ฉบับที่อ่านฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๖๖๖

๒. วานรชาดก เล่ม ๒๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๖๖–๖๖๙ลำดับ 342 จาก 525 ในชาดกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 4 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒ วานรชาตกํ

อสกฺขึ วต อตฺตานํ อุฏฺฐาตุํ อุทกา ถลํ นทานาหํ ปุน ตุยฺหํ วสํ คจฺฉามิ วาริช ฯ

อลเมเตหิ อมฺเพหิ ชมฺพูหิ ปนเสหิ จ ยานิ ปารํ สมุทฺทสฺส วรํ มยฺหํ อุทุมฺพโร ฯ

โย จ อุปฺปติตํ อตฺถํ น ขิปฺปมนุพุชฺฌติ อมิตฺตวสมเนฺวติ ปจฺฉา จ อนุตปฺปติ ฯ

โย จ อุปฺปติตํ อตฺถํ ขิปฺปเมว นิโพธติ มุจฺจเต สตฺตุสมฺพาธา น จ ปจฺฉานุตปฺปตีติ ฯ วานรชาตกํ ทุติยํ ฯ ---------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒. วานรชาดก (๓๔๒) ว่าด้วยวานรโพธิสัตว์ (วานรโพธิสัตว์ได้กล่าวกับจระเข้ว่า)

ข้อ ๑๖๕

ข้าพเจ้าสามารถขึ้นจากน้ำมาบนบกได้ จระเข้ บัดนี้ข้าพเจ้าไม่ตกอยู่ในอำนาจของท่านอีกต่อไป @เชิงอรรถ : @ คือ ไม่ได้พบคนเลี้ยงม้าและไม่ได้ครองตำแหน่งอัครมเหสี (ขุ.ชา.อ. ๘/๓๑๓/๓๘๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๙๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๔. จตุกกนิบาต] ๕. จูฬกุณาลวรรค ๓. กุนตินีชาดก (๓๔๓)

ข้อ ๑๖๖

พอกันทีสำหรับผลมะม่วง ลูกหว้า และขนุน ที่ต้องข้ามฝั่งสมุทรไปกิน ผลมะเดื่อของเราดีกว่า

ข้อ ๑๖๗

อนึ่ง ผู้ใดไม่รู้เท่าทันเหตุที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน ผู้นั้นจะตกอยู่ในอำนาจของศัตรูและจะเดือดร้อนในภายหลัง

ข้อ ๑๖๘

ส่วนผู้ใดรู้เท่าทันเหตุที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน ผู้นั้นย่อมพ้นจากความคับขันอันเกิดจากศัตรู และจะไม่เดือดร้อนในภายหลังวานรชาดกที่ ๒ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร ทรงปรารภพระเทวทัตตะเกียกตะกายเพื่อจะฆ่าพระองค์ จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อสกฺขึ วต อตฺตานํ ดังนี้.

เรื่องปัจจุบันได้ให้พิสดารไว้แล้วทีเดียว.

ส่วนเรื่องในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดกระบี่ ในหิมวันตประเทศ เจริญวัยแล้วอยู่ ณ ที่ฝั่งแม่น้ำคงคา.

ครั้งนั้น นางจระเข้ตัวหนึ่งในแม่น้ำคงคา เกิดแพ้ท้อง อยากกินเนื้อหัวใจของพระโพธิสัตว์ จึงบอกแก่จระเข้สามี. จระเข้สามีนั้นคิดว่า เราจักให้กระบี่นั้นดำลงในน้ำแล้วฆ่าเสีย ให้เนื้อหัวใจแก่นางจระเข้ผู้ภรรยาจึงกล่าวกะพระมหาสัตว์ว่า มาเถิดเพื่อน พวกเราจะไปกินผลมะม่วงที่ระหว่างเกาะด้วยกัน. พระมหาสัตว์กล่าวว่า เราจักไปได้อย่างไร. จระเข้กล่าวว่า เราจักให้ท่านนั่งบนหลังเรานำไป. พระมหาสัตว์นั้นไม่รู้ความคิดของจระเข้นั้น จึงโดดไปนั่งบนหลัง. จระเข้ไปได้หน่อยหนึ่ง จึงเริ่มจะดำน้ำ.

ลำดับนั้น วานรจึงกล่าวกะจระเข้นั้นว่า ท่านผู้เจริญ ท่านจะให้เราดำลงในน้ำทำไม. จระเข้กล่าวว่าเราจักฆ่าท่านแล้วให้เนื้อหัวใจแก่ภรรยาของเรา. วานรกล่าวว่า ช้าก่อน ท่านเข้าใจว่าเนื้อหัวใจของเราอยู่ที่อกหรือ. จระเข้กล่าวว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น เนื้อหัวใจของท่านตั้งอยู่ที่ไหน. วานรกล่าวว่า ท่านไม่เห็นเนื้อหัวใจนั่น ซึ่งห้อยอยู่ที่ต้นมะเดื่อหรือ. จระเข้กล่าวว่า เห็นแต่ท่านจักให้เราหรือ. วานรกล่าวว่า เออจักให้. เพราะความโง่เขลา จระเข้จึงพาวานรนั้นไปยังโคนต้นมะเดื่อที่ริมแม่น้ำ

พระโพธิสัตว์จึงโดดจากหลังของจระเข้นั้นไปนั่งบนต้นมะเดื่อ แล้วได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า:-

ดูก่อนจระเข้เราสามารถยกตนขึ้นจากน้ำสู่บกได้ บัดนี้ เราจักไม่ตกอยู่ในอำนาจของท่านอีกต่อไป.

เราไม่ต้องการด้วยผลมะม่วง ผลหว้าและผลขนุนทั้งหลาย ที่จะต้องข้ามแม่น้ำไปบริโภค ผลมะเดื่อของเราดีกว่า.

ผู้ใดไม่รู้เท่าทันเหตุการณ์อันเกิดขึ้นโดยฉับพลัน ผู้นั้นจะต้องตกอยู่ในอำนาจของศัตรู และต้องเดือดร้อนในภายหลัง.

ส่วนผู้ใดรู้เท่าทันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน ผู้นั้นย่อมพ้นจากวงล้อมของศัตรู และไม่ต้องเดือดร้อนภายหลัง.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสกฺขึ วต ความว่า ได้เป็นผู้สามารถหนอ. บทว่า อุฏฺฐาตุ&#63249 ได้แก่ เพื่อยกขึ้น. วานรเรียกจระเข้ว่า วาริชะ. บทว่า ยานิ ปารํ สมุทฺทสฺส ความว่า วานรเมื่อจะเรียกแม่น้ำคงคาโดยชื่อว่าสมุทร จึงกล่าวว่า พอกันทีด้วยผลไม้ที่เราจะต้องข้ามฝั่งแม่น้ำไปกิน. บทว่า ปจฺฉา จ อนุตปฺปติ ความว่า บุคคลผู้ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน ย่อมไปสู่อำนาจของศัตรู และย่อมต้องเดือดร้อนภายหลัง.

วานรนั้นกล่าวเหตุอันเป็นเครื่องให้สำเร็จกิจฝ่ายโลกิยะ ด้วยคาถาทั้ง ๔ ด้วยประการฉะนี้แล้ว ก็ไปสู่ชัฏป่าทีเดียว.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า

จระเข้ในครั้งนั้น ได้เป็น พระเทวทัต

ส่วนวานรในครั้งนั้น ได้เป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถาวานรชาดกที่ ๒

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา