทาสิ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ |๕๘๒.๔| จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาหิตํ |๕๘๒.๕| อุโปสถํ อุปวสิ สทา สีเลสุ สํวุโต สญฺญโม สํวิภาโค จ โส วิมานสฺมิ โมทติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีอยู่ในเมือง มิถิลา เป็นทานบดี ได้สร้างอาราม บ่อน้ำ สระน้ำ และสะพาน ได้ ปฏิบัติพระอรหันต์ผู้เยือกเย็นโดยเคารพ ได้ถวายจีวร บิณฑบาต เสนา- สนะ และคิลานปัจจัย ในท่านผู้ปฏิบัติซื่อตรง ด้วยจิตอันเลื่อมใส ได้ รักษาอุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่งปักษ์ และในวันปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สังวรในศีล เป็นผู้สำรวม และบริจาคทานเป็นนิตย์ จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน พระเจ้าข้า.

บาลี

|๕๘๓.๑| ปภาสติมิทํ พฺยมฺหํ เวฬุริยาสุ นิมฺมิตํ อุเปตํ ภูมิภาเคหิ วิภตฺตํ ภาคโส มิตํ |๕๘๓.๒| อาลมฺพรา มุทิงฺคา จ นจฺจคีตา สุวาทิตา ทิพฺพา สทฺทา นิจฺฉรนฺติ สวนียา มโนรมา |๕๘๓.๓| นาหํ เอวํ คตํ ชาตุ เอวํ สุรุจิรํ ปุเร สทฺทํ สมภิชานามิ ทิฏฺฐํ วา ยทิวา สุตํ ฯ |๕๘๓.๔| วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อยํ นุ มจฺโจ กิมกาสิ สาธุํ โย โมทติ สคฺคปฺปตฺโต วิมาเน ฯ

ฉบับหลวง

วิมานอันบุญญานุภาพตบแต่งดีแล้วนี้ ประกอบด้วยภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์ จัดสรรไว้เป็นส่วนๆ สว่างไสวออกจากฝาแก้วไพฑูรย์ เสียงทิพย์ คือ เสียงเปิงมาง เสียงตะโพน การฟ้อนรำขับร้อง และเสียงประโคมดนตรี ย่อมเปล่งออกน่าฟัง เป็นที่รื่นรมย์ใจ เราไม่รู้สึกว่าได้เห็นหรือได้ฟัง เสียงอันเป็นอย่างนี้ อันไพเราะอย่างนี้ ในกาลก่อนเลย ดูกรมาตลีเทพ- สารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปในวิมานนี้ เราขอถามท่าน เทพบุตรเหล่านี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงมาถึงสวรรค์ บันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี

|๕๘๔.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๘๔.๒| พาราณสิยํ คหปติ เอส ทานปตี อหุ อาราเม อุทปาเน จ ปปา สงฺกมนานิ จ อรหนฺเต สีติภูเต สกฺกจฺจํ ปฏิปาทยิ |๕๘๔.๓| จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ อทาสิ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ |๕๘๔.๔| จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาหิตํ |๕๘๔.๕| อุโปสถํ อุปวสิ สทา สีเลสุ สํวุโต สญฺญโม สํวิภาโค จ โส วิมานสฺมิ โมทติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีอยู่ในเมือง พาราณสี เป็นทานบดี ได้สร้างอาราม บ่อน้ำ สระน้ำ และสะพาน ได้ปฏิบัติพระอรหันต์ผู้เยือกเย็นโดยเคารพ ได้ถวายจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย ให้ท่านผู้ปฏิบัติซื่อตรง ด้วยจิตอันเลื่อมใส ได้รักษาอุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่ง ปักษ์ และในวันปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สังวรในศีล เป็นผู้สำรวมและ บริจาคทานเป็นนิตย์ จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน พระเจ้าข้า.

บาลี

|๕๘๕.๑| ยถา อุทยมาทิจฺโจ โหติ โลหิตโก มหา ตถูปมํ อิทํ พฺยมฺหํ ชาตรูปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๕๘๕.๒| วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อยํ นุ มจฺโจ กิมกาสิ สาธุํ โย โมทติ สคฺคปฺปตฺโต วิมาเน ฯ

ฉบับหลวง

วิมานอันบุญญานุภาพตบแต่งดีแล้วนี้ รุ่งเรืองสุกใส ดุจอาทิตย์อุทัย ดวงใหญ่สีแดง ฉะนั้น ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่ เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปในวิมานนี้ เราขอถามท่าน เทพบุตรนี้ได้ ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงมาถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี

|๕๘๖.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๘๖.๒| สาวตฺถิยํ คหปติ เอส ทานปตี อหุ อาราเม อุทปาเน จ ปปา สงฺกมนานิ จ อรหนฺเต สีติภูเต สกฺกจฺจํ ปฏิปาทยิ |๕๘๖.๓| จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ อทาสิ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ |๕๘๖.๔| จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาหิตํ |๕๘๖.๕| อุโปสถํ อุปวสิ สทา สีเลสุ สํวุโต สญฺญโม สํวิภาโค จ โส วิมานสฺมิ โมทติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีอยู่ในเมือง สาวัตถี เป็นทานบดี ได้สร้างอาราม บ่อน้ำ สระน้ำ และสะพาน ได้ปฏิบัติพระอรหันต์ผู้เยือกเย็นโดยเคารพ ได้ถวายจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย ในท่านผู้ปฏิบัติซื่อตรง ด้วยจิตอันเลื่อมใส ได้รักษาอุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่งปักษ์ และในวันปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สังวรในศีล เป็นผู้สำรวม และบริจาคทานเป็นนิตย์ จึงมาบันเทิงในวิมาน พระเจ้าข้า.

บาลี

|๕๘๗.๑| เวหายสาเม พหุกา ชาตรูปสฺส นิมฺมิตา ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ วิชฺชุวพฺภฆนนฺตเร ตตฺถ ยกฺขา มหิทฺธิกา สพฺพาภรณภูสิตา สมนฺตา อนุปริยายนฺติ นารีคณปริวุตา ฯ |๕๘๗.๒| วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ สาธุํ เย โมทเร สคฺคปฺปตฺตา วิมาเน ฯ

ฉบับหลวง

วิมานทองเป็นอันมากนี้ อันบุญญานุภาพตบแต่งดีแล้ว ลอยอยู่ในนภากาศ รุ่งเรืองสว่างไสว ดังสายฟ้าในระหว่างก้อนเมฆ ฉะนั้น เทพบุตรผู้มีฤทธิ์ มาก ประดับประดาด้วยสรรพาภรณ์ อันหมู่เทพอัปสรแวดล้อม ผลัด เปลี่ยนเวียนอยู่ในวิมานเหล่านั้นโดยรอบ ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้ม ใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปในวิมานนี้ เราขอถามท่าน เทพบุตรเหล่านี้ ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงมาถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ใน วิมาน.

บาลี

|๕๘๘.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๘๘.๒| สทฺธาย สุนิวิฏฺฐาย สทฺธมฺเม สุปฺปเวทิเต อกํสุ สตฺถุ วจนํ สมฺมาสมฺพุทฺธสาวกา เตสํ เอตานิ ฐานานิ ยานิ ตฺวํ ราช ปสฺสสิ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรเหล่านี้เป็นสาวกของพระ- สัมมาสัมพุทธเจ้า มีศรัทธาอันตั้งมั่น เมื่อพระสัทธรรมอันพระศาสดา ทรงประกาศดีแล้ว ได้กระทำตามคำสั่งสอนของพระศาสดา ข้าแต่พระ- ราชา เชิญพระองค์ทอดพระเนตรสถานที่สถิตของเทพบุตรเหล่านั้น.

บาลี

วิทิตานิ เต มหาราช อาวาสํ ปาปกมฺมินํ อโถ กลฺยาณกมฺมานํ ฐานานิ วิทิตานิ เต อุยฺยาหิทานิ ราชิสิ เทวราชสฺส สนฺติเก ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์ทรงทราบสถานที่อยู่ของสัตว์ ผู้มีกรรม อันเป็นบาป และได้ทรงทราบสถานที่สถิตของเหล่าเทพเจ้าผู้มีกรรมงาม แล้ว ข้าแต่พระราชาผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ เชิญพระองค์เสด็จขึ้นไปใน สำนักของท้าวสักกเทวราช ณ บัดนี้เถิด พระเจ้าข้า.

บาลี

สหสฺสยุตฺตํ หยวาหึ ทิพฺพยานมธิฏฺฐิโต ยายมาโน มหาราชา อทฺทา สีทนฺตเร นเค ทิสฺวานามนฺตยิ สูตํ อิเม เก นาม ปพฺพตา ฯ

ฉบับหลวง

พระมหาราชาประทับอยู่บนทิพยาน อันเทียมด้วยม้าสินธพประมาณ ๑,๐๐๐ เสด็จไปอยู่ ได้ทอดพระเนตรเห็นภูเขาหลายเทือกในระหว่างมหาสมุทร สีทันดร ครั้นแล้ว ได้ตรัสถามมาตลีเทพสารถีว่า ภูเขาเหล่านี้ชื่ออะไร.

บาลี

|๕๙๑.๑| สุทสฺสโน กรวีโก อิสินฺธโร ยุคนฺธโร เนมินฺธโร วินตโก อสฺสกณฺโณ คิริพฺรหา |๕๙๑.๒| เอเต สีทนฺตเร นคา อนุปุพฺพสมุคฺคตา มหาราชานมาวาสา ยานิ ตฺวํ ราช ปสฺสสิ ฯ

ฉบับหลวง

ภูเขาเหล่านี้ ชื่อภูเขาสุทัศนะ ภูเขากรวิก ภูเขาอิสินธร ภูเขายุคันธร ภูเขาเนมินทร ภูเขาวินตกะ และภูเขาอัสสกรรณ สูงกว่ากันขึ้นไปเป็น ลำดับๆ มีมหาสมุทรหนึ่ง ชื่อสีทันดร อยู่ในระหว่างภูเขาทั้ง ๗ นั้น ภูเขาเหล่านี้เป็นทิพสถานของท้าวจาตุมหาราช ข้าแต่พระราชา เชิญ พระองค์ทอดพระเนตรภูเขาเหล่านั้น พระเจ้าข้า.

บาลี

|๕๙๒.๑| อเนกรูปํ รุจิรํ นานาจิตฺตํ ปกาสติ อากิณฺณํ อินฺทสทิเสหิ พฺยคฺเฆเหว สุรกฺขิตํ ฯ |๕๙๒.๒| วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิมํ นุ ทฺวารํ กิมภญฺญมาหุ มโนรมํ ทิสฺสติ ทูรโตว ฯ

ฉบับหลวง

ประตูมีรูปต่างๆ รุ่งเรือง วิจิตรด้วยรูปต่างๆ เช่น รูปพระอินทร์ แวด ล้อมดีแล้ว ปรากฏเหมือนป่าอันเสือโคร่งทั้งหลายรักษาดีแล้ว ดูกร มาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นประตูนี้ เราขอถามท่าน ประตูนี้เขาเรียกชื่อว่าอะไร เป็นประตูน่ารื่นรมย์ใจ ปรากฏแต่ไกลเทียว.

บาลี

|๕๙๓.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ |๕๙๓.๒| จิตฺตกูโฏติ ยํ อาหุ เทวราชปฺปเวสนํ สุทสฺสนสฺส คิริโน ทฺวารํ เหตํ ปกาสติ |๕๙๓.๓| อเนกรูปํ รุจิรํ นานาจิตฺตํ ปกาสติ อากิณฺณํ อินฺทสทิเสหิ พฺยคฺเฆเหว สุรกฺขิตํ ปวิเสเตน ราชิสิ อรุชํ ภูมิ ปกฺกม ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า ประตูนี้เขาเรียกชื่อว่าจิตรกูฏ เป็นที่ เสด็จเข้าออกแห่งท้าวสักกรินทรเทวราช ก็ประตูนี้เป็นประตูแห่งเทพนคร ตั้งอยู่ในที่สุดแห่งเขาสิเนรุราชอันงามน่าดู ปรากฏอยู่ มีรูปต่างๆ งาม วิจิตรด้วยรูป เช่น รูปพระอินทร์ แวดล้อมดีแล้ว ปรากฏเหมือนป่า อันเสือโคร่งทั้งหลายรักษาดีแล้ว ข้าแต่พระราชาผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ ขอเชิญพระองค์เสด็จเข้าไปทางประตูนี้ เชิญเสด็จเหยียบภูมิภาคอัน ราบรื่นเถิด พระเจ้าข้า.

บาลี

|๕๙๔.๑| สหสฺสยุตฺตํ หยวาหึ ทิพฺพยานมธิฏฺฐิโต ยายมาโน มหาราชา อทฺทา เทวสภํ อิทํ ฯ |๕๙๔.๒| ยถา สรเท อากาโส นีโลภาโส ปทิสฺสติ ตถูปมํ อิทํ พฺยมฺหํ เวฬุริยาสุ นิมฺมิตํ ฯ |๕๙๔.๓| วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ อิมํ นุ พฺยมฺหํ กิมภญฺญมาหุ ฯ

ฉบับหลวง

พระมหาราชาประทับอยู่บนทิพยาน อันเทียมด้วยม้าสินธพประมาณ ๑,๐๐๐ เสด็จไปอยู่ ได้ทอดพระเนตรเห็นเทวสภาวิมาน อันบุญญานุภาพตบแต่ง ดีแล้วนี้ สว่างไสวออกจากฝาแก้วไพฑูรย์ ดังอากาศส่องแสงเขียวสด ปรากฏในสรทกาล ฉะนั้น ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิด แก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปในวิมานนี้ เราขอถามท่าน วิมานนี้ เขาเรียกชื่อว่าอะไร.

บาลี

|๕๙๕.๑| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต |๕๙๕.๒| สุธมฺมาอิติ ยํ อาหุ เอเสสา ทิสฺสเต สภา เวฬุริยารุจิรา จิตฺรา ธารยนฺติ สุนิมฺมิตา |๕๙๕.๓| อฏฺฐํสา สุกตา ถมฺภา สพฺเพ เวฬุริยามยา ยตฺถ เทวา ตาวตึสา สพฺเพ อินฺทปุโรหิตา |๕๙๕.๔| อตฺถํ เทวมนุสฺสานํ จินฺตยนฺตา สมจฺฉเร ปวิเสเตน ราชิสิ เทวานํ อนุโมทนํ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า วิมานนี้เป็นเทวสภา เขาเรียกชื่อ ปรากฏว่าสุธรรมา งามวิจิตรรุ่งเรืองด้วยแก้วไพฑูรย์ อันบุญญานุภาพ ตบแต่งดีแล้ว มีเสาทั้งหลาย ๘ เหลี่ยม อันบุญกรรมกระทำดีแล้ว ล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ทุกๆ เสา รองรับไว้ เทพเจ้าชาวดาวดึงส์ ทั้งปวงแวดล้อมท้าวสักกรินทรเทวราช ประชุมคิดความเจริญของเทวดา และมนุษย์กันอยู่ในวิมานนั้น ข้าแต่พระราชาผู้แสวงหาคุณใหญ่ ขอเชิญ พระองค์เสด็จเข้าไปยังทิพสถาน อันเป็นที่อนุโมทนากันและกันของ เทวดาทั้งหลาย โดยทางนี้พระเจ้าข้า.

บาลี

|๕๙๖.๑| ตํ เทวา ปฏินนฺทึสุ ทิสฺวา ราชานมาคตํ สฺวาคตนฺเต มหาราช อโถ เต อทุราคตํ นิสีททานิ ราชิสิ เทวราชสฺส สนฺติเก ฯ |๕๙๖.๒| สกฺโก ตํ ปฏินนฺทิตฺถ เวเทหํ มิถิลคฺคหํ นิมนฺตยิตฺถ กาเมหิ อาสเนน จ วาสโว ฯ |๕๙๖.๓| สาธุ โขสิ อนุปฺปตฺโต อาวาสํ วสวตฺตินํ วส เทเวสุ ราชิสิ สพฺพกามสมิทฺธิสุ ตาวตึเสสุ เทเวสุ ภุญฺช กาเม อมานุเส ฯ

ฉบับหลวง

เทพเจ้าทั้งหลายเห็นพระเจ้าเนมิราชนั้นเสด็จมาถึง ก็พากันยินดีต้อนรับว่า ข้าแต่มหาราชเจ้าผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ พระองค์เสด็จมาดีแล้ว อนึ่ง พระองค์มิได้เสด็จมาร้าย ขอเชิญประทับนั่งในที่ใกล้ท้าวสักกรินทรเทวราช ณ บัดนี้เถิด ท้าวสักกรินทรเทวราชทรงยินดีต้อนรับพระองค์ ผู้เป็น พระราชาแห่งชาววิเทหรัฐ ผู้ทรงสงเคราะห์ชาวกรุงมิถิลา ท้าววาสวะทรง เชื้อเชิญด้วยทิพกามารมณ์ และอาสนะว่า ข้าแต่พระราชาผู้แสวงหาคุณ อันใหญ่ เป็นความดีแล้ว ที่พระองค์เสด็จมาถึงทิพสถานอันเป็นที่อยู่ ของเทพยดาทั้งหลาย ผู้ยังสิ่งที่ตนประสงค์ให้เป็นไปตามอำนาจ ขอเชิญ พระองค์ประทับอยู่ในหมู่เทพเจ้า ผู้ประกอบด้วยความสำเร็จแห่งทิพ- กามารมณ์ทั้งมวล เชิญพระองค์เสวยทิพกามารมณ์อยู่ในหมู่เทพเจ้า ชาวดาวดึงส์เถิด พระเจ้าข้า.

บาลี

|๕๙๗.๑| ยถา ยาจิตกํ ยานํ ยถา ยาจิตกํ ธนํ เอวํ สมฺปทเมเวตํ ยํ ปรโต ทานปจฺจยา ฯ |๕๙๗.๒| น จาหเมตมิจฺฉามิ ยํ ปรโต ทานปจฺจยา สยํ กตานิ ปุญฺญานิ ตํ เม อาเวนิยํ ธนํ ฯ |๕๙๗.๓| โสหํ คนฺตฺวา มนุสฺเสสุ กาหามิ กุสลํ พหุํ ทาเนน สมจริยาย สญฺญเมน ทเมน จ ยํ กตฺวา สุขิโต โหติ น จ ปจฺฉานุตปฺปติ ฯ

ฉบับหลวง

สิ่งใดที่ได้มาเพราะผู้อื่นให้ สิ่งนั้นเปรียบเหมือนยวดยาน หรือทรัพย์ที่ ยืมเขามา ฉะนั้น หม่อมฉันไม่ปรารถนาสิ่งนั้น เพราะเป็นสิ่งที่ผู้อื่นให้ บุญทั้งหลายที่หม่อมฉันได้ทำเอง ย่อมเป็นทรัพย์ที่จะติดตามหม่อมฉันไป หม่อมฉันจักกลับไปทำกุศลให้มากในหมู่มนุษย์ ด้วยการบริจาคทาน การ ประพฤติสม่ำเสมอ ความสำรวม และการฝึกอินทรีย์ (เพราะ) บุคคล ทำบุญแล้ว ย่อมได้รับความสุข และย่อมไม่เดือดร้อนในภายหลัง.

บาลี

พหูปกาโร โน ภวํ มาตลิ เทวสารถิ โย เม กลฺยาณกมฺมานํ ปาปานํ ปฏิทสฺสยิ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านมาตลีเทพสารถี ได้แสดงสถานที่อยู่ของทวยเทพผู้มีกรรมอันงาม และสถานที่อยู่ของสัตว์นรกผู้มีกรรมอันลามกแก่เรา ชื่อว่า เป็นผู้มี อุปการะมากแก่เรา.

บาลี

อิทํ วตฺวา นิมิราชา เวเทโห มิถิลคฺคโห ปุถุยญฺญํ ยชิตฺวาน สญฺญมํ อชฺฌุปาคมีติ ฯ เนมิราชชาตกํ จตุตฺถํ ฯ ---------

ฉบับหลวง

พระเจ้าเนมิราชพระราชาของชนชาววิเทหรัฐ ผู้ทรงสงเคราะห์ชาวเมือง มิถิลา ครั้นตรัสพระคาถานี้ว่า ผมหงอกงอกขึ้นบนศีรษะของเราแล้ว ย่อมนำความหนุ่มไป เทวทูตปรากฏแล้ว สมัยนี้เป็นกาลสมควรที่เรา จะบวชดังนี้แล้ว ทรงบริจาคทานเป็นอันมาก ทรงเข้าถึงความเป็นผู้สำรวม ในศีล. จบ เนมิราชชาดกที่ ๔

ฉบับมหาจุฬาฯ ข้อ ๔๒๑–๕๘๙ ของหน่วยนี้

แสดงเป็นช่วงทั้งหน่วย ไม่วางใต้ข้อของฉบับหลวง — หลักฐานภายนอกขัดกับการเรียงคำแปล

จุฬาฯ ข้อ ๔๒๑

น่าอัศจรรย์หนอ การที่พระเจ้าเนมิผู้เป็นบัณฑิตมีพระประสงค์ด้วยกุศล ทรงเกิดขึ้นในคราวที่บุคคลผู้มีปัญญาทั้งหลายเกิดขึ้นในโลก

จุฬาฯ ข้อ ๔๒๒

พระเจ้าเนมิผู้ทรงทรมานอริราชศัตรู ของชาวแคว้นวิเทหะทั้งปวงได้บริจาคแล้ว เมื่อพระองค์ทรงบริจาคทานอยู่นั้น ก็เกิดพระดำริขึ้นว่า ทานก็ดี พรหมจรรย์ก็ดี อย่างไหนเล่าจะมีผลมาก

จุฬาฯ ข้อ ๔๒๓

ท้าวมฆวานเทพกุญชรสหัสสเนตร ทรงทราบพระดำริของพระเจ้าเนมิแล้ว ปรากฏพระองค์ ทรงกำจัดความมืดด้วยพระรัศมีแล้ว

จุฬาฯ ข้อ ๔๒๔

พระเจ้าเนมิจอมมนุษย์ทรงมีพระโลมชาติชูชัน ได้ตรัสถามท้าววาสวะว่า ท่านเป็นเทวดา เป็นคนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกะผู้บำเพ็ญทานในภพก่อนกันแน่

จุฬาฯ ข้อ ๔๒๕

รัศมีเช่นนั้นข้าพเจ้าไม่เคยได้เห็น หรือไม่เคยได้ยินมาเลย แน่ะท่านผู้เจริญ ขอท่านจงบอกข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะรู้จักท่านได้อย่างไร @เชิงอรรถ : @ เนมิราชชาดก เป็นเรื่องที่พระบรมศาสดาเมื่อเสด็จเข้าไปอาศัยเมืองมิถิลา ประทับอยู่ ณ สวนมะม่วง@ของพระราชามฆเทพ ทรงปรารภการกระทำการแย้มสรวลให้ปรากฏ ตรัสเรื่องเนมิราชชาดกนี้ เริ่มต้น@ด้วยคำว่า น่าอัศจรรย์หนอ...ในโลก ดังนี้ (ขุ.ชา.อ. ๙/๑๖๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๔๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑)

จุฬาฯ ข้อ ๔๒๖

ท้าววาสวะทรงทราบว่าพระเจ้าเนมิมีพระโลมชาติชูชัน ได้ตรัสตอบว่า หม่อมฉันเป็นท้าวสักกะจอมเทพ มาในสำนักของพระองค์ พระองค์ผู้เป็นจอมมนุษย์ พระองค์อย่าทรงมีพระโลมชาติชูชัน เชิญตรัสถามปัญหาที่พระองค์ทรงพระประสงค์เถิด

จุฬาฯ ข้อ ๔๒๗

พระเจ้าเนมินั้นเมื่อท้าวเธอทรงถวายโอกาส จึงได้ตรัสกับท้าววาสวะว่า ข้าแต่มหาราชผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ข้าพเจ้าขอถามพระองค์ ทานก็ดี พรหมจรรย์ก็ดี อย่างไหนมีผลมากกว่ากันเล่า

จุฬาฯ ข้อ ๔๒๘

ท้าววาสวะถูกพระเจ้าเนมิผู้เป็นเทพแห่งนรชนตรัสถามแล้ว เมื่อจะตรัสตอบพระเจ้าเนมิ ท้าวเธอทรงทราบวิบากแห่งพรหมจรรย์อยู่ จึงได้ตรัสบอกแก่พระเจ้าเนมิผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๔๒๙

บุคคลย่อมเกิดในตระกูลกษัตริย์ได้ด้วยพรหมจรรย์ชั้นต่ำ เข้าถึงความเป็นเทวดาได้ด้วยพรหมจรรย์ชั้นกลาง ย่อมบริสุทธิ์ได้ด้วยพรหมจรรย์ชั้นสูง

จุฬาฯ ข้อ ๔๓๐

เพราะพรหมจรรย์เหล่านี้มิใช่จะหาได้ง่ายๆ ด้วยการประกอบพิธีวิงวอนขอร้องอะไรๆ บุคคลผู้ที่เกิดในหมู่พรหมได้ต้องออกบวชบำเพ็ญตบะ (ท้าวสักกเทวราชเมื่อจะทรงแสดงเรื่องที่พระราชาทั้งหลายในอดีต ผู้บริจาคมหาทานแล้วไม่สามารถพ้นไปจากกามาวจรภพได้ จึงได้ตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๓๑

๑. พระเจ้าทุทีปะ ๒. พระเจ้าสาคระ ๓. พระเจ้าเสละ ๔. พระเจ้ามุจลินท์ ๕. พระเจ้าภคีรสะ ๖. พระเจ้าอุสินนะ ๗. พระเจ้าอัตถกะ ๘. พระเจ้าปุถุทธนะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๔๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑)

จุฬาฯ ข้อ ๔๓๒

พระราชาเหล่านั้น พระราชามหากษัตริย์เหล่าอื่น และพวกพราหมณ์เป็นอันมาก ต่างก็บูชายัญเป็นอันมากแล้วก็ยังไม่ล่วงพ้นภพแห่งเปรตได้ ชนเหล่าใดไม่มีเพื่อน อยู่คนเดียว ไม่ยินดีกับใคร ย่อมไม่ได้ปีติอันเกิดแต่วิเวก ชนเหล่านั้นถึงจะมีสมบัติเสมอกับทิพยสมบัติของพระอินทร์ก็จริง ถึงอย่างนั้น ชนเหล่านั้นแลยังชื่อว่า ผู้ตกยาก เพราะมีความสุขเนื่องด้วยผู้อื่น (ท้าวสักกเทวราชเมื่อจะทรงแสดงเหล่าดาบสผู้ล่วงภพแห่งเปรตได้แล้วบังเกิดในพรหมโลกด้วยการประพฤติพรหมจรรย์ จึงตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๓๓

ฤๅษีทั้ง ๗ เหล่านี้ คือ ๑. ยานหนฤๅษี ๒. โสมยาคฤๅษี ๓. มโนชวฤๅษี

จุฬาฯ ข้อ ๔๓๔

๔. สมุททฤๅษี ๕. มาฆฤๅษี ๖. ภรตฤๅษี ๗. กาลปุรักขิตฤๅษี กับฤๅษีอีก ๔ ตน คือ ๑. อังคีรสฤๅษี ๒. กัสสปฤๅษี ๓. กีสวัจฉฤๅษี ๔. อกัตติฤๅษี ออกบวชบำเพ็ญตบะ ล่วงพ้นกามาวจรภพได้แน่นอน (ท้าวสักกเทวราชเมื่อจะทรงเล่าเรื่องที่ตนเคยเห็นมา จึงตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๓๕

แม่น้ำที่ชื่อสีทามีอยู่ทางทิศเหนือ เป็นแม่น้ำลึก ข้ามได้ยาก ภูเขาทองมีสีดังไฟไหม้ต้นอ้อ โชติช่วงอยู่ทุกเมื่อ

จุฬาฯ ข้อ ๔๓๖

ที่ฝั่งแม่น้ำนั้น มีต้นกฤษณาขึ้นงอกงาม มีภูเขาซึ่งมีป่าไม้ขึ้นงอกงาม ที่ภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์อย่างนี้นั้น มีฤๅษีรุ่นเก่าประมาณหมื่นตนอาศัยอยู่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๔๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑)

จุฬาฯ ข้อ ๔๓๗

หม่อมฉันเป็นผู้ประเสริฐ เพราะทาน ความสำรวม และความฝึก หม่อมฉันได้อุปัฏฐากดาบสเห็นปานนี้ ที่บำเพ็ญวัตรซึ่งไม่มีวัตรอื่นยิ่งกว่า ละคณะไปอยู่ผู้เดียวมีจิตเป็นสมาธิ

จุฬาฯ ข้อ ๔๓๘

หม่อมฉันจักนอบน้อมนรชนผู้มีชาติและไม่มีชาติ ผู้ปฏิบัติตรงตลอดกาลเป็นนิตย์ เพราะเหล่าสัตว์เป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์

จุฬาฯ ข้อ ๔๓๙

ฉะนั้น วรรณะทั้งปวงที่ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมตกนรกเบื้องต่ำ วรรณะทั้งปวงย่อมบริสุทธิ์ได้ เพราะประพฤติธรรมสูงสุด (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๔๐

ท้าวมฆวานสุชัมบดีเทวราชครั้นตรัสพระดำรัสนี้แล้ว จึงทรงสั่งสอนพระเจ้าเนมิผู้ครองแคว้นวิเทหะแล้ว ได้เสด็จจากไปสู่หมู่เทพชาวสวรรค์ (ท้าวสักกเทวราชครั้นตรัสอย่างนั้นแล้ว จึงตรัสเหตุนั้นอีกว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๔๑

ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลาย ผู้มาประชุมกัน ณ ที่นี้ประมาณเท่าใด จงตั้งใจฟังคุณเป็นอันมากทั้งสูงและต่ำนี้ ของเหล่ามนุษย์ผู้ตั้งอยู่ในธรรม

จุฬาฯ ข้อ ๔๔๒

เหมือนพระเจ้าเนมินี้ผู้เป็นบัณฑิตมีพระประสงค์กุศล เป็นพระราชาผู้ทรงปราบอริราชศัตรูได้ ได้ทรงให้ทานแก่ชาวแคว้นวิเทหะทั้งปวง

จุฬาฯ ข้อ ๔๔๓

เมื่อพระองค์ทรงบริจาคทานนั้นอยู่ ก็ได้เกิดพระดำริขึ้นว่า ทานก็ดี พรหมจรรย์ก็ดี อย่างไหนเล่าจะมีผลมาก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๔๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑) (มหาชนร่าเริงยินดี จึงกล่าวว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๔๔

ความขนพองสยองเกล้าที่ไม่เคยมีมาแล้วหนอ ได้เกิดขึ้นแล้วในโลก รถทิพย์ได้ปรากฏแก่พระเจ้าวิเทหะผู้ทรงยศ (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๔๕

มาตลีเทพบุตรผู้เป็นเทพสารถีมีฤทธิ์มาก ได้เชื้อเชิญพระเจ้าวิเทหะผู้ครองกรุงมิถิลาว่า

จุฬาฯ ข้อ ๔๔๖

ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐเป็นใหญ่ในทิศ ขอเชิญเสด็จขึ้นรถพระที่นั่งนี้เถิด เทพชั้นดาวดึงส์พร้อมด้วยพระอินทร์ประสงค์จะเฝ้าพระองค์ เพราะเทพเหล่านั้นกำลังระลึกถึง นั่งกล่าวสรรเสริญคุณของพระองค์อยู่ ณ สุธรรมสภา

จุฬาฯ ข้อ ๔๔๗

ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหะผู้ครองกรุงมิถิลา ผู้ทรงธรรม ด่วนรีบเสด็จลุกขึ้นจากพระราชอาสน์ บ่ายพระพักตร์ขึ้นสู่รถพระที่นั่ง

จุฬาฯ ข้อ ๔๔๘

มาตลีเทพบุตรได้ทูลถามพระเจ้าเนมิผู้เสด็จขึ้นรถทิพย์แล้วว่า ข้าแต่พระราชาผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐเป็นใหญ่ในทิศ ข้าพระองค์จะนำพระองค์ไปทางไหน คือ ทางที่คนทำบาปหรือทำบุญไว้ (ลำดับนั้น พระเจ้าเนมิจึงตรัสกับมาตลีเทพสารถีนั้นว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๔๙

มาตลีเทพสารถี ขอให้ท่านจงนำเราไปทั้ง ๒ ทางนั่นแหละ คือ ทางที่คนทำบาปและทางที่คนทำบุญไว้ (ต่อจากนั้น มาตลีเทพสารถีทูลถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๕๐

ข้าแต่พระราชาผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐเป็นใหญ่ในทิศ ข้าพระองค์จะนำเสด็จพระองค์ไปทางไหนก่อน คือ ทางที่คนทำบาปหรือทางที่คนทำบุญไว้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๕๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑) (พระเจ้าเนมิตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๕๑

เราจะดูนรกซึ่งเป็นที่อยู่ของเหล่านรชนที่มีกรรมเป็นบาป สถานที่อยู่ของเหล่านรชนที่มีกรรมหยาบช้า และคติของเหล่านรชนผู้ทุศีลก่อน (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๕๒

มาตลีเทพสารถีฟังพระดำรัสของพระราชาแล้ว จึงแสดงแม่น้ำที่ชื่อเวตตรณี ที่ข้ามได้ยาก ประกอบด้วยน้ำด่างที่ร้อนเดือดพล่าน เปรียบด้วยเปลวเพลิง

จุฬาฯ ข้อ ๔๕๓

พระเจ้าเนมิทอดพระเนตรสัตว์ผู้ตกอยู่ในแม่น้ำเวตตรณี ที่ข้ามได้ยาก จึงได้ตรัสถามมาตลีเทพสารถีว่า มาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นสัตว์นรกเหล่านี้ผู้ตกอยู่ในแม่น้ำเวตตรณี เราขอถามท่าน สัตว์เหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรหนอ จึงตกลงสู่แม่น้ำเวตตรณี

จุฬาฯ ข้อ ๔๕๔

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว จึงได้ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๔๕๕

ชนเหล่าใดในมนุษยโลก ผู้มีกำลัง มีกรรมอันเป็นบาป ย่อมเบียดเบียน ด่าว่าผู้อื่นซึ่งมีกำลังน้อย ชนเหล่านั้นผู้มีกรรมหยาบช้า ทำบาปแล้วย่อมตกลงสู่แม่น้ำเวตตรณี @เชิงอรรถ : @ แม่น้ำชื่อเวตตรณี เป็นแม่น้ำที่ตั้งขึ้นตามฤดูซึ่งมีกรรมเป็นเหตุ เหล่านายนิรยบาลในนรกนั้นถืออาวุธ@มีดาบ หอก หอกซัด ฉมวก และพลองเป็นต้นที่ลุกเป็นไฟ เข้าประหาร ทิ่มแทง ทุบตีสัตว์นรกทั้งหลาย@(ขุ.ชา.อ. ๙/๔๕๒/๑๗๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๕๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑)

จุฬาฯ ข้อ ๔๕๖

ฝูงสุนัขดำ ฝูงสุนัขด่าง ฝูงแร้ง ฝูงกาปากเหล็กที่น่ากลัว รุมกัดจิกกินสัตว์นรก ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นฝูงสัตว์รุมกัดจิกกินสัตว์นรก ท่านมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน สัตว์เหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกฝูงกาปากเหล็กรุมกัดจิกกิน

จุฬาฯ ข้อ ๔๕๗

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๔๕๘

ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นคนตระหนี่เหนียวแน่น มีธรรมลามก บริภาษ เบียดเบียน ด่าว่าสมณะและพราหมณ์ ชนเหล่านั้นผู้มีกรรมหยาบช้า ทำบาปแล้ว จึงถูกฝูงกาปากเหล็กรุมกัดจิกกิน (พระเจ้าเนมิทรงเห็นสัตว์นรกเหล่านั้น ทรงสะดุ้งกลัว ตรัสถามมาตลี-เทพสารถีว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๕๙

สัตว์นรกเหล่านี้มีร่างกายลุกโชน เดินเหยียบแผ่นดินเหล็กที่ลุกโชน นายนิรยบาลทั้งหลายโบยตีด้วยกระบองเหล็กอันร้อน ท่านมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นสัตว์นรกเหล่านี้ที่ถูกโบยตีด้วยกระบองเหล็ก เราขอถามท่าน สัตว์เหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกทุบตีด้วยกระบองเหล็กนอนอยู่

จุฬาฯ ข้อ ๔๖๐

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๕๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑)

จุฬาฯ ข้อ ๔๖๑

ชนเหล่าใดในมนุษยโลกเป็นผู้มีธรรมอันชั่วช้า เบียดเบียน ด่าว่าชายหญิงผู้ไม่มีธรรมอันชั่วช้า ชนเหล่านั้นผู้มีธรรมอันชั่วช้า มีกรรมหยาบช้า ทำบาปแล้ว จึงถูกทุบตีด้วยกระบองเหล็กนอนอยู่ (พระเจ้าเนมิทอดพระเนตรเห็นดังนั้น จึงตรัสถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๖๒

สัตว์นรกอีกพวกหนึ่งตกหลุมถ่านเพลิง ถูกไฟไหม้ทั่วร่างกาย ร้องครวญครางอยู่ ท่านมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นสัตว์นรกเหล่านี้ถูกไฟไหม้ทั่วร่างกาย เราขอถามท่าน สัตว์เหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงตกหลุมถ่านเพลิงอยู่

จุฬาฯ ข้อ ๔๖๓

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๔๖๔

ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งอ้างพยานโกงลบหนี้ เพราะเหตุแห่งทรัพย์ของประชุมชน ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งชน ชนเหล่านั้นครั้นทำทรัพย์ของหมู่ชนให้สิ้นไปแล้ว มีกรรมอันหยาบช้า ทำบาปแล้วตกอยู่ในหลุมถ่านเพลิง (พระเจ้าเนมิทรงเห็นเหตุนั้นแล้ว จึงตรัสถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๖๕

โลหกุมภีใหญ่มีไฟลุกโพลงโชติช่วงปรากฏอยู่ ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นโลหกุมภีนั้น ท่านมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงต้องดิ่งหัวตกลงไปสู่โลหกุมภี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๕๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑)

จุฬาฯ ข้อ ๔๖๖

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๔๖๗

ชนเหล่าใดสุดแสนจะชั่ว เบียดเบียน อาฆาตสมณะและพราหมณ์ผู้มีศีล ชนเหล่านั้นผู้มีกรรมหยาบช้า ทำบาปแล้ว จึงดิ่งหัวตกลงไปสู่โลหกุมภี (พระเจ้าเนมิทรงเห็นเหตุนั้นแล้ว จึงตรัสถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๖๘

นายนิรยบาลย่อมตัดคอหรือผูกคอสัตว์นรก ฉุดลากโยนลงไปในน้ำร้อน ท่านมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกตัดศีรษะนอนอยู่

จุฬาฯ ข้อ ๔๖๙

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๔๗๐

ชนเหล่าใดในมนุษยโลกสุดแสนจะชั่ว จับนกมาฆ่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมชน ชนเหล่านั้นครั้นฆ่านกแล้ว มีกรรมหยาบช้าทำบาปแล้ว จึงถูกตัดศีรษะนอนอยู่ (พระเจ้าเนมิทรงเห็นเหตุนั้นแล้ว จึงตรัสถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๗๑

แม่น้ำนี้มีน้ำมาก มีฝั่งไม่ลึก มีท่าน้ำงดงาม ไหลอยู่เสมอ สัตว์นรกถูกความร้อนแผดเผาแล้วจะดื่มน้ำ น้ำที่สัตว์นรกเหล่านั้นดื่มแล้วก็กลายเป็นแกลบไป

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๕๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑)

จุฬาฯ ข้อ ๔๗๒

ท่านมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ น้ำที่สัตว์นรกเหล่านั้นดื่มแล้วจึงกลายเป็นแกลบไป

จุฬาฯ ข้อ ๔๗๓

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๔๗๔

สัตว์นรกเหล่าใดมีการงานไม่บริสุทธิ์ เอาข้าวลีบปนข้าวเปลือกล้วนๆ ขายให้แก่ผู้ซื้อ น้ำที่สัตว์นรกผู้ถูกความร้อนแผดเผากระหายเหล่านั้นดื่มแล้ว ก็กลายเป็นแกลบไป (พระเจ้าเนมิทรงเห็นเหตุนั้นแล้ว จึงตรัสถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๗๕

นายนิรยบาลใช้ลูกศร หอก และโตมร แทงสีข้างทั้ง ๒ ของเหล่าสัตว์นรกผู้คร่ำครวญอยู่ ท่านมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกแทงด้วยหอกนอนอยู่

จุฬาฯ ข้อ ๔๗๖

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๔๗๗

ชนเหล่าใดในมนุษยโลกมีการงานไม่ดี ลักทรัพย์ของผู้อื่น คือ ข้าวเปลือก ทรัพย์ เงิน ทอง แพะ แกะ ปศุสัตว์ และกระบือ มาเลี้ยงชีวิต ชนเหล่านั้นมีกรรมหยาบช้า ทำบาปแล้ว จึงถูกแทงด้วยหอกนอนอยู่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๕๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑) (พระเจ้าเนมิตรัสถามมาตลีเทพสารถีว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๗๘

เพราะเหตุไร สัตว์นรกเหล่านี้จึงถูกนายนิรยบาลล่ามคอไว้ สัตว์นรกอีกพวกหนึ่งถูกนายนิรยบาลหั่นแล้วสับนอนอยู่ ท่านมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกสับนอนอยู่

จุฬาฯ ข้อ ๔๗๙

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๔๘๐

สัตว์นรกเหล่านี้เคยเป็นผู้ฆ่าแพะ ฆ่าสุกร ฆ่าปลา ครั้นฆ่าปศุสัตว์ คือ กระบือ แพะ และแกะแล้วจึงวางบนเขียงเพื่อขายเลี้ยงชีพ สัตว์นรกเหล่านั้นทำบาปแล้วจึงต้องถูกสับเป็นชิ้นๆ กองอยู่ (พระเจ้าเนมิตรัสถามมาตลีเทพสารถีว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๘๑

ห้วงน้ำนี้เต็มไปด้วยอุจจาระและปัสสาวะ ไม่สะอาด บูดเน่า มีกลิ่นเหม็นฟุ้งไป สัตว์นรกถูกความหิวครอบงำ ย่อมกินอุจจาระและปัสสาวะนั้น ท่านมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงต้องมากินอุจจาระและปัสสาวะ

จุฬาฯ ข้อ ๔๘๒

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๕๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑)

จุฬาฯ ข้อ ๔๘๓

สัตว์นรกเหล่านี้บางพวกมักก่อเหตุ เกรี้ยวกราด รังแกมิตรสหาย ตั้งมั่นในการเบียดเบียนผู้อื่นทุกเมื่อ สัตว์นรกเหล่านั้นมีกรรมหยาบช้า เป็นพาล ประทุษร้ายมิตร ทำบาปแล้ว จึงกินปัสสาวะและอุจจาระ (พระเจ้าเนมิทรงเห็นเหตุนั้นแล้ว จึงตรัสถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๘๔

ห้วงน้ำนี้เต็มไปด้วยเลือดและหนอง ไม่สะอาด บูดเน่า มีกลิ่นเหม็นฟุ้งไป สัตว์นรกทั้งหลายถูกความร้อนแผดเผา เกิดความกระหาย จึงดื่มเลือดและหนอง ท่านมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงกินเลือดและหนอง

จุฬาฯ ข้อ ๔๘๕

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๔๘๖

ชนเหล่าใดในมนุษยโลกฆ่ามารดาบิดา หรือพระอรหันต์ ชื่อว่าเป็นปาราชิก (ผู้พ่ายแพ้) ชนเหล่านั้นผู้มีกรรมอันหยาบช้า ทำบาปแล้ว จึงกินเลือดและหนอง (เมื่อมาตลีเทพสารถีแสดงเรื่องนั้นแล้ว พระเจ้าเนมิจึงตรัสถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๘๗

ท่านจงดูลิ้นของสัตว์นรกที่นายนิรยบาลเกี่ยวด้วยเบ็ด และจงดูหนังที่นายนิรยบาลถลกด้วยขอเหล็ก สัตว์นรกเหล่านี้ย่อมดิ้นรนเหมือนปลาถูกโยนขึ้นบนบก ร้องไห้น้ำลายไหล เพราะเหตุไร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๕๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑)

จุฬาฯ ข้อ ๔๘๘

ท่านมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงกลืนกินเบ็ดนอนอยู่

จุฬาฯ ข้อ ๔๘๙

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๔๙๐

สัตว์นรกบางพวกเคยเป็นมนุษย์ มีตำแหน่งหน้าที่ให้ลดราคาซื้อลงจากราคาขาย ทำการโกงด้วยตาชั่งโกง เพราะโลภในทรัพย์ ปกปิดการโกงไว้เหมือนคนเมื่อจะฆ่าปลาเอาเหยื่อปกปิดเบ็ดไว้

จุฬาฯ ข้อ ๔๙๑

บุคคลผู้ทำการโกงถูกกรรมของตนหุ้มห่อไว้ ไม่มีการป้องกันได้เลย สัตว์นรกเหล่านั้นมีกรรมหยาบช้า ทำบาปแล้ว จึงต้องกลืนกินเบ็ดนอนอยู่ (พระเจ้าเนมิตรัสถามมาตลีเทพสารถีว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๙๒

นางสัตว์นรกเหล่านี้มีร่างกายแตกเยิ้ม น่าเกลียด เปรอะเปื้อน เกรอะกรังไปด้วยเลือดและหนอง เหมือนพวกโคหัวขาดในที่ฆ่า ยกแขนทั้ง ๒ ข้างขึ้นร้องคร่ำครวญอยู่ นางสัตว์นรกนั้นถูกฝังไว้ในแผ่นดินทุกเมื่อ มีภูเขาไฟลุกโชติช่วงกลิ้งมาบดขยี้

จุฬาฯ ข้อ ๔๙๓

ท่านมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของนางสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน นางสัตว์นรกเหล่านี้ ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกฝังไว้ในแผ่นดินทุกเมื่อ มีภูเขาไฟลุกโชติช่วงกลิ้งมาบดขยี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๕๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑)

จุฬาฯ ข้อ ๔๙๔

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๔๙๕

หญิงเหล่านั้นเป็นกุลธิดาในมนุษยโลกที่เป็นอยู่นี้ มีการงานไม่บริสุทธิ์ ประพฤติไม่สงบเสงี่ยม ทำตัวเป็นนักเลง ทอดทิ้งสามีแล้วไปคบหาชายอื่น เพราะเหตุแห่งความเริงรมย์และเล่นสนุก หญิงเหล่านั้นทำจิตของตนให้เริงรมย์อยู่กับชายอื่น ในมนุษยโลกแล้ว มีภูเขาไฟลุกโชติช่วงกลิ้งมาบดขยี้ (พระเจ้าเนมิตรัสถามมาตลีเทพสารถีว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๔๙๖

เพราะเหตุไร นายนิรยบาลอีกพวกหนึ่งนี้ จึงจับเท้าสัตว์นรกให้มีศีรษะห้อยลง โยนไปในนรก ท่านมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกนายนิรยบาลจับศีรษะห้อยลง โยนไปในนรก

จุฬาฯ ข้อ ๔๙๗

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๔๙๘

สัตว์นรกทั้งหลายเมื่อยังมีชีวิตอยู่ในมนุษยโลก ต่างทำกรรมไว้ไม่ดี ล่วงละเมิดเหล่าภรรยาของชายอื่น เช่นนั้นชื่อว่าเป็นผู้ลักของสำคัญที่สุด จึงต้องถูกนายนิรยบาลจับศีรษะห้อยลง โยนไปในนรก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๕๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑)

จุฬาฯ ข้อ ๔๙๙

สัตว์นรกเหล่านั้นเสวยทุกขเวทนาอยู่ในนรกนั้น สิ้นปีเป็นอันมาก เพราะบุคคลผู้ทำบาปกรรมเป็นปกติ ถูกกรรมของตนเชิดไว้ข้างหน้า ไม่มีการต้านทานได้เลย สัตว์นรกเหล่านั้นมีกรรมอันหยาบช้า ทำบาปแล้ว จึงต้องถูกนายนิรยบาลจับศีรษะห้อยลง โยนไปในนรก (พระเจ้าเนมิตรัสถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๕๐๐

สัตว์นรกทั้งเล็กและใหญ่เหล่านี้ มีการประกอบเหตุการณ์ต่างๆ กัน มีรูปร่างแสนจะน่ากลัว ปรากฏอยู่ในนรก ท่านมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงต้องมาเสวยทุกขเวทนาอันร้ายแรงแข็งกล้า และเผ็ดร้อนเหลือประมาณอยู่

จุฬาฯ ข้อ ๕๐๑

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๕๐๒

เหล่าสัตว์นรกที่เมื่อมีชีวิตอยู่ในมนุษยโลก เป็นผู้มีทิฏฐิสุดแสนชั่ว หลงทำกรรมเพราะความชะล่าใจ และชักชวนผู้อื่นในทิฏฐิเช่นนั้น มีทิฏฐิชั่ว จึงต้องมาเสวยทุกขเวทนาอันแรงแข็งกล้า และเผ็ดร้อนเหลือประมาณอยู่ @เชิงอรรถ : @ ทิฏฐิสุดแสนชั่ว หมายถึงมีบาปธรรมมากด้วยความเห็นผิดที่มีวัตถุ ๑๐ คือ การให้ทานไม่มีผล การบูชา@ไม่มีผล การบวงสรวงไม่มีผล การเสวยผลของกรรมดีกรรมชั่วไม่มี มารดาไม่มีคุณ บิดาไม่มีคุณ แม้สมณ-@พราหมณ์ทั้งหลายก็ไม่มี สัตว์ผู้เกิดผุดขึ้นไม่มี โลกนี้ไม่มี โลกหน้าไม่มี (ขุ.ชา.อ. ๙/๕๐๒/๑๙๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๖๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑) (มาตลีเทพสารถีฟังพระดำรัสแล้ว จึงแสดงนรกมากมายในทิศทั้ง ๔ ว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๕๐๓

ข้าแต่มหาราช พระองค์ได้ทรงทราบสถานที่อยู่ ของเหล่าสัตว์ผู้มีกรรมชั่ว ของเหล่าสัตว์ผู้มีกรรมหยาบช้า และคติของเหล่าสัตว์ผู้ทุศีลแล้ว ข้าแต่พระราชาผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ บัดนี้ ขอเชิญพระองค์เสด็จขึ้นไปในสำนักของท้าวสักกเทวราชเถิด (เทพมาตลีสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามถึงเทพธิดา จึงกราบทูลพยากรณ์แด่พระองค์ว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๕๐๔

วิมาน ๕ ยอดนี้ย่อมปรากฏนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก ประดับด้วยอาภรณ์ทุกอย่างมีดอกไม้เป็นต้น นั่งอยู่ในท่ามกลางที่ไสยาสน์ แสดงเทพฤทธิ์ได้ต่างๆ สถิตอยู่ในวิมานนี้ (พระเจ้าเนมิตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๕๐๕

ท่านมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นพฤติการณ์ของนางเทพธิดาผู้สถิตอยู่ในวิมานนี้ เราขอถามท่าน นางเทพธิดานี้ได้ทำกรรมอะไรไว้หนอ จึงได้ขึ้นสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน

จุฬาฯ ข้อ ๕๐๖

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำบุญไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๕๐๗

บางทีพระองค์จะทรงเคยได้ยินว่า ในมนุษยโลกมีนางทาสีเรือนทาสของพราหมณ์ชื่อว่า พีรณี คราวหนึ่งนางทราบว่า แขกมาถึงแล้วตามกาล ก็ชื่นชม ยินดีเหมือนมารดาชื่นชมบุตรของตน นางมีการสำรวมและการบริจาค บันเทิงอยู่ในวิมาน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๖๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑) (มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามถึงกุศลกรรมที่โสณทินนเทพบุตรทำแล้วจึงทูลตอบแด่พระองค์ว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๕๐๘

วิมานทั้ง ๗ หลังถูกนิรมิตขึ้น เรืองรองผ่องใส มีเทพบุตรตนหนึ่งซึ่งมีฤทธิ์มาก ประดับประดาด้วยอาภรณ์ทุกอย่าง มีหมู่เทพธิดาแวดล้อมผลัดเปลี่ยนเวียนวนอยู่โดยรอบ ในวิมานทั้ง ๗ หลัง ซึ่งตั้งเรียงรายกันอยู่ตามลำดับนั้น (พระเจ้าเนมิตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๕๐๙

ท่านมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นพฤติการณ์ของเทพบุตรผู้อยู่ในวิมานนี้ เราขอถามท่าน เทพบุตรตนนี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงได้ขึ้นสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน

จุฬาฯ ข้อ ๕๑๐

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว จึงทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำบุญไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๕๑๑

เทพบุตรตนนี้เคยเป็นคหบดีชื่อโสณทินนะ เป็นทานบดีให้สร้างวิหาร ๗ หลังอุทิศแก่บรรพชิต

จุฬาฯ ข้อ ๕๑๒

เขาได้อุปัฏฐากภิกษุทั้งหลายผู้อยู่ในวิหาร ๗ หลังนั้น ด้วยความเคารพ ได้บริจาคผ้านุ่ง ผ้าห่ม อาหาร เสนาสนะ เครื่องประทีป ในท่านผู้ปฏิบัติตรงทั้งหลายด้วยจิตเลื่อมใส

จุฬาฯ ข้อ ๕๑๓

ได้รักษาอุโบสถศีลที่ประกอบด้วยองค์ ๘ ทุกวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๘ ค่ำแห่งปักษ์ พร้อมทั้งวันปาฏิหาริยปักษ์

จุฬาฯ ข้อ ๕๑๔

เป็นผู้สำรวมในศีลทุกเมื่อ จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน ในเพราะการสำรวมและการบริจาคทาน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๖๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑) (มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามถึงกุศลกรรมของเหล่าเทพอัปสรจึงทูลตอบว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๕๑๕

วิมานที่ถูกนิรมิตไว้ดีแล้วนี้ มีฝาสำเร็จด้วยแก้วผลึก เกลื่อนกล่นไปด้วยหมู่นางเทพอัปสรผู้ประเสริฐ รุ่งเรืองด้วยเรือนยอดประกอบไปด้วยข้าวและน้ำ งดงามด้วยการฟ้อนรำและขับร้องทั้ง ๒ อย่าง ส่องแสงสว่างไสวอยู่ (พระเจ้าเนมิตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๕๑๖

ท่านมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปแห่งวิมานนี้ เราขอถามท่าน นางเทพอัปสรเหล่านี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงได้ขึ้นสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน

จุฬาฯ ข้อ ๕๑๗

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว จึงทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำบุญไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

จุฬาฯ ข้อ ๕๑๘

นางเทพอัปสรเหล่านั้นเมื่อยังมีชีวิตอยู่ในมนุษยโลก เคยเป็นอุบาสิกาผู้มีศีล ยินดีในการให้ทาน มีใจเลื่อมใสเป็นนิตย์ ตั้งอยู่ในสัจจะ ไม่ประมาทในการรักษาอุโบสถศีล เป็นผู้สำรวมและทำการบริจาคทาน จึงบันเทิงอยู่ในสวรรค์ (พระเจ้าเนมิตรัสถามถึงกุศลกรรมของเทพบุตรเหล่านั้นว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๕๑๙

วิมานที่ถูกนิรมิตไว้ดีแล้วนี้ มีฝาสำเร็จด้วยแก้วไพฑูรย์ ประกอบด้วยภูมิภาคที่น่ารื่นรมย์ จัดสรรสร้างไว้เป็นส่วนๆ ส่องแสงสว่างไสวอยู่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๖๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๔. เนมิราชชาดก (๕๔๑)

จุฬาฯ ข้อ ๕๒๐

เสียงทิพย์ คือ เสียงเปิงมาง เสียงตะโพน เสียงการฟ้อนรำขับร้อง และเสียงประโคมดนตรี เปล่งออกมาน่าฟัง เป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ

จุฬาฯ ข้อ ๕๒๑

เราไม่รู้สึกว่า เคยได้เห็นหรือเคยได้ฟังเสียง ที่น่ารื่นรมย์ใจอย่างนี้ ที่ไพเราะอย่างนี้มาก่อนเลย

จุฬาฯ ข้อ ๕๒๒

ท่านมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของวิมานนี้ เราขอถามท่าน เทพบุตรตนนี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงได้ขึ้นสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน

จุฬาฯ ข้อ ๕๒๓

มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว จึงทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำบุญไว้ ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อรรถกถา

คำอธิบายชั้นหลัง — ไม่ใช่พุทธพจน์

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

1 คัมภีร์ · 349 ย่อหน้า — โหลดเมื่อคุณเปิดอ่าน ไม่อยู่ในหน้านี้ตั้งแต่แรก

เปิดหน้าของฉบับนี้ · เนมิราชชาดก ว่าด้วย พระเจ้าเนมิราชทรงบำเพ็ญอธิษฐานบารมี

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

การจับคู่ข้อของฉบับมหาจุฬาฯ

ตัวบทสามฉบับต่อข้อ เรียง บาลี → ฉบับหลวง → ฉบับมหาจุฬาฯ · เลือกแสดงทั้งสามหรือทีละฉบับได้ที่แถบเครื่องมือ

หลักฐานภายนอกขัดกับการเรียงคำแปล

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ