ปัญหาวาร เล่ม ๔๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺหาวาโร
๖๘๓สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: สปฺปีติกา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ สปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: สปฺปีติกา เหตู ปีติยา จ จิตฺต- สมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ มูลํ สปฺปีติกา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปีติกา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ
๖๘๔สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สปฺปีติเก ขนฺเธ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ สปฺปีติเก ขนฺเธ อารพฺภ อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ สปฺปีติเก ขนฺเธ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา อปฺปีติเกน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ อปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชติ อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ {๖๘๔.๑} อปฺปีติกา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ... มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา ... ผลา วุฏฺฐหิตฺวา อปฺปีติเกน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อริยา อปฺปีติเกน จิตฺเตน นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ อปฺปีติกสฺส โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อาวชฺชนาย ปีติยา จ อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา สปฺปีติเกน จิตฺเตน อปฺปีติเก ปหีเน กิเลเส ... วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ... ปุพฺเพ ฯเปฯ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อปฺปีติเกน จิตฺเตน อนิจฺจโต ... วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ {๖๘๔.๒} ตํ อารพฺภ อปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส อารมฺมณ- ปจฺจเยน ปจฺจโย อปฺปีติกา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมุปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย ปีติยา จ อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อารพฺภ อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๖๘๔.๓} อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... สปฺปีติเกน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ สปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อปฺปีติกา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ... มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา ... ผลา วุฏฺฐหิตฺวา สปฺปีติเกน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อริยา สปฺปีติเกน จิตฺเตน นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ สปฺปีติกสฺส โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา สปฺปีติเกน จิตฺเตน อปฺปีติเก ปหีเน กิเลเส ... วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ... ปุพฺเพ ฯเปฯ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ สปฺปีติเกน จิตฺเตน อนิจฺจโต ... วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ ตํ อารพฺภ สปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๖๘๔.๔} อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... สปฺปีติเกน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ อปฺปีติกา ฌานา ... มคฺคา ... ผลา วุฏฺฐหิตฺวา สปฺปีติเกน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อริยา สปฺปีติเกน จิตฺเตน นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ สปฺปีติกสฺส โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส ปีติยา จ อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา สปฺปีติเกน จิตฺเตน อปฺปีติเก ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ... ปุพฺเพ ฯเปฯ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ สปฺปีติเกน จิตฺเตน อนิจฺจโต ... วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ {๖๘๔.๕} ตํ อารพฺภ สปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ สปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อารพฺภ อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ สปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
๖๘๕สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: สปฺปีติเก ขนฺเธ ครุํ กตฺวา สปฺปีติกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ: สปฺปีติกา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: สปฺปีติเก ขนฺเธ ครุํ กตฺวา: อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ สปฺปีติกา อธิปติ ปีติยา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๖๘๕.๑} สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: สปฺปีติเก ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ: สปฺปีติกา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๖๘๕.๒} อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... อปฺปีติเกน จิตฺเตน ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา อปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อปฺปีติกา ฌานา ... มคฺคา ... ผลา วุฏฺฐหิตฺวา ผลํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ อริยา อปฺปีติเกน จิตฺเตน นิพฺพานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ อปฺปีติกสฺส โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา ปีติยา จ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อปฺปีติเกน จิตฺเตน ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา อปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ ครุํ กตฺวา อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ: อปฺปีติกา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๖๘๕.๓} อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ: อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อธิปติ ... นิพฺพานํ สปฺปีติกสฺส โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ สปฺปีติเกน จิตฺเตน ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา สปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ ครุํ กตฺวา สปฺปีติกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๖๘๕.๔} สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อธิปติ ... นิพฺพานํ สปฺปีติกสฺส โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส ปีติยา จ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ สปฺปีติเกน จิตฺเตน ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา สปฺปีติโก ราโค ... ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ ครุํ กตฺวา สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๖๘๕.๕} สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: สปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ ครุํ กตฺวา สปฺปีติกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ สปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ ครุํ กตฺวา อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ สปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ ครุํ กตฺวา สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
๖๘๖สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา สปฺปีติกา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุริมา ปุริมา สปฺปีติกา ขนฺธา ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส อปฺปีติกสฺส ปีติยา จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สปฺปีติกํ จุติจิตฺตํ อปฺปีติกสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส สปฺปีติกํ ภวงฺคํ อาวชฺชนาย สปฺปีติกา ขนฺธา อปฺปีติกสฺส วุฏฺฐานสฺส ปีติสหคตา วิปากมโนวิญฺญาณธาตุ กิริยมโนวิญฺญาณธาตุยา สปฺปีติกํ ภวงฺคํ อปฺปีติกสฺส ภวงฺคสฺส สปฺปีติกํ กุสลากุสลํ อปฺปีติกสฺส วุฏฺฐานสฺส กิริยํ วุฏฺฐานสฺส ผลํ วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุริมา ปุริมา สปฺปีติกา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๖๘๖.๑} อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปีติกา ปุริมา ปุริมา ปีติ ปจฺฉิมาย ปจฺฉิมาย ปีติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา อปฺปีติกา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อปฺปีติกาย ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุริมา ปุริมา ปีติ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อปฺปีติกํ จุติจิตฺตํ สปฺปีติกสฺส อุปปตฺติ- จิตฺตสฺส อาวชฺชนา สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อปฺปีติกา ขนฺธา สปฺปีติกสฺส วุฏฺฐานสฺส วิปากมโนธาตุ สปฺปีติกาย มโนวิญฺญาณธาตุยา อปฺปีติกํ ภวงฺคํ สปฺปีติกสฺส ภวงฺคสฺส อปฺปีติกํ กุสลากุสลํ สปฺปีติกสฺส วุฏฺฐานสฺส กิริยํ วุฏฺฐานสฺส ผลํ วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สปฺปีติกาย ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา ปีติ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๖๘๖.๒} สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ ปจฺฉิมาย ปจฺฉิมาย ปีติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สปฺปีติกํ จุติจิตฺตญฺจ ปีติ จ อปฺปีติกสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส สปฺปีติกํ ภวงฺคญฺจ ปีติ จ อาวชฺชนาย สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อปฺปีติกสฺส วุฏฺฐานสฺส สปฺปีติกา วิปากมโนวิญฺญาณธาตุ จ ปีติ จ กิริยมโนวิญฺญาณธาตุยา สปฺปีติกํ ภวงฺคญฺจ ปีติ จ อปฺปีติกสฺส ภวงฺคสฺส สปฺปีติกํ กุสลากุสลญฺจ ปีติ จ อปฺปีติกสฺส วุฏฺฐานสฺส กิริยํ วุฏฺฐานสฺส ผลํ วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๖๘๖.๓} สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ... สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: นว สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: นว อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย: นว นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ
๖๘๗สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สปฺปีติกา ขนฺธา สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสย- ปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ สปฺปีติกา ขนฺธา อปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ สปฺปีติกา ขนฺธา สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๖๘๗.๑} อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: อปฺปีติกํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ อปฺปีติกํ ฌานํ วิปสฺสนํ มคฺคํ อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ อปฺปีติกํ สีลํ ฯเปฯ ปญฺญํ ... อภิญฺญํ ราคํ โทสํ โมหํ มานํ ทิฏฺฐึ ปตฺถนํ กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ อุตุํ โภชนํ ... เสนาสนํ ปีตึ อุปนิสฺสาย อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ ปาณํ หนติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ อปฺปีติกา สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ ปีติ จ อปฺปีติกาย สทฺธาย ฯเปฯ ปตฺถนาย กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา ปีติยา จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๖๘๗.๒} อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ อุปนิสฺสยา อปฺปีติกํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย สปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ เทติ ฯเปฯ อปฺปีติกา ฌานา ฯเปฯ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ อปฺปีติกํ สีลํ ฯเปฯ เสนาสนํ ปีตึ อุปนิสฺสาย สปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ สปฺปีติเกน จิตฺเตน อทินฺนํ ... มุสา ... ปิสุณํ ... สมฺผํ ... สนฺธึ ... นิลฺโลปํ ... เอกาคาริกํ ... ปริปนฺเถ ... ปรทารํ ... คามฆาตํ ... นิคมฆาตํ ... อปฺปีติกา สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ ปีติ จ สปฺปีติกาย สทฺธาย ฯเปฯ ปญฺญาย ราคสฺส โมหสฺส มานสฺส ทิฏฺฐิยา ปตฺถนาย มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๖๘๗.๓} อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ อุปนิสฺสยา อปฺปีติกํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย สปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ฯเปฯ อปฺปีติกํ สีลํ ฯเปฯ เสนาสนํ ปีตึ อุปนิสฺสาย สปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ สปฺปีติเกน จิตฺเตน อทินฺนํ อาทิยติ ฯ ทุติยวารสทิสํ ฯ นิคมฆาตํ กโรติ อปฺปีติกา สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ ปีติ จ สปฺปีติกาย สทฺธาย ฯเปฯ ปญฺญาย ราคสฺส โมหสฺส มานสฺส ทิฏฺฐิยา ปตฺถนาย มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา ปีติยา จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๖๘๗.๔} สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิปิ อุปนิสฺสยา สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๖๘๘อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อปฺปีติเกน จิตฺเตน อนิจฺจโต ... วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ อปฺปีติโก ราโค ฯเปฯ โทมนสฺสํ ปีติ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ อปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๖๘๘.๑} อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาต- ปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณ- ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อปฺปีติเกน จิตฺเตน อนิจฺจโต ... วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ สปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ ... ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปุเรชาต- ปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อปฺปีติเกน จิตฺเตน อนิจฺจโต ... วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ปีติ จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๖๘๙สปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาต- ปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ ... อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย: นว กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฉ สหชาตาปิ นานาขณิกาปิ กาตพฺพา เทฺว นานาขณิกา ฯ ... วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: นว อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย: นว มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฉ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปญฺจ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สวิตกฺกทุกสทิสํ กาตพฺพํ ฯ ... นตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: วิคตปจฺจเยน ปจฺจโย: อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ
๖๙๐เหตุยา จตฺตาริ อารมฺมเณ นว อธิปติยา นว อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ นว นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ อาเสวเน นว กมฺเม ฉ วิปาเก นว อาหาเร จตฺตาริ อินฺทฺริเย จตฺตาริ ฌาเน นว มคฺเค จตฺตาริ สมฺปยุตฺเต ฉ วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา นว นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต นว ฯ
๖๙๑สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสย- ปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสย- ปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๖๙๑.๑} อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ {๖๙๑.๒} อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสย- ปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณ- ปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ ปจฺจนียวิภงฺคคณนาปิ สวิตกฺกทุกสทิสา ยทิปิ น สเมติ อิมํ อนุโลมํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา คเณตพฺพํ อิตเร เทฺว คณนา คเณตพฺพา ฯ สปฺปีติกทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ --------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๘๙. สัปปีติกทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๘๙. สัปปีติกทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดยเหตุปัจจัย ได้แก่เหตุที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สภาวธรรมที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีปีติโดยเหตุปัจจัย ได้แก่เหตุที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่ปีติและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เหตุที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ปีติ และจิตตสมุฏฐาน-รูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีปีติโดยเหตุปัจจัย ได้แก่เหตุที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดยอารัมมณปัจจัยได้แก่ เพราะปรารภขันธ์ที่มีปีติ ขันธ์ที่มีปีติจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล)เพราะปรารภขันธ์ที่มีปีติ ขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล)เพราะปรารภขันธ์ที่มีปีติ ขันธ์ที่มีปีติและปีติจึงเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีปีติโดยอารัมมณ- ปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถด้วยจิตที่ไม่มีปีติ พิจารณาด้วยจิตที่ไม่มีปีติ ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้น ราคะที่ไม่มีปีติจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น วิจิกิจฉาจึงเกิดขึ้น อุทธัจจะจึงเกิดขึ้น โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลออกจากฌานที่ไม่มีปีติ ฯลฯ พระอริยะออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผลแล้ว พิจารณาผลด้วยจิตที่ไม่มีปีติ พระอริยะพิจารณานิพพาน ด้วยจิตที่ไม่มีปีติ นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๐๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๘๙. สัปปีติกทุกะ ๗. ปัญหาวาร อาวัชชนจิตที่ไม่มีปีติ และปีติโดยอารัมมณปัจจัย พระอริยะพิจารณากิเลสที่ไม่มีปีติซึ่งละได้แล้วด้วยจิตที่มีปีติ ฯลฯ พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว ฯลฯ รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น ฯลฯ เห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติด้วยจิตที่ไม่มีปีติ โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะที่ไม่มีปีติจึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดย อารัมมณปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพ-นิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนจิตและปีติโดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติ ขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติจึงเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีปีติ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถด้วยจิตที่ไม่มีปีติ พิจารณาด้วยจิตที่มีปีติยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้น ราคะที่มีปีติจึงเกิดขึ้นทิฏฐิจึงเกิดขึ้น บุคคลออกจากฌานที่ไม่มีปีติ ฯลฯ พระอริยะออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผลแล้ว พิจารณาผล ด้วยจิตที่มีปีติ พระอริยะพิจารณานิพพาน ด้วยจิตที่มีปีติ นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค และผลที่มีปีติ โดยอารัมมณ-ปัจจัย พระอริยะพิจารณากิเลสที่ไม่มีปีติซึ่งละได้แล้ว ฯลฯ พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว ฯลฯ รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น ฯลฯ เห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติด้วยจิตที่มีปีติโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะที่มีปีติจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้นเพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติ ขันธ์ที่มีปีติจึงเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีปีติ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติโดยอารัมมณ-ปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถด้วยจิตที่ไม่มีปกติ พิจารณาด้วยจิตที่มีปีติ ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้นขันธ์ที่มีปีติและปีติจึงเกิดขึ้น บุคคลออกจากฌานที่ไม่มีปีติ ฯลฯ ออกจากมรรคฯลฯ ออกจากผลแล้วพิจารณาผลด้วยจิตที่มีปีติ พระอริยะพิจารณานิพพานด้วยจิตที่มีปีติ นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผลที่มีปีติ และปีติโดยอารัมมณปัจจัย พระอริยะพิจารณากิเลสที่ไม่มีปีติซึ่งละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๐๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๘๙. สัปปีติกทุกะ ๗. ปัญหาวาร ข่มได้แล้ว ฯลฯ รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น ฯลฯ เห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติด้วยจิตที่มีปีติโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลินเพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะที่มีปีติจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้นเพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติ ขันธ์ที่มีปีติและปีติจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติ ขันธ์ที่มีปีติและปีติจึงเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์ที่มีปีติและปีติ ขันธ์ที่มีปีติจึงเกิดขึ้น(พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภขันธ์ที่มีปีติและปีติ ขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภขันธ์ที่มีปีติและปีติ ขันธ์ที่มีปีติและปีติจึงเกิดขึ้น (๓) อธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะทำขันธ์ที่มีปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีปีติจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดย อธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีปีติโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะทำขันธ์ที่มีปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่ปีติและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๐๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๘๙. สัปปีติกทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติโดยอธิปติปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะทำขันธ์ที่มีปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ปีติและ จิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีปีติโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถด้วยจิตที่ไม่มีปีติ ฯลฯ พิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ด้วยจิตที่ไม่มีปีติ ยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นราคะที่ไม่มีปีติจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น บุคคลออกจากฌานที่ไม่มีปีติ ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผลแล้วพิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นด้วยจิตที่ไม่มีปีติ พระอริยะพิจารณานิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ด้วยจิตที่ไม่มีปีติ นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผลสมาบัติที่ไม่มีปีติและปีติโดยอธิปติปัจจัย บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ด้วยจิตที่ไม่มีปีติ เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่ไม่มีปีติจึงเกิดขึ้นทิฏฐิจึงเกิดขึ้นเพราะทำขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และ จิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถด้วยจิตที่ไม่มีปีติ ฯลฯ (ย่อ) นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค และผลที่มีปีติ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๐๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๘๙. สัปปีติกทุกะ ๗. ปัญหาวาร โดยอธิปติปัจจัย บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ด้วยจิตที่มีปีติ เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่มีปีติจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้นเพราะทำขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีปีติจึงเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีปีติ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติโดยอธิปติปัจจัยมีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ฯลฯ (ย่อ) นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผลที่มีปีติ และปีติโดยอธิปติปัจจัย บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นด้วยจิตที่มีปีติ เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่มีปีติ ฯลฯ ทิฏฐิจึงเกิดขึ้นเพราะทำขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีปีติและปีติจึงเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะทำขันธ์ที่มีปีติและปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีปีติจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล)เพราะทำขันธ์ที่มีปีติและปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติจึงเกิดขึ้น(พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะทำขันธ์ที่มีปีติและปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นขันธ์ที่มีปีติและปีติจึงเกิดขึ้น (๓) อนันตรปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีปีติซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีปีติซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตร-ปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ที่มีปีติซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่มีปีติ ภวังคจิตที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิต ขันธ์ที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีปีติ มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากซึ่งสหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นกิริยา ภวังคจิตที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่ภวังคจิตที่ไม่มีปีติ กุศลและอกุศลที่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๐๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๘๙. สัปปีติกทุกะ ๗. ปัญหาวาร ปีติเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีปีติ กิริยาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ที่มีปีติซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีปีติและปีติที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีปีติโดยอนันตร-ปัจจัย ได้แก่ ปีติที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ปีติที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัยขันธ์ที่ไม่มีปีติซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีปีติซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู ฯลฯ ผลสมาบัติที่ไม่มีปีติและปีติโดยอนันตรปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ปีติที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีปีติซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่มีปีติอาวัชชนจิตเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีปีติ ขันธ์ที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่มีปีติมโนธาตุที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากซึ่งมีปีติ ภวังคจิตที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัย แก่ภวังคจิตที่มีปีติ กุศลและอกุศลที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่มีปีติ กิริยาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัยเนวสัญญานาสัญญายตนะของท่านผู้ออกจากนิโรธเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่มีปีติโดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติโดยอนันตรปัจจัยได้แก่ ปีติที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีปีติและปีติที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดย อนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีปีติและปีติที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีปีติซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีปีติโดยอนันตร-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีปีติและปีติซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ปีติที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่มีปีติและปีติเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่มีปีติ ภวังคจิตที่มีปีติและปีติเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิต ขันธ์ที่มีปีติและปีติเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีปีติ มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากซึ่งมีปีติและปีติเป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๐๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๘๙. สัปปีติกทุกะ ๗. ปัญหาวาร ที่เป็นกิริยา ภวังคจิตที่มีปีติและปีติเป็นปัจจัยแก่ภวังคจิตที่ไม่มีปีติ กุศลและอกุศลที่มีปีติและปีติเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีปีติ กิริยาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีปีติและปีติที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีปีติและปีติที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓) ... เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดยอุปนิสสยปัจจัยมี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีปีติโดยอุปนิสสย-ปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีปีติและปีติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีปีติโดยอุปนิสสย- ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่มีปีติ ให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถด้วยจิตที่ไม่มีปีติ ทำฌานที่ไม่มีปีติ ฯลฯ วิปัสสนา ฯลฯ มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ สมาบัติให้เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีลที่ไม่มีปีติ ฯลฯ ปัญญาฯลฯ อภิญญา ... ราคะ ... โทสะ ... โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๐๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๘๙. สัปปีติกทุกะ ๗. ปัญหาวาร ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย ... อุตุ ... โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ และปีติแล้วให้ทานด้วยจิตที่ไม่มีปีติ ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ศรัทธาที่ไม่มีปีติ ฯลฯ เสนาสนะและปีติเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีปีติ ฯลฯ ความปรารถนา ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย ... มรรค ... ผลสมาบัติและปีติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดยอุปนิสสยปัจจัย (อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง) ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่มีปีติแล้ว ให้ทานด้วยจิตที่มีปีติ ฯลฯ ออกจากฌานที่ไม่มีปีติ ฯลฯ มีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีลที่ไม่มีปีติ ฯลฯ เสนาสนะ และปีติแล้ว ให้ทาน ด้วยจิตที่มีปีติ ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ลักทรัพย์ด้วยจิตที่มีปีติ ฯลฯ พูดเท็จ ฯลฯ พูดส่อเสียด ฯลฯ พูดเพ้อเจ้อฯลฯ งัดแงะ ฯลฯ ปล้นไม่ให้เหลือ ฯลฯ ปล้นเรือนหลังเดียว ฯลฯ ดักจี้ในทางเปลี่ยว ฯลฯ ล่วงเกินภรรยาผู้อื่น ฯลฯ ฆ่าชาวบ้าน ฯลฯ ฆ่าชาวนิคมศรัทธาที่ไม่มีปีติ ฯลฯ เสนาสนะและปีติเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่มีปีติ ฯลฯ ปัญญา... ราคะ ... โทสะ ... โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนา ... มรรคและผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติโดยอุปนิสสย-ปัจจัย (อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง) ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่มีปีติแล้วให้ทานด้วยจิตที่มีปีติ ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีลที่ไม่มีปีติ ฯลฯ เสนาสนะ และปีติแล้ว ให้ทาน ด้วยจิตที่มีปีติ ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้นลักทรัพย์ด้วยจิตที่มีปีติ ฯลฯ (เหมือนกับทุติยวาร) ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่ไม่มีปีติฯลฯ เสนาสนะและปีติเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่มีปีติ ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ ราคะ ฯลฯ โมหะ ฯลฯ มานะ ฯลฯ ทิฏฐิ ฯลฯ ความปรารถนา ฯลฯ มรรค ... ผลสมาบัติและปีติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดยอุปนิสสยปัจจัย(อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง) ได้แก่ ศรัทธาที่มีปีติและปีติเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีปีติโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ที่มีปีติและปีติเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีปีติและปีติโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ที่มีปีติและปีติเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีปีติและปีติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๐๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๘๙. สัปปีติกทุกะ ๗. ปัญหาวาร ปุเรชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีปีติโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุด้วยจิตที่ไม่มีปีติโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารถความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะที่ไม่มีปีติ ฯลฯ โทมนัส ฯลฯ ปีติจึงเกิดขึ้นบุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีปีติและปีติโดยปุเรชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะ และวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ด้วยจิตที่ไม่มีปีติโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารถความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะที่มีปีติจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีปีติโดยปุเรชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติโดยปุเรชาตปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ด้วยจิตที่ ไม่มีปีติ โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารถความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ปีติและสัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีปีติและปีติโดยปุเรชาต-ปัจจัย (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๐๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๘๙. สัปปีติกทุกะ ๗. ปัญหาวาร ปัจฉาชาตปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีปีติโดยปัจฉาชาต-ปัจจัย มี ๓ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย มี ๖ วาระ (พึงเพิ่มสหชาตะและนานาขณิกะ นานาขณิกะ มี ๒ วาระ) ... เป็นปัจจัยโดยวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย มี ๔ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย มี ๔ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๙ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๔ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยอัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ (ย่อ พึงเพิ่มให้เหมือนกับสวิตักกทุกะ) ... เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัย ... เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย ... เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
เหตุปัจจัย มี ๔ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๑๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๘๙. สัปปีติกทุกะ ๗. ปัญหาวาร อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ กัมมปัจจัย มี ๖ วาระ วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ อาหารปัจจัย มี ๔ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๔ วาระ ฌานปัจจัย มี ๙ วาระ มัคคปัจจัย มี ๔ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ วิคตปัจจัย มี ๙ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ อนุโลม จบ ๒. ปัจจนียุทธาร
สภาวธรรมที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย สภาวธรรมที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีปีติโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย และกัมมปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๕๑๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๐. สุขสหคตทุกะ ๑. ปฎิจจวาร สภาวธรรมที่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติโดยอารัมมณปัจจัยสหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีปีติโดยอารัมมณ-ปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัยอาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดยอารัมมณปัจจัยสหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติโดยอารัมมณ-ปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีปีติโดยอารัมมณ-ปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปัจฉาชาตปัจจัย สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปีติและไม่มีปีติโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (แม้การนับปัจจนียวิภังค์ ก็เหมือนกับสวิตักกทุกะ แม้ถ้ายังไม่สมกัน ก็พึงพิจารณาเอาอนุโลมนี้นับเข้าไว้ด้วย พึงทำการนับ ๒ อย่างนอกนี้ด้วย)สัปปีติกทุกะ จบ
ไม่มีอรรถกถาของข้อนี้ — ตามบันทึกตอนนำเข้า: “ต้นทางยังไม่ได้จัดทำ”