๑. อัญญตราภิกษุณีเถรีคาถา เล่ม ๒๖
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เถรีคาถาย ปญฺจกนิปาโต
๔๓๙|๔๓๙.๖๗| ๑ ปณฺณวีสติ วสฺสานิ ยโต ปพฺพชิตา อหํ อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตมฺปิ จิตฺตสฺสุปสมชฺฌคํ ฯ |๔๓๙.๖๘| อลทฺธา เจตโส สนฺตึ กามราเคนวสฺสุตา พาหา ปคฺคยฺห กนฺทนฺตี วิหารํ ปาวิสึ อหํ ฯ |๔๓๙.๖๙| สา ภิกฺขุนึ อุปาคจฺฉึ ยา เม สทฺธายิกา อหุ สา เม ธมฺมมเทเสสิ ขนฺธายตนธาตุโย ฯ |๔๓๙.๗๐| ตสฺสา ธมฺมํ สุณิตฺวาน เอกมนฺเต อุปาวิสึ ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ ฯ |๔๓๙.๗๑| เจโต ปริจฺจญาณญฺจ โสตธาตุ วิโสธิตา อิทฺธิปิ เม สจฺฉิกตา ปตฺโต เม อาสวกฺขโย ฉ เมภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ อญฺญตรา ภิกฺขุนี อปญฺญาตา ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๕. ปัญจกนิบาต] ๒. วิมลาเถรีคาถา ๕. ปัญจกนิบาต ๑. อัญญตราเถรีคาถา ภาษิตของพระอัญญตราเถรี พระเถรีรูปหนึ่ง(ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
ตั้งแต่เราบวชมาตลอด ๒๕ พรรษา ยังไม่ประสพความสงบจิต แม้ชั่วเวลาเพียงลัดนิ้วมือเดียวเลย
เราไม่ได้ความสงบจิต มีจิตชุ่มด้วยกามราคะ เดินประคองแขนคร่ำครวญเข้าไปสู่วิหาร
ได้เข้าไปหาภิกษุณีผู้มีวาจาที่เชื่อถือได้ ท่านได้แสดงธรรม คือ ขันธ์ อายตนะ และธาตุแก่เรา
เราฟังธรรมของท่านแล้ว เข้าไปนั่ง ณ ที่สมควร ระลึกชาติได้ ชำระทิพยจักษุให้หมดจดแล้ว
เราชำระเจโตปริยญาณและโสตธาตุให้หมดจดแล้ว แม้ฤทธิ์เราก็ทำให้แจ้งแล้ว ธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะเราก็บรรลุแล้ว อภิญญา ๖ เราก็ทำให้แจ้งแล้ว เราได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาเถรีคาถา ปัญจกนิบาต ๑. อรรถกถาอัญญตราเถรีคาถา
บาลีเป็น อัญญตราภิกษุณีเถรีคาถา.
คาถาว่า ปณฺณวีสติ วสฺสานิ เป็นต้นเป็นคาถาของพระเถรีองค์หนึ่ง.
แม้พระเถรีองค์นี้ก็ได้สร้างสมบุญบารมีไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมกุศลอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในภพนั้นๆ ในพุทธุปปาทกาลนี้ เป็นแม่นมของพระมหาปชาบดีโคตมี ในกรุงเทวทหะ เจริญแล้วแต่ไม่ปรากฏชื่อและโคตร.
พระเถรีนั้นในเวลาที่พระมหาปชาบดีโคตมีบวช ตนเองก็บวชด้วย ถูกกามราคะรบกวนอยู่ ๒๕ ปี ไม่ได้เอกัคคตาจิต ชั่วกาลแม้เพียงลัดนิ้วมือ ประคองแขนคร่ำครวญอยู่ ได้ฟังธรรมในสำนักของพระธัมมทินนาเถรี มีใจคลายจากกามทั้งหลาย เรียนกัมมัฏฐาน ประกอบภาวนาอยู่เนืองๆ ไม่นานนักก็เป็นผู้ได้อภิญญา ๖ พิจารณาการปฏิบัติของตน ได้กล่าวคาถาเหล่านี้เป็นอุทานว่า
ตั้งแต่ข้าพเจ้าบวชมาตลอด ๒๕ ปี ยังไม่ประสบ
ความสงบจิตแม้ชั่วเวลาเพียงลัดนิ้วมือเลย ข้าพเจ้าไม่ได้
ความสงบจิต มีจิตชุ่มด้วยกามราคะ ประคองแขนทั้งสอง
คร่ำครวญเข้าไปสู่วิหาร
ข้าพเจ้านั้นได้เข้าไปหาภิกษุณีที่ข้าพเจ้าควรเชื่อ
ถือ ภิกษุณีนั้นได้แสดงธรรม คือขันธ์ อายตนะ และธาตุ
แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าฟังธรรมของท่านแล้วเข้าไปนั่ง ณ
ที่ควรแห่งหนึ่ง ระลึกชาติได้ ข้าพเจ้าชำระทิพยจักษุให้
หมดจดแล้ว ชำระเจโตปริยญาณและโสตธาตุให้หมดจด
แล้ว แม้ฤทธิ์ข้าพเจ้าก็ทำให้แจ้งแล้ว ข้าพเจ้าบรรลุธรรม
เป็นที่สิ้นอาสวะแล้ว ทำอภิญญา ๖ ให้แจ้งแล้ว ได้ปฏิบัติ
คำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นาจฺฉราสงฺฆาตมตฺตมฺปิ ได้แก่ ชั่วขณะแม้เพียงลัดนิ้วมือ. ความว่า ชั่วเวลาแม้เพียงดีดนิ้วมือ.
บทว่า จิตฺตสฺสูปสมชฺฌคํ ประกอบความว่า ไม่บรรลุความสงบแห่งจิต คือเอกัคคตาจิต. อธิบายว่า ยังไม่ได้.
บทว่า กามราเคนวสฺสุตา ความว่า มีจิตชุ่มด้วยฉันทราคะเป็นอย่างมาก เพราะยึดไว้อย่างมั่นในวัตถุกามทั้งหลายกล่าวคือกามคุณ.
ด้วยบทว่า ภิกฺขุนึ ท่านกล่าวหมายเอาพระธัมมทินนาเถรี.
บทว่า เจโตปริจฺจญาณญฺจ เชื่อมความว่า และเจโตปริยญาณ ข้าพเจ้าก็ชำระให้หมดจดแล้ว. อธิบายว่า บรรลุแล้ว.
คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วแล.
จบอรรถกถาอัญญตราเถรีคาถาที่ ๑ -----------------------------------------------------