ฉบับที่อ่านฉบับแสดงอรรถกถา

๑. ฉันทสูตร ที่ ๑ ๒. ราคสูตร ที่ ๑ ๓. ฉันทราคสูตร ที่ ๑ เล่ม ๑๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๕๗ลำดับ 146 จาก 292 ในสฬายตนวรรคพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

สฏฺฐิเปยฺยาโล ทุติโย

ยํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯ กิญฺจ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ฯ จกฺขุํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯเปฯ ชิวฺหา อนิจฺจา ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯเปฯ มโน อนิจฺโจ ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯ ยํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพติ ฯ {๒๕๗.๑} ยํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ราโค ปหาตพฺโพ ฯ กิญฺจ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ฯ จกฺขุํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ราโค ปหาตพฺโพ ฯเปฯ ชิวฺหา อนิจฺจา ตตฺร โว ราโค ปหาตพฺโพ ฯเปฯ มโน อนิจฺโจ ตตฺร โว ราโค ปหาตพฺโพ ฯ ยํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ราโค ปหาตพฺโพติ ฯ {๒๕๗.๒} ยํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพ ฯ กิญฺจ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ฯ จกฺขุํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพ ฯเปฯ ชิวฺหา อนิจฺจา ตตฺร โว ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพ ฯเปฯ มโน อนิจฺโจ ตตฺร โว ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพ ฯ ยํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพติ ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๔. จตุตถปัณณาสก์ ๒. สัฏฐิเปยยาลวรรค ๒. อัชฌัตตอนิจจราคสูตร ๒. สัฏฐิเปยยาลวรรค หมวดว่าด้วยพระสูตรย่อ ๖๐ สูตร ๑. อัชฌัตตอนิจจฉันทสูตร ว่าด้วยการละฉันทะในอายตนะภายในที่ไม่เที่ยง

ข้อ ๑๖๘

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทะในสิ่งนั้น ก็อะไรเล่าชื่อว่าไม่เที่ยง คือ จักขุไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทะในจักขุนั้น ฯลฯ ชิวหาไม่เที่ยงเธอทั้งหลายพึงละฉันทะในชิวหานั้น ฯลฯ มโนไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทะในมโนนั้น ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทะในสิ่งนั้น”อัชฌัตตอนิจจฉันทสูตรที่ ๑ จบ ๒. อัชฌัตตอนิจจราคสูตร ว่าด้วยการละราคะในอายตนะภายในที่ไม่เที่ยง

ข้อ ๑๖๙

“ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละราคะในสิ่งนั้น ก็อะไรเล่าชื่อว่าไม่เที่ยง คือ จักขุไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละราคะในจักขุนั้น ฯลฯ ชิวหาไม่เที่ยงเธอทั้งหลายพึงละราคะในชิวหานั้น ฯลฯ มโนไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละราคะในมโนนั้น ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละราคะในสิ่งนั้น” อัชฌัตตอนิจจราคสูตรที่ ๒ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๒๐๒}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๔. จตุตถปัณณาสก์ ๒. สัฏฐิเปยยาลวรรค ๔-๖. ทุกขฉันทาทิสูตร ๓. อัชฌัตตอนิจจฉันทราคสูตร ว่าด้วยการละฉันทราคะในอายตนะภายในที่ไม่เที่ยง

ข้อ ๑๗๐

“ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทราคะในสิ่งนั้น ก็อะไรเล่าชื่อว่าไม่เที่ยง คือ จักขุไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทราคะในจักขุนั้น ฯลฯ ชิวหาไม่เที่ยงเธอทั้งหลายพึงละฉันทราคะในชิวหานั้น ฯลฯ มโนไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทราคะในมโนนั้น ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทราคะในสิ่งนั้น”อัชฌัตตอนิจจฉันทราคสูตรที่ ๓ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาสัฏฐิเปยยาลวรรคที่ ๒

ลำดับต่อจากนันทิขยวรรคนั้น ชื่อสัฏฐิเปยยาลวรรค สัฏฐิเปยยาลวรรคนั้นมีอรรถง่ายทั้งนั้น.

แต่ ๖๐ สูตรที่ตรัสไว้ในที่นี้ ตรัสด้วยอำนาจอัธยาศัยของบุคคลผู้จะตรัสรู้ด้วยอำนาจบทนั้นๆ อย่างนี้ว่า ฉนฺโท ปหาตพฺโพ พึงละฉันทะ ดังนี้เป็นต้น. ดังนั้น สูตรทั้งหมดตรัสด้วยอำนาจบุคคลแผนกหนึ่งต่างหาก.

ในเวลาจบสูตรหนึ่งๆ ทั้งในสูตรนี้ ภิกษุบรรลุพระอรหัตสูตรละ ๖๐ รูปๆ.

จบอรรถกถาสัฏฐิเปยยาลวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------

อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๑๒. อัตตานุทิฏฐิสูตร

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา