๑๐. ปฏาจาราเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๒–๑๑๖ลำดับ 47 จาก 73 ในเถรีคาถาพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 5 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๕. ปัญจกนิบาต] ๑๑. ติงสมัตตาเถรีคาถา ๑๐. ปฏาจาราเถรีคาถา ภาษิตของพระปฏาจาราเถรี (พระปฏาจาราเถรีได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
มาณพทั้งหลายใช้ไถ ไถนา หว่านเมล็ดพืชลงบนแผ่นดิน ได้ทรัพย์มาเลี้ยงดูบุตรและภรรยา
เรามีศีลสมบูรณ์ ทำตามคำสั่งสอนของพระศาสดา ไม่เกียจคร้าน ไม่ฟุ้งซ่าน ไฉนจะไม่บรรลุนิพพานเล่า
เราล้างเท้า เห็นน้ำล้างเท้าไหลจากที่ดอนมาสู่ที่ลุ่ม ใส่ใจนิมิตในน้ำ
แต่นั้น เราตั้งใจไว้มั่นคง ดุจม้าอาชาไนยที่ดี ลำดับนั้น ถือประทีปเข้าไปยังวิหาร ตรวจดูที่นอน ขึ้นนั่งบนเตียง
ต่อแต่นั้น ถือลูกดาล(ปิดประตูลงกลอน) หมุนไส้ประทีปลง ความหลุดพ้นทางใจก็ได้มี เหมือนประทีปติดโพลงแล้วดับลง
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๐. ปฏาจาราเถรีคาถา สุภาษิตแสดงผลการทำสมาธิ
|๔๔๘.๑๑๒| ๑๐ นงฺคเลหิ กสํ เขตฺตํ พีชานิ ปวปํ ฉมา ปุตฺตทารานิ โปเสนฺตา ธนํ วินฺทนฺติ มาณวา ฯ |๔๔๘.๑๑๓| กิมหํ สีลสมฺปนฺนา สตฺถุ สาสนการิกา นิพฺพานํ นาธิคจฺฉามิ อกุสีตา อนุทฺธตา ฯ |๔๔๘.๑๑๔| ปาเท ปกฺขาลยิตฺวาน อุทเกสุ กโรมหํ ปาโททกญฺจ ทิสฺวาน ถลโต นินฺนมาคตํ ตโต จิตฺตํ สมาเธสึ อสฺโส ภโทฺรว ชานิโย ฯ |๔๔๘.๑๑๕| ตโต ทีปํ คเหตฺวาน วิหารํ ปาวิสึ อหํ เสยฺยํ โอโลกยิตฺวาน มญฺจกมฺหิ อุปาวิสึ ฯ |๔๔๘.๑๑๖| ตโต สูจึ คเหตฺวาน วฏฺฏึ โอกสฺสยามหํ ปชฺโชตสฺเสว นิพฺพานํ วิโมกฺโข อหุ เจตโส ฯ ปฏาจารา ฯ
มาณพทั้งหลายไถนาด้วยไถ หว่านพืชลงบนแผ่นดิน หาทรัพย์เลี้ยง บุตรภรรยา เราเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ทำตามคำสั่งสอนของพระศาสดา ไม่เกียจคร้าน ไม่มีใจฟุ้งซ่าน เหตุไรจึงจะไม่บรรลุนิพพาน เราล้างเท้า เห็นน้ำล้างเท้าไหลมาแต่ที่ดอนสู่ที่ลุ่ม กระทำให้เป็นนิมิต แต่นั้นทำ จิตให้เป็นสมาธิ เหมือนม้าอาชาไนยที่ดี อันนายสารถีฝึกแล้วโดยง่าย ฉะนั้น ลำดับนั้น เราถือประทีปเข้าไปยังวิหารตรวจดูที่นอนแล้วขึ้น บนเตียง ลำดับนั้น เราจับเข็มหมุนไส้ลง พอไฟดับความหลุดพ้นแห่ง ใจได้มีแล้ว.