๑๐. ชีวิตินทริยกถา ว่าด้วยชีวิตินทรีย์
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๔๐–๕๔๕ลำดับ 102 จาก 239 ในกถาวัตถุพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 6 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ชีวิตินทริยกถา (๘๒) ว่าด้วยชีวิตินทรีย์
สก. ชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูปไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไป กิริยาที่เป็นไป อาการที่สืบต่อ ความเป็นอยู่ ความหล่อเลี้ยง ไม่มีแก่สภาวธรรมที่มีรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ม.อุ. (แปล) ๑๔/๓๐๐/๓๕๙-๓๖๐ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายปุพพเสลิยะและนิกายสมิติยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๔๐/๒๓๙)@ เพราะมีความเห็นว่า ชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูปไม่มี มีแต่ที่เป็นนามเท่านั้น ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่@เห็นว่า ชีวิตินทรีย์มีทั้งที่เป็นนามและรูป (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๔๐/๒๓๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๘๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๑๐. ชีวิตินทริยกถา (๘๒) สก. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไป กิริยาที่เป็นไป อาการที่สืบต่อ ความเป็นอยู่ ความหล่อเลี้ยง มีอยู่แก่สภาวธรรมที่มีรูปใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากอายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไป กิริยาที่เป็นไป อาการที่สืบต่อความเป็นอยู่ ความหล่อเลี้ยง มีอยู่แก่สภาวธรรมที่มีรูป ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“ชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูปไม่มี” สก. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไป กิริยาที่เป็นไป อาการที่สืบต่อ ความเป็นอยู่ ความหล่อเลี้ยง มีอยู่แก่สภาวธรรมที่ไม่มีรูป ชีวิตินทรีย์ที่ไม่เป็นรูปจึงมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไป กิริยาที่เป็นไป อาการที่สืบต่อ ความเป็นอยู่ ความหล่อเลี้ยงมีอยู่แก่สภาวธรรมที่มีรูป ชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูปจึงมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไป กิริยาที่เป็นไป อาการที่สืบต่อ ความเป็นอยู่ ความหล่อเลี้ยงมีอยู่แก่สภาวธรรมที่มีรูป แต่ชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูปไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไป กิริยาที่เป็นไป อาการที่สืบต่อ ความเป็นอยู่ ความหล่อเลี้ยง มีอยู่แก่สภาวธรรมที่ไม่มีรูป แต่ชีวิตินทรีย์ที่ไม่เป็นรูปไม่มีใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อายุของสภาวธรรมที่ไม่มีรูป เป็นชีวิตินทรีย์ที่ไม่เป็นรูปใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อายุของสภาวธรรมที่มีรูป เป็นชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๘๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๑๐. ชีวิตินทริยกถา (๘๒) สก. อายุของสภาวธรรมที่มีรูป ท่านไม่ยอมรับว่า “เป็นชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูป”ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อายุของสภาวธรรมที่ไม่มีรูป ท่านไม่ยอมรับว่า “เป็นชีวิตินทรีย์ที่ไม่เป็นรูป” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. อายุของสภาวธรรมที่มีรูป เป็นชีวิตินทรีย์ที่ไม่เป็นรูปใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อายุของสภาวธรรมที่ไม่มีรูป เป็นชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อายุของสภาวธรรมที่ไม่มีรูป ท่านไม่ยอมรับว่า “เป็นชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูป”ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อายุของสภาวธรรมที่มีรูป ท่านไม่ยอมรับว่า “เป็นชีวิตินทรีย์ที่ไม่เป็นรูป”ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อายุของสภาวธรรมทั้งที่มีรูปและไม่มีรูป เป็นชีวิตินทรีย์ที่ไม่เป็นรูปใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อายุของสภาวธรรมทั้งที่เป็นรูปและไม่เป็นรูป เป็นชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อายุของสภาวธรรมทั้งที่เป็นรูปและไม่เป็นรูป ท่านไม่ยอมรับว่า “เป็นชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูป” ใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๘๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๑๐. ชีวิตินทริยกถา (๘๒) สก. อายุของสภาวธรรมทั้งที่เป็นรูปและไม่เป็นรูป ท่านไม่ยอมรับว่า “เป็นชีวิตินทรีย์ที่ไม่เป็นรูป” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูปไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติไม่มีชีวิตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติมีชีวิตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติมีชีวิตินทรีย์อยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“ชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูปไม่มี” สก. บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติมีชีวิตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ชีวิตินทรีย์นั้นนับเนื่องในขันธ์ไหน ปร. นับเนื่องในสังขารขันธ์ สก. บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติมีสังขารขันธ์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติมีสังขารขันธ์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติมีเวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณ-ขันธ์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติมีเวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณ-ขันธ์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ไม่เข้านิโรธสมาบัติมีเวทนาขันธ์ ฯลฯ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๘๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๑๐. ชีวิตินทริยกถา (๘๒)
สก. ชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูปไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อสัญญสัตว์ไม่มีชีวิตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อสัญญสัตว์มีชีวิตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากอสัญญสัตว์มีชีวิตินทรีย์ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูปไม่มี” สก. อสัญญสัตว์มีชีวิตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ชีวิตินทรีย์นับเนื่องในขันธ์ไหน ปร. นับเนื่องในสังขารขันธ์ สก. อสัญญสัตว์มีสังขารขันธ์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อสัญญสัตว์มีสังขารขันธ์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อสัญญสัตว์มีเวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อสัญญสัตว์มีเวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ภพแห่งอสัญญสัตว์เป็นภพที่มีขันธ์ ๕ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. เมื่อปฏิสนธิจิตดับไป ชีวิตินทรีย์ที่เกิดขึ้นด้วยปฏิสนธิจิต ย่อม แตกดับไปส่วนหนึ่งใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๘๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๑๑. กัมมเหตุกถา (๘๓) สก. เมื่อปฏิสนธิจิตดับ ผัสสะที่เกิดขึ้นด้วยปฏิสนธิจิต ย่อมแตกดับไปส่วนหนึ่งไปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เมื่อปฏิสนธิจิตดับไป ผัสสะที่เกิดขึ้นด้วยปฏิสนธิจิตย่อมแตกดับไปทั้งหมดใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เมื่อปฏิสนธิจิตดับไป ชีวิตินทรีย์ที่เกิดด้วยปฏิสนธิจิต ย่อมแตกดับไปทั้งหมดใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ชีวิตินทรีย์มี ๒ อย่างใช่ไหม สก. ใช่ ปร. บุคคลมีชีวิตอยู่ด้วยชีวิตินทรีย์ ๒ อย่าง ตายด้วยความตาย ๒ อย่างใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ชีวิตินทริยกถา จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ชีวิตินฺทฺริยกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ชีวิตินทริยกถา
นตฺถิ รูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นตฺถิ รูปีนํ ธมฺมานํ อายุ ฐิติ ยปนา ยาปนา อิริยนา วตฺตนา ปาลนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ รูปีนํ ธมฺมานํ อายุ ฐิติ ยปนา ยาปนา อิริยนา วตฺตนา ปาลนาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ รูปีนํ ธมฺมานํ อายุ ฐิติ ยปนา ยาปนา อิริยนา วตฺตนา ปาลนา โน วต เร วตฺตพฺเพ นตฺถิ รูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ
สกวาที รูปชีวิตินทรีย์ ไม่มี หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ไม่มีแก่รูปธรรมทั้งหลาย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ มีแก่รูปธรรมทั้งหลาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ ความที่สืบเนื่องกันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ มีแก่รูปธรรมทั้งหลาย ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปชีวิตินทรีย์ไม่มี
อตฺถิ อรูปีนํ ธมฺมานํ อายุ ฐิติ ยปนา ยาปนา อิริยนา วตฺตนา ปาลนา อตฺถิ อรูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ รูปีนํ ธมฺมานํ อายุ ฐิติ ยปนา ยาปนา อิริยนา วตฺตนา ปาลนา อตฺถิ รูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ มีแก่นามธรรมทั้งหลาย และอรูปชีวิตินทรีย์ มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ มีแก่รูปธรรมทั้งหลาย และรูปชีวิตินทรีย์ มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ รูปีนํ ธมฺมานํ อายุ ฐิติ ยปนา ยาปนา อิริยนา วตฺตนา ปาลนา นตฺถิ รูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรูปีนํ ธมฺมานํ อายุ ฐิติ ยปนา ยาปนา อิริยนา วตฺตนา ปาลนา นตฺถิ อรูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ มีแก่รูปธรรมทั้งหลาย แต่รูปชีวิตินทรีย์ ไม่มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ มีอยู่แก่นามธรรมทั้งหลาย แต่อรูปชีวิตินทรีย์ไม่มี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรูปีนํ ธมฺมานํ อายุ อรูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปีนํ ธมฺมานํ อายุ รูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. อายุของนามธรรมทั้งหลาย เป็นอรูปชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อายุของรูปธรรมทั้งหลาย เป็นรูปชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
รูปีนํ ธมฺมานํ อายุ น วตฺตพฺพํ รูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อรูปีนํ ธมฺมานํ อายุ น วตฺตพฺพํ อรูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. อายุของรูปธรรมทั้งหลาย ไม่พึงกล่าวว่า เป็นรูปชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อายุของนามธรรมทั้งหลาย ไม่พึงกล่าวว่า เป็นอรูปชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
รูปีนํ ธมฺมานํ อายุ อรูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา อรูปีนํ ธมฺมานํ อายุ รูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. อายุของรูปธรรมทั้งหลาย เป็นอรูปชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อายุของนามธรรมทั้งหลาย เป็นรูปชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรูปีนํ ธมฺมานํ อายุ น วตฺตพฺพํ รูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปีนํ ธมฺมานํ อายุ น วตฺตพฺพํ อรูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. อายุของนามธรรมทั้งหลาย ไม่พึงกล่าวว่า เป็นรูปชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว @อภิ. ก. แปล ๓๗/๖๘ ส. อายุของรูปธรรมทั้งหลาย ไม่พึงกล่าวว่า อรูปชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
รูปีนญฺจ อรูปีนญฺจ ธมฺมานํ อายุ อรูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปีนญฺจ อรูปีนญฺจ ธมฺมานํ อายุ รูปชีวินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. อายุของรูปธรรมและนามธรรมทั้งหลาย เป็นอรูปชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อายุของรูปธรรมและนามธรรมทั้งหลาย เป็นรูปชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
รูปีนญฺจ อรูปีนญฺจ ธมฺมานํ อายุ น วตฺตพฺพํ รูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปีนญฺจ อรูปีนญฺจ ธมฺมานํ อายุ น วตฺตพฺพํ อรูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. อายุของรูปธรรมและนามธรรมทั้งหลาย ไม่พึงกล่าวว่า เป็นรูปชีวิตินทรีย์หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อายุของรูปธรรมและนามธรรมทั้งหลาย ไม่พึงกล่าวว่า เป็นอรูปชีวิตินทรีย์หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
นตฺถิ รูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นิโรธํ สมาปนฺนสฺส นตฺถิ ชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูปชีวิตินทรีย์ ไม่มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้เข้านิโรธ ไม่มีชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
นิโรธํ สมาปนฺนสฺส อตฺถิ ชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ นิโรธํ สมาปนฺนสฺส อตฺถิ ชีวิตินฺทฺริยํ โน วต เร วตฺตพฺเพ นตฺถิ รูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ
ส. ผู้เข้านิโรธ มีชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ผู้เข้านิโรธมีชีวิตินทรีย์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปชีวิตินทรีย์ ไม่มี
นิโรธํ สมาปนฺนสฺส อตฺถิ ชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กตมกฺขนฺธปริยาปนฺนนฺติ ฯ สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺนนฺติ ฯ นิโรธํ สมาปนฺนสฺส อตฺถิ สงฺขารกฺขนฺโธติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิโรธํ สมาปนฺนสฺส อตฺถิ สงฺขารกฺขนฺโธติ ฯ อามนฺตา ฯ นิโรธํ สมาปนฺนสฺส อตฺถิ เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ สญฺญากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผู้เข้านิโรธมีชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เนื่องในขันธ์ไหน? ป. เนื่องในสังขารขันธ์ ส. ผู้เข้านิโรธมีสังขารขันธ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผู้เข้านิโรธมีสังขารขันธ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้เข้านิโรธมีเวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
นิโรธํ สมาปนฺนสฺส อตฺถิ เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ สญฺญากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธติ ฯ อามนฺตา ฯ น นิโรธสมาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผู้เข้านิโรธ มีเวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มิใช่ผู้เข้านิโรธ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
นตฺถิ รูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อสญฺญสตฺตานํ นตฺถิ ชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อสญฺญสตฺตานํ อตฺถิ ชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อสญฺญสตฺตานํ อตฺถิ ชีวิตินฺทฺริยํ โน วต เร วตฺตพฺเพ นตฺถิ รูปชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ
ส. รูปชีวิตินทรีย์ ไม่มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อสัญญสัตว์ทั้งหลาย ไม่มีชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อสัญญสัตว์ทั้งหลายมีชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อสัญญสัตว์มีชีวิตินทรีย์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปชีวิตินทรีย์ไม่มี
อสญฺญสตฺตานํ อตฺถิ ชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กตมกฺขนฺธปริยาปนฺนนฺติ ฯ สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺนนฺติ ฯ อสญฺญสตฺตานํ อตฺถิ สงฺขารกฺขนฺโธติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อสญฺญสตฺตานํ อตฺถิ สงฺขารกฺขนฺโธติ ฯ อามนฺตา ฯ อสญฺญสตฺตานํ อตฺถิ เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ สญฺญากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อสญฺญสตฺตานํ อตฺถิ เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ สญฺญากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธติ ฯ อามนฺตา ฯ ปญฺจโวการภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. อสัญญสัตว์มีชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เนื่องด้วยขันธ์ไหน? ป. เนื่องด้วยสังขารขันธ์ ส. อสัญญสัตว์มีสังขาร หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อสัญญสัตว์มีสังขารขันธ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อสัญญสัตว์มีเวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อสัญญสัตว์มีเวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นปัญจโวการภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปปตฺเตสิเย จิตฺเต ภิชฺชมาเน เอกเทสํ ภิชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน สมุฏฺฐิโต ผสฺโส อุปปตฺเตสิเย จิตฺเต ภิชฺชมาเน เอกเทโส ภิชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ชีวิตินทรีย์ที่ตั้งขึ้นด้วยจิตดวงแสวงหาอุปบัติ ดับไปส่วนหนึ่งในเมื่อจิตดวงแสวงหาอุปบัติดับ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผัสสะที่ตั้งขึ้นด้วยจิตดวงแสวงหาอุปบัติ ดับไปส่วนหนึ่งในเมื่อจิตดวงแสวงหาอุปบัติดับ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน สมุฏฺฐิโต ผสฺโส อุปปตฺเตสิเย จิตฺเต ภิชฺชมาเน อนวเสโส ภิชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปปตฺเตสิเย จิตฺเต ภิชฺชมาเน อนวเสสํ ภิชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผัสสะที่ตั้งขึ้นด้วยจิตดวงแสวงหาอุปบัติ ดับไปหมด ในเมื่อจิตดวงแสวงหาอุปบัติดับไป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีวิตินทรีย์ที่ตั้งขึ้นด้วยจิตดวงแสวงหาอุปบัติ ดับไปหมดในเมื่อจิตดวงแสวงหาอุปบัติดับ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
เทฺว ชีวิตินฺทฺริยานีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวีหิ ชีวิเตหิ ชีวติ ทฺวีหิ มรเณหิ มิยฺยตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ชีวิตินฺทฺริยกถา ฯ ---------
ป. ชีวิตินทรีย์เป็น ๒ อย่าง หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลเป็นอยู่ด้วยชีวิต ๒ อย่าง ตายด้วยมรณะ ๒ อย่าง หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ชีวิตินทริยกถา จบ -----------------------------------------------------