๕. มานัตถัทธสูตร เล่ม ๑๕
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺจมํ มานตฺถทฺธสุตฺตํ
๖๙๔สาวตฺถินิทานํ ฯ เตน โข ปน สมเยน มานตฺถทฺโธ นาม พฺราหฺมโณ สาวตฺถิยํ ปฏิวสติ ฯ โส เนว มาตรํ อภิวาเทติ น ปิตรํ อภิวาเทติ น อาจริยํ อภิวาเทติ น เชฏฺฐภาตรํ อภิวาเทติ ฯ
๖๙๕เตน โข ปน สมเยน ภควา มหติยา ปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสติ ฯ อถ โข มานตฺถทฺธสฺส พฺราหฺมณสฺส เอตทโหสิ อยํ โข สมโณ โคตโม มหติยา ปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสติ ยนฺนูนาหํ เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกเมยฺยํ สเจ มํ สมโณ โคตโม อาลปิสฺสติ อหมฺปิ ตํ อาลปิสฺสามิ โน เจ มํ สมโณ โคตโม อาลปิสฺสติ อหมฺปิ ตํ นาลปิสฺสามีติ ฯ อถ โข มานตฺถทฺโธ พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ อถ โข ภควา นาลปติ ฯ อถ โข มานตฺถทฺโธ พฺราหฺมโณ นายํ สมโณ โคตโม กิญฺจิ ชานาตีติ ตโตว ปุน นิวตฺติตุกาโม อโหสิ ฯ
๖๙๖อถ โข ภควา มานตฺถทฺธสฺส พฺราหฺมณสฺส เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย มานตฺถทฺธํ พฺราหฺมณํ คาถาย อชฺฌภาสิ น มานํ พฺราหฺมณ สาธุ อตฺถิ กสฺสีธ พฺราหฺมณ เยน อตฺเถน อาคญฺฉิ ตเมวมนุพฺรูหเยติ ฯ
๖๙๗อถ โข มานตฺถทฺโธ พฺราหฺมโณ จิตฺตํ เม สมโณ โคตโม ชานาตีติ ตตฺเถว ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปติตฺวา ภควโต ปาทานิ มุเขน ปริจุมฺพติ ปาณีหิ จ ปริสมฺพาหติ นามํ จ สาเวติ มานตฺถทฺธาหํ โภ โคตม มานตฺถทฺธาหํ โภ โคตมาติ ฯ อถ โข สา ปริสา อพฺภูตจิตฺตชาตา อโหสิ อจฺฉริยํ วต โภ อพฺภูตํ วต โภ อยญฺหิ มานตฺถทฺโธ พฺราหฺมโณ เนว มาตรํ อภิวาเทติ น ปิตรํ อภิวาเทติ น อาจริยํ อภิวาเทติ น เชฏฺฐภาตรํ อภิวาเทติ อถ จ ปน สมโณ โคตโม เอวรูปํ ปรมนิปจฺจการํ กโรตีติ ฯ อถ โข ภควา มานตฺถทฺธํ พฺราหฺมณํ เอตทโวจ อลํ พฺราหฺมณ อุฏฺเฐหิ สเก อาสเน นิสีท ยโต เต มยิ จิตฺตํ ปสนฺนนฺติ ฯ
๖๙๘อถ โข มานตฺถทฺโธ พฺราหฺมโณ สเก อาสเน นิสีทิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ เกสุ น มานํ กยิราถ กถํ สฺวสฺส สคารโว กฺยสฺส อปจิตา อสฺสุ กฺยสฺส สาธุ สุปูชิตาติ ฯ
๖๙๙มาตรี ปิตริ วาปิ อโถ เชฏฺฐมฺหิ ภาตริ อาจริเย จตุตฺถมฺหิ เตสุ อสฺส สคารโว ตฺยสฺส อปจิตา อสฺสุ เต จสฺสุ สาธุ ปูชิตา อรหนฺเต สีตีภูเต กตกิจฺเจ อนาสเว นิหจฺจ มานํ อตฺถทฺโธ เตน อนุสเยน อนุตฺตเรติ ฯ
๗๐๐เอวํ วุตฺเต มานตฺถทฺโธ พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม ฯเปฯ อุปาสกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณงฺคตนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๗. พราหมณสังยุต] ๒. อุปาสกวรรค ๕. มานัตถัทธสูตร ๕. มานัตถัทธสูตร ว่าด้วยมานัตถัทธพราหมณ์
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี สมัยนั้น พราหมณ์ชื่อมานัตถัทธะ(กระด้างเพราะถือตัว) พำนักอยู่ในกรุงสาวัตถีเขาไม่ไหว้มารดา บิดา อาจารย์ และพี่ชายเลย สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคมีบริษัทหมู่ใหญ่แวดล้อม ทรงแสดงธรรมอยู่ ครั้งนั้น มานัตถัทธพราหมณ์ได้มีความคิดดังนี้ว่า “พระสมณโคดมนี้มีบริษัทหมู่ใหญ่แวดล้อมทรงแสดงธรรมอยู่ ทางที่ดีเราจะเข้าไปเฝ้าพระสมณโคดมถึงที่ประทับถ้าพระสมณโคดมจักทักทายเรา เราก็จักทักทายท่าน ถ้าพระสมณโคดมไม่ทักทายเราเราก็จักไม่ทักทายท่าน” ลำดับนั้น มานัตถัทธพราหมณ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับแล้วยืนนิ่งอยู่ ณ ที่สมควร ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคไม่ทรงทักทาย มานัตถัทธพราหมณ์ต้องการจะกลับจากที่นั้นด้วยคิดว่า “พระสมณโคดมนี้ไม่รู้อะไร” ทีนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบความคิดคำนึงของมานัตถัทธพราหมณ์ด้วย พระทัยแล้ว ได้ตรัสกับมานัตถัทธพราหมณ์ด้วยพระคาถาว่า พราหมณ์ ในโลกนี้ใครที่ยังมีมานะไม่ดีเลย บุคคลมาด้วยประโยชน์ใด พึงเพิ่มพูนประโยชน์นั้นไว้ ครั้งนั้น มานัตถัทธพราหมณ์คิดว่า “พระสมณโคดมทรงทราบจิตของเรา”จึงหมอบลงด้วยศีรษะที่ใกล้พระยุคลบาทพระผู้มีพระภาค ณ ที่นั้นเอง จุมพิตพระยุคลบาทพระผู้มีพระภาคและนวดด้วยมือ ประกาศชื่อว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญข้าพระองค์ชื่อมานัตถัทธะ ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ข้าพระองค์ชื่อมานัตถัทธะ” ครั้งนั้น บริษัทนั้นเกิดประหลาดใจว่า “น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ มานัตถัทธพราหมณ์นี้ไม่ไหว้มารดา บิดา อาจารย์ และพี่ชาย แต่พระสมณโคดมทรงทำคนเช่นนี้ให้ทำการนอบน้อมได้เป็นอย่างดียิ่ง”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๙๑}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๗. พราหมณสังยุต] ๒. อุปาสกวรรค ๕. มานัตถัทธสูตร ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสกับมานัตถัทธพราหมณ์ว่า “พอละ พราหมณ์ เชิญลุกขึ้นนั่งบนที่นั่งของตนเถิด เพราะท่านมีจิตเลื่อมใสในเราแล้ว” ลำดับนั้น มานัตถัทธพราหมณ์นั่งบนที่นั่งของตนแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี พระภาคด้วยคาถาว่า บุคคลไม่ควรทำมานะในใคร ควรมีความเคารพในใคร พึงยำเกรงในใคร บูชาใครด้วยดีแล้วจึงจะเป็นการดี พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า บุคคลไม่ควรทำมานะในมารดา บิดา พี่ชาย และในอาจารย์เป็นที่ ๔ พึงมีความเคารพในบุคคลเหล่านั้น พึงยำเกรงในบุคคลเหล่านั้น บูชาบุคคลเหล่านั้นด้วยดีแล้วจึงเป็นการดี บุคคลพึงทำลายมานะ ไม่ควรกระด้าง พึงนอบน้อมพระอรหันต์ ผู้เยือกเย็น ทำกิจเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่านั้น เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว มานัตถัทธพราหมณ์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนักข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ฯลฯ ขอพระโคดมผู้เจริญโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” มานัตถัทธสูตรที่ ๕ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๙๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถามานัตถัทธสูตรที่ ๕
ในมานัตถัทธสูตรที่ ๕ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า มานตฺถทฺโธ ความว่า ผู้กระด้างเพราะมานะ เหมือนลูกโป่งเต็มไปด้วยลม.
บทว่า อาจริยํ ความว่า ในเวลาเรียนศิลปะ อาจารย์ไม่ให้ศิลปะแก่ผู้ไม่ไหว้. แต่ในกาลอื่น พราหมณ์นั้นไม่ไหว้อาจารย์. แม้พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นมีอยู่ พราหมณ์ก็ไม่รู้.
บทว่า นายํ สมโณ ความว่า พราหมณ์นั้นได้มีความคิดอย่างนี้ว่า เพราะเหตุที่พระสมณะนี้ เมื่อพราหมณ์ผู้สมบูรณ์ด้วยชาติเช่นเรามาถึงเข้า ก็ไม่ทำกิจมาตรว่าปฏิสันถาร ฉะนั้น จึงไม่รู้อะไร.
บทว่า อพฺภูตจิตฺตชาตา ได้แก่ประกอบด้วยความยินดี อันไม่เคยมีก็มามีขึ้น.
บทว่า เกสฺวสฺส ความว่า พึงเคารพในใคร.
บทว่า กฺยสฺส ความว่าพวกไหน เป็นที่เคารพของบุคคลนั้น.
บทว่า อปจิตา อสฺสุ ความว่าพวกไหนพึงเป็นผู้ควรเพื่อแสดงความนบนอบ.
ด้วยคาถานี้ว่า อรหนฺเต เป็นต้น ทรงแสดงปูชนียบุคคล โดยยกพระองค์เป็นตัวอย่าง เพราะพระองค์เป็นผู้ฉลาดในเทศนา.
จบอรรถกถามานัตถัทธสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------