ปัญหาวาร เล่ม ๔๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺหาวาโร
๒๔๐จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ มูลํ กาตพฺพํ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา เหตู จิตฺตสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ มูลํ กาตพฺพํ จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสฺส จ จิตฺต- สมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ
๒๔๑จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ อารพฺภ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ กาตพฺพํ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ อารพฺภ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ฯ มูลํ กาตพฺพํ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ อารพฺภ จิตฺตญฺจ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม โนจิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อริยา นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ยถา จิตฺตสหภุทุเก อารมฺมณํ เอวํ กาตพฺพํ นินฺนานากรณํ นวปิ ปญฺหา ฯ
๒๔๒จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ตีณิ ฯ เทฺวปิ อธิปตี กาตพฺพา ฯ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ตีณิ ฯ เทฺวปิ อธิปตี กาตพฺพา ฯ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ ฯ เอกาเยว อธิปติ กาตพฺพา นวปิ ปญฺหา ยถา จิตฺตสหภุทุกํ เอวํ กาตพฺพา นินฺนานากรณํ ฯ
๒๔๓จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: นวปิ ปญฺหา จิตฺตสหภุทุกสทิสา ฯ ... สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: นว สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ปฏิจฺจสทิสา ฯ ... อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ปฏิจฺจสทิสา ฯ ... นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ปจฺจยสทิสา ฯ ... อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: นวปิ ปญฺหา จิตฺตสหภุทุกสทิสา นินฺนานากรณํ ฯ
๒๔๔โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ตีณิ ฯ จิตฺตสหภุทุกสทิสา นินฺนานากรณํ ฯ
๒๔๕จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: จิตฺตสหภุทุกสทิสา นินฺนานา- กรณํ ตีณิปิ ปจฺฉาชาตา เทฺว เอกมูลา เอกา ฆฏนา ฯ ... อาเสวน- ปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ
๒๔๖จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ จิตฺตสหภุทุกสทิสา นินฺนานากรณา ตีณิปิ สหชาตา: นานาขณิกา: ฯ ... วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: นว อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: นว จิตฺตสหภุคมนสทิสา เอโกเยว กพฬึกาโร อาหาโร ฯ ... อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ สมฺปยุตฺต- ปจฺจเยน ปจฺจโย: ปญฺจ ฯ
๒๔๗จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตํ: ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสหคตานํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺต- ปจฺจเยน ปจฺจโย กายายตนํ ... วตฺถุ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๔๗.๑} โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานสฺส จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส จ ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺต- ปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตํ: ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุ จิตฺตสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย กายายตนํ ... วตฺถุ จิตฺตสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ จิตฺต- สํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา โนจิตฺต- สํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๒๔๘จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: ปฏิจฺจสทิสา ฯ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: ปฏิจฺจสทิสา ฯ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ ปุเรชาตสทิสํ ปุเรชาตํ กาตพฺพํ ฯ สพฺพํ สงฺขิตฺตํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ {๒๔๘.๑} โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตํ: จิตฺตํ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: ปุเรชาตสทิสํ นินฺนานากรณํ ฯ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตํ: จิตฺตํ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุ จิตฺตสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: ปุเรชาตสทิสํ ฯ {๒๔๘.๒} จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: จกฺขุวิญฺญาณสหคโต เอโก ขนฺโธ จ จกฺขุวิญฺญาณญฺจ ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ จกฺขุวิญฺญาณสหคโต เอโก ขนฺโธ จ จกฺขายตนญฺจ ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ กายวิญฺญาณสหคโต ... จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน เอโก ขนฺโธ จ จิตฺตญฺจ ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน เอโก ขนฺโธ จ วตฺถุ จ ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ เทฺวปิ ฯ {๒๔๘.๓} จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาตา: จกฺขุ- วิญฺญาณสหคตา ขนฺธา จ จกฺขายตนญฺจ จกฺขุวิญฺญาณสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย กายวิญฺญาณสหคตา ... จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ขนฺธา จ จิตฺตญฺจ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ขนฺธา จ มหาภูตา จ จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ขนฺธา จ วตฺถุ จ จิตฺตสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ตีณิ ฯ ปจฺฉาชาตา: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ขนฺธา จ จิตฺตญฺจ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ขนฺธา จ จิตฺตญฺจ กพฬึกาโร อาหาโร จ อิมสฺส โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ขนฺธา จ จิตฺตญฺจ รูปชีวิตินฺทฺริยญฺจ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๔๘.๔} จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: จกฺขุวิญฺญาณสหคโต เอโก ขนฺโธ จ จกฺขายตนญฺจ ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส จ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... กายวิญฺญาณสหคโต ... ฯ สหชาโต: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน เอโก ขนฺโธ จ จิตฺตญฺจ ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน เอโก ขนฺโธ จ วตฺถุ จ ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสฺส จ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ เทฺวปิ ฯ
๒๔๙เหตุยา ตีณิ อารมฺมเณ นว อธิปติยา นว อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ นว นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ อาเสวเน นว กมฺเม ตีณิ วิปาเก นว อาหาเร นว อินฺทฺริเย นว ฌาเน ตีณิ มคฺเค ตีณิ สมฺปยุตฺเต ปญฺจ วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา นว นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต นว ฯ
๒๕๐จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐาโน ธมฺโม โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณ- ปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส จ โนจิตฺต- สํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺม- ปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ {๒๕๐.๑} โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม โนจิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ โนจิตฺต- สํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส จ โนจิตฺต- สํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาต- ปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ {๒๕๐.๒} จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาต- ปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสฺส จ โนจิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาต- ปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
๒๕๑นเหตุยา นว นอารมฺมเณ นว สพฺพตฺถ นว โนอวิคเต นว
๒๕๒เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ... นอธิปติยา นว นอนนฺตเร ตีณิ นสมนนฺตเร ตีณิ นอญฺญมญฺเญ เอกํ นอุปนิสฺสเย ตีณิ สพฺพตฺถ ตีณิ นสมฺปยุตฺเต เอกํ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ
๒๕๓นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ นว ... อธิปติยา นว สพฺพตฺถ นว ฯ อนุโลมมาติกา กาตพฺพา ฯ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ -------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เหตุที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่จิตและจิตต-สมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เหตุที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ จิต และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน ขันธ์ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภขันธ์ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานจิตจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภขันธ์ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน จิตและสัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ พระอริยะออกจากมรรคแล้ว พิจารณามรรค ฯลฯ พิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภูฯลฯ (ย่อ พึงเพิ่มให้เหมือนกับอารัมมณปัจจัยในจิตตสหภูทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกันมี ๙ วาระ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๖๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๗. ปัญหาวาร อธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ มี ๓ วาระ (พึงเพิ่มอธิปติปัจจัยเป็น ๒ วาระ) (๓) สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ มี ๓ วาระ (พึงเพิ่มอธิปติปัจจัยเป็น ๒ วาระ) (๓) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอธิปติปัจจัยมีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ (พึงเพิ่มอธิปติปัจจัยอย่างเดียวเท่านั้น มี ๙ วาระพึงเพิ่มเหมือนจิตตสหภูทุกะไม่มีข้อแตกต่างกัน) อนันตรปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอนันตรปัจจัย (มี ๙ วาระ เหมือนกับจิตตสหภูทุกะ) เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ เป็นปัจจัยโดยสหชาต-ปัจจัย มี ๙ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร) เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัยมี ๙ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร) เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ(เหมือนกับปัจจยวาร) เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (มี ๙ วาระ เหมือนกับจิตตสหภูทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกัน) ปุเรชาตปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่างคือ อารัมมณปุเรชาตะ และวัตถุปุเรชาตะ มี ๓ วาระ (เหมือนกับจิตตสหภูทุกะไม่มีข้อแตกต่างกัน)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๗๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยปัจฉาชาตปัจจัย (เหมือนกับจิตตสหภูทุกะไม่มีข้อแตกต่างกัน ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ มี ๒ วาระ สภาวธรรมที่มีมูลเดียวมี ๑ ฆฏนา) เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ กัมมปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ (เหมือนกับจิตต-สหภูทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกัน สหชาตะ และนานาขณิกะ มี ๓ วาระ) เป็นปัจจัยโดยวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย มี ๙ วาระ (เหมือนกับข้อความในจิตตสหภูทุกะ กวฬิงการาหารมีอย่างเดียวเท่านั้น) เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๓ วาระ เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ วิปปยุตตปัจจัย
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ (ย่อ) (๑) สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตะปุเรชาตะ และปัจฉาชาตะ (ย่อ) (๑) สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๗๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตะ ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ระคนกับจิต และมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณโดยวิปปยุตตปัจจัย ฯลฯ กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยวิปปยุตตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยวิปปยุตตปัจจัยมี ๒ อย่าง คือสหชาตะ และปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิตและสัมปยุตตขันธ์โดยวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณและสัมปยุตตขันธ์โดยวิปปยุตตปัจจัย ฯลฯ กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิตและสัมปยุตต-ขันธ์โดยวิปปยุตตปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยวิปปยุตตปัจจัยมี ๒ อย่าง คือสหชาตะ และปัจฉาชาตะ (ย่อ) อัตถิปัจจัย
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ (ย่อ) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย(เหมือนกับปฏิจจวาร) (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๗๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ (ปัจจัยนี้เหมือนกับปุเรชาตปัจจัย พึงเพิ่มปุเรชาตปัจจัยที่ย่อไว้ทั้งหมด พึงขยายให้พิสดาร) (๑) สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ จิตเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะจิตเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย ปุเรชาตะ (ปัจจัยนี้เหมือนกับปุเรชาตปัจจัย ไม่มีข้อแตกต่างกัน) (๒) สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน และที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาตะ และปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ จิตเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิ-ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ จิตเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัยในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิตและสัมปยุตตขันธ์โดยอัตถิปัจจัย ปุเรชาตะ (ปัจจัยนี้เหมือนกับปุเรชาตปัจจัย) (๓)
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิต เป็นสมุฏฐาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะ และปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขุวิญญาณเป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๗๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๗. ปัญหาวาร ขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน และจิตเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ (ในปฏิสนธิขณะ พึงเพิ่ม เป็น ๒ วาระ) (๑) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัยมี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน และจิตเป็นปัจจัยแก่รูปที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็น สมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่รูปที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิตโดยอัตถิปัจจัย (ในปฏิสนธิขณะพึงเพิ่มเป็น ๓ วาระ) ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน และจิตเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน จิตและกวฬิงการา-หารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน จิตและรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะ และปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะเป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจักขุวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๗๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน และจิตเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตโดยอัตถิปัจจัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (ในปฏิสนธิขณะ พึงเพิ่มเป็น ๒ วาระ) (๓) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ กัมมปัจจัย มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ ฌานปัจจัย มี ๓ วาระ มัคคปัจจัย มี ๓ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๗๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๗. ปัญหาวาร วิปปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ วิคตปัจจัย มี ๙ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ อนุโลม จบ ๒. ปัจจนียุทธาร
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสย-ปัจจัย และกัมมปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัยปัจฉาชาตปัจจัย และกัมมปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน และที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณ-ปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัยอุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัยและปุเรชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน และที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัยสหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๗๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๗. ปัญหาวาร
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัยสหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปัจฉาชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๓)๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ) โนอวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๓ วาระ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๗๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๔. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูทุกะ ๑. ปฏิจจวาร นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัย มีปัจจัยละ ๙ วาระ พึงเพิ่มบทอนุโลมมาติกา)จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ จบ
ไม่มีอรรถกถาของข้อนี้ — ตามบันทึกตอนนำเข้า: “ต้นทางยังไม่ได้จัดทำ”