คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒
ปัจจนีกบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีแต่โสตะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติ สัตว์ที่ไม่มีจักขุ ไม่มีโสตะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีโสตะ มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ที่ไม่มีโสตะ ไม่มีจักขุฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้อิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติบุคคลมีอิตถีและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรียมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลมีปุริสะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ฆานินทรียมูลกนัย
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อจกฺขุกานํ อุปฺปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีแต่ฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ที่ไม่มีจักขุ ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติ สัตว์ที่ไม่มีฆานะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี แต่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่าโสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัส-*สินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปก-*ขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ เป็นสเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ เป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญา ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้อิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีอิตถีและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้ปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีปุริสะและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส- สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ เว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัส-*สินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น เว้นอุเบกขา มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ เป็นสเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ เป็นอเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งปราศจากปัญญา ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะ กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ไม่เป็นอิตถี ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะและอิตถี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร เกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถิน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี เว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี เป็นสเหตุก-*สัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี เป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญา ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส- สิทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส-สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใชไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์ จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ เว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น เว้นโสมนัส เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัส-*สินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขิน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ เป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญา ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัส ในปวัตติกาล แต่ชีวิติน-*ทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติ-กาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ชีวิตนิทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจาก สัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย
ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ในปวัตติกาล แต่ชีวิติน-*ทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๗ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๗ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๗ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๗ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขา- สมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๖๔๐.๑} ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล แต่อุเปก-*ขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัส ปราศจากอุเบกขา ผู้เข้านิโรธผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังค-*ขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ปราศจากโสมนัส ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์
อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุต ด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและอุเบกขา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุต ด้วยโสมนัสในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัส-สินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและโสมนัส บุคคลผู้นิโรธสมาบัติ และบุคคลผุ้ผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะแต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่ง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร จิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและสัทธา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและที่สัมปยุตด้วยโสมนัสใน ปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล โสมนัสสิน-ทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและญาณบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย
ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺต- จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๖๔๑.๑} ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ สทฺธาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺส- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัสประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัส ปราศจากศรัทธา ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ที่ปราศจากศรัทธา ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ปราศจากโสมนัส ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๘ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺต- โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เว้นโสมนัส ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัส ประกอบด้วยปัญญา ในปวัตติกาล แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัสปราศจากปัญญา ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ประกอบด้วยโสมนัสแต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ปราศจากโสมนัส ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๘ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัสในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๘ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ สทฺธาวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา เป็นสเหตุก-*สัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ประกอบด้วยศรัทธา แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ปราศจากศรัทธาผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ประกอบด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ปราศจากอุเบกขาผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์
อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะแต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและสัทธาบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิต
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและอุเบกขา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ไช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและญาณ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและอุเบกขาบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย
ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตญาณสมฺมปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๖๔๕.๑} ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา ประกอบด้วยปัญญาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ประกอบด้วยปัญญา ในปวัตติกาล แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขาปราศจากปัญญา ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ประกอบด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ปราศจากอุเบกขา ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๙ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๙ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตสทฺธา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต ที่ปราศจากปัญญาปราศจากศรัทธา ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์
อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังดูเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและสัทธา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ที่วิปปยุตจากสัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปัญญินทรียมูลกนัย
ยสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เป็นอเหตุกสัตว์ มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๒๐ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้และมีจิตเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขุนทรียมูลกนัย
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรียมิใช่ ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๒๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๒๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ย่อมเกิดขึ้น หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ไม่มี
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๒๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๒๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ย่อม ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออรูปภูมิ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๒๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออรูปภูมิ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๒๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า
คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
อรรถกถา
คำอธิบายชั้นหลัง — ไม่ใช่พุทธพจน์
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกคลังยังไม่มีอรรถกถาที่ผูกกับหน่วยนี้
คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
การจับคู่ข้อของฉบับมหาจุฬาฯ
ตัวบทสามฉบับต่อข้อ เรียง บาลี → ฉบับหลวง → ฉบับมหาจุฬาฯ · เลือกแสดงทั้งสามหรือทีละฉบับได้ที่แถบเครื่องมือ
ในหน่วยนี้: 27 ข้อตามเลขอ้างอิง SuttaCentral · 0 ข้อโดยอนุมาน — ยังไม่มีคู่ใดที่คนตรวจ