ปฏิปันนสูตร เล่ม ๑๙
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๙๒สาวตฺถีนิทานํ ฯ มิจฺฉาปฏิปนฺนญฺจ โว ภิกฺขเว เทสิสฺสามิ สมฺมาปฏิปนฺนญฺจ ตํ สุณาถ ฯ
๙๓กตโม จ ภิกฺขเว มิจฺฉาปฏิปนฺโน ฯ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ ฯเปฯ มิจฺฉาสมาธิ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว มิจฺฉาปฏิปนฺโน ฯ
๙๔กตโม จ ภิกฺขเว สมฺมาปฏิปนฺโน ฯ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สมฺมาปฏิปนฺโนติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. ทุติยปฏิปัตติสูตร ว่าด้วยการปฏิบัติ สูตรที่ ๒
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี “ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงบุคคลผู้ปฏิบัติผิดและบุคคลผู้ปฏิบัติชอบแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง บุคคลผู้ปฏิบัติผิด เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้มีมิจฉาทิฏฐิ ฯลฯ มีมิจฉาสมาธิ บุคคลนี้เรียกว่า ผู้ปฏิบัติผิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๓๑}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑. มัคคสังยุต] ๔. ปฏิปัตติวรรค ๓. วิรัทธสูตร บุคคลผู้ปฏิบัติชอบ เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้มีสัมมาทิฏฐิ ฯลฯ มีสัมมาสมาธิ บุคคลนี้เรียกว่า ผู้ปฏิบัติชอบ” ทุติยปฏิปัตติสูตรที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปฏิปัตติวรรควรรณนาที่ ๔ อรรถกถาปฏิปัตติสูตรเป็นต้น
พึงทราบวินิจฉัยในปฏิปัตติสูตรที่ ๑ แห่งปฏิปัตติวรรคที่ ๔.
บทว่า มิจฺฉาปฏิปตฺตึ คือ ซึ่งไม่ปฏิบัติตามเป็นจริง.
บทว่า มิจฺฉาปฏิปนฺนํ คือ ผู้ไม่ปฏิบัติตามเป็นจริง.
สูตรหนึ่ง ท่านกล่าวด้วยสามารถธรรม สูตรหนึ่งด้วยสามารถบุคคล.
บทว่า อปาราปารํ ได้แก่ ซึ่งนิพพานจากวัฏฏะ ชนเหล่าใดถึงซึ่งฝั่งแล้วก็ดี กำลังถึงก็ดี จักถึงก็ดี ชนเหล่านั้นทั้งหมดพึงทราบว่า เป็นผู้ถึงฝั่ง ในบทว่า ปารคามิโน นี้.
บทว่า ตีรเมวานุธาวติ ความว่า ย่อมวิ่งไปสู่วัฏฏะนั่นเอง คือย่อมเที่ยวไปในวัฏฏะ.
กณฺหนฺติ อกุสลธมฺมํ. สุกฺกนฺติ กุสลธมฺมํ.
บทว่า กณฺหํ คือ อกุศลธรรม. บทว่า สุกฺกํ คือ กุศลธรรม.
บทว่า โอกา อโนกํ ได้แก่ จากวัฏฏะอาศัยนิพพาน.
บทว่า อาคมฺม ได้แก่ ปรารภ หมายถึงอาศัย.
บทว่า ปริโยทเปยฺย ได้แก่ พึงทำให้บริสุทธิ์.
บทว่า จิตฺตกฺเลเสหิ ได้แก่ ด้วยนิวรณ์อันทำจิตให้เศร้าหมอง.
บทว่า สมฺโพธิยงฺเคสุ ได้แก่ ในโพชฌงค์ ๗.
บทว่า สามญฺญตฺถํ ได้แก่ นิพพาน.
จริงอยู่ นิพพานนั้น ท่านกล่าวว่า ประโยชน์ของความเป็นสมณะ เพราะควรเข้าถึงโดยความเป็นสมณะ.
บทว่า พฺรหฺมญฺญํ คือ ความเป็นผู้ประเสริฐสุด.
บทว่า พฺรหฺมญฺญตฺถํ ได้แก่ พระนิพพาน เพราะควรเข้าถึงโดยความเป็นผู้ประเสริฐสุด. เกจิอาจารย์กล่าวว่า นิพพานอันมาแล้วว่าเป็นที่สิ้นไปแห่งราคะในหนหลัง และใน ๓ สูตรนี้ในที่ใดๆ แม้อรหัตก็ควรในที่นั้นๆ เช่นกัน.
จบอรรถกถาปฏิปัตติสูตรเป็นต้น จบปฏิปัตติวรรควรรณนาที่ ๔ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปฏิปัตติสูตร
๒. ปฏิปันนสูตร
๓. วิรัทธสูตร
๔. ปารสูตร
๕. สามัญญสูตรที่ ๑
๖. สามัญญสูตรที่ ๒
๗. พรหมัญญสูตรที่ ๑
๘. พรหมัญญสูตรที่ ๒
๙. พรหมจริยสูตรที่ ๑
๑๐. พรหมจริยสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค มัคคสังยุตต์ มิจฉัตตวรรคที่ ๓ ๑๐. อุตติยสูตร