กำลังอ่านตัวบทกฎหมาย ประกาศ และการแก้ไข ตั้งแต่ประมวลกฎหมายถึงประกาศหน่วยงานกำกับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๔๖๘1,834 มาตรา216 หัวข้อลำดับ 2 จาก 7 ในประมวลกฎหมายต้นฉบับ PDF · 362 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 bd3b78a8… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. บรรพ ๑ หลักทั่วไปมาตรา ๔–๑๙๓/๓๕ · 225 มาตรา
  2. ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๔–๑๔ · 11 มาตรา
  3. ลักษณะ ๒ บุคคลมาตรา ๑๕–๑๓๖ · 122 มาตรา
  4. หมวด ๑ บุคคลธรรมดามาตรา ๑๕–๖๔ · 50 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๑ สภาพบุคคลมาตรา ๑๕–๑๘ · 4 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๒ ความสามารถมาตรา ๑๙–๓๖ · 18 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๓ ภูมิลำเนามาตรา ๓๗–๔๗ · 11 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๔ สาบสูญมาตรา ๔๘–๖๔ · 17 มาตรา
  9. หมวด ๒ นิติบุคคลมาตรา ๖๕–๑๓๖ · 72 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๖๕–๗๗ · 13 มาตรา
  11. ส่วนที่ ๒ สมาคมมาตรา ๗๘–๑๐๙ · 32 มาตรา
  12. ส่วนที่ ๓ มูลนิธิมาตรา ๑๑๐–๑๓๖ · 27 มาตรา
  13. ลักษณะ ๓ ทรัพย์มาตรา ๑๓๗–๑๔๘ · 12 มาตรา
  14. ลักษณะ ๔ นิติกรรมมาตรา ๑๔๙–๑๙๓ · 45 มาตรา
  15. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๔๙–๑๕๓ · 5 มาตรา
  16. หมวด ๒ การแสดงเจตนามาตรา ๑๕๔–๑๗๑ · 18 มาตรา
  17. หมวด ๓ โมฆะกรรมและโมฆียะกรรมมาตรา ๑๗๒–๑๘๑ · 10 มาตรา
  18. หมวด ๔ เงื่อนไขและเงื่อนเวลามาตรา ๑๘๒–๑๙๓ · 12 มาตรา
  19. ลักษณะ ๕ ระยะเวลามาตรา ๑๙๓/๑–๑๙๓/๘ · 8 มาตรา
  20. ลักษณะ ๖ อายุความมาตรา ๑๙๓/๙–๑๙๓/๓๕ · 27 มาตรา
  21. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๙๓/๙–๑๙๓/๒๙ · 21 มาตรา
  22. หมวด ๒ กำหนดอายุความมาตรา ๑๙๓/๓๐–๑๙๓/๓๕ · 6 มาตรา
  23. บรรพ ๒ หนี้มาตรา ๑๙๔–๔๕๒ · 259 มาตรา
  24. ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๙๔–๓๕๓ · 160 มาตรา
  25. หมวด ๑ วัตถุแห่งหนี้มาตรา ๑๙๔–๒๐๒ · 9 มาตรา
  26. หมวด ๒ ผลแห่งหนี้มาตรา ๒๐๓–๒๘๙ · 87 มาตรา
  27. ส่วนที่ ๑ การไม่ชำระหนี้มาตรา ๒๐๓–๒๒๕ · 23 มาตรา
  28. ส่วนที่ ๒ รับช่วงสิทธิมาตรา ๒๒๖–๒๓๒ · 7 มาตรา
  29. ส่วนที่ ๓ การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้มาตรา ๒๓๓–๒๓๖ · 4 มาตรา
  30. ส่วนที่ ๔ เพิกถอนการฉ้อฉลมาตรา ๒๓๗–๒๔๐ · 4 มาตรา
  31. ส่วนที่ ๕ สิทธิยึดหน่วงมาตรา ๒๔๑–๒๕๐ · 10 มาตรา
  32. ส่วนที่ ๖ บุริมสิทธิมาตรา ๒๕๑–๒๘๙ · 39 มาตรา
  33. หมวด ๓ ลูกหนี้และเจ้าหนี้หลายคนมาตรา ๒๙๐–๓๐๒ · 13 มาตรา
  34. หมวด ๔ โอนสิทธิเรียกร้องมาตรา ๓๐๓–๓๑๓ · 11 มาตรา
  35. หมวด ๕ ความระงับหนี้มาตรา ๓๑๔–๓๕๓ · 40 มาตรา
  36. ส่วนที่ ๑ การชำระหนี้มาตรา ๓๑๔–๓๓๙ · 26 มาตรา
  37. ส่วนที่ ๒ ปลดหนี้มาตรา ๓๔๐ · 1 มาตรา
  38. ส่วนที่ ๓ หักกลบลบหนี้มาตรา ๓๔๑–๓๔๘ · 8 มาตรา
  39. ส่วนที่ ๔ แปลงหนี้ใหม่มาตรา ๓๔๙–๓๕๒ · 4 มาตรา
  40. ส่วนที่ ๕ หนี้เกลื่อนกลืนกันมาตรา ๓๕๓ · 1 มาตรา
  41. ลักษณะ ๒ สัญญามาตรา ๓๕๔–๓๙๔ · 41 มาตรา
  42. หมวด ๑ ก่อให้เกิดสัญญามาตรา ๓๕๔–๓๖๘ · 15 มาตรา
  43. หมวด ๒ ผลแห่งสัญญามาตรา ๓๖๙–๓๗๖ · 8 มาตรา
  44. หมวด ๓ มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับมาตรา ๓๗๗–๓๘๕ · 9 มาตรา
  45. หมวด ๔ เลิกสัญญามาตรา ๓๘๖–๓๙๔ · 9 มาตรา
  46. ลักษณะ ๓ จัดการงานนอกสั่งมาตรา ๓๙๕–๔๐๕ · 11 มาตรา
  47. ลักษณะ ๔ ลาภมิควรได้มาตรา ๔๐๖–๔๑๙ · 14 มาตรา
  48. ลักษณะ ๕ ละเมิดมาตรา ๔๒๐–๔๕๒ · 33 มาตรา
  49. หมวด ๑ ความรับผิดเพื่อละเมิดมาตรา ๔๒๐–๔๓๗ · 18 มาตรา
  50. หมวด ๒ ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดมาตรา ๔๓๘–๔๔๘ · 11 มาตรา
  51. หมวด ๓ นิรโทษกรรมมาตรา ๔๔๙–๔๕๒ · 4 มาตรา
  52. บรรพ ๓ เอกเทศสัญญามาตรา ๔๕๓–๑๒๗๔ · 839 มาตรา
  53. ลักษณะ ๑ ซื้อขายมาตรา ๔๕๓–๕๑๗ · 65 มาตรา
  54. หมวด ๑ สภาพและหลักสำคัญของสัญญาซื้อขายมาตรา ๔๕๓–๔๖๐ · 8 มาตรา
  55. ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๔๕๓–๔๕๗ · 5 มาตรา
  56. ส่วนที่ ๒ การโอนกรรมสิทธิ์มาตรา ๔๕๘–๔๖๐ · 3 มาตรา
  57. หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ขายมาตรา ๔๖๑–๔๘๕ · 25 มาตรา
  58. ส่วนที่ ๑ การส่งมอบมาตรา ๔๖๑–๔๗๑ · 11 มาตรา
  59. ส่วนที่ ๒ ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องมาตรา ๔๗๒–๔๗๔ · 3 มาตรา
  60. ส่วนที่ ๓ ความรับผิดในการรอนสิทธิมาตรา ๔๗๕–๔๘๒ · 8 มาตรา
  61. ส่วนที่ ๔ ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดมาตรา ๔๘๓–๔๘๕ · 3 มาตรา
  62. หมวด ๓ หน้าที่ของผู้ซื้อมาตรา ๔๘๖–๔๙๐ · 5 มาตรา
  63. หมวด ๔ การซื้อขายเฉพาะบางอย่างมาตรา ๔๙๑–๕๑๗ · 27 มาตรา
  64. ส่วนที่ ๑ ขายฝากมาตรา ๔๙๑–๕๐๒ · 12 มาตรา
  65. ส่วนที่ ๒ ขายตามตัวอย่าง ขายตามคำพรรณนาขายเผื่อชอบมาตรา ๕๐๓–๕๐๘ · 6 มาตรา
  66. ส่วนที่ ๓ ขายทอดตลาดมาตรา ๕๐๙–๕๑๗ · 9 มาตรา
  67. ลักษณะ ๒ แลกเปลี่ยนมาตรา ๕๑๘–๕๒๐ · 3 มาตรา
  68. ลักษณะ ๓ ให้มาตรา ๕๒๑–๕๓๖ · 16 มาตรา
  69. ลักษณะ ๔ เช่าทรัพย์มาตรา ๕๓๗–๕๗๑ · 35 มาตรา
  70. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๕๓๗–๕๔๕ · 9 มาตรา
  71. หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ให้เช่ามาตรา ๕๔๖–๕๕๑ · 6 มาตรา
  72. หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่ามาตรา ๕๕๒–๕๖๓ · 12 มาตรา
  73. หมวด ๔ ความระงับแห่งสัญญาเช่มาตรา ๕๖๔–๕๗๑ · 8 มาตรา
  74. ลักษณะ ๕ เช่าซื้อมาตรา ๕๗๒–๕๗๔ · 3 มาตรา
  75. ลักษณะ ๖ จ้างแรงงานมาตรา ๕๗๕–๕๘๖ · 12 มาตรา
  76. ลักษณะ ๗ จ้างทำของมาตรา ๕๘๗–๖๐๗ · 21 มาตรา
  77. ลักษณะ ๘ รับขนมาตรา ๖๐๘–๖๓๙ · 32 มาตรา
  78. หมวด ๑ รับขนของมาตรา ๖๑๐–๖๓๓ · 24 มาตรา
  79. หมวด ๒ รับขนคนโดยสารมาตรา ๖๓๔–๖๓๙ · 6 มาตรา
  80. ลักษณะ ๙ ยืมมาตรา ๖๔๐–๖๕๖ · 17 มาตรา
  81. หมวด ๑ ยืมใช้คงรูปมาตรา ๖๔๐–๖๔๙ · 10 มาตรา
  82. หมวด ๒ ยืมใช้สิ้นเปลืองมาตรา ๖๕๐–๖๕๖ · 7 มาตรา
  83. ลักษณะ ๑๐ ฝากทรัพย์มาตรา ๖๕๗–๖๗๙ · 23 มาตรา
  84. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๖๕๗–๖๗๑ · 15 มาตรา
  85. หมวด ๒ วิธีเฉพาะการฝากเงินมาตรา ๖๗๒–๖๗๓ · 2 มาตรา
  86. หมวด ๓ วิธีเฉพาะสำหรับเจ้าสำนักโรงแรมมาตรา ๖๗๔–๖๗๙ · 6 มาตรา
  87. ลักษณะ ๑๑ ค้ำประกันมาตรา ๖๘๐–๗๐๑ · 22 มาตรา
  88. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๖๘๐–๖๘๕ · 6 มาตรา
  89. หมวด ๒ ผลก่อนชำระหนี้มาตรา ๖๘๖–๖๙๒ · 7 มาตรา
  90. หมวด ๓ ผลภายหลังชำระหนี้มาตรา ๖๙๓–๖๙๗ · 5 มาตรา
  91. หมวด ๔ ความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกันมาตรา ๖๙๘–๗๐๑ · 4 มาตรา
  92. ลักษณะ ๑๒ จำนองมาตรา ๗๐๒–๗๔๖ · 45 มาตรา
  93. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๐๒–๗๑๔ · 13 มาตรา
  94. หมวด ๒ สิทธิจำนองครอบเพียงใดมาตรา ๗๑๕–๗๒๑ · 7 มาตรา
  95. หมวด ๓ สิทธิและหน้าที่ของผู้รับจำนองและผู้จำนองมาตรา ๗๒๒–๗๒๗ · 6 มาตรา
  96. หมวด ๔ การบังคับจำนองมาตรา ๗๒๘–๗๓๕ · 8 มาตรา
  97. หมวด ๕ สิทธิและหน้าที่ของผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองมาตรา ๗๓๖–๗๔๓ · 8 มาตรา
  98. หมวด ๖ ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาจำนองมาตรา ๗๔๔–๗๔๖ · 3 มาตรา
  99. ลักษณะ ๑๓ จำนำมาตรา ๗๔๗–๗๖๙ · 23 มาตรา
  100. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๔๗–๗๕๗ · 11 มาตรา
  101. หมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของผู้จำนำและผู้รับจำนำมาตรา ๗๕๘–๗๖๓ · 6 มาตรา
  102. หมวด ๓ การบังคับจำนำมาตรา ๗๖๔–๗๖๘ · 5 มาตรา
  103. หมวด ๔ ความระงับสิ้นไปแห่งการจำนำมาตรา ๗๖๙ · 1 มาตรา
  104. ลักษณะ ๑๔ เก็บของในคลังสินค้ามาตรา ๗๗๐–๗๙๖ · 27 มาตรา
  105. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๗๐–๗๗๔ · 5 มาตรา
  106. หมวด ๒ ใบรับของคลังสินค้าและประทวนสินค้ามาตรา ๗๗๕–๗๙๖ · 22 มาตรา
  107. ลักษณะ ๑๕ ตัวแทนมาตรา ๗๙๗–๘๔๔ · 47 มาตรา
  108. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๙๗–๘๐๖ · 9 มาตรา
  109. หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการมาตรา ๘๐๗–๘๑๔ · 8 มาตรา
  110. หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของตัวการต่อตัวแทนมาตรา ๘๑๕–๘๑๙ · 5 มาตรา
  111. หมวด ๔ ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอกมาตรา ๘๒๐–๘๒๕ · 6 มาตรา
  112. หมวด ๕ ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทนมาตรา ๘๒๖–๘๓๒ · 7 มาตรา
  113. หมวด ๖ ตัวแทนค้าต่างมาตรา ๘๓๓–๘๔๔ · 12 มาตรา
  114. ลักษณะ ๑๖ นายหน้ามาตรา ๘๔๕–๘๔๙ · 5 มาตรา
  115. ลักษณะ ๑๗ ประนีประนอมยอมความมาตรา ๘๕๐–๘๕๒ · 3 มาตรา
  116. ลักษณะ ๑๘ การพนันและขันต่อมาตรา ๘๕๓–๘๕๕ · 3 มาตรา
  117. ลักษณะ ๑๙ บัญชีเดินสะพัดมาตรา ๘๕๖–๘๖๐ · 5 มาตรา
  118. ลักษณะ ๒๐ ประกันภัยมาตรา ๘๖๑–๘๙๗ · 37 มาตรา
  119. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๘๖๑–๘๖๘ · 8 มาตรา
  120. หมวด ๒ ประกันวินาศภัยมาตรา ๘๖๙–๘๘๘ · 20 มาตรา
  121. ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๘๖๙–๘๘๒ · 14 มาตรา
  122. ส่วนที่ ๒ วิธีเฉพาะการประกันภัยในการรับขนมาตรา ๘๘๓–๘๘๖ · 4 มาตรา
  123. ส่วนที่ ๓ ประกันภัยค้ำจุนมาตรา ๘๘๗–๘๘๘ · 2 มาตรา
  124. หมวด ๓ ประกันชีวิตมาตรา ๘๘๙–๘๙๗ · 9 มาตรา
  125. ลักษณะ ๒๑ ตั๋วเงินมาตรา ๘๙๘–๑๐๑๑ · 114 มาตรา
  126. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๘๙๘–๙๐๗ · 10 มาตรา
  127. หมวด ๒ ตั๋วแลกเงินมาตรา ๙๐๘–๙๘๑ · 74 มาตรา
  128. ส่วนที่ ๑ การออกและสลักหลังตั๋วแลกเงินมาตรา ๙๐๘–๙๒๖ · 19 มาตรา
  129. ส่วนที่ ๒ การรับรองมาตรา ๙๒๗–๙๓๗ · 11 มาตรา
  130. ส่วนที่ ๓ อาวัลมาตรา ๙๓๘–๙๔๐ · 3 มาตรา
  131. ส่วนที่ ๔ การใช้เงินมาตรา ๙๔๑–๙๔๙ · 9 มาตรา
  132. ส่วนที่ ๕ การสอดเข้าแก้หน้ามาตรา ๙๕๐–๙๕๘ · 9 มาตรา
  133. ส่วนที่ ๖ สิทธิไล่เบี้ยเพราะเขาไม่รับรองหรือไม่ใช้เงินมาตรา ๙๕๙–๙๗๔ · 16 มาตรา
  134. ส่วนที่ ๗ ตั๋วแลกเงินเป็นสำรับมาตรา ๙๗๕–๙๘๑ · 7 มาตรา
  135. หมวด ๓ ตั๋วสัญญาใช้เงินมาตรา ๙๘๒–๙๘๖ · 5 มาตรา
  136. หมวด ๔ เช็คมาตรา ๙๘๗–๑๐๐๐ · 14 มาตรา
  137. หมวด ๕ อายุความมาตรา ๑๐๐๑–๑๐๐๕ · 5 มาตรา
  138. หมวด ๖ ตั๋วเงินปลอม ตั๋วเงินถูกลัก และตั๋วเงินหายมาตรา ๑๐๐๖–๑๐๑๑ · 6 มาตรา
  139. ลักษณะ ๒๒ หุ้นส่วนและบริษัทมาตรา ๑๐๑๒–๑๒๗๓/๔ · 280 มาตรา
  140. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๐๑๒–๑๐๒๔ · 14 มาตรา
  141. หมวด ๒ ห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๒๕–๑๐๗๖ · 54 มาตรา
  142. ส่วนที่ ๑ บทวิเคราะห์มาตรา ๑๐๒๕ · 1 มาตรา
  143. ส่วนที่ ๒ ความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกันเองมาตรา ๑๐๒๖–๑๐๔๘ · 23 มาตรา
  144. ส่วนที่ ๓ ความเกี่ยวพันระหว่ งผู้เป็นหุ้นส่วนกับบุคคลภายนอกมาตรา ๑๐๔๙–๑๐๕๔ · 6 มาตรา
  145. ส่วนที่ ๔ การเลิกและชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๕๕–๑๐๖๓ · 9 มาตรา
  146. ส่วนที่ ๕ การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๖๔–๑๐๗๒ · 11 มาตรา
  147. ส่วนที่ ๖ การควบห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนเข้ากันมาตรา ๑๐๗๓–๑๐๗๖ · 4 มาตรา
  148. หมวด ๓ หุ้นส่วนส่วนจำกัดมาตรา ๑๐๗๗–๑๐๙๕ · 21 มาตรา
  149. หมวด ๔ บริษัทจำกัดมาตรา ๑๐๙๖–๑๒๔๖/๗ · 160 มาตรา
  150. ส่วนที่ ๑ สภาพและการตั้งบริษัทจำกัดมาตรา ๑๐๙๖–๑๑๑๖ · 23 มาตรา
  151. ส่วนที่ ๒ หุ้นและผู้ถือหุ้มาตรา ๑๑๑๗–๑๑๔๓ · 27 มาตรา
  152. ส่วนที่ ๓ วิธีจัดการบริษัทจำกัดมาตรา ๑๑๔๔–๑๒๐๗ · 65 มาตรา
  153. ส่วนที่ ๔ การสอบบัญชีมาตรา ๑๒๐๘–๑๒๑๔ · 7 มาตรา
  154. ส่วนที่ ๕ การตรวจมาตรา ๑๒๑๕–๑๒๑๙ · 5 มาตรา
  155. ส่วนที่ ๖ การเพิ่มทุนและลดทุนมาตรา ๑๒๒๐–๑๒๒๘ · 8 มาตรา
  156. ส่วนที่ ๗ หุ้นกู้มาตรา ๑๒๒๙–๑๒๓๕ · 7 มาตรา
  157. ส่วนที่ ๘ เลิกบริษัทจำกัดมาตรา ๑๒๓๖–๑๒๓๗ · 2 มาตรา
  158. ส่วนที่ ๙ การควบบริษัทจำกัดเข้ากันมาตรา ๑๒๓๘–๑๒๔๓ · 6 มาตรา
  159. ส่วนที่ ๑๐ หนังสือบอกกล่าวมาตรา ๑๒๔๔–๑๒๔๕ · 2 มาตรา
  160. ส่วนที่ ๑๑ การถอนทะเบียนบริษัทร้มาตรา ๑๒๔๖ · 1 มาตรา
  161. ส่วนที่ ๑๒ การแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัดมาตรา ๑๒๔๖/๑–๑๒๔๖/๗ · 7 มาตรา
  162. หมวด ๕ การชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดมาตรา ๑๒๔๗–๑๒๗๓ · 27 มาตรา
  163. หมวด ๖ การถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนมาตรา ๑๒๗๓/๑–๑๒๗๓/๔ · 4 มาตรา
  164. ลักษณะ ๒๓ สมาคมมาตรา ๑๒๗๔ · 1 มาตรา
  165. บรรพ ๔ ทรัพย์สินมาตรา ๑๒๙๘–๑๔๓๔ · 137 มาตรา
  166. ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๒๙๘–๑๓๐๗ · 10 มาตรา
  167. ลักษณะ ๒ กรรมสิทธิ์มาตรา ๑๓๐๘–๑๓๖๖ · 59 มาตรา
  168. หมวด ๑ การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์มาตรา ๑๓๐๘–๑๓๓๔ · 27 มาตรา
  169. หมวด ๒ แดนแห่งกรรมสิทธิ์ และการใช้กรรมสิทธิ์มาตรา ๑๓๓๕–๑๓๕๕ · 21 มาตรา
  170. หมวด ๓ กรรมสิทธิ์รวมมาตรา ๑๓๕๖–๑๓๖๖ · 11 มาตรา
  171. ลักษณะ ๓ ครอบครองมาตรา ๑๓๖๗–๑๓๘๖ · 20 มาตรา
  172. ลักษณะ ๔ ภาระจำยอมมาตรา ๑๓๘๗–๑๔๐๑ · 15 มาตรา
  173. ลักษณะ ๕ อาศัยมาตรา ๑๔๐๒–๑๔๐๙ · 8 มาตรา
  174. ลักษณะ ๖ สิทธิเหนือพื้นดินมาตรา ๑๔๑๐–๑๔๑๖ · 7 มาตรา
  175. ลักษณะ ๗ สิทธิเก็บกินมาตรา ๑๔๑๗–๑๔๒๘ · 12 มาตรา
  176. ลักษณะ ๘ ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์มาตรา ๑๔๒๙–๑๔๓๔ · 6 มาตรา
  177. บรรพ ๕ ครอบครัวมาตรา ๑๔๓๕–๑๕๙๘/๔๑ · 215 มาตรา
  178. ลักษณะ ๑ การสมรสมาตรา ๑๔๓๕–๑๕๓๕ · 109 มาตรา
  179. หมวด ๑ การหมั้นมาตรา ๑๔๓๕–๑๔๔๗/๒ · 15 มาตรา
  180. หมวด ๒ เงื่อนไขแห่งการสมรสมาตรา ๑๔๔๘–๑๔๖๐ · 13 มาตรา
  181. หมวด ๓ ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยามาตรา ๑๔๖๑–๑๔๖๔/๑ · 5 มาตรา
  182. หมวด ๔ ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยามาตรา ๑๔๖๕–๑๔๙๓ · 32 มาตรา
  183. หมวด ๕ ความเป็นโมฆะของการสมรสมาตรา ๑๔๙๔–๑๕๐๐ · 9 มาตรา
  184. หมวด ๖ การสิ้นสุดแห่งการสมรสมาตรา ๑๕๐๑–๑๕๓๕ · 35 มาตรา
  185. ลักษณะ ๒ บิดามารดากับบุตรมาตรา ๑๕๓๖–๑๕๙๘/๓๗ · 102 มาตรา
  186. หมวด ๑ บิดามารดามาตรา ๑๕๓๖–๑๕๖๐ · 25 มาตรา
  187. หมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาและบุตรมาตรา ๑๕๖๑–๑๕๘๔/๑ · 26 มาตรา
  188. หมวด ๓ ความปกครองมาตรา ๑๕๘๕–๑๕๙๘/๑๘ · 32 มาตรา
  189. หมวด ๔ บุตรบุญธรรมมาตรา ๑๕๙๘/๑๙–๑๕๙๘/๓๗ · 19 มาตรา
  190. ลักษณะ ๓ ค่าอุปการะเลี้ยงดูมาตรา ๑๕๙๘/๓๘–๑๕๙๘/๔๑ · 4 มาตรา
  191. บรรพ ๖ มรดกมาตรา ๑๕๙๙–๑๗๕๕ · 156 มาตรา
  192. ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๕๙๙–๑๖๑๙ · 21 มาตรา
  193. หมวด ๑ การตกทอดแห่งทรัพย์มรดกมาตรา ๑๕๙๙–๑๖๐๓ · 5 มาตรา
  194. หมวด ๒ การเป็นทายาทมาตรา ๑๖๐๔–๑๖๐๗ · 4 มาตรา
  195. หมวด ๓ การตัดมิให้รับมรดกมาตรา ๑๖๐๘–๑๖๐๙ · 2 มาตรา
  196. หมวด ๔ การสละมรดกและอื่น ๆมาตรา ๑๖๑๐–๑๖๑๙ · 10 มาตรา
  197. ลักษณะ ๒ สิทธิโดยธรรมในการรับมรดกมาตรา ๑๖๒๐–๑๖๔๕ · 26 มาตรา
  198. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๖๒๐–๑๖๒๘ · 9 มาตรา
  199. หมวด ๒ การแบ่งทรัพย์มรดกระหว่ งทายาทมาตรา ๑๖๒๙–๑๖๓๑ · 3 มาตรา
  200. หมวด ๓ การแบ่งส่วนมรดกของทายาทโดยธรรมมาตรา ๑๖๓๒–๑๖๓๘ · 7 มาตรา
  201. ส่วนที่ ๑ ญาติมาตรา ๑๖๓๒–๑๖๓๔ · 3 มาตรา
  202. ส่วนที่ ๒ คู่สมรสมาตรา ๑๖๓๕–๑๖๓๘ · 4 มาตรา
  203. หมวด ๔ การรับมรดกแทนที่กันมาตรา ๑๖๓๙–๑๖๔๕ · 7 มาตรา
  204. ลักษณะ ๓ พินัยกรรมมาตรา ๑๖๔๖–๑๗๑๐ · 65 มาตรา
  205. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๖๔๖–๑๖๕๔ · 9 มาตรา
  206. หมวด ๒ แบบพินัยกรรมมาตรา ๑๖๕๕–๑๖๗๒ · 18 มาตรา
  207. หมวด ๓ ผลและการตีความแห่งพิ ยกรรมมาตรา ๑๖๗๓–๑๖๘๕ · 13 มาตรา
  208. หมวด ๔ พินัยกรรมที่ตั้งผู้ปกครองทรัพย์มาตรา ๑๖๘๖–๑๖๙๒ · 7 มาตรา
  209. หมวด ๕ การเพิกถอนและการตกไปแห่งพินัยกรรมมาตรา ๑๖๙๓–๑๖๙๙ · 7 มาตรา
  210. หมวด ๖ ความเสียเปล่าแห่งพินัยกรรมหรือมาตรา ๑๗๐๐–๑๗๑๐ · 11 มาตรา
  211. ลักษณะ ๔ วิธีจัดการและปันทรัพย์มรดกมาตรา ๑๗๑๑–๑๗๕๒ · 41 มาตรา
  212. หมวด ๑ ผู้จัดการมรดกมาตรา ๑๗๑๑–๑๗๓๓ · 23 มาตรา
  213. หมวด ๒ การรวบรวมจำหน่ายทรัพย์มรดกเป็นตัวเงินมาตรา ๑๗๓๔–๑๗๔๔ · 11 มาตรา
  214. หมวด ๓ การแบ่งมรดกมาตรา ๑๗๔๕–๑๗๕๒ · 7 มาตรา
  215. ลักษณะ ๕ มรดกที่ไม่มีผู้รับมาตรา ๑๗๕๓ · 1 มาตรา
  216. ลักษณะ ๖ อายุความมาตรา ๑๗๕๔–๑๗๕๕ · 2 มาตรา

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วนที่ ๓ วิธีจัดการบริษัทจำกัด

    65 มาตรา
  2. ๑๑๔๔

    บรรดาบริษัทจำกัด ให้มีกรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนด้วยกัน จัดการตามข้อบังคับของบริษัท และอยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่แห่งผู้ถือหุ้นทั้งปวง

  3. ๑๑๔๕

    จำเดิมแต่ได้จดทะเบียนบริษัทแล้ว ท่านห้ามมิให้ตั้งข้อบังคับขึ้น ใหม่หรือเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือข้อความในหนังสือบริคณห์สนธิแต่อย่างหนึ่งอย่างใด เว้นแต่จะได้มีการลงมติพิเศษ

  4. ๑๑๔๖

    บรรดาข้อบังคับอันได้ตั้งขึ้ ใหม่ หรือได้เพิ่ เติมเปลี่ยนแปลง นั้นเป็นหน้าที่ของบริษัทที่จะจัดให้ไปจดทะเบียนภายในกำหนดสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้มีการลงมติ พิเศษ

  5. ๑๑๔๗

    (ยกเลิก)

  6. ๑๑๔๘

    บรรดาบริษัทจำกัด ต้องมีสำนักงานบอกทะเบียนไว้แห่งหนึ่งซึ่ง ธุรการติดต่อและคำบอกกล่าวทั้งปวงจะส่งถึงบริษัทได้ณที่นั้น คำบอกกล่าวสถานที่ตั้งแห่งสำนักงานที่ได้บอกทะเบียนไว้ก็ดี หรือเปลี่ยนย้าย สถานที่ก็ดี ให้ส่งแก่นายทะเบียนบริษัท และให้นายทะเบียนจดข้อความนั้นลงในทะเบียน

  7. ๑๑๔๙

    ตราบใดหุ้นทั้งหลายยังมิได้ชำระเงินเต็มจำนวน ท่านว่าตราบนั้น บริษัทจะลงพิ พ์หรือแสดงจำนวนต้นทุ ของบริษัทในหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดเช่นในคำบอก กล่าวป่าวร้องก็ดี ในตั๋วเงินและบัญชีสิ่งของก็ดี ในจดหมายก็ดี ต้องแสดงไว้ให้ชัดเจนด้วยในที่ เดียวกันว่า จำนวนเงินต้นทุนได้ชำระแล้วเพียงกี่ส่วน ๒)กรรมการ

  8. ๑๑๕๐

    ผู้เป็นกรรมการจะพึงมีจำนวนมากน้อยเท่าใดและจะพึงได้ - บำเหน็จเท่าใด ให้สุดแล้วแต่ที่ประชุ ใหญ่จะกำหนด

  9. ๑๑๕๑

    อันผู้เป็กรรมการนั้น เฉพาะแต่ที่ประชุมใหญ่เท่ นั้นอาจจะตั้ง หรือถอนได้

  10. ๑๑๕๒

    ในเมื่อมีการประชุมสามัญครั้งแรกภายหลังแต่จดทะเบียนบริษัท ก็ดี และในเมื่อมีการประชุมสามัญครั้งแรกในปีทุกๆปีต่อไปก็ดี ผู้เป็นกรรมการต้องออกจาก ตำแหน่ง โดยจำนวนหนึ่งในสามเป็อัตราถ้าและจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้ตรงเป็นส่วนสาม ไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม

  11. ๑๑๕๓

    ตัวกรรมการที่จะต้องออกจากตำแหน่งในปีแรกและปีที่สอง ภายหลังจดทะเบียนบริษัทนั้น ถ้ากรรมการมิได้ตกลงกันไว้เองเป็นวิธีอื่นไซร้ ก็ให้จับสลากกันส่วน ปีหลัง ๆต่อไปให้ รรมการคนที่ได้อยู่ในตำแหน่งนานที่สุด้นเป็นผู้ต้องออก กรรมการผู้ออกไปนั้นจะเลือกเข้ารับตำแหน่งอีกก็ได้

  12. ๑๑๕๓/๑

    กรรมการคนใดจะลาออกจากตำแหน่งให้ยื่นใบลาออกต่อ บริษัทการลาออกมีผลนับแต่วันที่ใบลาออกไปถึงบริษัท กรรมการซึ่งลาออกตามวรรคหนึ่ง จะแจ้งการลาออกของตนให้นายทะเบียน ทราบด้วยก็ได้

  13. ๑๑๕๔

    ถ้ากรรมการคนใดล้มละลายหรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถไซร้ ท่านว่ากรรมการคนนั้นเป็นอันขาดจากตำแหน่ง

  14. ๑๑๕๕

    ถ้าตำแหน่งว่างลงในสภากรรมการเพราะเหตุอื่นนอกจากถึง คราวออกตามเวรไซร้ ท่านว่ากรรมการจะเลือกผู้อื่นตั้งขึ้นใหม่ให้เต็มที่ว่างก็ได้ แต่บุคคลที่ได้เป็น กรรมการใหม่เช่นนั้น ให้มีเวลาอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาที่กรรมการผู้ออกไปนั้น ชอบที่จะอยู่ได้

  15. ๑๑๕๖

    ถ้ ที่ประชุมใหญ่ถอนกรรมการผู้หนึ่งออกก่อนครบกาลกำหนด ของเขา และตั้งคนอื่นขึ้นไว้แทนที่ไซร้ ท่านว่าบุคคลที่เป็นกรรมการใหม่นั้นให้อยู่ในตำแหน่งได้ เพียงเท่ากำหนดเวลาที่กรรมการผู้ถูกถอนนั้นชอบที่จะอยู่ได้ -

  16. ๑๑๕๗

    เมื่ อมีารเปลี่ยนแปลงกรรมการ ให้บริ ทนำความไปจด ทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

  17. ๑๑๕๘

    นอกจากจะมีข้อบังคับของบริษัทไว้เป็นอย่างอื่นท่านว่ากรรมการ มีอำนาจดังพรรณนาไว้ในหกมาตราต่อไปนี้

  18. ๑๑๕๙

    ในจำนวนกรรมการนั้น แม้ตำแหน่งจะว่างไปบ้างกรรมการที่มี ตัวอยู่ก็ย่อมทำกิจการได้ แต่ถ้าในเวลาใดจำนวนกรรมการลดน้อยลงกว่าจำนวนอันจำเป็นที่จะเป็น องค์ประชุมได้ตลอดเวลาเช่นนั้น กรรมการที่มีตัวอยู่ย่อมทำกิจการได้เฉพาะแต่ในเรื่องที่จะเพิ่ม กรรมการขึ้น ให้ครบจำนวนหรือนัดเรียกประชุมใหญ่ของบริษัทเท่านั้น จะกระทำการอย่างอื่น ไม่ได้

  19. ๑๑๖๐

    กรรมการจะวางกำหนดไว้ก็ได้ว่า จำนวนกรรมการเข้าประชุมกี่ คนจึงจะเป็นองค์ประชุมทำกิจการได้ ถ้าและมิได้กำหนดไว้ดั่งนั้นไซร้ (เมื่อจำนวนกรรมการเกิน กว่าสามคน)ท่านว่าต้องมีกรรมการเข้าประชุมสามคนจึงจะเป็นองค์ประชุมได้

  20. ๑๑๖๑

    ข้อปรึกษาซึ่งเกิดเป็นปัญหาในที่ประชุมกรรมการนั้นให้ชี้ขาด ตัดสินเอาเสียงข้างมากเป็นใหญ่ถ้ และคะแนนเสียงเท่ากันให้ผู้เป็นประธานเป็ผู้ออกเสียงชี้ขาด

  21. ๑๑๖๒

    กรรมการคนหนึ่งคนใดจะนัดเรียกให้ประชุมกรรมการเมื่อใดก็ได้

  22. ๑๑๖๓

    กรรมการจะเลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานที่ประชุม และจะกำหนดเวลาว่าให้อยู่ในตำแหน่งเพียงใดก็ได้ แต่ถ้าหากมิได้เลือกกันไว้เช่นนั้น หรือผู้เป็น ประธานไม่มาประชุ ตามเวลาที่ได้ัดหมายไซร้ กรรมการที่าประชุมนั้นจะเลือกกันคนหนึ่งขึ้น เป็นประธานในการประชุมเช่นนั้นก็ได้

  23. ๑๑๖๔

    กรรมการจะมอบอำนาจอย่างหนึ่งอย่างใดของตนให้แก่ผู้จัดการ หรือให้แก่อนุกรรมการซึ่งตั้งขึ้นจากผู้ที่เป็นกรรมการด้วยกันก็ได้ ในการใช้อำนาจซึ่งได้มอบหมาย เช่นนั้นผู้จัดการทุ คนหรืออนุ รรมการทุกคนต้องทำตามคำสั่ หรือข้อบัคับซึ่งกรรมการ ทั้งหลายได้กำหนดให้ทุกอย่างทุกประการ ๒๒๗

  24. ๑๑๖๕

    ถ้ - มอบอำนาจมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นไซร้ ข้อ ปรึกษาซึ่งเกิดเป็นปัญหาขึ้นในที่ประชุมอนุกรรมการทั้งหลายให้ตัดสินเอาเสียงข้างมากเป็นใหญ่ ถ้าและคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ผู้เป็นประธานชี้ขาด

  25. ๑๑๖๖

    บรรดาการซึ่งกรรมการคนหนึ่งได้ทำไปแม้ในภายหลังความ ปรากฏว่าการตั้งแต่งกรรมการคนนั้นมีข้อบกพร่องอยู่บ้างก็ดหรือเป็นผู้บกพร่องด้วยองค์คุณควร แก่ตำแหน่งกรรมการก็ดี ท่านว่าการที่ได้ทำนั้นย่อมสมบูรณ์เสมือนดั่งว่าบุคคลผู้นั้นได้รับการ แต่งตั้งโดยถูกต้องและบริบูรณ์ด้วยองค์คุณของกรรมการ

  26. ๑๑๖๗

    ความเกี่ยวพันกันในระหว่างกรรมการและบริษัท และ บุคคลภายนอกนั้นท่านให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ว่าด้วยตัวแทน

  27. ๑๑๖๘

    ในอันที่จะประกอบกิจการของบริษัทนั้น กรรมการต้องใช้ความ เอื้อเฟื้อสอดส่องอย่างบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวัง ว่าโดยเฉพาะ กรรมการต้องรับผิดชอบร่วมกันในประการต่าง ๆดั่งจะกล่าว ต่อไปนี้ คือ (๑)การใช้เงินค่าหุ้นนั้น ได้ใช้กันจริง (๒)จัดให้มีและรัษาไว้ให้เรียบร้อย ซึ่งบรรดาสมุดบัญชีและเอกสารที่กฎหมาย กำหนดไว้

    (๓) การแจกเงิ ปัผลหรือดอกเบี้ ยให้เป็ไปโดยถู ต้องตามที่กฎหมาย กำหนดไว้ (๔)บังคับการให้เป็นไปโดยถูกต้องตามมติของที่ประชุมใหญ่ อนึ่ ท่ นห้ามมิให้ผู้เป็นกรรมการประกอบการค้ ขายใด ๆอันมีสภาพเป็น อย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของบริษัทนั้น ไม่ว่าทำเพื่อประโยชน์ตนหรือเพื่อ ประโยชน์ผู้อื่น หรือไปเข้าหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างค้าขายอื่นซึ่งประกอบกิจการมีสภาพ เป็นอย่างเดียวกัน และแข่งขันกับกิจการของบริษัท โดยมิได้รับความยินยอมของที่ประชุมใหญ่ ของผู้ถือหุ้น บทบัญญัติที่กล่าวมาข้างบนนี้ให้ใช้บังคับตลอดถึงบุคคลซึ่ งเป็นผู้แทนของ กรรมการด้วย

  28. ๑๑๖๙

    ถ้ากรรมการทำให้เกิดเสียหายแก่บริษัท บริษัทจะฟ้องร้องเรียก เอาสินไหมทดแทนแก่กรรมการก็ได้ หรือในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใด จะเอาคดีนั้นขึ้นว่าก็ได้ อนึ่ง การเรียกร้องเช่นนี้ เจ้าหนี้ของบริษัทจะเป็นผู้เรียกบังคับก็ได้เท่าที่เจ้าหนี้ ยังคงมีสิทธิเรียกร้องแก่บริษัทอยู่

  29. ๑๑๗๐

    เมื่อการซึ่งกรรมการคนใดได้ทำไปได้รับอนุมัติของที่ประชุม ใหญ่แล้ว ท่านว่ากรรมการคนนั้นไม่ต้องรับผิดในการนั้นต่อผู้ถือหุ้นซึ่งได้ให้อนุมัติหรือต่อบริษัท อีกต่อไป ท่านห้ามมิให้ผู้ถือหุ้นซึ่งมิได้ให้อนุมัติด้วยนั้นฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาหกเดือนนับ แต่วันที่ประชุมใหญ่ให้อนุมัติแก่การเช่นว่ นั้น ๓)ประชุ ใหญ่

  30. ๑๑๗๑

    ให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นทั่วไปเป็นประชุมใหญ่ภายในหกเดือน นับแต่วันที่ได้จดทะเบียนบริษัท และต่อนั้นไปก็ให้มีการประชุมเช่นนี้ครั้งหนึ่งเป็นอย่างน้อยทุก ระยะเวลาสิบสองเดือนารประชุมเช่นนี้ เรียกว่ ประชุมสามัญ การประชุมใหญ่คราวอื่นบรรดามีนอกจากนี้ เรียกว่าประชุมวิสามัญ

  31. ๑๑๗๒

    กรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้สุดแต่จะเห็นสมควร ถ้าบริษัทขาดทุนลงถึงกึ่งจำนวนต้นทุน กรรมการต้องเรียกประชุมวิสามัญทันที เพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบการที่ขาดทุ นั้น

  32. ๑๑๗๓

    การประชุมวิสามัญจะต้องนัดเรียกให้มีขึ้นในเมื่ อผู้ถือหุ้นมี จำนวนหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าแห่งจำนวนหุ้นของบริษัทได้เข้าชื่อกันทำหนังสือร้องขอให้ เรียกประชุมเช่นนั้น ในหนังสือร้องขอนั้นต้องระบุว่าประสงค์ให้เรียกประชุมเพื่อการใด

  33. ๑๑๗๔

    เมื่อผู้ถือหุ้นยื่นคำร้องขอให้เรียกประชุมวิสามัญดั่งได้กล่าวมา ในมาตราก่อนนี้แล้ว ให้กรรมการเรียกประชุมโดยพลัถ้าและกรรมการมิได้เรียกประชุมภายในสามสิบวันนับแต่วันยื่นคำร้องไซร้ ผู้ถือ หุ้นทั้งหลายซึ่งเป็นผู้ร้อง หรือผู้ถือหุ้นคนอื่นๆรวมกันได้จำนวนดั่งบังคับไว้นั้นจะเรียกประชุม เองก็ได้

  34. ๑๑๗๕

    คำบอกกล่าวเรียกประชุ ใหญ่ให้ลงพิ พ์โฆษณาใน หนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันและส่งทาง ไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัทก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า - เจ็ดวัน เว้นแต่เป็นคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่เพื่อลงมติพิเศษให้กระทำการดังว่านั้นก่อนวัน นัดประชุมไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่นั้นให้ะบุ ถานที่ วัเวลา และสภาพแห่ง กิจการที่จะได้ประชุมปรึกษากัน และในกรณีที่เป็นคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่เพื่อลงมติพิเศษ ให้ระบุข้อความที่จะนำเสนอให้ลงมติด้วย

  35. ๑๑๗๖

    ผู้ถือหุ้นทั่วทุกคนมีสิทธิจะเข้าประชุมในที่ประชุมใหญ่ได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นประชุมชนิดใดคราวใด

  36. ๑๑๗๗

    วิธีดั่งบัญญัติไว้ในมาตราต่อๆไปนี้ ท่านให้ใช้บังคับแก่การ ประชุมใหญ่เว้นแต่จะมีข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้เป็นข้อความขัดกัน

  37. ๑๑๗๘

    ในการประชุมใหญ่ ถ้าไม่มีผู้ถือหุ้นมาเข้าประชุมรวมกันแทน หุ้นได้ถึงจำนวนหนึ่งในสี่แห่งทุนของบริษัทเป็นอย่างน้อยแล้ว ท่านว่าที่ประชุมอันนั้นจะปรึกษา กิจการอันใดหาได้ไม่

  38. ๑๑๗๙

    การประชุมใหญ่เรียกนัดเวลาใด เมื่อล่วงเวลานัดนั้นไปแล้วถึง ชั่วโมงหนึ่ง จำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาเข้ ประชุมยังไม่ครบถ้วนเป็องค์ประชุมดั่ บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๑๗๘นั้นไซร้ หากว่าการประชุมใหญ่นั้นได้เรียกนัดเพราะผู้ถือหุ้นร้องขอ ท่านให้เลิกประชุม ถ้าการประชุมใหญ่นั้นมิใช่ชนิดซึ่งเรียกนัดเพราะผู้ถือหุ้นร้องขอไซร้ ท่านให้เรียก นัดใหม่อีกคราวหนึ่งภายในสิบสี่วัน และการประชุมใหญ่ครั้งหลังนี้ท่านไม่บังคับว่าจำต้องครบ องค์ประชุม

  39. ๑๑๘๐

    ในการประชุมผู้ถือหุ้นทั่วไปเป็นประชุมใหญ่ทุกๆครั้งให้ผู้เป็น ประธานในสภากรรมการนั่งเป็นประธาน ถ้าประธานกรรมการเช่นว่านี้ไม่มีตัวก็ดี หรือไม่มาเข้าประชุมจนล่วงเวลานัดไป แล้วสิบห้านาทีก็ดี ให้ผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งอยู่ในที่นั้นเลือกผู้ถือหุ้นคนหนึ่งในจำนวนซึ่งมาประชุม ขึ้นนั่งเป็นประธาน

  40. ๑๑๘๑

    ผู้นั่งเป็ประธานจะเลื่อนการประชุมใหญ่ใดๆไปเวลาอื่นโดย ความยินยอมของที่ประชุมก็ได้ แต่ในที่ประชุมซึ่งได้เลื่อนมานั้นท่านมิให้ปรึกษากิจการอันใดนอก ไปจากที่ค้างมาแต่วันประชุมก่อน

  41. ๑๑๘๒

    ในการลงคะแนนโดยวิธีชูมือนั้น ท่านให้นับว่าผู้ถือหุ้นทุกคน ที่มาประชุมเองหรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นมาประชุมแทนมีเสียงหนึ่งเป็นคะแนน แต่ในการลงคะแนน ลับ ท่านให้นับว่าผู้ถือหุ้นทุกคนมีคะแนนเสียงเสียงหนึ่งต่อหุ้ หนึ่งที่ตนถือ

  42. ๑๑๘๓

    ถ้ามีข้อบังคับของบริษัทวางเป็นกำหนดไว้ว่า ต่อเมื่อผู้ถือหุ้นแต่ จำนวนเท่าใดขึ้นไปจึงให้ออกเสียงเป็นคะแนนได้ไซร้ ท่านว่าผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งไม่มีหุ้นถึงจำนวน เท่านั้น ย่อมมีสิทธิที่จะเข้ารวมกันให้ได้จำนวนหุ้นดังกล่าว แล้วตั้งคนหนึ่งในพวกของตนให้เป็น ผู้รับฉันทะออกเสียงแทนในการประชุมใหญ่ใดๆได้

  43. ๑๑๘๔

    ผู้ถือหุ้นคนใดยังมิได้ชำระเงินค่าหุ้นซึ่งบริ ทได้เรียกเอาแต่ต ให้เสร็จสิ้น ท่านว่าผู้ถือหุ้นคนนั้นไม่มีสิทธิออกเสียงเป็นคะแนน

  44. ๑๑๘๕

    ผู้ถือหุ้นคนใดมีส่วนได้เสียเป็นพิเศษในข้ออันใดซึ่งที่ประชุมจะ ลงมติ ท่านห้ามมิให้ผู้ถือหุ้นคนนั้นออกเสียงลงคะแนนด้วยในข้อนั้น

  45. ๑๑๘๖

    ผู้ทรงใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือหาอาจออกเสียงเป็นคะแนนได้ ไม่ เว้นแต่จะได้นำใบหุ้นของตนนั้นมาวางไว้แก่บริษัทแต่ก่อนเวลาประชุม

  46. ๑๑๘๗

    ผู้ถือหุ้นทุกคนจะมอบฉันทะให้ผู้อื่นออกเสียงแทนตนก็ได้ แต่ การมอบฉันทะเช่นนี้ต้องทำเป็นหนัสือ

  47. ๑๑๘๘

    หนังสือตั้งผู้รับฉันทะนั้น ให้ลงวันและลงลายมือชื่อผู้ถือหุ้นและ ให้มีรายการดั่งต่อไปนี้ คือ (๑)จำนวนหุ้นซึ่งผู้มอบฉันทะนั้นถืออยู่ (๒)ชื่อผู้รับฉันทะ

    (๓) ตั้งผู้รับฉันทะนั้นเพื่อการประชุมครั้งคราวใด หรือตั้งไว้ชั่วระยะเวลา เพียงใด

  48. ๑๑๘๙

    อันหนังสือตั้งผู้รับฉันทะนั้น ถ้าผู้มีชื่อรับฉันทะประสงค์จะออก เสียงในการประชุมครั้งใด ต้องนำไปวางต่อผู้เป็นประธานแต่เมื่อเริ่ม หรือก่อนเริ่มประชุมครั้งนั้น

  49. ๑๑๙๐

    ในการประชุมใหญ่ใดๆข้อมติอันเสนอให้ลงคะแนนท่านให้ ตัดสินด้วยวิธีชูมือ เว้นแต่เมื่อก่อนหรือในเวลาที่แสดงผลแห่งการชูมือนั้น จะได้มีผู้ถือหุ้นสองคน เป็นอย่างน้อยติดใจร้องขอให้ลงคะแนนลับ

  50. ๑๑๙๑

    ในการประชุมใหญ่ใดๆเมื่อผู้เป็นประธานแสดงว่ามติอันใดนับ คะแนนชูมือเป็นอันว่าได้หรือตกก็ดและได้จดลงไว้ในสมุดรายงานประชุมของบริษัทดั่งนั้นแล้ว ท่านให้ถือเป็นหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ตามนั้น ถ้ามีผู้ติดใจร้องขอให้ลงคะแนนลับไซร้ ท่านให้ถือว่าผลแห่งคะแนนลับนั้นเป็น มติของที่ประชุ

  51. ๑๑๙๒

    ถ้ามีผู้ติดใจร้องขอโดยชอบให้ลงคะแนนลับ การลงคะแนน เช่นนั้นจะทำด้วยวิธีใดสุดแล้วแต่ผู้เป็นประธานจะสั่ง

  52. ๑๑๙๓

    ถ้ คะแนนเสียงเท่ กัจะเป็นในการชูมือก็ดี หรือในการ ลงคะแนนลับก็ดีให้ผู้เป็นประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

  53. ๑๑๙๔

    การใดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำโดยมติพิเศษ ที่ประชุม ใหญ่ต้องลงมติในเรื่องนั้นโดยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของ ผู้ถือหุ้นที่มาประชุ และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

  54. ๑๑๙๕

    การประชุมใหญ่นั้นถ้าได้นัดเรียกหรือได้ประชุมกัน หรือได้ลง มติฝ่าฝืนบทบัญญัติในลักษณะนี้ก็ดี หรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทก็ดี เมื่อกรรมการหรือผู้ถือหุ้น คนหนึ่งคนใดร้องขึ้นแล้ว ให้ศาลเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่อันผิดระเบียบนั้นเสีย แต่ต้องร้อง ขอภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วัลงมตินั้น ๔)บัญชีงบดุล

  55. ๑๑๙๖

    อันบัญชีงบดุลนั้น ท่านว่าต้องทำอย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกรอบสิบ สองเดือนคือเมื่อเวลาสุดรอบสิบสองเดือนอันจัดว่าเป็นขวบปีในทางบัญชีเงินของบริษัทนั้น อนึ่ง งบดุลต้องมีรายการย่อแสดงจำนวนสินทรัพย์และหนี้สินของบริษัทกับทั้ง บัญชีกำไรและขาดทุ

  56. ๑๑๙๗

    งบดุลนั้นต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีคนหนึ่งหรือหลายคน ตรวจสอบแล้วนำเสนอเพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ภายในสี่เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุลนั้น อนึ่ง ให้ส่งสำเนางบดุลไปยังบุคคลทุกคนบรรดามีชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้นของ บริษัทแต่ก่อนวัดประชุมใหญ่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวันอกจากนั้นให้มีสำเนางบดุลเปิดเผยไว้ในสำนักงานของบริษัทในระหว่างเวลา เช่นว่านั้น เพื่อให้ผู้ทรงใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือนั้นตรวจดูได้ด้วย -

  57. ๑๑๙๘

    ในเมื่อเสนองบดุล กรรมการต้องเสนอรายงานต่อที่ประชุมใหญ่ แสดงว่าภายในรอบปีซึ่งพิจารณากันอยู่นั้นการงานของบริัทได้จัดทำไปเป็นประการใด

  58. ๑๑๙๙

    บุคคลใดประสงค์จะได้สำเนางบดุลฉบับหลังที่สุดจากบริษัท ใดๆก็ชอบที่จะซื้อเอาได้โดยราคาไม่เกินฉบับละยี่สิบบาท ให้เป็นหน้าที่ของกรรมการที่จะส่งสำเนางบดุลทุกฉบับไปยังนายทะเบียนไม่ช้า กว่าเดือนหนึ่งนับแต่วันซึ่งงบดุลนั้ ได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่ ๕)เงินปันผลและเงินสำรอง

  59. ๑๒๐๐

    การแจกเงินปันผลนั้น ต้องคิดตามส่วนจำนวนซึ่งผู้ถือหุ้นได้ส่ง เงินแล้วในหุ้นหนึ่งๆเว้นแต่จะได้ตกลงกัไว้เป็นอย่างอื่ ในเรื่องหุ้นบุริมสิทธิ

  60. ๑๒๐๑

    ห้ามมิให้ประกาศอนุญาตเงินปันผลนอกจากโดยมติของที่ ประชุมใหญ่ กรรมการอาจจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้เป็นครั้งเป็นคราว ใน เมื่อปรากฏแก่ รรมการว่าบริษัทมี ไรสมควรพอที่จะทำเช่นนั้น ห้ามมิให้จ่ายเงินปันผลจากเงินประเภทอื่นนอกจากเงินกำไร ถ้าหากบริษัท ขาดทุนห้ามมิให้จ่ายเงินปันผลจนกว่าจะได้แก้ไขให้หายขาดทุนเช่นนั้น

  61. ๑๒๐๒

    ทุกคราวที่แจกเงินปันผล บริษัทต้องจัดสรรเงินไว้เป็นทุนสำรอง อย่างน้อยหนึ่ ในยี่สิบส่วนของจำนวนผลกำไรซึ่งบริษัททำมาหาได้จากกิจการของบริษัท จนกว่า ทุนสำรองนั้นจะมีจำนวนถึงหนึ่งในสิบของจำนวนทุนของบริษัทหรือมากกว่านั้น แล้วแต่จะได้ตก ลงกำหนดไว้ในข้อบัคับของบริษัท ถ้าได้ออกหุ้นโดยคิดเอาราคาเกินกว่าที่ปรากฏในใบหุ้นเท่าใด จำนวนที่คิดเกินนี้ ท่านให้บวกทบเข้าในทุนสำรองจนกว่าทุนสำรองจะมีจำนวนเท่าถึงที่กำหนดไว้ในวรรคก่อน

  62. ๑๒๐๓

    ถ้าจ่ายเงินปันผลไปโดยฝ่าฝืนความในมาตราทั้งสองซึ่งกล่าวมา ไซร้ เจ้าหนี้ทั้งหลายของบริษัทชอบที่จะเรียกเอาเงินจำนวนซึ่งได้แจกไปคืนมายังบริษัทได้ แต่ว่าถ้า ผู้ถือหุ้นคนใดได้รับเงินปันผลไปแล้วโดยสุจริต ท่านว่าจะกลับบังคับให้เขาจำคืนนั้นหาได้ไม่ -

  63. ๑๒๐๔

    การบอกกล่าวว่าจะปันผลอย่างใดๆอันได้อนุญาตให้จ่ายนั้น ให้บริษัทมีจดหมายบอกกล่าวไปยังตัวผู้ถือหุ้นที่ปรากฏชื่ออยู่ในทะเบียนผู้ถือหุ้นทุกคน แต่ใน กรณีที่บริษัทมีหุ้นชนิดที่มีใบหุ้นออกให้แก่ผู้ถือ ให้โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อย หนึ่งคราวด้วย

  64. ๑๒๐๕

    เงินปันผลนั้น แม้จะค้ งจ่ ยอยู่ ท่านว่าหาอาจจะคิดเอาดอกเบี้ย แก่บริษัทได้ไม่ ๖)สมุดและบัญชี

  65. ๑๒๐๖

    กรรมการต้องจัดให้ถือบัญชีซึ่งกล่าวต่อไปนี้ไว้ให้ถูกถ้วนจริง ๆ คือ (๑)จำนวนเงินที่บริษัทได้รับและได้จ่าย ทั้งรายการอันเป็นเหตุให้รับหรือ จ่ายเงินทุกรายไป (๒)สินทรัพย์และหนี้สิ ของบริษัท

  66. ๑๒๐๗

    กรรมการต้องจัดให้จดบันทึกรายงานการประชุมและข้อมติ ทั้งหมดของที่ประชุ ผู้ถือหุ้นและของที่ประชุมกรรมการลงไว้ในสมุดโดยถู ต้องสมุดนี้ให้เก็บ รักษาไว้ณสำนักงานที่ได้จดทะเบียนของบริษัทบันทึกเช่นนั้นอย่างหนึ่งอย่างใด เมื่อได้ลงลายมือ ชื่อของผู้เป็นประธานแห่งการประชุมซึ่งได้ลงมติหรือซึ่งได้ดำเนินการงานประชุ ก็ดี หรือได้ลง ลายมือชื่อของผู้เป็นประธานแห่งการประชุมถัดจากครั้งนั้นมาก็ดี ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็น หลักฐานอันถูกต้องแห่งข้อความที่ได้จดบันทึกลงในสมุดนั้นๆและให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าการลง มติและการดำเนิ ของที่ประชุ อันได้จดบันทึกไว้นั้นได้เป็ไปโดยชอบ ผู้ถือหุ้นคนใดจะขอตรวจเอกสารดั่งกล่าวมาข้างต้นในเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่าง เวลาทำการงานก็ได้

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

-

๑)บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดร้าง

_________

โดยธรรมในลำดับและชั้นต่าง ๆ

ในลำดับและชั้นต่างๆ

หรือข้อกำหนดพินัยกรรม

ข้อกำหนดพินัยกรรม

และการชำระหนี้กับแบ่งปันทรัพย์มรดก

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C.pdf362 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:bd3b78a8a9abebedec47739ee24d3f19bb82c3c798f69fe50786c5668dcdea92ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:38:16.713Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจไม่ได้ด้วยวิธีที่มี — ไม่มีฟอนต์ที่เทียบลำดับ glyph ได้ — ตรวจได้แค่ชนิด "ขาดรายการ" ไม่ครอบชนิด "มีรายการแต่ผิด""ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR