๗-๙. อนัตตฉันทาทิสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ลำดับ 148 จาก 292 ในสฬายตนวรรคพระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๔. จตุตถปัณณาสก์ ๒. สัฏฐิเปยยาลวรรค ๑๐-๑๒. พาหิรานิจจฉันทาทิสูตร ๗-๙. อนัตตฉันทาทิสูตร ว่าด้วยการละฉันทะเป็นต้นในอายตนะภายในที่เป็นอนัตตา [๑๗๔-๑๗๖] “ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละฉันทะ พึงละราคะ พึงละฉันทราคะในสิ่งนั้น ก็อะไรเล่าชื่อว่าเป็นอนัตตา คือ จักขุเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละฉันทะ พึงละราคะ พึงละฉันทราคะ ในจักขุนั้น ฯลฯ ฆานะเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละฉันทะ พึงละราคะ พึงละฉันทราคะใน ฆานะนั้น ชิวหาเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละฉันทะ พึงละราคะ พึงละฉันทราคะใน ชิวหานั้น ฯลฯ มโนเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละฉันทะ พึงละราคะ พึงละฉันทราคะใน มโนนั้น ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละฉันทะ พึงละราคะ พึงละ ฉันทราคะในสิ่งนั้น” อนัตตฉันทาทิสูตรที่ ๗-๙ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ฉันทสูตรที่ ๓
โย ภิกฺขเว อนตฺตา ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯ ราโค ปหาตพฺโพ ฯ ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพ ฯ โก จ ภิกฺขเว อนตฺตา ฯ จกฺขุํ ภิกฺขเว อนตฺตา ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯ ราโค ปหาตพฺโพ ฯ ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพ ฯเปฯ ฆานํ อนตฺตา ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯ ราโค ปหาตพฺโพ ฯ ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพ ฯ ชิวฺหา อนตฺตา ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯ ราโค ปหาตพฺโพ ฯ ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพ ฯเปฯ มโน อนตฺตา ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯ ราโค ปหาตพฺโพ ฯ ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพ ฯ โย ภิกฺขเว อนตฺตา ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯ ราโค ปหาตพฺโพ ฯ ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความ พอใจในสิ่งนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งอะไรเล่าเป็นอนัตตา ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักษุเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความพอใจในจักษุนั้นเสีย หูเป็นอนัตตา ... จมูกเป็นอนัตตา ... ลิ้นเป็นอนัตตา ... กายเป็นอนัตตา ... ใจเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความพอใจในใจนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความพอใจในสิ่งนั้นเสีย ฯ จบสูตรที่ ๗ ราคสูตรที่ ๓ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในสิ่งนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งอะไรเล่าเป็นอนัตตา ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักษุเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในจักษุนั้นเสีย หูเป็นอนัตตา ... จมูกเป็นอนัตตา ... ลิ้นเป็นอนัตตา ... กายเป็นอนัตตา ... ใจเป็นอนัตตาเธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในใจนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นอนัตตาเธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในสิ่งนั้นเสีย ฯ จบสูตรที่ ๘ ฉันทราคสูตรที่ ๓ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความพอใจและความรักใคร่ในสิ่งนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งอะไรเล่าเป็นอนัตตา ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักษุเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความพอใจและความรักใคร่ในจักษุนั้นเสีย หูเป็นอนัตตา ... จมูกเป็นอนัตตา ... ลิ้นเป็นอนัตตา ... กายเป็นอนัตตา ... ใจเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความพอใจและความรักใคร่ในใจนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความพอใจและความรักใคร่ในสิ่งนั้นเสีย ฯ จบสูตรที่ ๙