อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา เล่ม ๓๗
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา
๑๓๖๘สกวาที บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยอดีต หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. อดีตดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว แปรไปแล้ว อัสดงคตแล้ว สาบสูญไปแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อดีตดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว แปรไปแล้ว อัสดงคตแล้วสาบสูญไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยอดีต
๑๓๖๙ส. บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยอนาคต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อนาคตยังไม่เกิด ยังไม่เป็น ยังไม่เกิดพร้อม ยังไม่บังเกิด ยังไม่บังเกิดขึ้น ยังไม่ปรากฏ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อนาคต ยังไม่เกิด ยังไม่เป็น ยังไม่เกิดพร้อม ยังไม่บังเกิดยังไม่บังเกิดขึ้น ยังไม่ปรากฏ ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยอนาคต
๑๓๗๐ส. บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยรูปขันธ์ที่เป็นอดีต เป็นผู้ประกอบด้วยรูปขันธ์ที่เป็นอนาคต เป็นผู้ประกอบด้วยรูปขันธ์ที่เป็นปัจจุบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นผู้ประกอบด้วยรูปขันธ์ ๓ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยขันธ์ ๕ ที่เป็นอดีต เป็นผู้ประกอบด้วยขันธ์ ๕ที่เป็นอนาคต เป็นผู้ประกอบด้วยขันธ์ ๕ ที่เป็นปัจจุบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นผู้ประกอบด้วยขันธ์ ๑๕ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๓๗๑ส. บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยจักขายตนะที่เป็นอดีต เป็นผู้ประกอบด้วยจัก-ขายตนะที่เป็นอนาคต เป็นผู้ประกอบด้วยจักขายตนะที่เป็นปัจจุบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นผู้ประกอบด้วยจักขายตนะ ๓ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยอายตนะ ๑๒ ที่เป็นอดีต เป็นผู้ประกอบด้วยอายตนะ ๑๒ ที่เป็นอนาคต เป็นผู้ประกอบด้วยอายตนะ ๑๒ ที่เป็นปัจจุบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นผู้ประกอบด้วยอายตนะ ๓๖ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๓๗๒ส. บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยจักขุธาตุที่เป็นอดีต เป็นผู้ประกอบด้วยจักขุธาตุที่เป็นอนาคต เป็นผู้ประกอบด้วยจักขุธาตุที่เป็นปัจจุบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นผู้ประกอบด้วยจักขุธาตุ ๓ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยธาตุ ๑๘ ที่เป็นอดีต เป็นผู้ประกอบด้วยธาตุ๑๘ ที่เป็นอนาคต เป็นผู้ประกอบด้วยธาตุ ๑๘ ที่เป็นปัจจุบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นผู้ประกอบด้วยธาตุ ๕๔ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๓๗๓ส. บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยจักขุนทรีย์ที่เป็นอดีต เป็นผู้ประกอบด้วยจักขุน-ทรีย์ที่เป็นอนาคต เป็นผู้ประกอบด้วยจักขุนทรีย์ที่เป็นปัจจุบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นผู้ประกอบด้วยจักขุนทรีย์ ๓ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยอินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอดีต เป็นผู้ประกอบด้วยอินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอนาคต เป็นผู้ประกอบด้วยอินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นปัจจุบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นผู้ประกอบด้วยอินทรีย์ ๖๖ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๓๗๔ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลประกอบด้วยอดีตและอนาคต หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลผู้มีปกติเพ่งวิโมกข์ ๘ (สมาบัติ ๘) ผู้ได้ตามปรารถนาซึ่งฌาน ๔ผู้มีปกติได้อนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ มีอยู่ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า บุคคลผู้มีปกติเพ่งวิโมกข์ ๘ ผู้ได้ตามปรารถนาซึ่งฌาน ๔ ผู้มีปกติได้อนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะ จึงต้องกล่าวว่าบุคคลผู้ประกอบด้วยอดีตและอนาคต อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา จบ วรรคที่ ๙ จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๙. นวมวรรค] ๑๑. อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา (๙๔) ๑๑. อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา (๙๔) ว่าด้วยอดีต อนาคต และปัจจุบัน
สก. บุคคลประกอบด้วยอดีตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อดีตดับไปแล้ว หายไปแล้ว แปรผันไปแล้ว สูญไปแล้ว ดับสูญไปแล้วมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากอดีตดับไปแล้ว หายไปแล้ว แปรผันไปแล้ว สูญไปแล้ว ดับสูญ ไปแล้ว ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลประกอบด้วยอดีต” สก. บุคคลประกอบด้วยอนาคตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อนาคตยังไม่เกิด ยังไม่มี ยังไม่เกิดพร้อม ยังไม่บังเกิด ยังไม่บังเกิดขึ้นยังไม่ปรากฏมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากอนาคตยังไม่เกิด ยังไม่มี ยังไม่เกิดพร้อม ยังไม่บังเกิด ยังไม่บังเกิดขึ้น ยังไม่ปรากฏ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลประกอบด้วยอนาคต”@เชิงอรรถ : @ ในอรรถกถา ชื่อกถานี้เป็น อตีตานาคตสมนฺนาคตกถา ว่าด้วยบุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยนามรูปที่เป็นอดีต@และอนาคต (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๖๘-๕๗๐/๒๔๘) @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๖๘/๒๔๘) @ เพราะมีความเห็นว่า บุคคลในปัจจุบันมีนามรูปที่เป็นอดีตและอนาคตได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๖๘/๒๔๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๒๑}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๙. นวมวรรค] ๑๑. อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา (๙๔)
สก. บุคคลประกอบด้วยรูปขันธ์ที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็น ปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยรูปขันธ์ ๓ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลประกอบด้วยขันธ์ ๕ ที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็นปัจจุบัน ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยขันธ์ ๑๕ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลประกอบด้วยจักขายตนะที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็นปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยจักขายตนะ ๓ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลประกอบด้วยอายตนะ ๑๒ ที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็น ปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยอายตนะ ๓๖ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๒๒}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๙. นวมวรรค] ๑๑. อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา (๙๔) สก. บุคคลประกอบด้วยจักขุธาตุที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็นปัจจุบัน ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยจักขุธาตุ ๓ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลประกอบด้วยธาตุ ๑๘ ที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็นปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยธาตุ ๕๔ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลประกอบด้วยจักขุนทรีย์ที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็นปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยจักขุนทรีย์ ๓ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลประกอบด้วยอินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็น ปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยอินทรีย์ ๖๖ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๒๓}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๙. นวมวรรค] รวมกถาที่มีในวรรค
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “บุคคลประกอบด้วยอดีตและอนาคต” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. บุคคลผู้เพ่งวิโมกข์ ๘ ได้ฌาน ๔ ตามปรารถนา ได้อนุปุพพวิหาร สมาบัติ ๙ มีอยู่มิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากบุคคลผู้เพ่งวิโมกข์ ๘ ได้ฌาน ๔ ตามปรารถนา ได้อนุปุพพ- วิหารสมาบัติ ๙ มีอยู่ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “บุคคลประกอบด้วยอดีตและอนาคต” อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา จบ นวมวรรค จบ รวมกถาที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อานิสังสทัสสาวีกถา ๒. อมตารัมมณกถา ๓. รูปังสารัมมณันติกถา ๔. อนุสยาอนารัมมณกถา ๕. ญาณังอนารัมมณันติกถา ๖. (ก) อตีตารัมมณกถา ๖. (ข) อนาคตารัมมณกถา ๗. วิตักกานุปติตกถา ๘. วิตักกวิปผารสัททกถา ๙. นยถาจิตตัสสวาจาติกถา ๑๐. นยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถา ๑๑. อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๒๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอตีตานาคเตหิ สมันนาคตกถา ว่าด้วยบุคคลผู้ประกอบด้วยอดีตและอนาคต
____________________________
ในอภิธรรมใช้ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนกถา.
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องบุคคลผู้ประกอบด้วยอดีตและอนาคต.
ในเรื่องนั้น บัณฑิตพึงทราบบัญญัติ ๒ อย่าง คือ สมันนาคตบัญญัติ ได้แก่ บัญญัติคำว่า ผู้ประกอบ และปฏิลาภบัญญัติ ได้แก่ บัญญัติคำว่า การได้เฉพาะ.
ในบัญญัติ ๒ อย่างนั้น ผู้ถึงพร้อมด้วยปัจจุบันธรรม ท่านเรียกว่า สมันนาคตะ ส่วนสมาบัติทั้งหลายของผู้ได้ฌาน ๘ ไม่เป็นไปในขณะเดียวกัน คือส่วนหนึ่งเป็นอดีต ส่วนหนึ่งเป็นอนาคต ส่วนหนึ่งเป็นปัจจุบัน แม้ก็จริงถึงอย่างนั้น ท่านก็เรียกปฏิลาภะ ผู้มีปกติได้ เพราะความเป็นผู้แทงตลอดแล้ว เป็นสภาพไม่เสื่อมไป.
ในปัญหานั้น ชนเหล่าใดไม่ถือเอาการวิภาคอย่างนี้ มีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า ฌานทั้งหลายแม้เป็นอดีตและอนาคตมีอยู่แก่ผู้ได้ฌาน เหตุใด เพราะเหตุนั้น ฌานลาภีบุคคลเหล่านั้นย่อมเป็นผู้ประกอบด้วยอดีตบ้าง ด้วยอนาคตบ้าง ดังนี้คำถามของสกวาที หมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำที่เหลือในที่นี้ มีอรรถตื้นทั้งนั้น.
อนึ่ง คำว่า บุคคลผู้มีปกติเพ่งวิโมกข์ ๘ เป็นต้น เป็นข้อพิสูจน์แห่งความเป็นผู้ได้ คือได้สมาบัติ ๘ มิใช่พิสูจน์ความเป็นผู้ประกอบด้วยอดีตและอนาคต ดังนี้แล. อรรถกถาอตีตานาคเตหิสมันนาคตกถา จบ.
รวมกถาที่มีในวรรคนี้คือ
๑. อานิสังสกถา
๒. อมตารัมมณกถา
๓. รูปังสารัมมตันติกถา
๔. อนุสยาอนารัมมณาติกถา
๕. ญาณังอนารัมมณันติกถา
๖. อตีตารัมมณกถา
๗. อนาคตารัมมณกถา
๘. วิตักกานุปติตกถา
๙. วิตักกวิปผารสัททกถา
๑๐. นยถาจิตตัสสวาจาติกถา
๑๑. นยถาจิตตัสสกายกัมมันติกกถา
๑๒. อตีตานาคตปัจจุปันนกถา.
วรรคที่ ๙ จบ. -----------------------------------------------------