คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ฉบับหลวง

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒

ฉบับมหาจุฬาฯ

ปัจจนีกบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย

บาลี

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีแต่โสตะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติ สัตว์ที่ไม่มีจักขุ ไม่มีโสตะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีโสตะ มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ที่ไม่มีโสตะ ไม่มีจักขุฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

จุฬาฯ ข้อ ๒๑๓· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้อิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติบุคคลมีอิตถีและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรียมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลมีปุริสะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ฆานินทรียมูลกนัย

บาลี

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อจกฺขุกานํ อุปฺปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีแต่ฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ที่ไม่มีจักขุ ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติ สัตว์ที่ไม่มีฆานะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี แต่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่าโสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัส-*สินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปก-*ขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ เป็นสเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ เป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญา ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๓ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

จุฬาฯ ข้อ ๒๑๔· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้อิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีอิตถีและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้ปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีปุริสะและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส- สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

บาลี

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ เว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัส-*สินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น เว้นอุเบกขา มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ เป็นสเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ เป็นอเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งปราศจากปัญญา ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๔ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะ กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ไม่เป็นอิตถี ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

จุฬาฯ ข้อ ๒๑๕· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะและอิตถี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร เกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย

บาลี

ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถิน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี เว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี เป็นสเหตุก-*สัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี เป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญา ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

จุฬาฯ ข้อ ๒๑๖· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส- สิทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส-สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใชไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

บาลี

ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์ จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ เว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น เว้นโสมนัส เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัส-*สินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขิน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ เป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญา ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๖ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัส ในปวัตติกาล แต่ชีวิติน-*ทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

จุฬาฯ ข้อ ๒๑๗· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติ-กาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ชีวิตนิทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจาก สัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

บาลี

ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ในปวัตติกาล แต่ชีวิติน-*ทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๗ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๗ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๗ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๗ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขา- สมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๖๔๐.๑} ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล แต่อุเปก-*ขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัส ปราศจากอุเบกขา ผู้เข้านิโรธผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังค-*ขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ปราศจากโสมนัส ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์

จุฬาฯ ข้อ ๒๑๘· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุต ด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและอุเบกขา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุต ด้วยโสมนัสในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัส-สินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและโสมนัส บุคคลผู้นิโรธสมาบัติ และบุคคลผุ้ผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะแต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่ง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร จิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและสัทธา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและที่สัมปยุตด้วยโสมนัสใน ปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล โสมนัสสิน-ทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและญาณบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

บาลี

ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺต- จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๖๔๑.๑} ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ สทฺธาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺส- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัสประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัส ปราศจากศรัทธา ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ที่ปราศจากศรัทธา ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ปราศจากโสมนัส ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๘ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺต- โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เว้นโสมนัส ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัส ประกอบด้วยปัญญา ในปวัตติกาล แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัสปราศจากปัญญา ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ประกอบด้วยโสมนัสแต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ปราศจากโสมนัส ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๘ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัสในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๘ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ สทฺธาวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา เป็นสเหตุก-*สัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ประกอบด้วยศรัทธา แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ปราศจากศรัทธาผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ประกอบด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ปราศจากอุเบกขาผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์

จุฬาฯ ข้อ ๒๑๙· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะแต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและสัทธาบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและอุเบกขา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ไช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและญาณ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและอุเบกขาบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

บาลี

ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตญาณสมฺมปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๖๔๕.๑} ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา ประกอบด้วยปัญญาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ประกอบด้วยปัญญา ในปวัตติกาล แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขาปราศจากปัญญา ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ประกอบด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ปราศจากอุเบกขา ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๙ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๑๙ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตสทฺธา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต ที่ปราศจากปัญญาปราศจากศรัทธา ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์

จุฬาฯ ข้อ ๒๒๐· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังดูเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและสัทธา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ที่วิปปยุตจากสัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปัญญินทรียมูลกนัย

บาลี

ยสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เป็นอเหตุกสัตว์ มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๒๐ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

จุฬาฯ ข้อ ๒๒๑· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้และมีจิตเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขุนทรียมูลกนัย

บาลี

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

จุฬาฯ ข้อ ๒๒๒· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรียมิใช่ ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

บาลี

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๒๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๒๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ย่อมเกิดขึ้น หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ไม่มี

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๒๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๒๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ย่อม ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออรูปภูมิ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๒๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับหลวง

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออรูปภูมิ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๒๒๒ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อรรถกถา

คำอธิบายชั้นหลัง — ไม่ใช่พุทธพจน์

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

คลังยังไม่มีอรรถกถาที่ผูกกับหน่วยนี้

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

การจับคู่ข้อของฉบับมหาจุฬาฯ

ตัวบทสามฉบับต่อข้อ เรียง บาลี → ฉบับหลวง → ฉบับมหาจุฬาฯ · เลือกแสดงทั้งสามหรือทีละฉบับได้ที่แถบเครื่องมือ

ในหน่วยนี้: 27 ข้อตามเลขอ้างอิง SuttaCentral · 0 ข้อโดยอนุมาน — ยังไม่มีคู่ใดที่คนตรวจ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ