นิทเทสแห่งธรรมวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๔–๑๐๔ลำดับ 3 จาก 5 ในจิตตยมกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 21 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร ๑. อุปปาทนิโรธกาลสัมเภทวาร
อนุ. จิตใดกำลังเกิด ไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นก็จักดับ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตใดจักดับ ไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นก็กำลังเกิด ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] นิทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร อนุ. จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด แต่กำลังดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่จักดับ แต่จักเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่ใช่จักดับ แต่จักเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด แต่กำลังดับมีไหม วิ. ไม่มี ๒. อุปปาทุปปันนวาร
อนุ. จิตใดกำลังเกิด จิตนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตใดเกิดแล้ว จิตนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะ จิตเกิดแล้ว แต่ไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ จิตเกิดแล้วก็ใช่ กำลังเกิดก็ใช่ อนุ. จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม วิ. ในภังคขณะ จิตไม่ใช่กำลังเกิด แต่มิใช่ไม่เกิดแล้ว จิตที่เป็นอดีตและอนาคต ไม่ใช่กำลังเกิดก็ใช่ ไม่ใช่เกิดแล้วก็ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ๓. นิโรธุปปันนวาร
อนุ. จิตใดกำลังดับ จิตนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตใดเกิดแล้ว จิตนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะ จิตเกิดแล้ว แต่ไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะ จิตเกิด แล้วก็ใช่ กำลังดับก็ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] นิทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร อนุ. จิตใดไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะ จิตไม่ใช่กำลังดับ แต่มิใช่ไม่เกิดแล้ว จิตที่เป็นอดีต และอนาคต ไม่ใช่กำลังดับก็ใช่ ไม่ใช่เกิดแล้วก็ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ๔. อุปปาทวาร
อนุ. จิตใดกำลังเกิด จิตนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. จิตใดเคยเกิด จิตนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังเกิด แต่มิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะ จิตที่เป็นอนาคต ไม่ใช่กำลังเกิดก็ใช่ ไม่เคยเกิดก็ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่เคยเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะ จิตไม่เคยเกิด แต่มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะ จิตที่เป็นอนาคตไม่เคยเกิดก็ใช่ ไม่ใช่กำลังเกิดก็ใช่
อนุ. จิตใดกำลังเกิด จิตนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. จิตใดจักเกิด จิตนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังเกิด แต่มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะ จิตที่ เป็นอดีต ไม่ใช่กำลังเกิดก็ใช่ ไม่ใช่จักเกิดก็ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] นิทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร ปฏิ. จิตใดไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะ จิตไม่ใช่จักเกิด แต่มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะ จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่จักเกิดก็ใช่ ไม่ใช่กำลังเกิดก็ใช่
อนุ. จิตใดเคยเกิด จิตนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. จิตใดจักเกิด จิตนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. จิตใดไม่เคยเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอนาคตไม่เคยเกิด แต่มิใช่จักไม่เกิด จิตที่เป็นปัจจุบันไม่เคยเกิดก็ใช่ ไม่ใช่จักเกิดก็ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่จักเกิด แต่มิใช่ไม่เคยเกิด จิตที่เป็นปัจจุบัน ไม่ใช่จักเกิดก็ใช่ ไม่เคยเกิดก็ใช่ ๕. นิโรธวาร
อนุ. จิตใดกำลังดับ จิตนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. จิตใดเคยดับ จิตนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. จิตใดไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังดับ แต่มิใช่ไม่เคยดับ ในอุปปาทขณะ จิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังดับก็ใช่ ไม่เคยดับก็ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่เคยดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะ จิตไม่เคยดับ แต่มิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะ จิตที่เป็นอนาคตไม่เคยดับก็ใช่ ไม่ใช่กำลังดับก็ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] นิทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร
อนุ. จิตใดกำลังดับ จิตนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. จิตใดจักดับ จิตนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. จิตใดไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะ จิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังดับ แต่มิใช่จักไม่ดับ จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังดับก็ใช่ ไม่ใช่จักดับก็ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่ใช่จักดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะ จิตไม่ใช่จักดับ แต่มิใช่ไม่กำลังดับ จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่จักดับก็ใช่ ไม่ใช่กำลังดับก็ใช่
อนุ. จิตใดเคยดับ จิตนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. จิตใดจักดับ จิตนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. จิตใดไม่เคยดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะ จิตที่เป็นอนาคตไม่เคยดับ แต่มิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะจิตไม่เคยดับก็ใช่ ไม่ใช่จักดับก็ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่ใช่จักดับ จิตนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่จักดับ แต่มิใช่ไม่เคยดับ ในภังคขณะ จิตไม่ใช่จักดับก็ใช่ ไม่เคยเกิดก็ใช่ ๖. อุปปาทนิโรธวาร
อนุ. จิตใดกำลังเกิด จิตนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. จิตใดเคยดับ จิตนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] นิทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร อนุ. จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังเกิด แต่มิใช่ไม่เคยดับ ในภังคขณะ จิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังเกิดก็ใช่ ไม่เคยดับก็ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่เคยดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะ จิตไม่เคยดับ แต่มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะ จิตที่เป็นอนาคตไม่เคยดับก็ใช่ ไม่ใช่กำลังเกิดก็ใช่
อนุ. จิตใดกำลังเกิด จิตนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตใดจักดับ จิตนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอนาคตจักดับ แต่ไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ จิตจักดับก็ใช่กำลังเกิดก็ใช่ อนุ. จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่กำลังเกิด แต่มิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะ จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่กำลังเกิดก็ใช่ ไม่ใช่จักดับก็ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่ใช่จักดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. จิตใดเคยเกิด จิตนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. จิตใดจักดับ จิตนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. จิตใดไม่เคยเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะ จิตที่เป็นอนาคตไม่เคยเกิด แต่มิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะจิตไม่เคยเกิดก็ใช่ ไม่ใช่จักดับก็ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่ใช่จักดับ จิตนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่จักดับ แต่มิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะ จิตไม่ใช่ จักดับก็ใช่ ไม่เคยเกิดก็ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] นิทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร ๗. อุปปัชชมานนนิโรธวาร
อนุ. จิตใดกำลังเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอดีตและอนาคตไม่ใช่กำลังดับ แต่ไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะจิตไม่ใช่กำลังดับก็ใช่ กำลังเกิดก็ใช่ อนุ. จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอดีตและอนาคตไม่ใช่กำลังเกิด แต่ไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะจิตไม่ใช่กำลังเกิดก็ใช่ กำลังดับก็ใช่ ปฏิ. จิตใดกำลังดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ๘. อุปปัชชมานุปปันนวาร
อนุ. จิตใดเกิดอยู่ จิตนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตใดเกิดแล้ว จิตนั้นก็เกิดอยู่ใช่ไหม วิ. ในภังคขณะ จิตเกิดแล้ว แต่ไม่ใช่เกิดอยู่ ในอุปปาทขณะ จิตเกิดแล้วก็ใช่ เกิดอยู่ก็ใช่ อนุ. จิตใดไม่ใช่เกิดอยู่ จิตนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม วิ. ในภังคขณะ จิตไม่ใช่เกิดอยู่ แต่มิใช่ไม่เกิดแล้ว จิตที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต ไม่ใช่เกิดอยู่ก็ใช่ ไม่ใช่เกิดแล้วก็ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่ใช่เกิดอยู่ใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] นิทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร ๙. นิรุชฌมานุปปันนวาร
อนุ. จิตใดดับอยู่ จิตนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตใดเกิดแล้ว จิตนั้นก็ดับอยู่ใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะ จิตเกิดแล้ว แต่ไม่ใช่ดับอยู่ ในภังคขณะ จิตเกิดแล้วก็ใช่ ดับอยู่ก็ใช่ อนุ. จิตใดไม่ใช่ดับอยู่ จิตนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะ จิตไม่ใช่ดับอยู่ แต่มิใช่ไม่เกิดแล้ว จิตที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต ไม่ใช่เกิดอยู่ก็ใช่ ไม่ใช่เกิดแล้วก็ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่ใช่ดับอยู่ใช่ไหม วิ. ใช่ ๑๐. อุปปันนุปปาทวาร
อนุ. จิตใดเกิดแล้ว จิตนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. จิตใดเคยเกิด จิตนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. จิตใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่เกิดแล้ว แต่มิใช่ไม่เคยเกิด จิตที่เป็นอนาคต ไม่ใช่เกิดแล้วก็ใช่ ไม่เคยเกิดก็ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่เคยเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นปัจจุบัน ไม่เคยเกิด แต่มิใช่ไม่เกิดแล้ว จิตที่เป็นอนาคต ไม่เคยเกิดก็ใช่ ไม่ใช่เกิดแล้วก็ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] นิทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร
อนุ. จิตใดเกิดแล้ว จิตนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. จิตใดจักเกิด จิตนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. จิตใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่เกิดแล้ว แต่มิใช่จักไม่เกิด จิตที่เป็นอดีต ไม่ใช่เกิดแล้วก็ใช่ ไม่ใช่จักเกิดก็ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นปัจจุบันไม่ใช่จักเกิด แต่มิใช่ไม่เกิดแล้ว จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่จักเกิดก็ใช่ ไม่ใช่เกิดแล้วก็ใช่ ๑๑. อตีตานาคตวาร
อนุ. จิตใดเคยเกิด จิตนั้นไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. จิตใดจักเกิด จิตนั้นไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. จิตใดไม่เคยเกิด จิตนั้นมิใช่ไม่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตใดไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นมิใช่ไม่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ๑๒. อุปปันนุปปัชชมานวาร
อนุ. จิตที่เกิดแล้ว ก็ชื่อว่าเกิดอยู่ใช่ไหม วิ. ในภังคขณะ จิตเกิดแล้ว แต่ไม่ใช่เกิดอยู่ ในอุปปาทขณะ จิตเกิดแล้วก็ใช่เกิดอยู่ก็ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] นิทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร ปฏิ. จิตที่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าเกิดแล้วใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จิตที่ไม่ใช่เกิดแล้ว ก็ชื่อว่าไม่ใช่เกิดอยู่ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตที่ไม่ใช่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม วิ. ในภังคขณะ จิตไม่ใช่เกิดอยู่ แต่มิใช่ไม่เกิดแล้ว จิตที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต ไม่ใช่เกิดอยู่ก็ใช่ ไม่ใช่เกิดแล้วก็ใช่ ๑๓. นิรุทธนิรุชฌมานวาร
อนุ. จิตที่ดับแล้ว ก็ชื่อว่าดับอยู่ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. จิตที่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าดับแล้วใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. จิตที่ไม่ใช่ดับแล้ว ก็ชื่อว่าไม่ใช่ดับอยู่ใช่ไหม วิ. ในภังคขณะ จิตไม่ใช่ดับแล้ว แต่มิใช่ไม่ดับอยู่ ในอุปปาทขณะ จิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่ดับแล้วก็ใช่ ไม่ใช่ดับอยู่ก็ใช่ ปฏิ. จิตที่ไม่ใช่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าไม่ใช่ดับแล้วใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอดีตไม่ใช่ดับอยู่ แต่มิใช่ไม่ดับแล้ว ในอุปปาทขณะ จิตที่เป็นอนาคตไม่ใช่ดับอยู่ก็ใช่ ไม่ใช่ดับแล้วก็ใช่ ๑๔. อติกกันตกาลวาร
อนุ. จิตใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตนั้น ล่วงไปทุกๆ ขณะที่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม วิ. ในภังคขณะ จิตล่วงอุปปาทขณะ แต่ไม่ล่วงภังคขณะ จิตที่เป็นอดีต ล่วงอุปปาทขณะก็ใช่ ล่วงภังคขณะก็ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] นิทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๓. ปุคคลธัมมวาร ปฏิ. จิตใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตนั้นล่วงไปทุกๆขณะที่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม วิ. จิตที่เป็นอดีต ... อนุ. จิตใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตนั้นล่วงไปทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะ จิตที่เป็นอนาคต .... ปฏิ. จิตใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตนั้นล่วงไปทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม วิ. ในภังคขณะ จิตไม่ล่วงภังคขณะ แต่มิใช่ไม่ล่วงอุปปาทขณะ ใน อุปปาทขณะ จิตที่เป็นอนาคตไม่ล่วงภังคขณะก็ใช่ ไม่ล่วงอุปปาทขณะก็ใช่ นิทเทสแห่งธัมมวาร จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ธมฺมวารนิทฺเทโส
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ นิทเทสแห่งธรรมวาร
ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ น นิรุชฺฌติ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ น อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ น อุปฺปชฺชิสฺสติ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ ยํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ นิรุชฺฌติ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: โน ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ นิรุชฺฌตีติ: นตฺถิ ฯ
จิตใดเกิดขึ้น ยังไม่ดับไป จิตนั้นจักดับไป จักไม่เกิดขึ้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตใดจักดับ จักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นเกิดขึ้น ไม่ดับ ถูกแล้ว จิตใดไม่เกิดขึ้น ดับ จิตนั้นจักไม่ดับ จักเกิดขึ้นหรือ หามิได้ หรือว่า จิตใดจักไม่ดับ จักเกิดขึ้น จิตนั้นไม่เกิดขึ้น ดับ ไม่มี
ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ตํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ: อามนฺตา ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ: ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โน จ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ อุปฺปาทกฺขเณ จิตฺตํ อุปฺปนฺนญฺเจว อุปฺปชฺชติ จ ฯ ยํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนนฺติ: ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ อตีตานาคตํ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชติ น จ อุปฺปนฺนํ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้น ในภังคขณะ จิตเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะจิตเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นด้วย จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ ในภังคขณะ จิตไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็นอดีตและอนาคต ไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย หรือว่า จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้นหรือ ถูกแล้ว
ยํ จิตฺตํ นิรุชฺฌติ ตํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ: อามนฺตา ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌตีติ: อุปฺปาทกฺขเณ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โน จ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌติ ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ อุปฺปนฺนญฺเจว นิรุชฺฌติ จ ฯ ยํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนนฺติ: อุปฺปาทกฺขเณ จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ อตีตานาคตํ จิตฺตํ น เจว นิรุชฺฌติ น จ อุปฺปนฺนํ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ
จิตใดดับ จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นดับ ในอุปปาทขณะ จิตเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นดับก็หาไม่ ในภังคขณะจิตเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว ดับด้วย จิตใดไม่ดับ จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ ในอุปปาทขณะจิตไม่ดับ แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็นอดีตและอนาคต ไม่ดับด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย หรือว่า จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่ดับ ถูกแล้ว
ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: โน ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ ยํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อตีตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ภงฺคกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชติ น จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปาทกฺขเณ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ภงฺคกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชิตฺถ น จ อุปฺปชฺชติ ฯ {๖๑.๑} ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: โน ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ ยํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อนาคตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ ภงฺคกฺขเณ อตีตญฺจ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชติ น จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปาทกฺขเณ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ภงฺคกฺขเณ อตีตญฺจ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชิสฺสติ น จ อุปฺปชฺชติ ฯ {๖๑.๒} ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: โน ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: โน ฯ ยํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อนาคตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺจุปฺปนฺนํ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชิตฺถ น จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อตีตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ปจฺจุปฺปนฺนํ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชิสฺสติ น จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้วหรือ หามิได้ หรือว่า จิตใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้น หามิได้ จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วหรือ จิตเป็นอดีตไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ ในภังคขณะจิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วย หรือว่า จิตใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะ จิตไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ในภังคขณะ จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นด้วย จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นจักเกิดขึ้นหรือ หามิได้ หรือว่า จิตใดจักเกิดขึ้น จิตนั้นเกิดขึ้น หามิได้ จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ จิตเป็นอนาคตไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ ในภังคขณะจิตเป็นอดีตเท่านั้น ไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว จักไม่เกิดขึ้นด้วย หรือว่า จิตใดจักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะ จิตจักไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ ในภังคขณะ จิตเป็นอดีตเท่านั้น จักไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นด้วย จิตใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักเกิดขึ้นหรือ หามิได้ หรือว่า จิตใดจักเกิดขึ้น จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว หามิได้ จิตใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ จิตเป็นอนาคตไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ จิตเป็นปัจจุบันไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว จักไม่เกิดขึ้นด้วย หรือว่า จิตใดจักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตเป็นอดีตจักไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็นปัจจุบัน จักไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วย
ยํ จิตฺตํ นิรุชฺฌติ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: โน ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌตีติ: โน ฯ ยํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อตีตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ โน จ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถ อุปฺปาทกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ น เจว นิรุชฺฌติ น จ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌตีติ: ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ อุปฺปาทกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ น เจว นิรุชฺฌิตฺถ น จ นิรุชฺฌติ ฯ {๖๒.๑} ยํ จิตฺตํ นิรุชฺฌติ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: โน ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌตีติ: โน ฯ ยํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อุปฺปาทกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ โน จ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อตีตํ จิตฺตํ น เจว นิรุชฺฌติ น จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌตีติ: ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ อตีตํ จิตฺตํ น เจว นิรุชฺฌิสฺสติ น จ นิรุชฺฌติ ฯ {๖๒.๒} ยํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: โน ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: โน ฯ ยํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อุปฺปาทกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ น เจว นิรุชฺฌิตฺถ น จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อตีตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถ ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ น เจว นิรุชฺฌิสฺสติ น จ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
จิตใดดับ จิตนั้นเคยดับแล้วหรือ หามิได้ หรือว่า จิตใดเคยดับแล้ว จิตนั้นไม่ดับ หามิได้ จิตใดไม่ดับ จิตนั้นไม่เคยดับแล้วหรือ จิตที่เป็นอดีตไม่ดับ แต่จิตนั้นไม่เคยดับแล้วก็หาไม่ ในอุปปาทขณะจิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่ดับด้วยนั่นเทียว ไม่เคยดับแล้วด้วย หรือว่า จิตใดไม่เคยดับแล้ว จิตนั้นไม่ดับ ในภังคขณะ จิตไม่เคยดับแล้ว แต่จิตนั้นไม่ดับก็หาไม่ ในอุปปาทขณะจิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่เคยดับแล้วด้วยนั่นเทียว ไม่ดับด้วย จิตใดดับ จิตนั้นจักดับหรือ หามิได้ หรือว่า จิตใดจักดับ จิตนั้นดับ หามิได้ จิตใดไม่ดับ จิตนั้นจักไม่ดับหรือ ในอุปปาทขณะ จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่ดับ แต่จิตนั้นไม่ดับก็หาไม่จิตเป็นอดีตไม่ดับด้วยนั่นเทียว จักไม่ดับด้วย หรือว่า จิตใดจักไม่ดับ จิตนั้นไม่ดับ ในภังคขณะ จิตจักไม่ดับ แต่จิตนั้นไม่ดับก็หาไม่ จิตเป็นอดีตจักไม่ดับด้วยนั่นเทียว ไม่ดับด้วย จิตใดเคยดับแล้ว จิตนั้นจักดับหรือ หามิได้ หรือว่า จิตใดจักดับ จิตนั้นเคยดับแล้ว หามิได้ จิตใดไม่เคยดับแล้ว จิตนั้นจักไม่ดับหรือ ในอุปปาทขณะ จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่เคยดับแล้ว แต่จิตนั้นจักไม่ดับก็หาไม่ ในภังคขณะ จิตไม่เคยดับแล้วด้วยนั่นเทียว จักไม่ดับด้วย หรือว่า จิตใดจักไม่ดับ จิตนั้นไม่เคยดับแล้ว จิตเป็นอดีตจักไม่ดับ แต่จิตนั้นไม่เคยดับก็หาไม่ ในภังคขณะ จิตจักไม่ดับด้วยนั่นเทียว ไม่เคยดับแล้ว
ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: โน ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ ยํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อตีตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถ ภงฺคกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชติ น จ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปาทกฺขเณ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ภงฺคกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ น เจว นิรุชฺฌิตฺถ น จ อุปฺปชฺชติ ฯ {๖๓.๑} ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ: อนาคตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ อุปฺปาทกฺขเณ จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ เจว อุปฺปชฺชติ จ ฯ ยํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อนาคตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ภงฺคกฺขเณ อตีตญฺจ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชติ น จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ {๖๓.๒} ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: โน ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: โน ฯ ยํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อุปฺปาทกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชิตฺถ น จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อตีตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ น เจว นิรุชฺฌิสฺสติ น จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นเคยดับแล้วหรือ หามิได้ หรือว่า จิตใดเคยดับแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้น หามิได้ จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เคยดับแล้วหรือ จิตเป็นอดีตไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นไม่เคยดับแล้วก็หาไม่ ในภังคขณะจิตเป็นอนาคตเท่านั้นไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เคยดับแล้วด้วย หรือว่า จิตใดไม่เคยดับแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะ จิตไม่เคยดับแล้ว แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ ในภังคขณะ จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่เคยดับแล้วด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นด้วย จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นจักดับหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตใดจักดับ จิตนั้นเกิดขึ้น จิตเป็นอนาคตจักดับ แต่จิตนั้นเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะ จิตจักดับด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นด้วย จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นจักไม่ดับหรือ จิตเป็นอนาคตไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นจักไม่ดับก็หาไม่ ในภังคขณะจิตเป็นอดีตเท่านั้น ไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว จักไม่ดับด้วย หรือว่า จิตใดจักไม่ดับ จิตนั้นไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว จิตใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักดับหรือ หามิได้ หรือว่า จิตใดจักดับ จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว หามิได้ จิตใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักไม่ดับหรือ ในอุปปาทขณะ จิตเป็นอนาคตเท่านั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นจักไม่ดับก็หาไม่ ในภังคขณะ จิตไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว จักไม่ดับด้วย หรือว่า จิตใดจักไม่ดับ จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตเป็นอดีตจักไม่ดับ แต่จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ ในภังคขณะจิตจักไม่ดับด้วยนั่นเทียว ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วย
ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ: อตีตานาคตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ โน จ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ อุปฺปาทกฺขเณ จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ เจว อุปฺปชฺชติ จ ฯ ยํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌตีติ: อตีตานาคตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌติ ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ เจว นิรุชฺฌติ จ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌติ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นไม่ดับหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตใดไม่ดับ จิตนั้นเกิดขึ้น จิตเป็นอดีตและอนาคตเท่านั้น ไม่ดับ แต่จิตนั้นเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะ จิตนั้นไม่ดับด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นด้วย จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นดับหรือ จิตเป็นอดีตและอนาคตไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นดับก็หาไม่ ในภังคขณะจิตไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ดับด้วย หรือว่า จิตใดดับ จิตนั้นไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชมานํ ตํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ: อามนฺตา ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชมานนฺติ: ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โน จ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชมานํ อุปฺปาทกฺขเณ จิตฺตํ อุปฺปนฺนญฺเจว อุปฺปชฺชมานญฺจ ฯ ยํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชมานํ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนนฺติ: ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชมานํ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ อตีตานาคตํ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชมานํ น จ อุปฺปนฺนํ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชมานนฺติ: อามนฺตา ฯ
จิตใดเกิดขึ้นอยู่ จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้นอยู่ ในภังคขณะ จิตเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นเกิดขึ้นอยู่ก็หาไม่ ในอุปปาทขณะ จิตเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นอยู่ด้วย จิตใดไม่เกิดขึ้นอยู่ จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ ในภังคขณะ จิตไม่เกิดขึ้นอยู่ แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่จิตเป็นอดีตและอนาคต ไม่เกิดขึ้นอยู่ด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย หรือว่า จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้นอยู่ ถูกแล้ว
ยํ จิตฺตํ นิรุชฺฌมานํ ตํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ: อามนฺตา ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌมานนฺติ: อุปฺปาทกฺขเณ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โน จ ตํ จิตฺตํ นิรุชฺฌมานํ ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ อุปฺปนฺนญฺเจว นิรุชฺฌมานญฺจ ฯ ยํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌมานํ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนนฺติ: อุปฺปาทกฺขเณ จิตฺตํ น นิรุชฺฌมานํ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ อตีตานาคตํ จิตฺตํ น เจว นิรุชฺฌมานํ น จ อุปฺปนฺนํ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌมานนฺติ: อามนฺตา ฯ
จิตใดดับอยู่ จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นดับอยู่ ในอุปปาทขณะ จิตเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นดับอยู่ก็หาไม่ ในภังคขณะจิตเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว ดับอยู่ด้วย จิตใดไม่ดับอยู่ จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ ในอุปปาทขณะ จิตไม่ดับอยู่ แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็นอดีตและอนาคต ไม่ดับอยู่ด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย หรือว่า จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่ดับอยู่ ถูกแล้ว
ยํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: โน ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ: โน ฯ ยํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: โน ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ: โน ฯ ยํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อตีตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ อนาคตํ จิตฺตํ น เจว อุปฺปนฺนํ น จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนนฺติ: ปจฺจุปฺปนฺนํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ อนาคตํ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชิตฺถ น จ อุปฺปนฺนํ ฯ ยํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อนาคตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ อตีตํ จิตฺตํ น เจว อุปฺปนฺนํ น จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนนฺติ: ปจฺจุปฺปนฺนํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ อตีตํ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชิสฺสติ น จ อุปฺปนฺนํ ฯ
จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้วหรือ หามิได้ หรือว่า จิตใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว หามิได้ จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักเกิดขึ้นหรือ หามิได้ หรือว่า จิตใดจักเกิดขึ้น จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว หามิได้ จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้วหรือ จิตเป็นอดีตไม่เกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็นอนาคต ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วย หรือว่า จิตใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตเป็นปัจจุบัน ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่จิตเป็นอนาคต ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ จิตเป็นอนาคตไม่เกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ จิตเป็นอดีตไม่เกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว จักไม่เกิดขึ้นด้วย หรือว่า จิตใดจักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตเป็นปัจจุบันจักไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ จิตเป็นอดีตจักไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย
ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: โน ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: โน ฯ ยํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จิตใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตนั้น จักเกิดขึ้นหรือ หามิได้ หรือว่า จิตใดจักเกิดขึ้น แต่จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว หามิได้ จิตใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตใดจักไม่เกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
อุปฺปนฺนํ อุปฺปชฺชมานนฺติ: ภงฺคกฺขเณ อุปฺปนฺนํ โน จ อุปฺปชฺชมานํ อุปฺปาทกฺขเณ อุปฺปนฺนญฺเจว อุปฺปชฺชมานญฺจ ฯ อุปฺปชฺชมานํ อุปฺปนฺนนฺติ: อามนฺตา ฯ น อุปฺปนฺนํ น อุปฺปชฺชมานนฺติ อามนฺตา ฯ น อุปฺปชฺชมานํ น อุปฺปนฺนนฺติ: ภงฺคกฺขเณ น อุปฺปชฺชมานํ โน จ น อุปฺปนฺนํ อตีตานาคตํ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชมานํ น จ อุปฺปนฺนํ ฯ
จิตที่เกิดขึ้นแล้ว กำลังเกิดขึ้นอยู่หรือ ในภังคขณะ จิตเกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นอยู่ก็หาไม่ ในอุปปาทขณะจิตเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นอยู่ด้วย จิตเกิดขึ้นอยู่ เกิดขึ้นแล้วหรือ ถูกแล้ว จิตไม่เกิดขึ้นแล้ว ไม่เกิดขึ้นอยู่หรือ ถูกแล้ว จิตไม่เกิดขึ้นอยู่ ไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ ในภังคขณะ จิตไม่เกิดขึ้นอยู่ แต่ไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็นอดีตและอนาคต ไม่เกิดขึ้นอยู่ด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย
นิรุทฺธํ นิรุชฺฌมานนฺติ: โน ฯ นิรุชฺฌมานํ นิรุทฺธนฺติ: โน ฯ น นิรุทฺธํ น นิรุชฺฌมานนฺติ: ภงฺคกฺขเณ น นิรุทฺธํ โน จ น นิรุชฺฌมานํ อุปฺปาทกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ น เจว นิรุทฺธํ น จ นิรุชฺฌมานํ ฯ น นิรุชฺฌมานํ น นิรุทฺธนฺติ: อตีตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌมานํ โน จ น นิรุทฺธํ อุปฺปาทกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ น เจว นิรุชฺฌมานํ น จ นิรุทฺธํ ฯ
จิตที่ดับแล้ว ดับอยู่หรือ หามิได้ จิตดับอยู่ ดับแล้วหรือ หามิได้ จิตไม่ดับแล้ว ไม่ดับอยู่หรือ ในภังคขณะ จิตไม่ดับแล้ว แต่ไม่ดับอยู่ก็หาไม่ ในอุปปาทขณะจิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่ดับแล้วด้วยนั่นเทียว ไม่ดับอยู่ด้วย จิตไม่ดับอยู่ ไม่ดับแล้วหรือ จิตเป็นอดีตไม่ดับอยู่ แต่ไม่ดับแล้วก็หาไม่ ในอุปปาทขณะ จิตเป็น-*อนาคตเท่านั้น ไม่ดับอยู่ด้วยนั่นเทียว ไม่ดับแล้วด้วย
ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ นิรุชฺฌมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ ตํ จิตฺตนฺติ: ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ อุปฺปาทกฺขณํ วีติกฺกนฺตํ ภงฺคกฺขณํ อวีติกฺกนฺตํ อตีตํ จิตฺตํ อุปฺปาทกฺขณญฺจ วีติกฺกนฺตํ ภงฺคกฺขณญฺจ วีติกฺกนฺตํ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ อุปฺปชฺชมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ ตํ จิตฺตนฺติ: อตีตํ จิตฺตํ ฯ ยํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ น นิรุชฺฌมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ ตํ จิตฺตนฺติ: อุปฺปาทกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ ฯ ยํ วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ น อุปฺปชฺชมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ ตํ จิตฺตนฺติ: ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ ภงฺคกฺขณํ อวีติกฺกนฺตํ โน จ อุปฺปาทกฺขณํ อวีติกฺกนฺตํ อุปฺปาทกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ ภงฺคกฺขณญฺจ อวีติกฺกนฺตํ อุปฺปาทกฺขณญฺจ อวีติกฺกนฺตํ ฯ
จิตใด เมื่อเกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาล อันก้าวล่วงแล้ว จิตนั้นเมื่อดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้วหรือ ในภังคขณะ จิตก้าวล่วงอุปปาทขณะ ไม่ก้าวล่วงภังคขณะ จิตเป็นอดีตก้าวล่วงอุปปาทขณะด้วย ก้าวล่วงภังคขณะด้วย หรือว่า จิตใด เมื่อดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว จิตนั้นเมื่อเกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว จิตเป็นอดีต จิตใด เมื่อไม่เกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว จิตนั้นเมื่อไม่ดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้วหรือ จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ในอุปปาทขณะ หรือว่า จิตใดเมื่อยังไม่ดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว จิตนั้นเมื่อไม่เกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว ในภังคขณะ จิตไม่ก้าวล่วงภังคขณะ แต่ไม่ก้าวล่วงอุปปาทขณะก็หาไม่ในอุปปาทขณะ จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่ก้าวล่วงภังคขณะด้วย ไม่ก้าวล่วง-*อุปปาทขณะด้วย นิทเทสแห่งธรรมวาร จบ